ความเห็นแตกต่างกันเป็นธรรมชาติของสังคม ถึงอย่างไรก็ไม่ทางขจัดความเห็นที่แตกต่างกันได้ จึงมีแต่ต้องยอมรับ
Group Blog
 
 
มีนาคม 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
14 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ตอน กบฎหัวเมืองใต้รวมมือกับโจรโพกผ้าเหลือง ทำการร้ายต่อบ้านเมือง

พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์
ตอน กบฎหัวเมืองใต้รวมมือกับโจรโพกผ้าเหลือง ทำการร้ายต่อบ้านเมือง

ฉบับออกหลวงประชาชน (ไทย)


ลุ รัตนโกสินศก 224 ราษฎรหัวเมืองใต้ ถูกยุยงปลุกปั่นจากอลัชชีนอกศาสนา ลัทธิกินผัก ร่วมกับเจ้าของร้านใบบอกที่สิ้นเนื้อประดาตัว ให้ราษฎรเป็นกบฏ ขนคนขึ้นรถไฟ เข้ามาร่วมมือกับโจรโพกผ้าเหลือง มาซ่องสุมกำลังผู้คนที่ทุ่งพระเมรุ หน้าพระบรมมหาราชวัง ให้เป็นการเอิกเกริก ด่าทอไปทั่วแผ่นดินด้วยถ้อยคำที่ต่ำช้า กำเริบเสิบสาน

แม้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ห้ามปรามก็มิรู้จักฟัง จะก่อการจลาจลเผาบ้านเผาเมือง ให้เดือดร้อนแผ่นดินให้จงได้ ด้วยใจกำเริบ คิดล้มล้างรัฐธรรมนูญ ระเบียบการปกครองแผ่นดิน

พวกกบฏ บังอาจกล่าวหาอัครมหาเสนาบดีว่า เป็นทุรยศ ต่อบ้านเมือง แต่พวกกบฎมิยอมนำความขึ้นว่ากล่าวบนศาลตระลาการใดๆ ใครจักชี้แจงก็มิฟัง ประหนึ่งว่ามีมารร้ายมาหนุนหลัง อัครมหาเสนาบดีชี้แจงความนี้ กบฏก็เฉไฉไปเรื่องอื่น ความอื่นมิได้อยู่กับร่องกับรอย หาได้มีหลักฐานอันใด เอาผิดท่านอัครมหาเสนาบดีไม่ มีแต่ลมปากใส่ไคล้ ที่มิอาจสืบสาวเอาความจริงให้ปรากฏได้

เนื้อแท้ความจริงนั้น มีการยุยงหนุนหลัง จากอลัชชีนอกศาสนากับพวก และเจ้าของร้านใบบอกที่สิ้นเนื้อประดาตัว รวมทั้ง พวกพวก "ก๊กสะตอ" ที่มิอาจต่อสู้ให้ได้อำนาจทางการเมืองตามทำนองคลองธรรม จึงหันไปยุยุงปลุกปั่นราษฎรในเขตแคว้นอิทธิพลของตนให้กระด้างกระเดื่อง กำเริบเสิบสานเป็นภัยต่อแผ่นดิน ทำให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเป็นทุกข์

พวกกบฏ ด่าทอ อัครมหาเสนาบดีที่ราษฎรทั่วแผ่นดินรักใคร่ อยู่หลายเพลา เพื่อชักจูงผู้คนในเมืองหลวงให้คล้อยตามพวกตน มีพวกครูสอนหนังสือชรา ที่มิอาจตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ทันหนุนหลัง พวกครูสอนหนังสือนี้พากันถวายฎีกาด้วยถ้อยคำทุจริต หวังคิดล้มล้างรัฐธรรมนูญ ต่อเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน แต่ก็มิได้ทรงตอบฎีกานั้น

พวกกบฏ มิรู้จักทำประการใด อัครเสนาบดีให้ยุบสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน เพื่อให้ราษฎรทั้งหลาย ได้คัดเลือกตัดสินกันใหม่แล้ว พวกกบฏ ก็มิยอมฟัง จักเอาแต่ความต้องการของตนแต่ฝ่ายเดียว หาต้องการฟังเสียงราษฎรไม่

พวกกบฏ ซ่องสุมผู้คนที่ทุ่งพระเมรุมาหลายเพลา ก็มิทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ขึ้นในแผ่นดินได พวกราษฎรในกรุงก็มิเอาด้วย หัวหน้าพวกกบฎ และอลัชชีตัวเอ้ ร้อนใจ หากมิได้เผด็จศึกโดยไวแล้วไซร้ เสบียงที่เตรียมมาก็ร่อยหรอ มิอาจทำการนานไปได้ จักต้องเห็นผลโดยไว หัวหน้าพวกกบฏตรึกตรองดังนี้แล้ว จึ่งพยายามเข้ายั่วยุให้ เหล่าพลตระเวณ ให้ทำร้ายฆ่าฟันพวกตน หวังจักให้เกิดจลาจลขึ้นในแผ่นดิน สมัครพรรคพวกกบฏที่มิเปิดเผยตน แต่แอบซ่อนอยู่เบื้องหลังเป็นลึกลับ ก็ได้เอาดินปืนที่เตรียมไว้ ไประเบิดหน้าจวนพำนักของ หัวหน้าขุนนางอาวุโสผู้ใหญ่ ที่มีราษฎรเคารพรักมาก เพื่อจักให้ราษฎรเข้าใจผิด คิดว่าฝ่ายบ้านเมืองปองร้ายหัวหน้าขุนนางอาวุโสผู้ใหญ่ แต่ก็มิมีราษฎรปลงใจเชื่อ การการร้ายนี้

พวกกบฏ วางแผนการร้ายในค่ำคืนวันจันทร์ 14 มีนาคม นี้ โดยจักยกกำลัง เดินเท้าไปมาระหว่างทุ่งพระเมรุ กับศาลาว่าการเมือง เพื่อให้เกิดการจลาจลปั่นป่วนในระหว่างเคลื่อนย้ายผู้คนเหล่านี้ เพื่อจักได้ใส่ไคล้ กล่าวหา อัครมหาเสนาบดีว่าทำร้ายพวกตน ตามที่อลัชชีนอกศาสนา เคยทำได้ผลสำเร็จมาแล้วในกาลก่อน เมื่อหลายสิบปีล่วงมาแล้ว

ทัพหัวเมืองเข้าประชิดกรุงปราบปรามทุรยุค

การกระทำของพวกกบฏ หัวเมืองใต้ โจรโพกผ้าเหลือง และอลัชชีนอกศาสนานี้ สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับราษฎรทั่วหัวเมืองเขตแคว้น ผู้ทำมาหากินอย่างสงบสุขยิ่งนัก ราษฎรในหัวเมืองฝ่ายเหนือ ราษฎรในมณฑลอีสาน จึงรวบรวมผู้คนขึ้นเคลื่อนทัพใหญ่บ่ายหน้าเข้าสู่กรุง หวังปราบกบฏ ชั่วร้ายของแผ่นดินนี้ ให้จักสิ้นไป

