กุ๊ดจัง
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




ไม่มีสาระ...จริงๆ นะ..

แต่ถ้าหลวมตัวมาแล้ว จะแอบอ่านก้อไม่ว่ากัน ถ้ารับแนวเถื่อนนิดๆ ถ่อยหน่อยๆ แต่จริงใจได้ ^_^

คิดถึง ถูกใจ ก้อเจิมกันสักนิดนุง แต่ถ้าไม่ถูกใจ มาทางไหนเชิญกลับไปทางนั้น ไม่ต้องเม้นไว้ให้เปลืองมือนะ ฮ่าๆๆ
HighStudio

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
บทความ โดย littlemiumiu.com อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ www.littlemiumiu.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ www.littlemiumiu.com
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กุ๊ดจัง's blog to your web]
Links
 

 
ปลูกฝังลูกให้เรียนรู้เรื่องการออมเงิน อย่างไร?

ดองไว้อีกแล้ว >_<  จากคราวก่อน ที่เคยตั้งกระทู้เรื่องเก็บเงินไป แล้วไม่มีโอกาสได้เขียนต่ออีกเลย เพราะงานยุ่งมว๊ากกกกกกกกก อดหลับอดนอนจนเปื่อย

มาวันนี้ พอดีมีโอกาสไปออกรายการของรักลูกชาแนล เกี่ยวกับเรื่องการออมเงิน ซึ่งหัวข้อเดียวกับที่เขียนไปลงใน  Kids Discovery  ฉบับเดือนตุลา แต่เนื้อหาที่เขียนไป ไม่ได้ลง โดนปรับเป็น content พาลูกไปฝากธนาคารแทน Smiley  จึงถือเป็นฤกษ์งามยามดี เอาบทสัมภาษณ์ตัวเองที่เขียนไว้มาลงในบล็อคแทนแล้วกัน 

มีวิธีเป็นต้นแบบให้ลูกอย่างไรบ้างในเรื่องของการออม
สำหรับตัวเอง ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการออมอย่างเดียว เพราะจริงๆแล้วเรื่องที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการออม คือ การหาเงิน และการใช้เงิน ถ้าเรามุ่งมั่นที่จะออมอย่างเดียว โดยไม่รู้จักวิธีการหาเงิน วิธีใช้เงิน และการลงทุน ชีวิตเราจะขาดสีสัน แห้งแล้ง ห่อเหี่ยวมาก(ถึงมากที่สุด) 

ทุกเรื่องมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อย่างเราเองแทนที่จะเก็บเงินออมฝากธนาคารไว้เฉยๆ มีเวลาก็ศึกษาวิธีการลงทุนต่างๆ เอาเงินไปลงทุนแม้จะยังไม่เก่งก็ตาม แต่ไม่มีใครเก่งทุกอย่างมาตั้งแต่เกิด ค่อยศึกษาหาความรู้กันไป ตอนนี้ยังไม่เก่งก็เลือกลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำในระดับที่เรารับได้ ถ้ามีประสบการณ์มีเวลามากพอค่อยศึกษาวิธีการลงทุนอื่นๆ ที่ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น ทำให้เรามีเป้าหมายในการออมเงิน ว่าจะเอาไปทำอะไร ลงทุนอะไรดี

สิ่งที่เราทำเป็นตัวอย่างให้ลูกคือ หาเงินจากการทำงาน โดยเฉพาะงานที่เรารัก เราทำแล้วมีความสุข เมื่อได้เงินมาจึงนำมาเก็บออมตามสัดส่วนสำหรับสิ่งจำเป็นก่อน จึงนำไปใช้ ใช้แบบพอเพียง กินอยู่ตามฐานะ ฟุ่มเฟือยได้บ้าง ซื้อของแพงได้บ้าง เที่ยวหรูได้บ้าง ตามงบประมาณที่เราจัดสรรไว้ ตามคอนเซปที่บอก คือ หาเงิน ออมเงิน และใช้เงิน ก่อนที่เราจะจัดสรรงบประมาณเหล่านี้ได้ ต้องเกิดจากการที่เราถามตัวเองก่อนว่า แค่ไหนถึงจะพอ มีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอคาดคะเนล่วงหน้าถึงรายได้และรายจ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นและเตรียมเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านั้น จริงๆ แล้วกับลูกแทบไม่ต้องสอนอะไรมาก เริ่มที่ตัวเราก่อนเลย เพราะลูกจะเห็นตัวอย่างจากวิธีการดำเนินชีวิตและซึบซับไปเอง ถ้าตัวเราเองยังทำไม่ได้ อย่าได้ไปสอนลูกเลย....

