หญิงสาวกะความฝันและความจริง..
 

            หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งจิบกาแฟ ทำท่าทางดูเหมือนไม่สนใจใคร แต่ก็เหลือบมองคนอื่นเป็นระยะ ๆ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านเกิดของหล่อนเอง แต่ดูเหมือนหล่อนจะไม่คุ้นเอาเสียเลย ผู้คนพลุ่กพล่านและมีแต่ชาวต่างชาติ

 

. “ รับอะไรเพิ่มไหมค่ะ” พนักงานหนุ่มเสริฟถามหญิงสาว หล่อนยิ้มสวยที่มุมปากและสั่นศรีษะ เป็นเชิงว่าไม่ต้องการอะไรเพิ่มเติม เธอหันไปมองรอบ ๆ โต๊ะ ที่คุยกันเสียงดังซึ่งไม่มีภาษาไทยเลย และมีกลิ่นควันบุหรี่ฟุ้งกระจายมาบางครั้ง ถ้าเป็นเมื่อก่อน หล่อนคงลุกหนีไปแล้ว แต่ว่า ณ วันนี้ หล่อนยังนั่งอยู่ที่เดิม

 

          ชีวิตมันดูตลก แต่ก็ขำไม่ออก “จิตใจ” ที่อยู่ข้างในตัวตนของมนุษย์ทุกคนนั้น ช่างยากแท้ในการหยั่งถึงเหลือเกิน แม้กระทั่ง “จิตใจ” ของตัวเจ้าของเอง หล่อนเคยมีความฝันที่จะมุ่งตรงไปยังฝั่งพระนิพพาน ใช้เวลาเคี่ยวกรำฝึกฝนตนเองมาเป็นเวลานมนาน จนย่างเข้าวัยกลางคน ด้วยหวังวันหนึ่งจะได้ออกบวช ปฏิบัติธรรม และศึกษาพระธรรมอย่างรู้แจ้งเห็นจริง และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสเข้าใจถึงแก่นธรรม มีปัญญา มีดวงตาเห็นธรรม แล้วดูสิ ตอนนี้หล่อนมานั่งอยู่ที่ไหน.. สถานที่แบบนี้คนทั่วไปอาจจะเรียกว่าสถานบันเทิงเหรอ หรือ เป็นร้านอาหาร หรือ เป็นผับ เป็นบาร์ เป็นอะไรดีละ หรือเป็นสถานที่อโคจร ซึ่งตัวหล่อนเองคงไม่ย้ำกรายแน่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ซึ่งก็คือเมื่อวานเป็นต้นไป

 

            หล่อนยังนั่งมองเหม่อ ๆ จิบกาแฟรสขมดำเข้ม ณ ใกล้เวลาพลบค่ำ หลายร้านเริ่มทยอยเปิด ส่วนใหญ่ก็เป็นร้านบาร์เบียร์ ฝรั่งกลุ่มใหญ่โต๊ะข้าง ๆ นั่งคุยกันเสียงดัง หัวเราะกันสนุกสนาน เหมือนมีความสุขกันซะเหลือเกิน ดูจากปริมาณโต๊ะนั่งในร้านนี้ก็เกือบเต็มแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าในร้านก็เป็นคนต่างชาติทั้งหมด 1 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นคนไทย ก็คือหล่อนนั่นเอง นั่งคนเดียวซะด้วยสิ แต่หล่อนก็หาสนใจใครไม่ ยังคงจิบกาแฟแก้วเดิม หยิบมือถือมาดูเป็นบางครั้ง ฟังเพลงที่ร้านเริ่มเปิดเพื่อเรียกลูกค้าในยามค่ำคืนนี้

 