ทัพอีแต๋นของหัวเมืองฝ่ายเหนือ จักมาบรรจบกับทัพเดินเท้าของมณฑลอีสาน ณ ท้องทุ่งรังสิตในไม่กี่เพลานี้ เพื่อจักสมทบกับทัพแท็กซี่ในกรุง ที่ซ่องสุมกำลังรอคอยอยู่ที่ทุ่งหมอชิตมาหลายเพลาแล้ว

ทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือ ที่ได้ดัดแปลงโคยนต์ ที่ราษฎรพากันเรียกว่าอีแต๋น ให้เป็นพาหนะเดินทางไกล จากหัวเมืองเหนือสุดที่เคยเป็นหัวเมืองล้านนา ในอดีตกาลล่วงมาแล้วนั้น เคลื่อนพลผ่านหัวเมืองรายทางได้ผู้คนที่เห็นความเดือดร้อนของแผ่นดินเข้าสมทบในกองทัพจำนวนมาก

ฝ่ายทัพเดินเท้าจากมณฑลอีสานนั้น รวบรวมผู้คนที่รักใคร่ต่ออัครมหาเสนาบดี ผู้มุทำการช่วยเหลือราษฎรอย่างมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย จนราษฎรลืมตาอ้าปากได้ มิได้ยากแค้นดังเช่นกาลก่อน ราษฎรใดป่วยไข้ก็ได้รับการรักษา ราษฎรในมณฑลอีสาน รวบรวมเป็นกองทัพ ทั้งเด็ก ชรา ผู้เฒ่าผู้แก่ ฉกรรจ์ เข้าร่วมสมทบในกองทัพเป็นอันมาก

ทัพใหญ่จากหัวเมืองทั้งสองทัพนี้ จักเข้าบรรจบทัพกัน ณ ชายพระนคร กรุงเทพทวาราวดี ณ ท้องทุ่งรังสิต เพื่อเข้าร่วม เป็นทัพเดียวกับทัพชาวพระนคร ที่เห็นการอันทุรยศ ของพวกกบฏหัวเมืองใต้ และอลัชชีนอกศาสนา ที่บ้าคลั่ง ผู้ใดว่ากล่าวก็มิยอมฟัง ราษฎรในพระนครต่างเอือมระอา จึงจัดทัพคอยท่าทัพหัวเมือง ณ ทุ่งหมอชิต มาหลายเพลาแล้ว

ฝ่ายกบฏ ก็มิหยุดใส่ไคล้ท่านอัครมหาเสนาบดี พวกพ้องตามสำนักใบบอกต่างๆ พากันบิดเบือนใบบอกยุยงให้ราษฎรหลงเชื่ออยู่เป็นเนืองนิจ แต่ราษฎรจำนวนมากก็มิได้หลงเชื่อไปตามคำของสำนักใบบอกประดานี้ ต่างต้องค้นหา เสาะข่าว เหตุการณ์เรื่องราวกันเอาเอง เป็นทุรยศอาเพศแก่แผ่นดินเป็นยิ่งนัก

กบฏเคลื่อนย้ายคน มาร้องท้าด่าทอหน้าจวน

วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม ร.ศ. 224 อันพุทธกาลล่วงมาแล้ว 2549 ชันษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ปีระกา พวกกบฏ ได้ยกพวกมาชุมนุมกันที่หัวถนนราชดำเนิน เพื่อจักยกพวก ไปยังจวนอัครมหาเสนาบดี โดยหวังไว้ว่าในระหว่างที่พวกตนเดินไปนี้ พวกพลตระเวณอาจลุแก่โทสะ เพราะเหน็ดเหนื่อย เข้าทำร้ายพวกตน พวกกบฏก็จะใช้เป็นข้ออ้างกล่าวให้ร้ายท่านอัครมหาเสนาบดี แต่กาลกลับมิเป็นดังหวัง เหล่าพลตระเวณกลับช่วยเหลือให้พวกกบฎเดินไปได้โดยสะดวกมิห้ามปรามขัดขวางแต่ประการใด เพื่อมิให้พวกกบฏยกมาเป็นเหตุโจมตีได้อีก

ในระหว่างนั้น ราษฎรผู้เคยเป็นนักชกมวยมาก่อน มีนามว่า รัตนพล ส.วรพิน ได้แสดงความกล้าหาญอุกอาจ วิ่งผ่านหน้าเหล่ากบฏโดยนำหมวกที่จารึกข้อความยกย่องท่านอัครมหาเสนาบดี สวมใส่ไปด้วย สร้างความคลั่งแค้นเดือดดาลให้แก่เหล่ากบฏเป็นยิ่งนัก แต่มิอาจทำประการใดได้ นอกจากด่าทอเป็นที่ทุเรศ ทุรยศยิ่งนัก ชาวเมืองกรุงต่างยกย่องชมเชยความกล้าหาญของราษฎรผู้นี้เป็นยิ่งนัก

ราษฎรผู้หนึ่งนาม "ปีศาจสุรา" ได้ไปชักรูป กองทัพอีแต๋นของหัวเมืองฝ่ายเหนือ เพื่อนำมาให้เหล่าชาวกรุงได้ชื่นชม ความกล้าหาญทรนงของชาวหัวเมืองที่ลุกขึ้นท้าทายเหล่าอธรรม ให้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน

กาลบัดนี้ พวกกบฏได้ย้ายที่ชุมนุมจากทุ่งพระเมรุ มายังหน้าจวนอัครมหาเสนาบดี เพื่อจักได้ด่าทอ ท้าทายให้ถนัดยิ่งขึ้นไปอีกกว่าเดิม รวมทั้งหวังว่า หากพวกตนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวกรุงมากเท่าใด ชาวกรุงก็จักเอาใจออกห่างจากอัครมหาเสนาบดีมาสนับสนุนพวกตนมากยิ่งขึ้น

เหล่าหมอโรงยา ของสำนักโรงยาข้างวัง ในเมืองกรุง ผู้ได้รับความยากลำบากจากคำสั่งของท่านอัครมหาเสนาบดี ที่ให้ช่วยเหลือแบ่งเบารักษาโรคภัยไข้เจ็บแก่ราษฎร โดยให้เก็บเงินจากราษฎรได้เพียง 30 อีแปะ มิว่าราษฎรผู้นั้นจักป่วยไข้หนักปางตายเยี่ยงไร ก็มิอาจเก็บเงินจากราษฎรได้เกินนี้ พวกหมอโรงยาจึงคลั่งแค้นยิ่งนัก จึ่งเอาใจออกห่างจากราษฎรไปเข้าข้างเหล่ากบฏ เป็นที่น่าทุเรศ อดสูเป็นยิ่งนัก