คิดว่าการออมสำคัญอย่างไรกับอนาคตของลูก
การออมเป็นเรื่องของปัจจุบันที่จะนำไปสู่อนาคต เพราะเงินที่เรามีในอนาคต เกิดจาก สิ่งที่เราลงมือลงแรงในปัจจุบัน ก่อเกิดเป็นรายได้ เงินออมในวันนี้ ส่งผลให้อนาคต ทั้งลูกและตัวเราเอง มีเงินเพียงพอที่จะสนองความต้องการ นำไปสู่อิสระ อิสระที่จะทำในสิ่งที่เราฝัน อิสระที่จะเลือกทำงานในสิ่งที่รัก และมีความมั่นคง รองรับความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น 

เราไม่อาจอยู่กับลูกไปได้ค้ำฟ้า เพราะฉะนั้น การสอนลูกเรื่องการหาเงิน ใช้เงิน และการออม ถือเป็นทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตเลยทีเดียว ต่อให้ลูกเราวิชาการเป็นเลิศ ทำงานเก่ง หาเงินได้มากมาย เป็นนักธุรกิจใหญ่โต ถ้าเค้าไม่รู้จักวิธีการใช้เงิน ออมเงิน และไม่รู้จักคำว่าพอเพียง สุดท้ายแล้วไม่มีเงินเหลือเก็บ หนี้สินล้นพ้นตัว หนีไม่พ้นภาวะยากจน เป็นทุกข์อยู่ดี

ในอนาคต ถ้าลูกเรามีความฝันที่อาจจะต้องใช้เงินเป็นส่วนประกอบ เพื่อทำตามความฝันนั้น ถ้าลูกเรามีเงินเก็บไว้สำหรับเริ่มต้นทำตามความฝันนั้น เท่ากับว่าได้ลดทอนอุปสรรคไปขั้นนึงแล้ว ถึงแม้ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้าฝันเรายิ่งใหญ่มากพอ และเรามีความกล้ามากพอที่จะทำความฝันให้เป็นจริง ต่อให้มีอุปสรรคมากแค่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ การจะมีเงินหรือไม่มีเงินทำทุนอาจจะไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่ต้องยอมรับว่า มีเงินไว้ก่อน อุ่นใจกว่า ชิมิ 

ครอบครัวของคุณแม่เกดมีกลยุทธ์ในการออมอย่างไรบ้าง 
สมการมาตรฐานโลกอะเกน รายได้-เงินออม = รายจ่าย 
โดยเงินออมเราจะแบ่งออกเป็นก้อนๆ สำหรับความจำเป็นที่แตกต่างกัน ที่บ้านจึงมีสมุดบัญชีเยอะมากก เป็นสิบเล่ม แต่ละเล่มเขียนแปะข้างหน้าไว้เลยว่าไว้ใช้สำหรับทำอะไร เช่น เล่มนี้สำหรับค่าใช้จ่ายทั่วไป เล่มนี้สำหรับประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนการศึกษามิวมิว กองทุนเพื่อการช็อปปิ้งและฟุ่มเฟือย (ตั้งชื่อเองนะ 555) กองทุนสำหรับท่องเที่ยว เป็นต้น เพราะแต่ก่อนเป็นคนไม่ค่อยมีวินัยทางการเงิน เห็นตัวเลขในบัญชีเยอะๆ รวมกันแล้วอดใจไม่ไหว ต้องขอเอาไปใช้ซะหน่อย หรือบางทีมีรายจ่ายฉุกเฉินมา ก็ดึงเงินไปใช้มั่วไปหมด หลังๆ แยกสมุดบัญชีธนาคารหลายๆธนาคารแล้ว ไม่ทำ ATM เวลาจะใช้เงินจะได้ลำบากต้องไปต่อคิวธนาคาร จนบางครั้งถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็น ขี้เกียจไปต่อแถวก็ลืมๆไป เงินยังอยู่เหมือนเดิม 