            “น้อง ๆ ขอเบียร์ขวดหนึ่ง” หล่อนร้องขอเด็กเสิร์ฟ  “ครับ รอสักครู่ครับ” พนักงานเสิร์ฟรีบกุลีกุจอเข้ามารับออเดอร์ของหล่อน และกลับไปนำเบียร์ และแก้วมาวาง พร้อมรินให้หล่อนเรียบร้อย  หล่อนจ้องมองแก้วเบียร์และครุ่นคิดภายในใจ “ฉันกำลังทำอะไรลงไป.. ตอนนี้ฉันมีสติหรือไม่..อะไรทำให้ฉันมาที่นี่ ฉันมาหาอะไร ๆ ที่ทำให้ฉันสับสน เลิกบนเส้นทางที่ฉันฝัน” หล่อนคิดพลางยื่นมือไปจับแก้วเบียร์ ความเย็นเฉียบของเบียร์ทำให้หล่อนหนาวยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ จนขนหัวลุก หล่อนยังคงไม่ปล่อยมือจากแก้วเบียร์ หล่อนบีบแก้วเบียร์ให้แน่นขึ้นเหมือนจะให้มันแตกคามือ “ฉันไม่รู้สึกอะไร ฉันไม่ทุกข์อะไร ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันมีสติ ฉันมีความคิด และที่ฉันมาที่นี่ ก็ฉันตั้งใจจะมา ใช่จะมาเพื่อคลายเหงา ใช่จะมาเพื่อหาใคร แต่ฉันก็แค่อยากมา มาทำอะไรที่ฉันไม่เคยทำ” หล่อนยังคงครุ่นคิดเถียงตนเองภายในใจของหล่อน “ศีล 5 ข้อ เอ..มีอะไรบ้างนะ..

 

ข้อ 1. ไม่ฆ่าสัตว์

 

            บุคคลใดฆ่าสัตว์เป็นอาจิณ จะทำให้อายุสั้น หรือ ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ บ่อยๆ ร่างกายไม่แข็งแรง

 

ข้อ 2. ไม่ลักทรัพย์

 

            บุคคลใดลักขโมยของคนอื่น จะทำให้ทำสิ่งใดก็ไม่เจริญ หรือถูกขโมยกลับ หรือสูญทรัพย์โดยเปล่า

 

ข้อ 3. ไม่ผิดลูกผิดเมีย/สามีคนอื่นหรือพ่อแม่ไม่อนุญาต

 

            บุคคลใดผิดศีลข้อนี้ก็จะทำให้ไร้คู่ ตกนรกทั้งเป็นเพราะจิตมีแต่ความรุ่มร้อน

 

ข้อ 4. ไม่พูดปดมดเท็จ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดสิ่งที่ไม่เป็นจริง

 

            บุคคลใดผิดศีลข้อนี้ จะทำให้เป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ และด้วยปากอาจจะนำพาเรื่องร้าย ๆ มาให้

 

ข้อ 5. ไม่ดื่มสุรา/แอลกอฮอล์

 

            บุคคลใดผิดศีลข้อนี้ จะทำให้ไม่มีสติ สุดท้ายศีลสี่ข้อที่เหลือก็สามารถทำผิดได้ทุกอย่าง

 

...เออ..หนอก็ท่องและรู้หมดนะ ว่าดื่มเบียร์ผิดศีล..แต่เราก็ยังสั่งมันมาดื่ม” หล่อนคิดในใจ แต่ในทางกลับกันมือของหล่อนซึ่งจับแก้วเบียร์ไว้แน่นนั้น ก็ยกแก้วเบียร์ขึ้น

 

            “ขอโทษครับ ตรงนี้มีคนนั่งหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้น ทำให้หล่อนตื่นจากภวังค์  รีบวางแก้วเบียร์ลง และเงยหน้าขึ้นตามเสียงนั้น “อ่อ..ไม่มีค่ะ” หล่อนตอบเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว “ขอนั่งตรงนี้ด้วยคนได้ไหมครับ พอดีโต๊ะอื่นเต็มหมดแล้วครับ” หนุ่มฝรั่งคนเดิมยังพูดต่อ หล่อนหันมองไปรอบ ๆ ร้าน ซึ่งตอนนี้เปิดไฟประดับอย่างสวยงาม และทุกโต๊ะก็ไม่มีที่นั่งเหลือเลย “แล้วคุณมากี่คนค่ะ” หล่อนถาม “ผมมาคนเดียวครับ” หนุ่มฝรั่งตอบหล่อน “โอเค..คุณนั่งตรงนี้ได้ค่ะ” หล่อนพูด “ขอบคุณมากนะครับ”

 

