À 8 ... ตามหา Monalisa ที่ Musée du Louvre

 

.
.


สามวันสุดท้ายกับทริปส่งท้ายของพวกเราในฝรั่งเศส

ยังเหลือสถานที่ให้เราไปเที่ยวอีกมากมายเลย ฝรั่งเศสต่อให้มาเป็นเดือนก็ยังไม่พอ :)
วันแรกเราจะไปเดินเล่นเย็นๆ ใจใน Musée du Louvre ดื่มด่ำกับศิลปะชื่อก้องโลกจำนวนมาก
แล้วออกไปเหยียบสะดือปารีสที่ Cathédrale Notre-Dame de Paris ตรงลานด้านหน้าวิหาร Notre-Dame ฝั่งตะวันตก
ที่เชื่อว่า หากเหยียบหลักกิโลนี้แล้วอธิษฐาน จะได้กลับมาอีกครั้ง

. . .

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Musée du Louvre) หรือในชื่อทางการว่า The Grand Louvre
เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะอันตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ...
ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ.2336 (ค.ศ.1793)

วันทึ่พวกเราไป Musée du Louvre อากาศไม่เป็นใจเช่นเคยฝนตกแต่เช้าเลย
น้องพาพวกเราไปหาเพื่อนที่ทำงานพิพิธภัณฑ์ Musée delacroix ก่อน ...
เดินดูในพิพิธภัณฑ์นี้สักพักค่อยไปเยือนลูฟร์อย่างเป็นทางการ
พิพิธภัณฑ์ลูฟร์รวมอยู่ในกลุ่มพิพิธภัณฑ์ที่เรียกว่า Musees convervant des œuvres de delacroix
มีทั้งหมด 3 แห่ง คือ

1. Musée delacroix
2. Musée du louver
3. Musée d'Orsay

แต่ด้วยเวลาที่มีพวกเราจะได้ไปเยี่ยมชมแค่ 2 ที่ ส่วน Musée d'Orsay ไว้เราเจอกันใหม่ครั้งหน้า 
เข้ามาในลูฟร์แล้วค่ะ ผ่านร้านประจำที่คุ้นเคย ได้แวะส่ง Postcard ในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ด้วย ...

. . .

บริเวณที่ขายตั๋วอัตโนมัติของ Musée du Louvre แต่พวกเราไม่ต้องซื้อ
เพื่อนน้องทำงานใน Musée delacroix ใช้สิทธิ์พาเพื่อนเข้าฟรีได้ :)

 

. . .

บริเวณที่ขายตั๋วอัตโนมัติอีกจุดหนึ่งค่ะ 

. . .

พอไปถึงก็ไปทานอาหารกลางวันกันที่ Canteen ของพนักงานพิพิธภัณฑ์ก่อนเลย
อาหารจะราคาถูกกว่าร้านอาหารในพิพิธภัณฑ์มาก ... อิ่มแล้วก็เริ่มเยี่ยมชมศิลปะกัน

ศิลปะชิ้นแรกคือ The Winged Victory of Samothrace หรืออนุสรณ์ชัยชนะที่ซาโมเทรซ
ผลงานแกะสลักจากหินอ่อนแสดงภาพเทพีไนกี้หัวขาดกางปีก สร้างขึ้นราว 300 ปีก่อนคริสตกาล ...
เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของกรีซในการรบที่ซาโมเทรซ ตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1884
นับเป็นหนึ่งในสุดยอดงานศิลปะล้ำค่าของพิพิธภัณฑ์ และหนึ่งในประติมากรรมที่มีชื่อเสียงของโลก …

. . .

ศิลปะชิ้นต่อไปภาพวาด Monalisa หรือ La Joconde คือภาพวาดสีน้ำมันบนพื้นไม้ 
ฝีมือจิตรกรเอกยุคเรอเนสซองซ์ Leonardo da Vinci (ค.ศ.1452-1519)
ขนาดภาพเพียง 77x53 เซนติเมตร ขณะนี้ติดตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ประเทศฝรั่งเศส
หลังจากเคยถูกขโมยไปในปี ค.ศ.1911 นานถึง 2 ปี ...