มีวิธีเคล็ดลับอย่างไรในการสร้างนิสัยการออมให้กับน้องมิวมิว 
ส่วนตัวแล้วจะทำงานประจำ และรับงานอิสระหลากหลายมาก (ถ่ายรูป เขียนบทความและขายของทางอินเตอร์เน็ทสนุกๆ) บางทีเหมือนทำงานตลอดเวลา ถ้ามีโอกาสก็จะชวนเค้ามามีส่วนร่วมด้วย เล็กๆน้อยๆ อย่างในสตูดิโอ ก็ชวนมาช่วยกันทำความสะอาด กวาดพื้น จัดของไว้สำหรับถ่ายรูป ดูแลลูกค้า ช่วยแพคของไปไปรษณีย์ บางครั้งเปิดโอกาสให้ลูก ลองหาเงินเองดูบ้าง ทำให้เค้ารู้สึกว่า “เงินทองไม่ใช่ของหายาก”

เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่เรารัก สุดท้ายเงินจะมาเอง แม่ชวนมิวมิวเอาของเล่น เอาเสื้อผ้าที่ตัวเองเล่นเบื่อแล้วไปขาย ทำคุ๊กกี้จากวัตถุดิบที่มีในบ้านไปขาย ได้เงินมา ส่วนหนึ่งอาจจะแบ่งให้เค้าไปซื้อของเล็กๆน้อยที่อยากได้ ให้พอมีกำลังใจ ที่เหลือนำไปหยอดกระปุกเมื่อก่อนตอนเราเด็กๆ มีกระปุกออมสินอันเดียวแล้วทีนี้ เวลาเราอยากได้อะไร ก็มาทุบกระปุก แคะเงินไปซื้อของใช่ไหมคะ เรารู้สึกว่าเงินที่เราเก็บมาเรามีสิทธิจะใช้ซื้อของอะไรก็ได้ตามที่เราต้องการ(ของจะจำเป็นหรือไม่จำเป็น ซื้อมาแล้วอาจจะเล่นแป๊บเดียวเบื่อก็ได้ เงินเรานี่นา) จากนั้นค่อยมาเริ่มนับ 1 เก็บกันใหม่ (บ้านอื่นเป็นแบบนี้หรือเปล่าไม่รู้นะ แต่โดนเลี้ยงมาแบบนี้) พอมาถึงลูก เรารู้สึกว่าถ้าเป็นแบบนี้ไม่ได้ละ ทำแล้วติดจนเป็นนิสัยตอนโต ทำให้เราเป็นคนที่เก็บเงินไม่อยู่ เวลาเห็นเงินในบัญชีแล้วอยากเอาออกมาซื้อของที่อยากได้จนหมด รู้สึกว่าเงินเรานี่นา เก็บมาตั้งนานเอาไปใช้ซื้อของที่อยากได้ดีกว่า 