            หล่อนรู้สึกเขินเล็กน้อยที่มีคนอื่นมานั่งอยู่ด้วย นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่หล่อนไม่มีเพื่อนชายมานั่งจิบกาแฟที่ร้านแบบนี้ ไม่ใช่แค่กาแฟแล้วสิ ตอนนี้หล่อนสั่งเบียร์มาแล้วนี่..ในขณะที่หล่อนกำลังจะตกเข้าสู่ห้วงความคิดของหล่อนอีกครั้ง ก็มีเสียงทุ้ม ๆ แทรกเข้ามาในโสตประสาทของหล่อน “ขอโกโก้ร้อน แก้วหนึ่งครับ” สิ่งที่หนุ่มฝรั่งออเดอร์ทำให้หล่อนต้องหยุดความคิด แล้วเงยหน้ามองหนุ่มฝรั่งคนนั้นอย่างชัดๆ คนบ้าอะไร พลบค่ำกับเสียงดนตรียามค่ำคืน ไม่มีโต๊ะไหนไม่สั่งเบียร์มาดื่ม ทำไมเค้าถึงสั่งโกโก้ร้อน หล่อนนึกขำ ๆ ในใจ และโดยไม่ตั้งใจหล่อนก็สังเกตหน้าตาเค้าอย่างถ้วนถี่..หน้าตาก็ไม่ขี้เหร่นะเนี่ย คมเข้มไม่เหมือนฝรั่งทั่วไป ตาสวยเชียว โอ้ย..แพ้คนตาสวย หล่อนแอบเพ้ออยู่คนเดียว โดยไม่รู้ตัวว่าตาหล่อนมองจ้องหนุ่มฝรั่งอย่างไม่กระพริบ “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อพอล มาจากอังกฤษ ..คุณชื่ออะไรครับ” เสียงดังกล่าวทำเอาหล่อนสะดุ้ง จนมือไปปัดแก้วเบียร์ล้มแตกกระจาย “เอ่อ..ขอโทษด้วยนะคะ” หล่อนละล่ำละลักพูด และเรียกพนักงานเสิร์ฟ เช็ดโต๊ะพร้อมเก็บเศษแก้วเบียร์ “คุณจะสั่งเบียร์เพิ่มไหมครับ” พนักงานเสิร์ฟถาม “อ่อ..ไม่แล้วค่ะ” หล่อนตอบ “เอ่อ..น้อง ๆ เก็บเงินด้วยค่ะ” หล่อนบอกพนักงานเสิร์ฟ แต่ก็ยังไม่มีพนักงานเสิร์ฟคนไหนสนใจหล่อน เพราะตอนนี้ลูกค้ากำลังล้นหลาม และทุกคนกำลังสาละวนบริการแขกโต๊ะอื่น ๆ

 