กบฏเคลื่อนย้ายคนไปมา เพื่อจักยั่วยุเหล่าพลตระเวณ

วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม ร.ศ. 224 กองทัพฝ่ายหัวเมืองได้ยกเข้ามาถึงเมืองกรุง มีราษฎรเมืองกรุงที่เห็นการอันทุรยศของเหล่ากบฎออกไปต้อนรับทัพหัวเมืองเป็นอันมาก ในการนี้ทัพหัวเมืองประกอบไปด้วยราษฎรหัวเมืองผู้รักชาติทั้งหลาย ได้จัดคนไปว่ากล่าวสั่งสอนให้ ครูใหญ่โรงเรียนกฎหมาย "ทำมะสาด" ได้เข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยว่า จักต้องเคารพเสียงของราษฎร การขอให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินพระราชทานอัครมหาเสนาบดีมาให้นั้น จักมิใช่เป็นระบอบประชาธิปไตยได้ การนี้กลับเป็นที่น่าหัวร่อมิออกร่ำไห้มิได้ เนื่องจากการกลับปรากฏว่าราษฎรหัวเมืองป่าดงเหล่านี้ กลับเข้าใจระบอบประชาธิปไตยมากกว่า ครูใหญ่โรงเรียนกฎหมายอันมีชื่อเสียงแห่งนี้ยิ่งนัก นับเป็นที่น่าอดสูยิ่ง เนื่องจากมิเคยปรากฏเยี่ยงนี้มาก่อน

ในระหว่างนี้ เหล่ากบฎได้เคลื่อนย้ายพลไปมาเพื่อยั่วยุให้พลตระเวณทำร้ายตน โดยพวกกบฎพากันยกพลจากหน้าจวนอัครมหาเสนาบดี ไปชุมนุมกันที่ "สยามอิมโพเรี่ยม" เพื่อจักให้กีดกันการเดินทางไปมาของราษฎรทั้งหลายที่ต้องเร่งรัดเดินทางไปทำงาน ณ ที่แห่งนั้น การนี้เพื่อจักสร้างความเดือดร้อนให้บังเกิดขึ้นแก่ราษฎรเหล่านี้ จักได้เป็นการบีบอัครมหาเสนาบดีทางอ้อม การกระทำของพวกกบฎเยี่ยงนี้ ราษฎรทั้งหลายในเมืองกรุงได้ด่าทอตำหนิติเตียนเป็นอันมาก ที่จักมุ่งเอาแต่เพียงชัยชำนะของตน โดยเอาความเดือดร้อนของราษฎรมาใช้ประโยชน์ การนี้หัวหน้ากบฎคนหนึ่งถึงกลับกล่าวว่า แม้นราษฎรที่จักต้องเดินทางไปรักษายังโรงยาในบริเวณนี้ จักตายไปก่อนเนื่องจากมิอาจเดินทางไปทันเพราะเหล่ากบฎขวางทางอยู่ ก็จักต้องถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ฝ่ายกบฎมิอาจรับผิดชอบได้ ความคิดเยี่ยงนี้ช่างหน้าอดสูยิ่งนัก

วันที่ 2 เมษายน ร.ศ. 224 ราษฎรทั่วแคว้นขอบขัณฑสีมา ต่างพากันไปเลือกตั้ง มีราษฎรสามส่วนในห้าส่วนทั้งขอบขัณฑสีมา พากันเลือกท่านอัครมหาเสนาบดีให้ท่านดำรงตำแหน่งต่อไป แต่กาลนี้เหล่าพวกกบฎกลับอ้างอย่างหน้าด้านว่ามีราษฎรถึงสองส่วนในห้าส่วนที่มิเอาท่านอัครมหาเสนาบดี พวกกบฎและสำนักใบบอกทั้งหลายประโคมข่าวเอาข้างน้อยข่มข้างมาก อย่างมิเคยปรากฏในแว่นแคว้นอารยชนทั้งหลายที่จำเริญแล้วกระทำ ช่างมิมีความน่าละอายใจ พวกราษฎรหัวเมืองใต้ที่เข้าข้างกบฎต่างพากันไปออกเสียงมิเอาพรรคพวกท่านอัครมหาเสนาบดี เพื่อทำให้เสียงของราษฎรที่เอาข้างท่านอัครมหาเสนาบดีมิถึงสองส่วนในห้าส่วน ซึ่งจักทำให้สภาการบริหารราชการแผ่นดินมิอาจเปิดได้ พวกกบฎและเหล่าผู้รู้หนังสือจักได้อ้างเป็นเหตุไปขออัครมหาเสนาบดีพระราชทานจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ซึ่งราษฎรทั่วไปต่างค้านว่ามิอาจรบกวนเบื้องยุคลบาทเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินได้ เนื่องจากผิดกบิลเมือง มิเคยปรากฏเช่นนี้มาก่อน แต่เหล่ากบฎ แหละเหล่าผู้ที่อ้างว่าตนรู้หนังสือดีกว่าผู้อื่นต่างก็มิฟังความ มีผู้ที่อวดอ้างตนเองว่ารู้หนังสือเหนือกว่าคนอื่นนามว่า "ชัยยะอนันไตย มหาสมุทรทวาร" กับพรรคพวก 98 คนบังอาจทำเป็นฎีกา ต่อเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเพื่อจักให้ท่านพระราชทานอัครมหาเสนาบดีให้ อันเป็นการผิดแบบแผนกบิลเมืองยิ่งนัก วันที่ 4 เมษายน ร.ศ. 224 ท่านอัครมหาเสนาบดี ประกาศผ่านตู้ภาพว่าท่านจะมิรับตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีในการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อเห็นแก่ความสงบของบ้านเมือง แม้ว่าราษฎรทั้งหลายยังคงเลือกท่านสามส่วนในห้าส่วนก็ตาม

ในวันที่ 25 เมษายน ร.ศ. 224 เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเหนือหัว ออกว่าราชการต่อหน้าขุนนางฝ่ายตระลาการว่า ให้เหล่าตระลาการหาทางช่วยเหลือสยบความวุ่นวายในแว่นแคว้นให้จงได้ หากทำมิได้ให้เหล่าตระลาการถวายบังคมลาจากขุนนางไป กาลนี้ยังทรงดำรัสอีกว่า ท่านจักมิพระราชทานอัครมหาเสนาบดีให้ ตามที่ผู้อวดอ้างตนว่ารู้หนังสือร้องขอ เนื่องจากหากทำดังนั้น หาใช่ธรรมเนียมประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่ จักเป็นระบอบมั่ว ฝืนธรรมเนียมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดั่งอาณาอารยประเทศใช้กัน ซึ่งตามธรรมเนียมนั้นราษฎรจักต้องเลือกตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีเอง หาใช่ไปรบกวนพระองค์ท่านให้พระราชทานให้ไม่ การร้องขอเยี่ยงนี้ จักทำให้ท่านเดือดร้อน มิสบายพระทัยยิ่งนัก