ดังนั้นตอนนี้ มิวมิวจึงมีกระปุกหลายใบ พอๆ กับที่แม่มีสมุดบัญชีหลายเล่มค่ะ เวลาหยอด ให้หยอดทุกกระปุก จริงๆตามทฤษฎีเขาแบ่งสัดส่วนไว้สำหรับเงินเก็บแต่ละก้อน แต่ของมิวมิว แม่ประยุกต์ให้ตามความเหมาะสม 
กระปุก Play ไว้ซื้อของที่เค้าอยากได้ตามใจปรารถนา (เจ้ามิวมิวแอบขี้โกงมาหยอดกระปุกนี้เองบ่อยๆ) 
กระปุก Education ตอนแยกกระปุกครั้งแรก กระปุกนี้ เป็นอันแรก ที่มิวมิวหยอดเงินใส่ เจ้าตัวบอกว่า มิวมิวจะได้มีเงินไปโรงเรียน (สำคัญมาก ที่จะให้เค้าเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาว่ามีต้นทุนนะ กว่าเราจะได้เงินมา ให้เค้าไปโรงเรียน เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจเรียน) 
กระปุก Long term saving for spending เป็นการเก็บเงินไว้ใช้สำหรับความต้องการระยะยาวค่ะ...ของมิวมิว อยากไปดิสนีย์แลนด์ ก็หารูปที่เป็นแรงจูงใจมาแปะไว้ข้างกระปุก 
กระปุกให้เงินทำงานให้เรา (Financial Freedom) อันนี้เด็กยังไม่รู้จักการลงทุน แต่อยากให้เค้ารู้จักไว้ พอได้เงินมากพอเดี๋ยวจะให้ไปซื้อกองทุน แล้วให้เค้าดูเงินที่เค้าเก็บไว้งอกเงย 
กระปุก เพื่อสังคม เก็บไว้บริจาคเด็กยากจน เพื่อให้เด็กเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้บ้าง ให้คนที่มีน้อยกว่าเรา เป็นการฝึกนิสัยที่ดีมาก เหรียญมีสองด้าน ต้องบาลานซ์ให้ดี ฝึกที่จะให้ผู้อื่นคลายความงก ถ้าเรามุ่งมั่นจะสอนแต่เรื่องเก็บๆๆ ออมๆๆ จนลืมที่จะสอนให้ลูกรู้จักเสียสละ และปล่อยวางบ้าง อาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

 แค่ 5 ใบนี้ แม่ก็ว่า เพียงพอสำหรับวัยนี้แล้ว ไว้โตกว่านี้ ค่อยเพิ่มรายละเอียดให้ :)


อายุแค่ไหน จึงควรเริ่มสอนเรื่องการเงิน
เด็กเล็กๆ 2-3 ขวบ จริงๆ เค้าก็เริ่มรู้จักความหมายของเงิน และการใช้จ่ายเงิน รู้ว่า เงิน สามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งของใดๆ ที่เค้าต้องการได้แล้ว เราสามารถเริ่มสอน และสอดแทรกเข้าไปได้ทันทีที่ลูกพร้อม

วัยอนุบาล เมื่อลูกเริ่มนับเลขได้ อาจจะเริ่มสอนค่าของเงิน มูลค่า 1 บาท 2  บาท 3 บาท  เหรียญ 5 เหรียญ  10 ไรก็ว่าไป....พอเริ่มโตมานิด อาจจะให้ค่าขนมทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กอนุบาลอาจจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายอะไรเลย แต่ ฝึกให้ลูกได้รับผิดชอบ และ รู้จักการออม โดยจำนวนเงิน ควรจะเพียงพอต่อการออมและซื้อของเล็กๆน้อยๆ ที่เค้าต้องการได้ในระดับนึง เด็กอาจจะต้องเรียนรู้ที่จะ"อด" และ"ออม" ไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่ให้มากเกินไป วันละ 50 หรือเป็นร้อยๆ บาท เผื่อให้ซื้อขนมเลี้ยงเพื่อนยกชั้น หรือน้อยเกินไป จนทำอะไรไม่ได้ วันละ 1-2 บาท แบบนั้น ไม่ให้ซะยังจะดีกว่า

วัยประถมต้น เป็นวัยที่เริ่มเข้าใจอะไรๆ ได้ซับซ้อนขึ้น อ่านออก เขียนได้ สามารถลองทำบัญชีรายรับรายจ่าย ตั้งงบประมาณรายเดือน รายสัปดาห์ แบบง่ายๆ ได้แล้ว 

เห็นมิวมิวตัวเท่านี้ มีสมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่มแล้วน๊า สำหรับบัญชีทั้ง 4 กระปุกด้วยเงินที่เก็บเองทั้งหมดจากค่าขนม เงินที่ได้วันเกิด และการขายของ (กระปุกสำหรับบริจาค เพื่อสังคมไม่มีสมุดบัญชี เพราะว่าจะได้สามารถหยิบไปบริจาค หรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ได้ทันท่วงที)

