Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
บทความ "เอิน กัลยกร" ถึงนายกฯ ซัดทำภาพลักษณ์ผู้หญิงตกต่ำ

"เอิน กัลยกร" เขียนบทความถึงนายกฯ ซัดสอบตกทุกด้าน ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้นำประเทศ แต่ทำภาพลักษณ์ผู้หญิงตกต่ำ ทำให้เห็นว่าผู้หญิงอ่อนแอ ไม่สามารถเป็นผู้นำได้ พร้อมตั้งข้อสงสัยที่ผ่านมาบริหารพาบริษัทรอดมาได้อย่างไร หรือว่าไม่ได้ทำงานเอง เหน็บถ้าไม่มี "พี่ชาย" ป่านนี้คงทำได้แค่นั่งสวยรอให้สามีชื่นชม

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. น.ส.กัลยกร นาคสมภพ หรือที่รู้จักกันในนาม "เอิน กัลยกร" อดีตนักร้อง - นักแสดง ชื่อดัง ได้เขียนบทความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว (Kalyakorn Earn Naksompop) ชื่อเรื่องว่า "จากผู้หญิง (ธรรมดา) ถึงผู้หญิง (ที่เป็นนายก)" จนกระทั่งบทความได้ถูกเผยแพร่ต่อเป็นจำนวนมาก เนื้อหามีดังนี้

"ตอนแรกก็ว่าจะเก็บไว้เขียนหลังน้ำท่วม ..แต่ก็นะ เราก็ไม่รู้ว่าวันนั้นมันจะถึงเมื่อไหร่ ที่สำคัญคือ หลังจากที่ได้ดู นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ออกแถลงการณ์ทางทีวีเมื่อคืนี้ ...บอกตรงๆ ละเหี่ยใจ และอดใจไม่ให้เขียนบทความนี้ไม่ได้แล้ว

คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

จริงๆ ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ได้ตำแหน่ง ผู้หญิงทั้งในและต่างประเทศ ก็รู้สึกยินดีที่ประเทศไทยได้มีนายกหญิงคนแรก เราเองได้เขียนลงเฟซบุ๊คว่า ส่วนตัวไม่ถือว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกหญิงคนแรก เหตุเพราะคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับการเลือกตั้งเพราะความสามารถของเธอเอง แต่เป็นเพราะคนต้องการผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังเธอต่างหาก ประชาชนที่เลือกเธอ ไม่ใช่เพราะชื่อ “ยิ่งลักษณ์” แต่เป็นเพราะนามสกุล “ชินวัตร” ที่เป็นสิ่งการันตีว่าเธอคนนี้คือ “สายตรง” ดังนั้นเราจะนับว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกไม่ได้

เราจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกจริงๆก็ต่อเมื่อ เธอคนนั้นต่อสู้ฟันฝ่ามาด้วยตัวเอง และพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า “ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถที่จะเป็นผู้นำประเทศได้” เท่านั้น

แต่ก็ช่างมันเถอะค่ะ สรุปว่า ประเทศไทยได้มีนายกรัฐมนตรีหญิงประดับประวัติศาสตร์กับเขาเสียที และจากวันที่เธอรับตำแหน่ง เราก็ควรจะดูแต่ผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของเธอคนนี้ ซึ่งแรกๆ นั้นเป็นไปได้ด้วยดีค่ะ คุณยิ่งลักษณ์ แม้จะดูไม่แข็งแรงห้าวหาญ แต่เธอมีความละมุนในบุคลิกที่ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลซึ่งเต็มไปด้วยบุคคลที่เป็นที่กังขาของสังคมดูดีขึ้น แม้นโยบายของเธอจะเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง แต่ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อยู่ที่ว่าใครมองมุมไหน แต่เวลาเธอไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้านแล้วถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์นี่สิคะ แม๊... ดูดี

สรุปว่าภาพลักษณ์ดูดีขึ้น เพราะเรามีนายกหญิงที่ดูดี ดูสง่า เป็นหน้าเป็นตาให้ประเทศไทย

จำได้ว่าตอนหาเสียง ผู้สนับสนุนเธอชอบบอกว่าเธอนี่แหล่ะ ที่จะเป็น “สตรีขี่ม้าขาว” ที่จะเข้ามากอบกู้ประเทศไทย ตามคำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