ลองเข้าไปอ่าน ร้อยปีระทึก เมื่อภาพโมนาลิซ่าหายไปจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ น่าสนใจดีค่ะ
http://haab.catholic.or.th/article/articleart1/art05/art05.html

. . .

ภาพวาดโมนาลิซ่า ได้รับการยกย่องเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของโลก และเป็นที่กล่าวขวัญมาก 
โดยเฉพาะรอยยิ้มและดวงตาของหญิงสาวในภาพ ที่สะกดคนดูให้ฉงน
... ไม่รู้ว่าเธออมยิ้ม ยิ้มเศร้า หรือมีความสุขกันแน่ ...

ประวัติความเป็นมาของภาพวาดโมนาลิซ่า นั้นมีสมมติฐานว่า ...
ขุนนางแห่งฟลอเรนซ์คนหนึ่งขอให้ ดา วินชี วาดภาพภรรยาคนที่ 3 ของเขา
ดา วินชี เริ่มวาดภาพนี้ในปี 1503 ขณะที่โมนาลิซ่า อายุ 24 ปี
แต่เมื่อวาดเสร็จในปี 1507 เขาไม่ได้ขายภาพนั้นให้กับขุนนางผู้นั้น แต่กลับเก็บภาพนั้นไว้กับตนเอง

สำหรับข้อสันนิษฐานซึ่งเป็นที่ฮือฮาอีกข้อ หนึ่งเห็นว่าโมนาลิซ่า คือตัวดา วินชี นั่นเอง 
กลุ่มที่ค้นคว้าประวัติของภาพวาดนี้เชื่อว่า ดา วินชี ใช้ตัวเองเป็นแบบ แต่วาดออกมาให้เป็นผู้หญิง

ดูกันใกล้ๆ อีกทีกับรอยยิ้มปริศนาของโมนาลิซ่า :)

. . .

เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง ^^ กับไกด์ของเรา ...

. . .

น้องสาวคนเล็ก ชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ไม่เหมือนน้องคนที่สอง นั่นชอบ Shopping

. . .

เข้ามาภายในห้องแสดงผลงานภาพเขียน... อลังการภาพเขียนมาก ^^

. . .

อีกผลงานหนึ่งคือ ...
ภาพพิธีสวมมงกุฎของจักรพรรดินโปเลียนแก่ราชินีโจเซฟิน (Coronation of napoleon by jacques louis david) (1806-1807)
ภาพนี้มีขนาดใหญ่มาก คือ 621x979 เซนติเมตร นักท่องเที่ยวคงไม่พลาดรูปนี้แน่นอนค่ะ ...

ในภาพจะเห็นรายละเอียดของเหตุการณ์ในโบสถ์ Notre-Dame ...
ขณะที่จักรพรรดิ์นโปเลียนมหาราชกำลังสวมมงกุฎให้กับราชินีโจเซฟิน ด้วยมือของพระองค์เอง
โดยที่พระนางโจเซฟินกำลังค้อมศีรษะน้อมรับตำแหน่งราชินีคนใหม่ด้วยท่าทางสวยงาม :)

 เทียบขนาดภาพกับตัวคนสิคะ ใหญ่มาก ...

. . .

ภาพ La Liberté guidant le peuple หรือ เสรีภาพนำประชาชน ... เล่าเรื่องเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส

. . .

โจนส์ ออฟ อาร์ค (Joan of Arc) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ฌานน์ ดาร์ค (Jeanne d'Arc) ...
นักบุญและวีรสตรีของฝรั่งเศส (ในสงครามร้อยปีของอังกฤษและฝรั่งเศส ระหว่าง ค.ศ.1337-1453)

. . .

อีกมุมหนึ่งของ The Winged Victory of Samothrace ในมุมไกลไกล คนเยอะมากกก :)

. . .

การตกแต่งเพดานอย่างสวยงาม ...

. . .

เพดานอีกห้องหนึ่ง ก็สวยงามไม่แพ้กัน ^^ 

. . .

แอบมองออกไปด้านนอก ถึงจะช่วงบ่ายแล้ว คิวต่อแถวเพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ยังยาวมากอยู่เลย ...

. . .

