อาทิตย์สาดส่อง..ความจริงจักปรากฎทั่วปฐพี!!!
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
19 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 

สมจิตต์ กับ เฉลิม


///////////////////////
เฉลิมควันออกหู! ถูก "สมจิตต์นักข่าวTV7" ถามหนีม็อบเสธ.อ้ายขึ้นเชียงราย ด่ากลับ "ฝักใฝ่ประชาธิปัตย์มากเกินไปถึงเป็นอย่างนี้"  เจ้าตัวฉุนด่ากลับ  “ถ้าหนูเรียกท่านว่าขี้ข้าทักษิณ จะเป็นการ

หมิ่นประมาทหรือไม่” เฉลิมตอบกลับมาว่า “อย่างนี้หมิ่นประมาท”
         (15 พ.ย.)  มีรายงานว่าในระหว่างที่สื่อมวลชนกำลังสัมภาษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ถึงประเด็นการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม โดยในช่วงหนึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าจะมี

คนมาร่วมชุมนุมกับม็อบเสธ.อ้ายไม่มาก แต่มีบางพรรคการเมืองขนคนมาร่วมชุมนุมด้วย ซึ่งให้ประชาชนตัดสินธาตุแท้ของพรรคการเมืองนี้ว่า นิยมไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
         หลังจากนั้น น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 ได้ถามว่า มีข่าวว่าท่านได้มีคำสั่งไปยังตำรวจ ให้สกัดเส้นทางเข้ากรุงเทพของประชาชน ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้

ปฏิเสธ
         น.ส.สมจิตต์ ถามต่อว่า ในช่วงที่มีการชุมนุม มีกระแสข่าวว่าท่านจะไปอยู่เชียงราย ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้ถามกลับว่า ไปทำไม
         น.ส.สมจิตต์ ถามว่า ท่านในฐานะที่เป็นรองนายกดูแลความมั่นคง จะอยู่ดูแลความมั่นคงของประเทศใช่ไหม
         ร.ต.อ.เฉลิม ตอบกลับว่า คุณสมจิตต์เอาอะไรมาบอก ว่าตนเป็นรองฝ่ายความมั่นคง เขาไม่ได้ตั้ง เนี่ยไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์จนชินเลยไม่รู้อะไร ฝักใฝ่ประชาธิปัตย์มากเกินไปถึงเป็นอย่างงี้
         ทันใดนั้น น.ส.สมจิตต์ พูดสวนขึ้นอย่างมีอารมณ์ว่า ท่านกล่าวหาแบบนี้หนูฟ้องท่านได้ ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม พูดท้าทายน.ส.สมจิตรให้ไปฟ้องร้องที่ สน.ดุสิตได้เลย และเดินเข้าไปเซ็นต์ชื่อใน

อาคารรัฐสภา แต่หลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม เซ็นต์ชื่อเสร็จ แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆน.ส.สมจิตต์ ได้เปิดประตูพร้อมตะโกนถามร.ต.อ.เฉลิม ออกไปว่า “ถ้าการที่ท่านกล่าวหาหนูว่าฝักใฝ่

ประชาธิปัตย์ ไม่ใช่การหมิ่นประมาท แล้วถ้าหนูเรียกท่านว่าขี้ข้าทักษิณ จะเป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่”
         คำถามดังกล่าวทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ตอบกลับมาว่า “อย่างนี้หมิ่นประมาท”
         นางสาวสมจิตต์ จึงตอบกลับไปว่า “ถ้าอย่างนั้นท่านก็สามารถใช้สิทธิแจ้งความที่ สน.ดุสิตได้เหมือนกับที่แนะนำให้หนูไปทำ”
222222222222222222
ร.ต.อ.เฉลิมประกาศที่ทำเนียบรัฐบาล ของดให้สัมภาษณ์สื่อหากมีสมจิตรนักข่าวช่อง7สีอยู่ในกลุ่มด้วย
19/11/55
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า จะของดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หากในกลุ่มผู้สื่อข่าวมีน.ส.สมจิตร นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 อยู่ด้วย 