แม้ไม่ได้สนับสนุนพรรคเธอ ก็แอบหวังลึกๆ ว่า “เป็นจริงก็ดี” ถึงตอนนี้ ถ้ามีคนที่สามารถพาประเทศไทยฝ่าวิกฤติทางการเมืองไปได้ จะเป็นใครมาจากฝั่งไหนก็สนับสนุนทั้งนั้น ยิ่งเธอปะยี่ห้อว่าเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้รับหน้าที่สำคัญที่สุดในประเทศ คือการรับผิดชอบดูแลคนกว่า 70 ล้านคน งานใหญ่นะคะ ในฐานะที่เป็นผู้หญิงทำงานด้วยกัน ก็แอบเชียร์อยู่ อยากให้เธอเป็นนารีขี่ม้าขาวจริงๆ ประเทศเราจะได้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงเสียที

แต่แล้วอุทกภัยก็มาถึง มวลน้ำมหาศาลที่เข้ามาท้าทายความสามารถในการเป็นผู้นำของคุณยิ่งลักษณ์ ผลเป็นอย่างไร ...ไม่ต้องอธิบายให้มากความ

ไม่ใช่แค่คุณยิ่งลักษณ์สอบตกทุกด้าน ในฐานะที่เป็นผู้นำของประเทศ เธอยังทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงนั้นเสียหาย

ผู้ชายอาจจะไม่เข้าใจ แต่การเป็นผู้หญิงทำงาน เพื่อจะพิสูจน์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะสมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หลายคนต้องทำงานหนักกว่าผู้ชาย หลายคนต้องใช้เวลามากกว่าผู้ชาย เพื่อจะลบอคติที่ว่า “ผู้หญิงอ่อนแอ” หรือ “ผู้หญิงมีดีได้แค่สวย” เป็นผู้หญิง ต้องทนคนที่เข้ามาหวังหาเศษหาเลย ต้องปกป้องตัวเองโดยต้องไม่ให้กระทบกับงาน ในขณะเดียวกันก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเราเก่งพอ เพราะเราไม่สามารถไปนั่งกินเหล้า ”เที่ยวผู้หญิง”กับเจ้านายเหมือนผู้ชายคนอื่นได้ เพราะเราไม่สามารถเล่นมุกฮาแบบลามกเต็มที่เหมือนผู้ชายคนอื่นได้ เราไม่สามารถมีช่วงเวลาส่วนตัวขนาดนั้นกับเจ้านายหรือผู้มีอำนาจซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายได้ เราจึงต้องใช้ความสามารถเท่านั้นเป็นเครื่องพิสูจน์

หลายคนอาจจะบอกว่านี่มันยุคนี้แล้ว ไม่มีแล้วเรื่องความไม่เท่าเทียม ...มีค่ะ ยังมีอยู่ เป็นผู้หญิงค่ะ ทำงานค่ะ และยังเจอทุกสิ่งอย่างที่พูดมากับตัวเองค่ะ และไม่ใช่ผู้เขียนคนเดียวที่เจอ จึงได้เข้าใจและพูดได้

คุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะที่เป็นผู้หญิง นอกจากจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นนายกที่ดีได้ ยังต้องพิสูจน์ด้วยว่า “ความสามารถไม่เกี่ยวกับเพศ” คุณเป็นนายกหญิงคนแรกนะคะ คุณแบกรับภาพลักษณ์ตรงนี้เอาไว้อยู่ค่ะ คุณต้องลุย (ลุยจริงๆ ไม่ใช่แค่ลุยออกสื่อ) คุณต้องแข็งแรง และคุณต้องเก๋า ...ต้องเอาให้อยู่

...แต่คุณยิ่งลักษณ์ทำไม่ได้ค่ะ

การที่สื่อที่เป็นผู้ชายไม่กล้าว่าหนักๆเหมือนที่ว่านักการเมืองคนอื่น หรือนักวิชาการไม่กล้าวิจารณ์แรงๆเหมือนที่วิจารณ์นักการเมืองผู้ชาย เพราะเกรงว่าจะเป็นการ “รังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ” หรือพราะ “สงสาร” ก็ตาม คือหลักฐานว่ามันมีเส้นหนาๆกั้นอยู่ระหว่างเพศชายและหญิง ส่วนตัวนายกเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะเธอออกมาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยแข็งแรง ด้วยคำพูดที่ไม่เคยเข้มแข็ง และด้วยข้อความที่ไม่เคยชัดเจน นอกจากนั้นเธอยังไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการคิดเองได้เลย

