Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
จุดเริ่มต้นละครเวทีตะวันตก

ไปเรียนวิชาเกี่ยวกับการเขียนบทละครเวทีมา แล้วเขาสอนเรื่องนี้ด้วย เลยเอามาเรียบเรียงเล่นๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สั้นๆ ของละครเวทียุโรป

เริ่มตั้งแต่ยุคกรีกนะครับ ยุคคลาสสิค มีคนๆ หนึ่งเดินออกมาในเวที และเล่าเรื่องเหมือนเล่าความดีและคุณค่ามนุษย์ให้เทวดาฟัง ท่ามกลางสภา(หรือคนที่เป็นคนดูน่ะแหละ) การแสดงแบบนี้เป็นในแง่พิธีกรรมซะมาก โดยวิธีสอนคุณธรรมผ่านละครที่ดีที่สุดคือ Tragidy หรือโศกนาฎกรรม ส่วนการแสดงจากให้คนหนึ่งเล่าก็มาเป็นสองคนเล่า แล้วค่อยมีบทสนทนาโต้ตอบ หรือไดอะล็อค การแสดงที่แพร่ในชนชั้นสูงค่อยๆ มีการแผ่ขยายเพิ่มความสนุก แล้วก็มีการปรับเป็น Tragic Comedy ดำเนินเรื่องสนุกสนานแต่ยังจบแบบเศร้าๆ เพื่อให้คนได้เรียนรู้ แต่ก็สามารถที่จะติดตามเรื่องราวได้



ต่อมามีละครเรื่อง โอดิปุส ซึ่ง อริสโตเติล(นักปราชญ์) บอกว่าเป็นละครที่ให้อารมณ์ตื่นเต้นสูงสุด และเกิดทฤษฎี unity of time,space,action หมายถึงเรื่องที่สนุกที่สุดคือจบในเวลาช่วงเดียว ในสถานที่เดียว และในแอ็คชั่นหรือเหตุการณ์เดียว และก็สร้างความสำคัญต่อ เทรจิดี้ ต้องให้คนดูรู้สึกและมีอารมณ์ร่วม ต่อมากรีกล่มสลาย โรมันมาแทนที่ กรีกนั่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย ส่วนโรมันนั้นเป็นรัฐทหาร ศิลปะละครของโรมันมีขึ้นเพื่อความบันเทิง ส่วนกรีกมีเพื่อสติปัญญา ในยุคของโรมัน ละครตลกจะเยอะมาก เช่นเดียวกับ Soap Opera ร่วมถึงความบันเทิงแบบกลาดิเอเตอร์ (นึกหน้ารัซเซล โครว์ไว้) ผู้ปกครองโรมันต้องการดึงความสนใจของผู้คนจากเหตุบ้านการเมืองสู่เรื่องประโลมโลก แต่การให้ผู้คนสนใจซึ่งความไร้สาระแบบนี้ก็อาจจะเป็นเหตุให้โรมันพบแก่การล่มสลายในเวลาต่อมา

แล้วก็มาสู่ยุคมืด Bicentine พอโรมันล่ม ผู้คนของโรมก็แตกแยกกันไป เกิดประเทศใหม่ๆ แล้วก็เกิดภาษาต่างๆ ขึ้นเยอะ เช่นเดียวกับรูปแบบละคร เกิดการแสดงละครเพื่อศาสนา (ทำให้คนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในคริสต์ศาสนา) ศาสนาเองเริ่มมีบทบาทเยอะมากต่อสังคมในขณะนั้น การแสดงละครแบบนี้มีทั้งในโบสท์และนอกโบสท์ แล้วก็มีละครเร่,ละครพื้นบ้าน เกิดตำนานนิทานเยอะ ส่วนผสมเพื่อที่จะเล่าหรือสอนให้คนคิด เกิดความกลัวที่จะทำบางอย่าง หรือเกิดทัศนคติความเชื่อบางอย่าง เช่น นิทานหนูน้อยหมวกแดง ที่แฝงเรื่องการระแวดระวังภัยจากสิ่งรอบข้างเอาไว้



ในส่วนของละครเร่จะเอาเรื่องราวในยุคกรีกมาเล่าใหม่ แต่ไม่มีโรงละครแล้ว เลยต้องพัฒนารูปแบบการแสดง Comerdal De larte เป็นรูปแบบการแสดงละครแบบหนึ่ง เล่าเรื่องราวแบบสุขนาฎกรรมความรัก โดยมีตัวละครหลักๆ ห้าตัว หนึ่ง พิเอโร่ พระเอกที่ไม่มั่น และอ่อนไหว หลงรัก ตัวละครที่สอง โคลัมไบน์ นางเอกสาวสวยแต่ไม่ฉลาดซึ่งไปหลงรักตัวที่สาม Harleguin ผู้หล่อเริ่ดเชิดหยิ่ง และก็จะมี บรูตัส มาเป็นอุปสรรคของพิเอโร่ ทั้งในรูปของคนที่มาจีบนางเอก หรืออาจจะเปลี่ยนตัวนี้ให้เป็นพ่อของนางเอกก็ได้ เป็นคณะทัวร์รถม้า ไปเปิดการแสดงที่ไหนก็เล่นได้เลย ความยาวไม่มากนักไม่เกิน 30 นาที เพราะคนส่วนใหญ่จะรู้จักตัวละครแบบนี้กันดีอยู่แล้ว เหมือนเวลาเราดูละครน้ำเน่าบ้านเราก็จะรู้ทันทีว่านางเอกคือใคร ตัวอิจฉาคือใคร เพราะลักษณะคาแร็กเตอร์ไม่ได้ซับซ้อนและที่สำคัญคือตายตัว การแสดงแบบนี้มีแพร่ไปในหลายประเทศ (ในยุคหลังโรมันล่ม) ถ้าเป็นอิตาลีใส่หน้ากาก ถ้าเป็นฝรั่งเศสทาหน้าขาว บางประเทศมีบทพูดบางประเทศไม่มี

ต่อมายุคเรเนซอง (นีโอคลาสสิคก็เรียก) เอาสิ่งต่างๆ ในยุคคลาสสิคมาทำใหม่ ที่ต่างๆ ศิลปะเริ่มกลับมารุ่งเรื่อง ที่อังกฤษ เรียกยุคนี้ว่า อลิซาเบตัน เพราะปกครองประเทศโดยพระราชินีอลิซาเบธที่หนึ่ง และพระนางก็ทรงให้การสนับสนุนศิลปะเป็นอย่างดี ศิลปินเอกของยุคนี้คือ วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ ผู้เป็นอัจฉริยะอันยิ่งใหญ่ จุดเด่นของงานของเขาคือภาษาพูดที่สวยงาม และเรื่องตื่นเต้นสนุกสนาน เชคสเปียร์เริ่มจากทำละครตลกก่อนแล้วค่อยๆ หันไปหาแนวอื่นๆ อย่างพวกโรมีโอแอนด์จูเลียตทีหลัง เชคสเปียร์นำหลักการของอริสโตเติลจากกรีกมาประยุกต์ใช้กับงานของตน โดยที่เชคสเปียร์ได้เปลี่ยน Unity แต่ยังคงมี Act เดียว

และเมื่อเวลาผ่านไป ละครเวทีก็กลายเป็นเหมือนปัจจุบัน จบ (ดื้อๆ)



Create Date : 15 สิงหาคม 2550
Last Update : 15 สิงหาคม 2550 20:07:23 น. 0 comments
Counter : 1718 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

hotcoffee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมนิสัยดีครับ
Friends' blogs
[Add hotcoffee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.