รูปปั้นหินอ่อนที่สวยงามชิ้นนี้ มีความอ่อนช้อยสวยงามในการแกะสลัก :)
มีชื่อว่า 'Psyche Revived by Cupid’s Kiss' คือ กามเทพ (Cupid) กำลังจุมพิตสาวน้อย ชื่อ Phyche

. . .

มุมหนึ่งในลูฟร์ อยากออกไปสัมผัสปิรามิดซะแล้วสิ ...

. . .

ห้องแสดงประติมากรรมกรีก ... มีประติมากรรมที่สวยงามมากมาย

ที่พลาดไปอย่างน่าเสียดาย คือ Venus de Milo เราว่าเราดูจากในแผนที่น่าจะถึงแล้วนะ ...
เจ้าน้องเราดันเปลี่ยนทาง เดินหลงไปไหนไม่รู้ ทำให้หาไม่เจอ ... น่าเสียดายจริงๆ เล้ย

. . .

ทางเข้า Histoire du Louvre …

. . .

เข้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ของลูฟร์กันค่ะ ...

. . .

โถงแสดงงานประติมากรรม ...

 

. . .

การเข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์มีหลากหลายทางมาก ส่วนทางเข้านี้เป็นทางเข้าหลักของลูฟร์ ...
เพราะเข้าจากปิรามิดแก้ว ... แต่พวกเราไม่ได้เข้าทางนี้ค่ะ
เพื่อนน้องพาลัดเลาะไปเข้าตรงทางเข้าพนักงาน อดเท่ห์เลย :)

. . .

ก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เราขอให้น้องพาไปถ่ายรูปพีระมิดแก้วที่กลับหัวลงดิน ...
โดยที่ยอดของพีระมิดแก้วนี้เกือบจะบรรจบกับยอดพีระมิดเล็กๆ อีกอันหนึ่งที่ตั้งอยู่บนพื้น
... สัญญลักษณ์อีกอย่างของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ...

คนเยอะเป็นปกติ ถ้าถ่ายรูปพีระมิดแก้วกลับหัวโดยไม่ติดคน แสดงว่าวันนั้น พิพิธภัณฑ์ปิดค่ะ ...

. . .

L'Arc de Triomphe de Carrousel (ประตูชัยการูเซล) อยู่ในสวน Tuilerie ในบริเวณพิพิธภัณฑ์ลูฟร์
พระเจ้านโปเลียนที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้น

สิ่งที่ทำให้ประตูชัยนี้มีคุณค่าสูงคือภาพสลักหินอ่อนสีชมพู รสนิยมแบบโบราณ
ผสมผสานเข้ากับศิลปะยุคนโปเลียนได้อย่างกลมกลืน เสากลม 8 ต้น ทำด้วยหินอ่อนสีแดง

.
.

ออกจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ พวกเราไปชม Cathédrale Notre-Dame de Paris

เป็นโบสถ์ที่สวยที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุด
สิ่งที่เด่นที่สุดของโบสถ์โกธิคแห่งนี้คือการก่อสร้างที่ละเอียด และหน้ามุข (La façde) ของโบสถ์

ในมหาวิหารแห่งนี้ เคยมีงานศพใหญ่ๆ เช่น พิธีศพคนสำคัญในทางราชการ
และเคยเป็นที่ประกอบพิธีราชาภิเษกของพระเจ้าแผ่นดินถึง 2 พระองค์ นั่นคือ ...
พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 แห่งอังกฤษระหว่างสงคราม 100 ปี และพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ใน ค.ศ. 1804

. . .

แนะนำว่าถ้าจะไป Cathédrale Notre-Dame de Parisให้ไปช่วงเช้า ประมาณ 9 โมง
จะได้รูปสวยๆ กับโบสถ์แบบโล่งๆ หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวจะหนาตา ...
แต่กว่าพวกเราไปถึงก็บ่ายสามแล้ว ไม่เป็นไรค่ะถึงคนจะเยอะยังไง Cathédrale Notre-Dame de Paris ก็ยังสวยอยู่ ...

ประตูทางเข้าด้านหน้าสวยมากเลยค่ะ เป็นงานศิลปะที่มีความประณีตมาก ...

. . .