            “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อพอล มาจากอังกฤษ ..คุณชื่ออะไรครับ” หนุ่มฝรั่งคนเดิมซึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย ยังคงถามซ้ำ หล่อนเริ่มกลับมีสติอีกครั้ง “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ฉันชื่อ จอย ค่ะ เป็นคนไทยค่ะ” หล่อนตอบ “ผมรู้แล้วว่าคุณเป็นคนไทยครับ” หนุ่มฝรั่งพูดพร้อมยิ้มกว้าง อย่างอารมณ์ดี “ซะงั้น..”หล่อนแอบบ่นคนเดียว และยิ้มให้หนุ่มฝรั่งอย่างเขินอาย “คุณมาคนเดียวเหรอครับ” หนุ่มฝรั่งยังถามต่อ “เปล่า..เอ่อ..ค่ะ” หล่อนเริ่มตอบสั้นลงและสับสนเพราะเขิน “คุณพักอยู่แถวนี้เหรอครับ” หนุ่มฝรั่งยังหาเรื่องคุย “ไม่ใช่ค่ะ ฉันอยู่แถวบางนาค่ะ..คุณรู้จักบางนาไหมค่ะ” หล่อนถามยิ้ม ๆ หนุ่มฝรั่งส่ายหัวและตอบว่า “ผมเพิ่งมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ยังไม่รู้จักที่ไหนเลยครับ หาที่พักได้แถวนี้ก็เลยมาเริ่มที่นี่ก่อน หลังจากนั้นก็จะวางแผนไปที่อื่นต่อครับ” “เหรอค่ะ..คุณชอบเที่ยวสไตล์ไหนค่ะ เผื่อฉันจะแนะนำสถานที่ให้คุณได้” หล่อนตอบแบบหวังดี “ผมชอบโบราณสถาน และช้าง” หนุ่มพอลตอบ “ว๊าว..ดีจังค่ะ ฉันก็ชอบโบราณสถานโดยเฉพาะวัด ฉันพอจะแนะนำให้คุณได้เหมือนกันค่ะ” ฉันรีบหยิบแผนที่และรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่อย่างละเอียดเพื่อแนะนำหนุ่มฝรั่งคนนี้ พอลกล่าวขอบคุณฉันและขอเลี้ยงเบียร์ แต่ฉันปฏิเสธ ขอเป็นนมอุ่น ๆ แทน ฉันเริ่มถามเค้า ว่าทำไมไม่สั่งเบียร์มาดื่มเหมือนคนอื่น ๆ พอลตอบว่า “ผมเคยดื่มเบียร์แล้ว รวมถึงแอลกอฮอล์ทุกชนิดผมก็ดื่มแล้ว ผมคิดว่าประโยชน์จากการดื่มมันน้อยกว่าการดื่มเครื่องดื่มอย่างอื่น เช่นโกโก้ แก้วนี้” พอลยกแก้วโกโก้ประกอบ และขยิบตาให้หล่อน “โอย..อย่าทำแบบนี้กับฉัน ฉันจะละลาย” หล่อนเพ้อคิดคนเดียวในใจ แต่หลังจากมีสติฉันก็ฉุกคิดได้ว่า “ดูสิขนาดฝรั่งยังไม่ดื่มเลย แถมยังไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ ไม่รู้ว่าผิดศีล เค้ายังไม่ทำเลย..แต่ดูเราสิ พุทธ แท้แค่มือถือสากปากถือศีล เมื่อกี้ยังสั่งเบียร์มาดื่มเลย..น่าอายจัง” ฉันพิจารณา “คุณเป็นอะไรครับ นั่งก้มหน้านิ่งเลย” พอลถามหล่อน “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่คิดอะไรบางอย่าง” “พอลคุณรู้จักศาสนาพุทธไหม” ฉันถามพอล “รู้จักสิ ผมรู้จักเป็นอย่างดี และตอนนี้ผมก็กำลังศึกษาประวัติความเป็นมาของศาสนาพุทธ มันเป็นอะไรที่น่าสนใจและน่ามหัศจรรย์มาก” พอลพูดอย่างตาประกาย “คุณคิดว่าศาสนาพุทธมันน่าสนใจตรงไหนเหรอ” หล่อนถาม “คุณรู้ไหม ศาสานาพุทธ สอนให้เรารู้จักความจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมชาติในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดหรือประเทศใด” “จอย คุณน่าจะเข้าใจใช่ไหม เรื่องอริยสัจสี่..ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เพราะกำลังศึกษาอยู่ แต่ผมจำได้ว่า พระพุทธเจ้าของคุณกล่าวว่า....

 

อริยสัจ คือ รูป : ดิน น้ำ ไฟ ลม สายโซ่ของการเกิดสุข เกิดทุกข์ ใช้ศรัทธา ความเชื่อ แห่งองค์คุณตรัสรู้ ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า รูป คือ ทุกข์ รูป คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ รูป คือ การดับทุกข์ และรูป คือ หนทางปฏิบัติ ที่เข้าถึงการดับทุกข์ เชื่อว่า รูป คือ อสุภะ ความไม่สวย ไม่งาม เห็นรูปสกปรกเมื่อใด จิตใจสะอาด เมื่อนั้น……..

 


ข้อ 1. ทุกข์ รู้ได้จากความรู้สึกพอใจ ไม่พอใจ และวางเฉย บุคคลล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร…………….

 


ข้อ 2. เหตุ ที่ทำให้เกิดทุกข์ คือ สัญญา ความจำได้หมายรู้ หรือจิตใต้สำนึก ความเคยชิน ใจที่สร้างสมกิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรม และ อวิชชา จึงต้องใช้ สติ ความรู้ รอบรู้เท่า รู้ทัน ในการแก้ไขเหตุที่เกิดกับใจ กับกาย และกับจิต………….

 


ข้อ 3. ความดับทุกข์ คือ ความคิดปรุงแต่ง ทุกข์เกิดจากความคิดที่ผิด ที่ชั่ว จากทำนองคลองธรรม การคิดให้อยู่ในกุศลกรรม ต้องมี ทาน ศีล และภาวนา อยู่ในความคิด เพื่อให้เกิดสมาธิ การตั้งใจมั่น ในการคิดดี คิดออกจากความโลภ ความโกรธ และความหลงผิด………..

 


ข้อ 4. ทางสายกลาง คือ ทางปฏิบัติ ที่เข้าถึงการสัมผัส รับรู้ ในสิ่งต่างๆ เช่น เห็นรูป ฟังเสียง รู้รส สัมผัส ลมหายใจ ทางทวารต่างๆ ต้องมีความรอบรู้ “ปัญญา” จึงจะแก้ปัญหาต่างๆได้………..