สร้างความปะหลาดใจให้กับกลุ่มผู้สื่อข่าว ที่ไปรอสัมภาษณ์เป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ทั้ง2ฝ่ายเกิดปะทะคารมกันเมื่อวันที่ 15พ.ย.ที่รัฐสภา ประเด็นการให้สัมภาษณ์กรณีม็อบเสธอ้าย โดยร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "จะมาไม่มาก แต่มีบางพรรคการเมืองขนคนมาร่วมชุมนุมด้วย ซึ่ง

ให้ประชาชนตัดสินธาตุแท้ของพรรคการเมืองนี้ว่า นิยมไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง"

น.ส.สมจิตต์ ได้ถามว่า "มีข่าวว่าท่านได้มีคำสั่งไปยังตำรวจ ให้สกัดเส้นทางเข้ากรุงเทพฯของประชาชน" ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้ปฏิเสธ
น.ส.สมจิตต์ ถามต่อว่า "ในช่วงที่มีการชุมนุมมีกระแสข่าวว่าท่านจะไปอยู่จังหวัดเชียงราย" ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้ถามกลับว่า "ไปทำไม"
น.ส.สมจิตต์ ถามว่า "ท่านในฐานะที่เป็นรองนายกฯดูแลความมั่นคง จะอยู่ดูแลความมั่นคงของประเทศใช่ไหม ร.ต.อ.เฉลิม ตอบกลับว่า "คุณสมจิตต์เอาอะไรมาบอกว่าผมเป็นรองฝ่ายความมั่นคง 

เขาไม่ได้ตั้ง เนี่ยไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์จนชินเลยไม่รู้อะไร ฝักใฝ่ประชาธิปัตย์มากเกินไปถึงเป็นอย่างงี้"

น.ส.สมจิตต์ พูดว่า "ท่านกล่าวหาแบบนี้หนูฟ้องท่านได้" ร.ต.อ.เฉลิม ได้บอกว่า "ให้นักข่าวสาวคนดังกล่าวไปฟ้องร้องที่ สน.ดุสิตได้" และเดินเข้าไปเซ็นต์ชื่อในอาคารรัฐสภา
หลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม เซ็นต์ชื่อเสร็จ น.ส.สมจิตต์จึงเปิดประตูและตะโกนเรียก ร.ต.อ.เฉลิม ทำให้ ร.ต.อ.หยุดเดิน ก่อนที่น.ส.สมจิตต์จะถามว่า “ถ้าการที่ท่านกล่าวหาหนูว่าฝักใฝ่ประชาธิปัตย์ ไม่ใช่

การหมิ่นประมาท แล้วถ้าหนูเรียกท่านว่าขี้ข้าทักษิณ จะเป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่”

คำถามดังกล่าวทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ตอบกลับมาว่า “อย่างนี้หมิ่นประมาท” นางสาวสมจิตต์ จึงตอบกลับไปว่า “ถ้าอย่างนั้นท่านก็สามารถใช้สิทธิแจ้งความที่ สน.ดุสิตได้เหมือนกับที่แนะนำให้หนูไป

ทำ"
///////////////////////
17 พฤศจิกายน 2554

เว็บไซต์ASTVผู้จัดการ รายงานว่า วันนี้ (17 พ.ย.) ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เกิดปะทะคารมกับผู้สื่อข่าว โดยเฉพาะนางสาวสมจิตร นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานที่โทรทัศน์

กองทัพบกช่อง 7 ที่เป็นผู้ซักถาม ในระหว่างการให้สัมภาษณ์นั้น บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด และมีการตอบโต้กันไปมาระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิมกับผู้สื่อข่าวอยู่ตลอดเวลา 