เธอทำให้เห็นเลยว่า ความละมุนของเธอนั้น จริงๆแล้วมาจากความอ่อนแอ

คุณยิ่งลักษณ์ตอกย้ำทุกวัน ว่าผู้หญิงอ่อนแอ ว่าผู้หญิงพูดจาเป็นงานเป็นการไม่รู้เรื่อง ว่าผู้หญิงคุมลูกน้องไม่ได้ ว่าผู้หญิงตัดสินใจไม่เป็น ว่าผู้หญิงเป็นผู้นำไม่ได้ สิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ทำ หรือทำไม่ได้ ตอกย้ำว่าผู้หญิงทำงานใหญ่ไม่ได้ ว่าผู้หญิงสุดท้ายก็เป็นได้แค่ผู้หญิงวันยังค่ำ ที่ได้แต่แต่งตัวสวยไปวันๆโดยที่ทำอะไรไม่เป็น ...เสียค่ะ เสียหายอย่างยิ่ง

ลองนึกดูนะคะ แม้ในอนาคตจะมีผู้หญิงที่มีความสามารถ แต่ใครจะอยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย มันขยาดนะคะ ประมาณว่าทดลองแล้ว ไม่สำเร็จ ก็จบแล้ว ยิ่งถ้าคนที่ไม่มีแบ๊คใหญ่ขนาดแบ๊คของคุณยิ่งลักษณ์ ยิ่งไม่ต้องหวัง

แล้วก็พาลสงสัย ว่าประวัติที่ผ่านมาของคุณยิ่งลักษณ์ ก็เป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ระดับประเทศทั้งนั้น แล้วบริษัทเหล่านั้นรอดมาได้อย่างไร สงสัยแม้กระทั่งว่าคุณยิ่งลักษณ์เคยทำงานเองจริงๆหรือไม่ หรือได้แค่ใช้วุฒิการศึกษาที่ดูดี แต่งตัวดีๆ แต่งหน้าดีๆ ไปนั่งเฉยๆ ให้บริษัทนั้นดูภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้น แค่นั้น? ...ถามจริงๆเถอะ ความสามารถในการสื่อสารและการทำงานระดับนี้
ถ้าไม่มี “พี่ชาย” คอยผลักคอยดันอยู่ข้างหลัง ป่านนี้คุณยิ่งลักษณ์จะทำอะไรอยู่ที่ไหน? ให้เดานะคะ ...แต่งตัวสวยๆ กลางวันไปช็อปปิ้ง ไปสปา กลับมานั่งสวยรอให้สามีชื่นชม

สรุปคือผิดหวังค่ะ เสียใจ และรู้สึกแย่ที่ผู้หญิงซึ่งได้รับตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้คนแรก กลับทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงด้วยกันตกต่ำลงกว่าเดิม แต่งตัวสวยๆ หน้าผมเป๊ะนั้นไม่ผิดหรอกค่ะ ที่ผิดคือทำได้แค่นั้นจริงๆ

ยอมรับค่ะ ว่าการที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาก็กลัวเหมือนกันว่าจะมีผลกระทบกับชีวิต ว่าอาจจะมีผู้สนับสนุนนายกออกมาล่าหัว โทษฐาน “วิจารณ์ผู้นำอันเป็นที่รักยิ่ง” แต่ต้องพูดค่ะ พูดอย่างเป็นกลางโดยไม่ฝักฝ่ายทางการเมือง พูดในฐานะประชาชนในระบอบประชาธิปไตยที่สามารถวิจารณ์ฝ่ายการเมืองได้ ...พูดในฐานะที่เป็นผู้หญิง

ย้ำนะคะ ไม่ว่าคุณยิ่งลักษณ์จะมาจากพรรคไหนก็ตาม หากได้เป็นนายกแล้วทำงานอย่างนี้ ก็จะออกมาพูดแบบนี้เหมือนกัน

เพราะคุณยิ่งลักษณ์ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอไม่ได้ขี่ม้าขาว และเธอไม่ใช่สตรีในตำนาน (ก็อย่างที่คนข้างตัวเคยพูดไว้) สุดท้าย คุณยิ่งลักษณ์ ก็เป็นได้แค่ “สตรีขี่ม้าน้ำ” เท่านั้น"



http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000137772








Create Date : 29 ตุลาคม 2554
Last Update : 29 ตุลาคม 2554 8:54:50 น. 15 comments
Counter : 402 Pageviews.