เหล่าตระลาการได้ฟังพระบรมราชโองการอย่างแจ้งชัด ก็ไปชุมนุมหาทางแก้ปัญหาโดยออกเป็นคำขาดของตระลาการว่า การเลือกตั้งของราษฎรในวันที่ 2 เมษายน ร.ศ. 224 นั้นเป็นโมฆะ เพราะขุนนางฝ่ายจัดการเลือกตั้ง จัดให้ราษฎรหันก้นออกมาข้างนอก ทำให้การออกเสียงมิเป็นความลับจักมีผู้แอบดูทางก้นเบื้องหลังราษฎรได้ ยังมีคำขาดจากตะลาการอีกว่า การจัดให้ราษฎรเลือกตั้งภายใน 37 วันนั้น มิถูกต้อง แม้นว่าตามกฎกบิลเมือง จักต้องให้เลือกตั้งภายใน 60 วัน นับแต่วันยุบสภาการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ตระลาการยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า 37 วัน นั้นมิถูกต้อง แต่ตระลาการก็มิบอกอีกว่า กี่วันจึงจะถูกต้อง ผู้เขียนพงศาวดารจึ่งสรุปเอาว่า ตระลาการเข้ามาแก้ปัญหานี้ ดุจดั่งลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง เพราะขุนนางฝ่ายเลือกตั้งแม้นยอมรับคำขาดของตระลาการ แต่ก็มิได้ยอมลาออกตามที่ตระลาการกระซิบบอก เพราะขุนนางผู้จัดเลือกตั้งอ้างว่าพวกตนทำตามกฎกบิลเมืองแล้ว

ณ เพลาที่เราบันทึกพงศาวดารนี้ ในวันที่ 14 พฤษภาคม ร.ศ. 224 เราก็มิรู้ว่าปัญหาของบ้านของเมืองจักมีทางออกเช่นไร วันเลือกตั้งใหม่ก็ยังมิรู้ ขุนนางฝ่ายเลือกตั้งเรียกประชุมเหล่าก็กการเมืองต่างๆ เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง หัวหน้าก๊กสะตอ ที่ได้รับฉายานามจากราษฎรทั่วแว่นแคว้นว่า "ดช.มาร์ค ม.7" ก็มิยอมเข้าร่วมประชุม อ้างว่ามิใคร่ไว้ใจ ขุนนางฝ่ายเลือกตั้ง ต้องการให้ขุนนางเหล่านี้ลาออก เพื่อคัดเลือกขุนนางใหม่ แต่การคัดเลือกขุนนางใหม่ อาจต้องใช้เวลากึ่งปี เป็นอย่างน้อย หากขุนนางเลือกตั้งมิยอมลาออก เพราะถือว่าตนมิได้ทำผิดกบิลเมืองข้อใด ก็มิมีใครบังอาจสามารถไปบังคับให้ขุนนางนี้ลาออกได้ ทางออกของบ้านเมืองจึ่งยังมองไม่เห็น ราษฎรก็แตกแยกกันวุ่นวาย ต่างมิยอมรับความเห็นของผู้อื่น เสียงข้างน้อยมิยอมรับเสียงข้างมาก จักใช้อารมณ์กิเลสของตนบังคับขืนใจเสียงข้างมากให้ได้

เรามิอยากบันทึกพงศาวดารต่อแล้ว ขอจบเพียงเท่านี้ ด้วยเกิดความรำคาญใจยิ่งนัก ที่พ่อค้าใบบอกผู้สิ้นเนื้อประดาตัวผู้เดียว กับ หัวหน้าก๊กสะตอที่ทำตัวเหมือนทารก สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองมิรู้จบ ขอฟ้าดินจงลงโทษผู้จักคิดร้ายต่อบ้านเมือง ก่อความมิสงบมิรู้สิ้น

---------------------



Create Date : 14 มีนาคม 2549
Last Update : 14 พฤษภาคม 2549 20:00:33 น. 47 comments
Counter : 1531 Pageviews.

 
สนุกดี ต่อๆๆๆๆ


โดย: bob_bob IP: 58.147.100.125 วันที่: 14 มีนาคม 2549 เวลา:8:48:10 น.  

 
เขียนด้วย อคติ แต่รู้จักใช้ถ้อยคำให้ดูเหมือนคนมีความรู้


โดย: หน่าย IP: 58.11.37.188 วันที่: 14 มีนาคม 2549 เวลา:16:02:20 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ


โดย: korata IP: 203.154.52.8 วันที่: 14 มีนาคม 2549 เวลา:16:11:28 น.  

 
เรียน ท่านเจ้าพงศาวดาร

ข้าพเจ้าไม่ใคร่แน่ใจว่า การศึกกับกบฎหัวเมืองใต้ ที่ร่วมมือกับโจรโพกผ้าเหลือง นี่ จะกินเวลาล่วงไปถึงเพียงใด

ร.ศ.224 นี้ เราท่านล้วนทราบดีว่า
บ้านเมืองเราจักต้องมี งานฉลองใหญ่เพื่อเทิดไท้แก่องค์ราชันย์...

หากทางอัครมหาเสนาบดี ยังคงทำใจเย็น
ปลดปล่อยให้เหล่าโจรผ้าเหลือง ยังหลงระเริงและสร้างความเดือดร้อน ร้าวฉานให้แก่บ้านเมืองเยี่ยงนี้

ข้าพเจ้าเห็นว่า คงจะไม่เป็นการอันดีต่อราชอาณาจักร เป็นแน่แท้

ข้พเจ้าครุ่นคิดมาหลายเพลาแล้ว พบว่า เห็นที...
ทัพใหญ่ของเหล่านักสู้กระบือเหล็กจากนครล้านนา และ ล้านช้าง
น่าจะคือทางออกหรือไร..

รบกวนท่าน วานบอก ข้าพเจ้าที



โดย: หมีPooH! IP: 203.159.36.10 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:16:09:56 น.  