โดยเฉพาะคำถามถึงการเอื้อประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ ครั้งนี้ รวมไปถึงประเด็นที่เกี่ยวกับการใช้พระราชอำนาจ โดย ร.ต.อ.เฉลิมได้พยายามหลีกเลี่ยง โดยอ้างว่าเป็น

เรื่องที่ไม่สมควร และอาจเข้าข่ายการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมไปถึงพยายามตักเตือนผู้สื่อข่าวว่า บางคำถามมีความไม่เหมาะสม และขอให้ทีวีดาวเทียมบางช่องนำถ้อยคำของผู้สื่อข่าวไปออก

อากาศทั้งหมดอีกด้วย

โดยเมื่อนางสาวสมจิตรถามว่า หากมีความมั่นใจว่าเป็นเรื่องที่ทำถูกกฎหมายแล้ว เหตุใดจึงไม่สามารถเปิดเผยได้ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “ยังไม่ถึงเวลาแม่คุณทูนหัว”

เมื่อนางสาวสมจิตรถามว่า หากทำเช่นนี้มองหรือไม่ว่าจะเป็นการกดดันองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้คำถามว่า"รัฐบาลทำแบบนี้เหมือนเป็นการหักคอ(เซ็นเซอร์) ว่าจะต้องทำตามในสิ่งที่

มีการถวายคำแนะนำ รองนายกฯ กล่าวตอบว่า “ผมไม่ตอบ เพราะหากยืนสัมภาษณ์ต่อไป คุณสมจิตร (น.ส.สมจิตร นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานที่โทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ซึ่งเป็นผู้ถาม) อาจจะ

เป็นผู้ที่ติดคุก”

สำหรับกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าหลักเกณฑ์ใน พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ ที่ออกในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังมีการระบุว่าผู้ที่ได้รับการอภัยโทษ ต้องมาอยู่ในสถานที่คุมขังก่อน ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เรื่องนี้ตน

สามารถตอบได้ซ้ำไปซ้ำมาว่าจะทำได้ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย รวมทั้งขอปฏิเสธด้วยว่า เหตุที่ไม่เปิดเผยเรื่องออกมาตอนนี้ ไม่ได้กังวลว่าสังคมจะออกมาต่อต้าน เพราะไม่มีความจริงใดที่

จะปิดบังเป็นความลับได้ตลอด ส่วนใครจะออกมาต่อต้านก็ขอให้ต้านไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเกิดความขัดแย้งขึ้นในช่วงวันมหามงคล คณะรัฐมนตรีจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวตอบว่า “คุณสมจิตรเป็นนักข่าวมานาน ผมไม่อยากต่อว่า อะไรที่มัน

เปิดไม่ได้ ผมก็ยังไม่เปิด คุณถามผมไม่จนหรอก คำถามนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าถาม รู้สึกว่าคุณกล้าจริงๆ เลย”

เมื่อถามอีกว่า คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับมาภายในปีนี้ตามที่พรรคเพื่อไทยได้เคยหาเสียงไว้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ตนปราศรัยในช่วงเลือกตั้ง ที่เมื่อไปในพื้นที่ที่มีคนรัก พ.ต.ท.

ทักษิณ หากไม่พูดถึงจะเป็นไปได้อย่างไร ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับมาหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะว่า พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ ยังไม่ออก

ผู้สื่อข่าวพยายามถามย้ำว่า หากพูดเช่นนี้แล้ว ความรับผิดชอบของนักการเมืองในการปราศรัยหาเสียงอยู่ที่ใด ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม โดยกล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิต 91 รายจาก

เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค.53 ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยอ้างว่าเรื่องนี้ยังไม่มีคนตายเลย เหตุใดจึงพยายาม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะได้มีโอกาสเข้าร่วมงานฉลองมงคลสมรสของ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวหรือไม่ ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “แล้วคุณจะไปพาดพิงอะไร