วิธีพาลูกไปเปิดบัญชีธนาคาร
เอกสาที่ต้องเตรียม
สูติบัตร (ตัวจริง)
ทะเบียนบ้าน(ตัวจริง)
บัตรประชาชนผู้ปกครองที่อาจจะต้องใช้เปิดบัญชีเพื่อเด็ก(พ่อหรือแม่)

แต่ละธนาคารจะมีกฏระเบียบไม่เหมือนกัน แนะนำให้สอบถามก่อนเพื่อความแน่ใจ เช่น  SCB ไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี มีสมุดบัญชีเป็นชื่อตัวเองได้ ยกเว้นตอนที่มีโปรให้เด็กเปิดบัญชี แต่เท่าที่รู้ ก็ยังคงเป็นชื่อผู้ปกครองเพื่อ ด.ญ/ด.ช อยู่ดี

กสิกร ถ้าเด็กเขียนชื่อตัวเองได้ สามารถเปิดบัญชีธนาคารชื่อตัวเองได้ (ไม่รู้ว่าแต่ละสาขาจะยอมเหมือนกันหมดไม๊ แต่สาขาที่ไป เค้ายอมให้มิวมิวเปิดบัญชีชื่อตัวเอง) มิวมิวเซ็นต์ชื่อตัวเองได้แล้ว แต่ต้องเซ็นต์หลายที่มากกกกกกและเซ็นต์ไม่เหมือนกันสักอัน ก็ยังสามารถเปิดบัญชีได้  แถมทำสมุดเสียไปเล่มนึงดั้ว เพราะเซ็นต์ผิด แฮร่.....ซึ่งในอนาคต ถ้าจะต้องมีการถอนเงินออกมา แล้วลายเซ็นต์ไม่เหมือนเดิม อาจเป็นเรื่องยุ่งยากก็เป็นได้ ถึงแม้จะสามารถทำเรื่องเปลี่ยนลายเซ็นต์ได้ ดิชั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องไปทะเลาะกับเจ้าหน้าที่อีกหรือเปล่า (ไม่รู้ทำไมไม่ค่อยถูกโรคกะธนาคาร)

ธนาคารที่แจ่มสุด ณ นาว ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ เนื่องจาก สามารถเปิดบัญชีเป็นชื่อเด็กได้เองเลย เพื่อความภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ แต่ คนที่เป็นคนทำธุรกรรม เซ็นต์ต่างๆ เจ้าของเอกสาร เป็นชื่อผู้ปกครอง ไปจนเด็กจะอายุ  15 ปี ถึงตอนนั้น สามารถปิดเล่มแล้วทำเล่มใหม่เองได้เลย วิธีการทำ และใช้เวลารวดเร็วกว่าธนาคารอื่น เพราะ ไม่ต้องรอเด็กเขียน เซ็นต์เอกสารเอง


เท่านี้แหละ ขอให้ทุกคน Enjoy living life  ^_^




Create Date : 01 ตุลาคม 2555
Last Update : 2 ตุลาคม 2555 0:26:17 น. 4 comments
Counter : 6805 Pageviews.

 
โอเชร..ตามนั้น


เริ่มปฏิบัติการได้ แต๊งกิ้วมั่กๆ นะ มี๊กุ๊ด ^_^


โดย: มี๊ตู่ IP: 125.25.159.171 วันที่: 2 ตุลาคม 2555 เวลา:10:11:29 น.  

 
ไปรษณีย์มาส่งนิตยสาร ได้มาเปิดแกะดู โอ โอว มิว มิว นี่เอง แอบคิดถึงมิวมิวเลยทันที จะนำไปใช้บ้างค่า


โดย: snof IP: 171.99.148.78 วันที่: 2 ตุลาคม 2555 เวลา:19:23:27 น.  

 
ในแมกกาซีน ไม่ได้ให้เราพรูฟก่อน เขียนผิดความตั้งใจไปหลายจุดเลยค่ะ T_T


โดย: กุ๊ดจัง วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:0:27:41 น.  

 
โชคดีได้เข้ามาอ่าน ชอบวิธีการแบ่งกระปุกมากเลยค่ะ


โดย: ฝ้าย IP: 125.24.248.172 วันที่: 26 ตุลาคม 2555 เวลา:20:34:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.