 
ท่าน หมีPooH! ข้าพเจ้าก็มิทราบว่า กบฏนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด เนื่องด้วยกบฏนี้มีคุณสมบัติอันวิเศษ คือ หัวดื้อ หน้าด้าน และวาจาตะลบตะแลงเป็นเลิศ ขุนนางอาวุโสผู้ใด แม้แต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินกล่าววาจาเยี่ยงไร พวกกบฏ ก็บิดเบือนวาจาเข้าข้างพวกตนหมดสิ้น ขื่อแปรบ้านมืองก็มิสนใจ

ครั้นจะปราบปรามให้เป็นสาหัส ก็มิอาจทำได้ เพราะจักต้องคำนึงถึงเมตตาธรรม มิอาจทำร้ายผู้หลงผิดให้ได้

ในความเห็นของข้าพเจ้า คาดว่า คงต้องปล่อยให้กบฎเหล่านี้ ดิ้นรนจนเหน็ดเหนื่อยท้อถอยไปเอง ว่าการมิได้เป็นไปดั่งใจตน การขนผู้คนมาก็ใช้เงินทองมากมาย พวกกบฎ คงมิร่ำรวยจนสามารถแจกจ่ายเงินทองได้โดยมิมีวันหมดสิ้น


โดย: ประชาชน IP: 131.227.231.92 วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:5:41:47 น.  

 
เห้นมีบทความดีๆ มาตลอด เข้ามาเยี่ยมครับ

และขออนุญาต นำลิงค์ของคุณประชาชนไทย ไปแปะใน เว็บของผมด้วย จะได้อ่านได้สะดวกหน่อย.......




โดย: gmat032 IP: 218.226.245.177 วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:6:30:43 น.  

 
โถ คุณประชาชนคนไทยอุตสาห์แต่งซะเหมือนพงศาวดาร ไอ้เวรตะไล แมร่ง
เมื่อไหร่จะตาสว่างซะที ขอให้ท่านแต่งพงศาวดารต่อไปเรื่อยๆนะ กว่ามรึงจะรู้
ตัวสงสัยเมืองไทยจะเหลืออะไรให้พอเป็นสมบัติของคนไทยบ้างวะ สงสัยจะเป็น
เมืองขึ้นของสิงคโปร์หมดแล้ว ก็ไอ้หน้าเหลี่ยมมันโกงไปขายแล้วแดรกค่า comเข้ากระเป๋ามันเองหมด แต่ก็น่าเห็นใจมันอยู่นะแบบว่ามันยังจนอยู่นะ


โดย: jewaros IP: 202.57.171.209 วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:20:19:12 น.  

 
ข้อเขียนโดนใจ


โดย: หมูยิ้มยาก IP: 58.8.72.114 วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:10:07:22 น.  

 

มาแจ้งให้ทราบว่าได้อ่านบันทึกแล้ว...

และขอลงนามรับรองว่าเป็นบันทึกเหตุการณ์ของสยามประเทศที่ถูกต้อง ที่เกิดขึ้น ณ ห้วงเวลานี้....ในสายตาของ
ข้าพเจ้า อีกคนหนึ่ง


โดย: ก้อนหินสีชมพู IP: 125.25.10.204 วันที่: 18 มีนาคม 2549 เวลา:16:00:09 น.  

 
ลุรัตนโกสินทร์ศก 224 ราชบัณฑิต บัณฑิต พ่อค้า ประชาราชย์ในนครหลวง ร่วมชุมนุมกล่าวโทษและขับไล่อัครมหาเสนาบดีผู้มีพฤติกรรมที่ชวนสงสัยว่าทุรยศต่อแผ่นดิน ฝักใฝ่ขายสมบัติชาติแก่สิงค์ปุระ เยี่ยงพระยาจักรีในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหินธราธิราชที่เปิดประตูพระนครอยุธยาให้อ้ายพม่ารามัญเข้าเมืองจนแผ่นดินศรีอยุธยาสิ้นเอกราชเป็นเมืองขึ้นแก่พระเจ้าบุเรงนอง

อันตัวอัครมหาเสนาบดีผู้นี้ ตลอดเวลา 5ปีที่กุมอำนาจกอบโกยเงินหลวงเข้าสมบัติส่วนตัวเป็นจำนวนล้านๆโกฏิและยังมิพอ กลับเอาสนธิสัญญาขายชาติเสรีเร่ขายกับนานาประเทศเพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว โดยปราศจากการปรึกษามุขมนตรี พฤติสภา ราชบัณฑิตและประชาชน ใช่แต่เพียงเท่านั้นอ้ายทุรยศผู้นี้กลับเอาสมบัติชาติชิ้นสำคัญไปเร่ขายแก่สิงค์ปุระโดยยักยอกเอาเงินที่ได้เป็นของส่วนตัว

นับตั้งแต่ ร.ศ. 219 พระเจ้าแผ่นดิน ส่งสัญญาณมาหลายเพลาให้อ้ายทุรยศถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งไป เพื่อรักษาแผ่นดินให้มั่นคงและรักษาพระมนูศาสตร์ให้ดำรงคงมั่น แต่อ้ายทุรยศยังพาซื่อกอดกกตำแหน่งไม่ยอมออกเพียงเพื่อเอาเงินสินบนขายชาตินับล้านโกฎิขนถ่ายย้ายไปไปต่างแดน

เมื่อ ราชบัณฑิต บัณฑิต พ่อค้า ประชาราชย์ในนครหลวง ร่วมชุมนุมกล่าวโทษและขับไล่ อ้ายทุรยศผู้ดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดี กลับเอาเศษเงินหลวงหว่านดึงเอาชาวบ้านหัวเมืองเข้านครหลวงเพื่อปะทะกับราชบัณฑิต กลุ่มพ่อค้า ประชาราชย์ในนครหลวง โดยหมายให้เกิดจลาจล ตนเองจะได้ล้างผลาญพวกที่คิดแข็งข้อ เลียนเยี่ยงตั้งโต๊ะมหากังฉินในปลายแผ่นดินฮั่น ผู้นำทัพหัวเมืองเข้ามายึดครองนครหลวงเพื่อให้แผ่นดินของพระเจ้าเหี้ยนเต้สั่นคลอน อ้ายทุรยศมีแผนเลียนเยี่ยงตั้งโต๊ะข่มเหงพระเจ้าแผ่นดินหรือไม่ ไม่มีผู้ใดทราบ แต่จากการกระทำที่เหิมเกริมท้าทายพระราชอำนาจหลายเพลา ถ้าปวงประชาไม่รวมตัวกันโค่นล้ม แผ่นดินจะวิปริตผันแปรไปเพียงใด ผู้กล้าและผู้มีปัญญาทั้งหลาย คิดการสิ่งใดเพื่อแผ่นดินจงเร่งคิดเร่งดำเนินการเถิดอย่าปล่อยให้มหากังฉินครองเมือง ข่มเหงพระเจ้าแผ่นดิน เบียดบังไพร่ฟ้าประชาราชย์และทอนพลเมืองให้เป็นทาสสิงค์ปุระ



โดย: หลวงพิทักษ์สยาม IP: 210.213.5.238 วันที่: 22 มีนาคม 2549 เวลา:9:53:59 น.  