เรื่องครอบครัวคนอื่น ซึ่งผมคงตอบคำถามแทนไม่ได้ มีเคเบิลทีวีช่องไหนขอให้นำคำพูดของคุณสมจิตรไปออกทุกคำพูดหน่อย” เมื่อกล่าวจบ ร.ต.อ.เฉลิมได้เดินออกจากวงล้อมสื่อมวลชน 

โดยกล่าวทิ้งท้ายว่าตนไม่เคยหนีนักข่าว เพราะเป็นคนชอบพูด แต่ที่ต้องไปวันนี้ เพราะกลัวมีคนติดคุก ทั้งนี้จากรายงานข่าวของASTVผู้จัดการ

อนึ่งนางสาวสมจิตร เป็นผู้สื่อข่าวช่อง 7 ประจำรัฐสภา แสดงตัวชัดเจนว่าสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยเรียก"อาจารย์"ทุกคำ เคยเขียนหนังสือเชียร์ 2 เล่ม แต่มักมี

อคติกับฝ่ายพรรคเพื่อไทย เคยตั้งคำถามจนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เลี่ยงที่จะตอบคำถาม และเกิดวิวาทะกับคนเสื้อแดง ตามมาด้วยการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน และคนเสื้อแดงบุกไปประท้วงที่ช่อง 7 

มาแล้ว

ร.ต.อ.เฉลิมเคยกล่าวในที่ประชุมสภา กรณีน.ส.สมจิตรดำเนินคดีคนเสื้อแดงเพชรบุรีที่ส่งอีเมล์ว่า"ให้จัดหนักเพราะอคติกับนายกฯยิ่งลักษณ์"โดย เห็นว่าการทำหน้าที่ของน.ส.สมจิตร ในฐานะสื่อ

มวลชนที่ตั้งคำถามกับนายกฯเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการตั้งคำถามโดยอคติ เสมือนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน และข้อความในฟอร์เวิร์ดเมล์ของคนเสื้อแดงเพชรบุรี ที่ระบุว่า "ถ้าเห็นที่ไหน ก็จัดให้

หน่อย" ไม่มีความหมายที่จะแปลว่าจะเป็นการข่มขู่ ทำให้นางสาวสมจิตรให้สัมภาษณ์ตอบโต้ว่า ถ้าเช่นนั้น"ไอ้ปื๊ดก็คงไม่ได้ฆ่าคน"
------------
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์นั้น มีการปะทะคารมกันระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม กับ น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 โดยเฉพาะหลังจากที่ได้

ถามคำถามเกี่ยวการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามว่าทำไมรัฐบาลจึงดูแลแตกต่างกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงโดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ‘คุณสมจิตต์ฝักใฝ่พรรคประชาธิปัตย์’ ขณะที่ 

น.ส.สมจิตต์ พูดว่า ท่านกล่าวหาแบบนี้หนูฟ้องท่านได้ ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่าให้นักข่าวสาวคนดังกล่าวไปฟ้องร้องที่ สน.ดุสิตได้ และเดินเข้าไปเซ็นชื่อในอาคารรัฐสภา

หลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม เซ็นชื่อเสร็จ น.ส.สมจิตต์ จึงเปิดประตูและตะโกนเรียก ร.ต.อ.เฉลิม ทำให้ ร.ต.อ.หยุดเดิน ก่อนที่จะถามว่า “ถ้าการที่ท่านกล่าวหาหนูว่าฝักใฝ่ประชาธิปัตย์ ไม่ใช่การหมิ่น

ประมาท แล้วถ้าหนูเรียกท่านว่าขี้ข้าทักษิณ จะเป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่” คำถามดังกล่าวทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ตอบกลับมาว่า “อย่างนี้หมิ่นประมาท” น.ส.สมจิตต์ จึงตอบกลับไปว่า “ถ้าอย่างนั้น

ท่านก็สามารถใช้สิทธิแจ้งความที่ สน.ดุสิตได้เหมือนกับที่แนะนำให้หนูไปทำ”

/////////////////

วันที่ 19 พ.ย.  นางสาวสมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวชื่อ "Mata Vayu" ถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุ

ว่า จากนี้ไปไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หากมี นางสาวสมจิตต์ อยู่ในวงสัมภาษณ์นั้น ๆ เพราะไม่อยากทะเลาะด้วย ว่า

จดหมายเปิดผนึกถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

ก่อนอื่นคงต้องขอโทษเพื่อนสื่อมวลชนทุกสังกัดด้วยนะคะ ที่ตัวเองกลายเป็นเงื่อนไขทำให้การทำหน้าที่สื่อมวลชนอาจปฏิบัติได้ไม่เต็มที่ เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะ

ไม่ให้สัมภาษณ์ในวงที่มีสมจิตต์ รวมอยู่ด้วย ซึ่งจะทำให้เพื่อนสื่อพลาดโอกาสในการทำข่าวอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

มีประเด็นที่อยากกราบเรียนถึง ร.ต.อ.เฉลิม ดังนี้ ค่ะ

1ท่านรู้จักหนูมานานถึงขนาดบางครั้งก็หยอกว่าเป็นแฟนกัน และะทักทายอย่างเอ็นดูทุกครั้ง(ในอดีต) ท่านเคยแก้ต่างให้หนูใน ครม.ว่านักข่าวคนนี้ตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีใน หนูยังรู้สึกขอบคุณ

ท่านที่เข้าใจการทำหน้าที่ของสื่อ และอยากบอกว่านักข่าวที่ท่านเชื่อว่าเป็นคนตรงไปตรงมา ยังคงทำหน้าที่เหมือนเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าท่านจะกรุณามองย้อนกลับไป หนูเชื่อว่า

ท่านจะเข้าใจเหมือนที่ท่านเคยเข้าใจ เพราะเราไม่ใช่ศัตรูกัน เพียงแต่มีหน้าที่ต่างกันเท่านั้นเอง

2 แม้ว่าหนูจะเป็นสื่อมวลชนแต่อีกสถานะหนึ่งหนูก็คือประชาชนที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลที่มีท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐบาลที่ประกาศว่าจะบริหารงานให้กับคนทั้งประเทศอย่าง

เท่าเทียมกัน การที่ท่านแบ่งแยกหนูจนไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ และยังกระทบไปถึงสื่ออื่นด้วยนั้น ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง

3 นักการเมืองกับนักข่าวก็เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า พวกเราหาข่าวจากท่าน ส่วนท่านก็ใช้สื่อมวลชนในการสื่อสารกับประชาชน สิ่งที่ท่านทำจะทำให้รัฐบาลเสียโอกาสในการสื่อสารกับคนไทย ยก

เว้นแต่ว่ารัฐบาลของท่านต้องการสื่อสารด้านเดียวโดยไม่พร้อมที่จะให้มีคำถามตรวจสอบ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเราจะเรียกรัฐบาลที่มีแนวคิดเช่นนี้ว่าเป็น "รัฐบาลประชาธิปไตยได้หรือไม่"

4 ท่านทำงานการเมืองมานานย่อมทราบดีว่าสถานการณ์ของบ้านเมืองอยู่ในสภาวะเช่นไร หากท่านมีหัวใจรักประชาชนจริง หนูเชื่อว่าท่านตอบได้ทุกคำคำถามเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยให้กับ

คนไทยไม่ว่าจะออกจากปากนักข่าวคนไหนก็ตามเว้นแต่ว่าท่านจะกลัวความจริง

5 สิ่งที่อยากเรียนให้ท่านรับทราบคือ คนเป็นสื่อมวลชนเมื่อเห็นแหล่งข่าวอยู่ตรงหน้า เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่เข้าไปทำหน้าที่ตั้งคำถามเพื่อหาความจริงให้กับประชาชน ถ้าหนูพบท่านก็ต้องทำหน้าที่ 