 

ที่ผมพูดมาทั้งหมด มันใช่หรือเปล่า คุณจอย” พอลร่ายยาวอย่างคนเข้าใจข้อมูลนั้น “พอล คุณเก่งมาก คุณสามารถอธิบายเรื่องอริยสัจสี่ ได้ดีกว่าคนที่นับถือศาสนาพุทธบางคนซะอีก โดยเฉพาะฉัน ฉันยังไม่ได้ถ่องแท้เรื่องนี้เท่าไหร่เลย” ฉันตอบอย่างตื่นเต้นยินดี ที่เห็นฝรั่งคนหนึ่งซึ่งเพิ่งรู้จักกัน สามารถอธิบายเรื่องอริยสัจได้ดีขนาดนี้ พอลล้วงไปที่กระเป๋าเป้ที่วางอยู่เก้าอี้ติดกับเก้าอี้ของพอล “นี่ไง..คือคำตอบว่าทำไมผมถึงสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้” พอลพูดพร้อมโชว์หนังสือธรรมะเล่มหนึ่งซึ่งเขียนโดยพระฝรั่งรูปหนึ่งที่มาบวชในวัดป่าที่เมืองไทย “ผมคิดว่าวันพรุ่งนี้เช้า ผมจะไปที่วัดนี้” พอลพูดพร้อมกับชี้รูปภาพของวัดของพระฝรั่งรูปนั้น “พอล..คุณเป็นผู้ชายที่วิเศษมาก คุณรู้จักท่านได้อย่างไรค่ะ” ฉันถาม “ผมเจอหนังสือเล่นนี้ในวัดไทยที่ประเทศของผมครับ” พอลตอบ “แล้วคุณรู้ทางไปวัดนี้แล้วใช่ไหมค่ะ หรือมีใครมารับคุณไหม” ฉันถาม “รู้ครับ และเดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีเพื่อนผมซึ่งอยู่ที่วัดนี้ก่อนหน้าจะมารับผมที่นี่ครับ” พอลตอบอย่างมีความสุข

 

            “จอย..พวกเราทำธุระเสร็จแล้ว เธอทานอะไรเสร็จหรือยัง” คนไทยชายหญิงสามคนเดินเข้ามาหาหล่อนที่โต๊ะ “เรียบร้อยแล้วจ้า” หล่อนตอบ “อ้อ..ทุกคนฉันจะแนะนำให้รู้จักเพื่อนใหม่..เค้าชื่อพอลนะมาจากอังกฤษ” หล่อนแนะนำพอลให้กับเพื่อน ๆ ของหล่อน “พอล ทั้งหมดนี่คือเพื่อนของฉันนะ” “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” พอลแนะนำ “พวกเราต้องขอตัวก่อนนะ เพราะจะกลับกันแล้ว ยินดีที่ได้พบนะพอล และหวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งนะคะ” หล่อนพูดพร้อมจับมือพอล “เช่นกันนะครับ ขอให้โชคดีครับ” โชคดีเช่นกันค่ะ” หล่อนโบกมือลาพอล และเดินกลับไปที่รถพร้อมกับเพื่อน ๆ ของหล่อน

 

            “จอย..พอลนี่ก็หล่อไม่เบานะ..ได้เบอร์โทร หรือ เบอร์อีเมล์เค้ามาหรือเปล่าละ” เพื่อน ๆ กระเซ้าหล่อน ซึ่งหล่อนไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มที่มุมปากและเอนหลังหลับตา.....................ความฝันหล่อนบรรเจิดจ้าอีกครั้ง............กับความจริงซึ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ว่า คนเราทุกคนที่เกิดมา ต้องมีแก่ ต้องมีเจ็บ ต้องมีตาย เราจะหลีกหนีความจริงข้อนี้ไม่ได้ รวมถึง เราต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักหรือไม่รักก็แล้วแต่ แต่ท้ายที่สุดเราทุกคนก็ต้องพลัดพราก..ความจริงซึ่งยังมีอีกหลายเรื่อง ความจริงคือสิ่งที่ยืนยันความฝันของหล่อนอีกครั้งว่า..หล่อนมาถูกทางแล้ว

 




Create Date : 21 มีนาคม 2558
Last Update : 21 มีนาคม 2558 20:09:14 น.
Counter : 326 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จิตเดิม
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



มีนาคม 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31