 
ก็เขาเป็นเพียงหุ่นเชิดครับ
คงเล่นบทอะไรได้ไม่มากและยังไม่เคยแสดงละครอะไรทำนองนี้ด้วย


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:9:57:50 น.  

 
ม้านำ้ก็คงไม่อยากให้เธอขี่เพราะกลัวว่าเธอคงจะพาจมก้นทะเล


โดย: รัน IP: 202.91.18.195 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:10:18:05 น.  

 
ขอบคุณที่นำบทความนี้มาฝาก โดยส่วนตัวก็ไม่ค่อยชอบนายใหญ่ของพรรคนี้เท่าไหร่ แต่ก็ต้องมองอย่างเป็นธรรมให้กับ
น้องสาวของเขาบ้าง มวลน้ำมหาศาลแบบนี้ ต่อให้ผู้ชายมานั่งบริหารประเทศก็ไม่มีปัญญาเอาชนะธรรมชาติได้ คนรอบข้างที่เสนอความคิดเห็นก็ขัดแย้งกันเอง เห็นแ่ก่ตัว กลัวพื้นที่ของตนจะเต็มไปด้วยน้ำ จะรอพี่ชายรึ การตัดสินใจก็มักจะช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ จึงมองเหมือนไม่เด็ดขาด น่าเห็นใจเธอนะ
ขอย้ำว่า โดยส่วนตัวก็ไม่ศรัทธาพรรคนี้เลย เจ้าค่ะ


โดย: KeRiDa วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:12:24:12 น.  

 


โดย: นางฟ้าอรชร วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:13:46:12 น.  

 
น่าเห็นใจผู้บริหารประเทศ เหนื่อยกับการบริหารแล้วยังต้องมาเหนื่อยกับคำติติงทั้งหลายอีก ไม่ได้เข้าข้างใคร..มวลน้ำมามากขนาดนี้ ต่อให้บริหารจัดการยังงัย เก่งมาขนาดไหน ก็คงจัดการลำบาก...ทุกอย่างมันต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย
ไม่มีใครเก่งที่จะมาสามารถตัดสินใจ หรือจัดการปัญหาได้คนเดียว
ไม่เห็นด้วยกับพวกมือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ..ณ เวลานี้ควรจะให้กำลังใจมากกว่า ที่จะมาใช้ถ้อยคำติติง


โดย: รักไทย IP: 125.27.126.151 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:14:51:04 น.  

 
มาอ่านเฉย ๆ
ไม่มีคอมเม้นท์ค่ะ


โดย: โสดในซอย วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:17:23:54 น.  

 
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ การที่ยอมรับว่าไม่มีความรู้ ความสามารถพอ และดึงนักวิชาการ หรือท่านผู้มีประสบการณ์ มาร่วมปรึกษาหารือนั่นเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ และรับฟัง พร้อมกับลงมือปฏิบัติตาม ไม่ดึงดันว่าตนเองมองการณ์ไกล..เพราะอาจจะมองคนละแบบ รองนายกยังออกมายอมรับว่าไม่มีความรู้ ประสบการณ์ บ้านเมืองไม่ใช่ของเล่นจะได้เอามาลองทำดู เพราะคิดว่าทำได้ แล้วก็เลิกส่งเสริมความคิดอันผิด ๆ ที่ทำให้คนไทยแยกหมู่เหล่าเสียที

การที่ต้องการมีอำนาจ ให้คนรัก คนนับถือ มันต้องสั่งสมมาความดีเป็นเวลานาน ไม่ใช่ใช้เงินโปรย....หากต้องการเป็นใหญ่เป็นโต ล้นคับประเทศ อย่าลืมมอง อีกสองคนที่พึ่งได้รับกรรมที่ตัวเองนำ ระดับผู้นำทั้งนั้น คอรัปชั่นกันสุด ๆ ตายแบบน่าอนาถ สลึงเดียวก็เอาไปไม่ได้ อันนี้ขอฝากให้เบื้องหลัง..ที่นังกุมบังเหียนอยู่ ..กรรมมันตามมาแน่นอน ไม่นานหรอก


โดย: รักเมืองไทย IP: 85.201.35.123 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:19:49:24 น.  