 




โดย: ...... IP: 161.200.26.178 วันที่: 27 มีนาคม 2549 เวลา:21:22:05 น.  

 
ตายตามทักษิณไปหรือยัง ไม่เห็นมาเขียนเชลียร์ หลายวันแล้ว ถ้ากลับใจแล้วก็ อนุโมธนาสาธุด้วย


โดย: ฟักแม้ว IP: 125.25.133.28 วันที่: 30 มีนาคม 2549 เวลา:1:08:55 น.  

 
"หลวงพิทักษ์สยาม"

พงศาวดารของท่าน ลอกเลียนความคิดของผู้อื่น เป็นที่น่าอดสูยิ่งนัก ความกล่าวหาของท่านต่อท่านอัครมหาเสนาบดี ก็เต็บไปด้วยถ้อยคำใส่ไคล้ตลบตะแลง เช่นที่พวกกบฏใช้

ชรอยท่านจะเป็นพวกกบฏอีกผู้หนึ่ง คงคลั่งแค้นในพงศาวดารของข้าพเจ้าที่ เสียดแทงจิตใจของท่านยิ่งนัก จิตใจของท่าน เต็มไปด้วยความเกลียดชังอันชั่วร้าย วาจาถ้อยคำจึงเป็นไปด้วย สำนวนโวหารที่มิอาจหา "หลักฐานใด" มาสนับสนุนได้

แต่ข้าพเจ้าคงมิอาจโกรธท่านได้ เพราะท่านหลงผิดเชื่อถ้อยยุยงกล่าวร้าย จากเจ้าของร้านใบบอกที่สิ้นเนื้อประดาตัว กับสาวกอลัชชีนอกศาสนา ทำให้ความคิดทั้งปวงถูกกบฏครอบงำไปจนหมดสิ้น



โดย: ประชาชน(ไทย) IP: 131.227.231.92 วันที่: 31 มีนาคม 2549 เวลา:7:08:10 น.  

 
ว่าจะเข้ามาดูนานแล้ว...

เผลอแป้บเดียว

โอ้โห...

ขยันเขียนจังเลยค่ะ

ข้อมูลแยะมาก : )


โดย: Badboy วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:4:48:08 น.  

 
ข้อมูลโง่ๆ ใครที่มันเลือกไทยรักไทยพรุ่งนี้ของให้มันรับผลกรรมการขายชาติ ตกตามท่านผู้นำสมเด็จทักษิณกะโปโตก นะจ้ะ


โดย: ceososhit IP: 124.121.162.24 วันที่: 2 เมษายน 2549 เวลา:2:16:16 น.  

 
หายไปไหนครับ หรือว่าเค้าเลิกจ้างแล้ว


โดย: ห IP: 221.128.104.218 วันที่: 5 เมษายน 2549 เวลา:2:39:26 น.  

 
ประชาชน(ไทย) เอย จงฟังข้าก่อน....

โวหารของข้า เป็นการสรุปคำกล่าวหา รักษาการอัครมหาเสนาบดี เช่นเดียวกับท่านที่สรุปข้อความของทาสรับใช้รักษาการอัครมหาเสนาบดีเช่นกัน

ท่านว่า.. โวหารข้า เชื่อฟังพวก กบฎ.. โวหารท่านก็เชื่อฟังทรราชย์ ปราศจาก โยนิโสมนสิการ

ประชาชน(ไทย) ท่านเป็นผู้มีปัญญาสูง จงเร่งพิจารณาเหตุการณ์ตามจริง รักษาการ อัครมหาเสนาบดีของท่านจริงใจต่อไพร่ฟ้าภาคอีสาน หรืออาศัยพวกเขาเป็นเครื่องมือในการยักยอกทรัพย์แผ่นดิน ขายชาติแก่สิงค์ปุระ และเร่ทำสัญญาขายชาติเสรีโดยปราศจากการปรึกษาพฤติสภา มุขมนตรี ปราชญ์ ตามธรรมเนียมบริหารการแผ่นดิน...


โดย: หลวงพิทักษ์สยาม IP: 210.213.5.238 วันที่: 7 เมษายน 2549 เวลา:15:58:13 น.  

 
อยากให้คุณประชาชน(ไทย)เล่าเรื่องพงศาวดารจีนหรือ
ประวัตฺศาสตร์จีนค่ะ เล่าให้ฟังได้ไม๊คะ


โดย: คิกูยุ IP: 61.7.142.6 วันที่: 18 เมษายน 2549 เวลา:20:51:02 น.  

 
คุณ คิกูยุ ประวัติศาสตร์จีนยาวมาก คิดว่าลองค้นในห้องสมุดก็คงมีครับ ในอินเตอร์เนต ผมก็เห็นคนลงไว้ครับ

แต่เพื่อนชาวจีนแผ่นดินใหญ่ผมเขาบอกว่า คนจีนมีความเชื่ออย่างหนึ่งคือ

"หากคนจีนติดต่อกับชาติอื่นก็จะเผยแพร่วัฒนธรรม ความความเชื่อของตนให้ชาติอื่น หากชาตินั้นรับคนจีนก็จะถือว่าชาตินั้นเป็น อารยชนหรือเจริญแล้ว เขาก็จะคบหาอย่างเพื่อน ให้เกียรติ หากไม่รับ เขาก็คิดว่าชาตินั้นป่าเถื่อน ไม่น่าคบ และจะไม่สนใจครับ"

คือ ทั้งขึ้นทั้งล่อง จีนจะไม่บุกชาติอื่น นอกจากดินแดนเขาทุกวันนี้ครับ เพราะเขาเชื่อใน "ความบริสุทธิ์ของชาติพันธุ์" ของเขา

เพื่อนเล่าให้ผมฟังว่า สมัยโบราณ จีนมีกองทัพเรือที่ใหญ่โตมาก (อันนี้จริง ผมจำชื่อแม่ทัพเรือที่โด่งดังของจีนไม่ได้แล้ว) เคยเดินทางไปถึงอเมริกาชาติแรก และถึงอเมริกาชาติแรก แต่จักรพรรดิจีน มีแนวคิดว่า จะขยายดินแดนจีนนอกเหนือจากที่มีอยู่ขณะนี้หรือไม่ หมายถึงเข้าไปปกครองชาติต่างๆ เหล่านั้น แล้วได้ข้อสรุปเรื่อง Purify ว่าต้องการให้จีนบริสุทธิ์ ก็เลยเผากองเรือทิ้งทั้งหมด

ผมสรุปว่า จีนในใหญ่เกินไปอยู่แล้ว เมื่อจีนเข็มแข็ง ความเสื่อมจะเริ่มเกิดขึ้นจากภายใน และค่อยๆ ลามทำให้จีนเสื่อมอีก เป็นแบบนี้สลับกันไปในประวัติศาสตร์ของเขา

หากจีนจะบุคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เอาเป็นอาณานิคม ก็คงทำได้ในสมัยก่อน หรือในสมัยนี้ แต่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับเขามากนัก เพราะความแตกต่างทางภาษา วัฒนธรรมมีสูงมาก จะทำความวุ่นวายให้เขามากกว่า

ตัวอย่างเจ้าอาณานิคม เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส ที่มีคนแอฟริกาผิดดำ หรืออินเดีย เข้าไปอยู่ในประเทศจำนวนมาก (ฝรั่งเศสคนว่ามีเชื้อสายแอฟริกาถึง 20% แต่ผมไม่มีข้อมูล) เพราะไปยึดอาณานิคมมาก ทำให้ปัจจุบันมีปัญหาพอสมควร


โดย: ประชาชนไทย IP: 131.227.231.92 วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:22:06:53 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: คิกูยุ IP: 61.7.130.147 วันที่: 20 เมษายน 2549 เวลา:11:20:04 น.  

 
น้ำเหลียงจุ้ย คืออะไร ทำยังไงคะ ได้ยินโฆษณาจากวิทยุ
กรุณาตอบด้วยนะคะ


โดย: คิกูยุ IP: 61.7.130.143 วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:16:04:18 น.  

 
คุณ คิกูยุ ไม่รู้จักครับ น้ำเหลียงจุ้ย


โดย: ประชาชนไทย IP: 131.227.122.76 วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:19:39:32 น.  

 
อยากรู้ส่วนผสม อยากทำขายน่ะค่ะ พี่รู้ส่วนผสมมั๊ยคะ


โดย: คิกูยุ IP: 61.7.142.179 วันที่: 22 เมษายน 2549 เวลา:12:41:06 น.  

 
เนื้อหาดี สนุก


โดย: ริกะ IP: 61.7.142.205 วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:19:44:54 น.  

 
ตัดสินจำคุกฉีกบัตรเลือก ส.ว.
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พิจิตรว่า นายรติปกรณ์ จงอุส่าห์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพิจิตร ได้ขึ้นบัลลังก์ศาลพิจารณาคดีที่ นายอารัชฏ์ ทีวงศ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 999 หมู่ 10 ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) ต.เขาทราย ได้ฉีกบัตรเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 ต.เขาทราย


โดยศาลได้อ่านคำพิพากษาตัดสินให้ นายอารัชฏ์ ทีวงศ์ จำเลย รับโทษจำคุก 2 เดือนไม่รอลงอาญา แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญา และตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี โดยระบุว่าจำเลยจงใจ และเจตนาฉีกบัตรเลือกตั้ง ทั้งที่จำเลยมีตำแหน่งทางการเมืองและมีความรู้ มีการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท และมีวุฒิภาวะ จึงพิจารณาให้มีความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ. เลือกตั้ง
อย่างไรก็ตามนายอารัชฏ์ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ประกันตัวออกไปเพื่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป
http://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?Newsid=86138&NewsType=1&Template=2


โดย: อออ IP: 131.227.122.76 วันที่: 27 เมษายน 2549 เวลา:17:12:46 น.  

 
จขกท เขียนสนุกดีครับ แล้วผมก็เห็นด้วยกะที่เขียนงับ
สู้งับๆ


โดย: *-* IP: 124.121.174.162 วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:57:12 น.  

 
ชอบนะ แต่มันยังมีอะไรที่ยังไม่ครบถ้วนเท่าไหร่
มันขาด การใช้ยุทธวิธีโจรจับโจรอยู่นะ ไทกอนะ


โดย: ปลาน้ำร้อน (ปลาน้ำร้อน ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:19:17 น.  

 
ทรชน ทรราช อ้างอยู่ ข้างฟ้า
ศรัทธา ประชา ตีกลับ
การใหญ่ คิดไว้ ฟ้ามีตา
ขายชาติ ประชา ไทยสิ้น

เสนอโปรเจค ตระกูลลี
คดีเดียว ควรเฉือนเจี๊ยวทั้งตระกูล
ไม่มีคุณ สำนึก ยังฝืนฟ้า
ส่งลิ่วล้อ ต่อว่า ฟ้าระทม

ถึงวันฟ้าสีทอง ผ่องอำไพร
ชาติไทย ยังคงรุ่งประเทือง
กำจัดโจร มือถือ สีเหลือง
ความรุ่งเรือง กลับสู่ชาติไทย


โดย: ฟ้าประทาน IP: 124.121.5.185 วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:07:17 น.  

 
อันการที่ท่านออกหลวงได้บันทึกเล่าไว้เป็นพงศาวดาร ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นคุณแก่บ้านเมืองนัก เนื่องว่าจะได้เป็นประจักษ์หลักฐานไว้ในแผ่นดิน ถึงช่วงเวลาอันเป็นทุรยุคนี้

และข้าพเจ้านี้ก็มีความวิตกในอกอยู่เสมอมิได้ขาด ด้วยว่าแผ่นดินเป็นจราจลด้วยเหล่าโจรโพกผ้าเหลืองและมารนอกศาสนาที่คอยยุยงอาณาประชาราษฎร์ให้แตกความสามัคคีและท่านอัครมหาเสนาบดี ก็เห็นจะท้อแท้หวั่นไหวไปกับภัยแห่งทุรชนที่มาโจมตี

ข้าพเจ้าก็หวังแต่จะมีปาฎิหารย์หรือปรากฎการณ์อันใดที่นำพาแผ่นดินให้พ้นยุคเข็ญไปได้
เมื่อใดหนอที่แผ่นดินจะเป็นปกติ สงบร่มเย็นดังที่เคยเป็น เมื่อใดที่ฟ้าดินจะพิฆาตเหล่าหัวหน้าโจรกบฎให้ดับสูญสมกับความชั่วที่ได้ทำต่อบ้านเมือง

ใจของข้าพเจ้านั้นเป็นทุกข์นัก ด้วยรักในน้ำใจของท่านอัครมหาเสนาบดีที่รักใคร่ช่วยเหลือต่อเหล่าผู้ยากไร้ขัดสน ด้วยว่าที่ผ่านมายังมิมีผู้ใดที่จะเอาใจใส่ในการณ์เหล่านี้เช่นอัครมหาเสนาบดีผู้นี้ หากแต่เกรงว่าท่านจะพ่ายแพ้แก่ภัยพาลในครั้งนี้

และครั้งนี้แผ่นดินแตกแยก แบ่งเหนือแบ่งใต้ อย่างมิเคยมีมาก่อน ด้วยเหตุแห่งความเป็นเสนียดจัญไร ไอ้โกตั๊บ ขบถโพกผ้าเหลือ และไอ้ลอง ผีบุญใจบาปที่มากับเจ้าสำนักของมัน ข้าพเจ้าเห็นว่าประชาชนในแผ่นดินต้องร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้และขับไล่เอาสิ่งกาลกิณีเหล่านี้ออกจากไปจากแผ่นดินใหได้