เดินเข้าไปใน Cathédrale Notre-Dame de Paris สวยงามมาก ไม่เสียค่าเข้าดูค่ะ ...
ตอนแรกน้องตั้งใจจะเดินขึ้นไปข้างบนของโบสถ์กัน แต่อากาศหนาวและลมแรงมากเลยเปลี่ยนใจไม่ขึ้นดีกว่า ...

. . .

Rose Window หรือ หน้าต่างกุหลาบ ที่ทำจากกระจกสีอันสวยงาม …

. . .

แท่นบูชาอันสวยงามของ Cathédrale Notre-Dame de Paris 

. . .

สะดือปารีส (Point Zero) หรือหลักกิโลศูนย์ของปารีส อยู่ตรงลานด้านหน้า Cathédrale Notre-Dame de Paris ฝั่งตะวันตก
ที่เชื่อว่า หากเหยียบหลักกิโลนี้แล้วอธิษฐาน จะได้กลับมาอีกครั้ง แสดงว่าเป็นจริงเพราะครั้งที่แล้วได้เหยียบไว้ 55

ครั้งนี้ก็เลยเหยียบพร้อมกัน สามัคคีสี่เท้า :) จะได้มาเที่ยวด้วยกันอีกจ้า ...

. . .

รูปปั้นด้านหน้า Cathédrale Notre-Dame de Paris ประณีต สวยงาม ...

. . .

จาก Cathédrale Notre-Dame de Paris ต้องไปซื้อกระเป๋า La Bagagerie ที่เพื่อนน้องฝากซื้อ
น้องพาเดินหาจนเจอร้าน คนขายเป็นคนไทยด้วย คุยกันสนุกสนานได้อุดหนุนกระเป๋ามา 3 ใบถ้วน
Shopping กันต่อที่ร้าน Louis Vuitton สาขาถนน Royal เก็บตกกระเป๋าที่ยังได้กันไม่ครบ :)

ก่อนกลับไปแวะกินขนม Macaron ที่ร้าน Laduree กันค่ะ ...
ร้านนี้เป็นสาขาแรก ตั้งอยู่บนถนน Royal เริ่มกิจการตั้งแต่ปี 1862 เห็นร้านเล็กๆ แต่ข้างในคนเยอะพอสมควร
มีโต๊ะให้นั่งทานในร้านด้วย แต่พวกเราไม่สามารถค่ะ ซื้อกันเสร็จแล้วก็รีบเดินทางไปต่อ ...

เราไปกัน 8 คนเข้าไปเต็มร้านเลย ซื้อ Macaron 1 กล่อง 8 ชิ้นถ้วน ตกชิ้นละ 1.7 €
ได้สิทธิ์เลือกกันคนละ 1 รส เราเลือกรสเบสิคมาก Chocolate ...
อืม!!! อร่อยมากค่ะ แต่รสหวานนิดนึง เย้!!! ได้กินเป็นประสบการณ์แล้ว :)

. . .

ชมพิพิธภัณฑ์สวยงามและโบสถ์ล้ำค่า คุ้มค่ามาก :)
กลับบ้านไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวไปเดินทางพรุ่งนี้ À 9 ...
Mont Saint-Michel ที่รอคอย

 

 




Create Date : 20 สิงหาคม 2555
Last Update : 4 ธันวาคม 2555 13:37:37 น. 2 comments
Counter : 2622 Pageviews.

 
สวัสดีครับ
สวยงามจริงๆครับ
เคยเข้าพิพิธภัณฑ์ที่อังกฤษ เขาให้เข้าฟรีแต่ไม่ให้ถ่ายรูป เลยไม่มีรูสวยๆติดมือกลับมา ที่นี้ดียังให้ถ่ายรูป


โดย: จิรโรจน์ วันที่: 20 สิงหาคม 2555 เวลา:8:21:35 น.  

 
คุณจิรโรจน์ : ลูฟร์ให้ถ่ายรูปได้แต่ห้ามใช้แฟลชค่ะ แต่ยังมีคนแอบใช้ คาดว่าต่อไปอาจจะไม่ให้ถ่ายรูปแล้วก็ได้ค่ะ


โดย: Princessella วันที่: 25 ตุลาคม 2555 เวลา:10:56:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Princessella
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
20 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Princessella's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.