 
คนที่เข้าข้างเสื้อแดงนี่น่าไปกินหญ้าจริงๆ เคยคิดเองเป็นรึเปล่าดีแต่โดนจูงจมูก มวลน้ำก้อนใหญ่บ้าบอไรนี่น่ะ เท่าเดิมกับทุกปีแหละ เพิ่มมากกว่ากันไม่มาก แต่สาเหตุที่มันเป็นอย่างนี้เพราะมันเป็นเหตุมาจากการเมือง ไอ้กรมชล,การไฟฟ้าก็ปล่อยน้ำออกจากเขื่อนไม่หยุดทั้งที่ตอนนี้ควรจะหยุดปล่อยน้ำแต่ต้องการปล่อยมาเพื่อท่วมบ้านเมืองไทย ทั้งๆที่จุดรับน้ำแห้งเหือดไปแหกตาดูมากับตัวเองแล้วถึงกล้าพูด เบื่ออ่ะต่างประเทศนะถ้าบริหารผิดพลาดขนาดนี้นะลาออกไปแล้วนี่หน้าหนา มัวแต่ไปพาพวกรัฐมนตรีไปเตะบอลที่เขมรไงเก่ง


โดย: ขอแจมค่ะ IP: 110.168.146.221 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:22:42:50 น.  

 
เห็นคอมเม้นต์บางคนเรื่องน้ำแล้วอยากกดหัวพวกนี้ให้จมน้ำจัง นักวิชาการณ์มีความเห็นครงกันทุกคน "นี่คือวิกฤตน้ำที่มากที่สุดในประวัติศาตร์ของไทย
ส่วน " เิอิน " ออกมาวิจารณ์ก็เข้าใจได้เพราะเธอก็มาจากสายสัมพันธ์ตรงกับASTVซึ่งพ่อเธอเป็น ผอ อยู่
ต่อให้เทวดาเป็นแสน ก็คงต้องงงและหุบปาก และไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับมวลน้ำก้อนนี้ มีแต่วิเคราะห์เข้าข้างตัว และลืมสิ่งที่ตัวเคยทำนายผิดๆ และก็ไม่เคยออกมายอมรับสักครั้ง
อีกครั้งกับ " เอิน " ก็ลืมไปแล้วนะว่าคนๆนี้เป็นใคร พึ่งจำได้ว่าเคยเห็นแว๊บๆนานมาแล้ว แต่ก็หายไปตามกฏเกณของธรรมชาติิ


โดย: apichon IP: 58.8.212.197 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:23:08:54 น.  

 
เห็นด้วยกับ คุณapichon เข้าสุภาษิต "มือไม่พายเอาTeenลาน้ำ"


โดย: carrick32 IP: 171.4.89.196 วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:1:20:40 น.  

 
เห็นด้วยกะคุณเอินนะ ดูกลอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำนี่อ่านไม่หมดนี่ มัน นารีขี่ม้าขาว ช่วงต่อไปนี่เป็น มีผู้นำเป็นหญิงพึงระวัง นี่นา เอามาไม่หมด ตีความกันมั่วๆ แต่เห็นด้วยที่ยิ่งลักษณืนี่ เก่ง แต่งตัวเก่งอย่างเดียว กลับไปเลี้ยงลูกเหอะ ป้า


โดย: wasi วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:8:38:56 น.  

 
ดูน้องจั๊กจั่าเขาบ้าง คิดดี ทำดี พูดดี เขาช่วนน้องหมาน้องแมวประสบภัย สื่อน่าจะไปทำข่าวบ้าง เรื่องดีๅแบบนี้สังคมต้องยกย่อง


โดย: bannraknum@hotmail.com IP: 223.204.155.6 วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:14:00:51 น.  

 
สถานการณ์ แบบนี้เราคนไทยต้องช่วยกัน ต่อให้ใครหน้าไหนเข้ามาบริหารตอนนี้ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน เอาเวลาไปช่วยกันดีกว่า พวกประเภท มีอไม่พายเอา ตีนลาน้ำ อย่างคุณเอิน นักร้องที่โลกลืม หรือต้องการอยากมีตัวตนในสังคมหรือค่ะ ช่างน่าสงสารจริงๆ


โดย: ammy IP: 58.8.125.3 วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:21:11:23 น.  

 
ความคิดสะท้อนตัวตน


โดย: jun IP: 223.206.209.167 วันที่: 31 ตุลาคม 2554 เวลา:18:13:50 น.  

 
แวะมาเยี่ยมยามเช้า...สวัสดีครับ


โดย: **mp5** วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:57:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

I love Thailand
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add I love Thailand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.