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าขอขอบใจในน้ำใจของท่านออกหลวงนัก ที่ท่านได้เป็นธุระ ทุ่มเทความคิด บันทึกพงศาวนี้เป็นให้เราเหล่าข้าแผ่นดินได้ตระหนักระลึกในวิบัติภัยแห่งหายนะในครั้งนี้

ซึ่งในการณ์นี้เหล่าบรรดาอาณาประชาราษฎร์ที่มีสติรู้เท่าทัน ตัวกาลกิณีทั้งสองนั้น และต้องร้อนใจที่จะออกมากระทำสิ่งที่ถูกต้องในปรากฎในแผ่นดิน บ้านเมืองนี้ผ่านภยันอันตรายมากนัก กว่านักแล้ว สำมะหาอะไร กับตัวจัญไรสองที่ทำให้บ้านเมืองล่มจมนี้ที่พวกเราจะขับไล่มิได้

ด้วยความรักในน้ำใจของท่านนัก


โดย: พระนายแสนศึกสะท้าน IP: 58.10.93.56 วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:07:34 น.  

 
จมื่นแสนศึกสะท้าน สำนวนท่านมิเบาเลย


โดย: ประชาชน(ไทย) IP: 131.227.231.168 วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:49:33 น.  

 
สนุกมากเลย จะมาติดตามอ่านต่อ...ทั้งของท่านเจ้าพงศาวดาร ฉบับ พิศดาร และทั้งของพระนายแสนศึกสะท้าน แต่ของหลวงพิทักษ์สยาม คงไม่อ่านละนะ เพราะแกอยู่ข้างฝ่ายกบฏ รอแก เปลี่ยนใจหันมาช่วยชาติเสียก่อน ค่อยว่ากัน


โดย: Hamster IP: 58.9.141.129 วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:1:19:11 น.  

 
"กบฎหัวเมืองใต้ร่วมมือกับโจรโพกผ้าเหลือง ทำการร้ายต่อบ้านเมือง"
ทั้งกบฏและโจรโพกผ้าเหลืองหากจับตัวได้้ต้องนำตัวไปตัดหัว7ชั่วโคตรถึงจะสาสมกับความผิดที่พวกมันได้ก่อขึ้น


โดย: เกลอแก้ว วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:1:25:28 น.  

 
ชอบพงศาวดารนี้ที่ท่านรวบรวมไว้ได้อย่างน่าสนใจทีเทียว ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ให้คนไทยที่ยังไม่ทราบความเป็นไปที่แท้จริงได้รับทราบกันถ้วนหน้านะคะ และขอขอบคณไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


โดย: miaumiau IP: 195.93.60.72 วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:10:51 น.  

 
ตามสบายครับคุณ miaumiau


โดย: ประชาชนไทย IP: 131.227.231.168 วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:3:08:19 น.  

 
มาแสดงความชื่นชมในความสามารถทางกวีของท่านเจ้าของเว็บนี้ ท่านประชาชนไทย ที่นับถือ อ่านแล้วได้อารมณ์บ้านเมืองและความจงรักภักดีที่หนักแน่นของคนสมัยโบราณมาก

จะติดตามผลงานต่อไปครับ



โดย: jadej IP: 58.8.33.118 วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:08:27 น.  

 
ภาษาสวยแต่ดูก็รู้ว่าความรู้มีอยู่แค่นิด แต่ขยั้นขยันเขียน


โดย: 0-0 IP: 202.5.84.22 วันที่: 18 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:40:48 น.  

 
อิอิ....แอบย่องเงียบ.....มาเยี่ยมชมค่ะ!!!


โดย: ป้านินจาฯ IP: 124.120.1.115 วันที่: 19 พฤษภาคม 2549 เวลา:7:32:06 น.  

 
แอบมาเที่ยวเดี๋ยวก็กลับ


โดย: ฐานันดรที่โหล่ IP: 124.120.95.45 วันที่: 6 มิถุนายน 2549 เวลา:22:53:23 น.  

 
ดีจัง


โดย: ไม่รู้ IP: 203.156.145.53 วันที่: 18 มิถุนายน 2549 เวลา:15:08:34 น.  

 
มีสิ่งดีดีกอไม่บอก...........


โดย: คนสวย IP: 203.156.145.53 วันที่: 18 มิถุนายน 2549 เวลา:15:13:40 น.  

 
มีสิ่งดีดีกอไม่บอก...........


โดย: คนสวย IP: 203.156.145.53 วันที่: 18 มิถุนายน 2549 เวลา:15:14:05 น.  

 
มีสิ่งดีดีก็ไม่บอก...........


โดย: คนสวย IP: 203.156.145.53 วันที่: 18 มิถุนายน 2549 เวลา:15:19:07 น.  

 
มีสิ่งดีดีก็ไม่บอก...........


โดย: ๕ IP: 203.156.145.53 วันที่: 18 มิถุนายน 2549 เวลา:15:22:43 น.  

 
มีสิ่งดีดีก็ไม่บอก...........


โดย: ๕๕ IP: 203.156.145.53 วันที่: 18 มิถุนายน 2549 เวลา:15:23:15 น.  

 
มีสิ่งดีดีก็ไม่บอก...........


โดย: ๕๕๕ IP: 203.156.145.53 วันที่: 18 มิถุนายน 2549 เวลา:15:23:16 น.  

 
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y4475781/Y4475781.html

ดีค่ะ
หนูไปเห็นในพันทิพย์ว่าคุณบอกว่าสาขาธรรมกายเชื่อว่ามีทางลัดไปนิพพานโดยไม่ใช่ทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แท้จริงน่ะค่ะ

อยากคุยด้วยค่ะ
เพราะหนูก็เข้าวัดนี้ และฟังธรรมจากวัดนี้ ประกอบกับการค้นคว้าส่วนตัวอยู่บ้างนะคะ
และวัดก็สอนตามแบบเถรวาทค่ะ

muralath2@hotmail.com
add มาคุยกันนะคะ
แลกเปลี่ยนทัศนคติกันค่ะ


โดย: วิว IP: 61.19.188.68 วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:18:31:08 น.  

 
หลวงพิทักษ์สยามสู้ ๆๆๆ


โดย: ตาล IP: 58.10.167.196 วันที่: 12 กันยายน 2549 เวลา:13:08:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ประชาชน(ไทย)
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




= "http://www.bloggang.com/data/close2heaven/picture/1128808498.gif"; document.images[0].width =169; document.images[0].height =137
Friends' blogs
[Add ประชาชน(ไทย)'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.