แล้วท่านจะไม่ทำหน้าที่ของตัวเองหรือคะ

ท้ายนี้หนูกราบขอบพระคุณที่ครั้งหนึ่งท่านเคยเข้าใจการทำหน้าที่สื่อมวลชนของหนูแม้ว่าในวันนี้ความคิดท่าจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ตาม และขอย้ำอีกครั้งนะคะว่า เราไม่ใช่ศัตรูกัน อย่าผลักหนู

ไปอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยนะคะ บ้านเมืองเราแตกแยกมามากพอแล้ว ประชาชน 15 ล้านเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามา ก็หวังที่จะให้พวกท่านช่วยสมานบาดแผลแผ่นดิน สร้างสุข สบายทุกข์ ไม่ใช่

แบ่งแยกคนไทย
2222222222222222222
ใบตองแห้ง ประชาไท
19พ.ย.55
งานนี้ออเหลิมทำไม่ถูก เป็นนักการเมืองคือเป็นบุคคลสาธารณะ คุณเลือกนักข่าวไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะฝักใฝ่ฝ่ายใด ถ้าเขาไม่ทำหน้าที่ ไม่มีจรรยาบรรณ สังคมก็เห็นเอง

แต่ที่สมจิตต์บอกว่าอย่าผลักไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่จริง สมจิตต์เลือกข้างชัดเจน ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ หรือต่อให้คิดว่าตัวเองไม่ได้เลือก

อันที่จริง นักข่าวเลือกข้างไม่แปลก นักข่าวส่วนใหญ่ก็เลือกข้าง อยู่ที่แสดงออกอย่างไร นักข่าวอเมริกันก็มีเลือกโอบามา เลือกรอมนีย์ เขายังทำหน้าที่ได้ สำคัญคือเลือกข้างแล้วอยู่ในกรอบกติกา

ประชาธิปไตย แพ้เลือกตั้งก็ยอมรับ ไม่ใช่เอาชนะทุกวิถีทาง พึ่งรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ก็ยังเชียร์กันอยู่ได้

ข้อถัดมาคือ เลือกข้างแล้วเอาวิชาชีพไปใช้เป็นอาวุธหรือไม่ ข้อนี้โคตรยากเลย เพราะสื่อทุกคนเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่อรหันต์ สำคัญคืออย่าให้เว่อร์เกินไปเท่านั้น

กรณีสมจิตต์ ในแง่การรายงานข่าว ผมว่าเธอไม่ผิดจรรยาบรรณ เพราะไม่ได้บิดเบือนข่าว เพียงแต่เธอเอาตัวตนเข้าไปในการตั้งคำถาม ซักไซ้ ซึ่งดูเว่อร์ไป แต่ก็ขึ้นกับคนตอบด้วย ถ้าชั้นเชิงดีๆ ก็

ต้อนสมจิตต์กลับได้เหมือนกัน

ปัญหาที่นักข่าวไทยเลือกข้างแล้วสุดขั้ว (โดยเฉพาะเลือกข้างเหลืองหรือ ปชป.) คือเอาทัศนะเรื่องความดีความเลวมาตัดสิน คิดว่าถ้าเลือกข้างคนดีแล้ว ปล้นอำนาจอธิปไตยก็ได้ ฉ้อโกง ช่วงชิง

อำนาจก็ย่อมได้ ซึ่งเป็นเรื่องไร้สติ เพราะเราทำข่าวมา 10-20 ปีควรจะรู้ว่าไม่ว่านักการเมืองพรรคไหน ทหาร ข้าราชการ ศาล ชนชั้นนำ มีโอกาสแม่งก็โกงกันทั้งนั้นแหละ มีแต่ทำอย่างไรให้

ประชาธิปไตยพัฒนาไป ให้ประชาชนตื่นตัว ไม่ใช่ถอยหลังลงคลอง




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2555
0 comments
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2555 23:11:14 น.
Counter : 3858 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สุริยาอัสดง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เปิดโลกด้วยแสงแห่งปัญญา
Thaiflood
Friends' blogs
[Add สุริยาอัสดง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.