Group Blog
 
 
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
27 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
ปาย 2nd

มาแล้วการไปปายครั้งที่สองของเกดลดา

เขียนบันทึกไว้ใน Multiply ค่ะ


08-11July 2007 @ Pai II Jul 14, '07 12:38 AM

หลังจากไปปายคราวที่แล้ว พวกเราก็รอคอยที่จะกลับไปเยือนที่นั่นอีก

ในที่สุด วันนั้นก็มาถึงซะที

เนื่องจากว่า เพื่อนของปานตา (นัทกะปิ่น) ได้ลางานและตั้งใจจะไปเที่ยวปายกัน

พวกเราก็เลยถือโอกาสไปพร้อมกันกะทริปนี้ซะเลย โดยผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดมี

เกดลดา ปอน อิ นัท และปิ่น รวม 5 ชีวิต


กำหนดการของเราคือ ออกเดินทางวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2550 โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ

เกดลดา กับอิ ออกเดินทางกันก่อนโดยรถไฟจากหัวลำโพง เที่ยวกรุงเทพ

-เชียงใหม่ เวลา 14.30 น. กำหนดการจะไปถึงเชียงใหม่ ตีห้าครึ่ง ของวันที่ 8 ราคาค่าตั๋วคนละ 391 บาท



ส่วนปอน นัทและปิ่น จะมาโดยรถทัวร์นครชัยแอร์ คนละ 605 บาท

ในตอนค่ำ เราจะไปเจอกันที่อาเขต (ท่ารถขนส่งที่เชียงใหม่)

แล้วจะออกเดินทางไปปายด้วยกันทั้งหมดโดยรถบัส

คราวนี้ไม่ใช่ช่วงเที่ยวละมั้ง ค่ารถบัสไปปายจึงเหลือแค่ 72 บาท คราวที่แล้วแพงกว่านี้...


วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2550

เกด และอิ ถึงสถานีที่เชียงใหม่ช้ากว่าเดิม คาดว่าน่าจะเป็นเพราะตอนดึก

ช่วงที่เค้าต่อขบวนรถไฟ มันช้าไปหน่อย

ต่อไม่ติดซะทีมั้งเห็นตึงๆอยู่หลายรอบ จอดอยู่ก็นาน ทำให้ถึงช้ากว่ากำหนด ร่วมชั่วโมงได้

เราก็รีบนั่งรถแดงไปอาเขตกันต่อ ราคาค่ารถคนละ 40 บาท


เมื่อไปถึงระหว่างรอปอน นัท ปิ่น เราก็ไปซื้อตั๋วนครชัยแอร์ขากลับเตรียมไว้ก่อน

กลับวันพุธที่ 11 กค. 50 เวลา สองทุ่ม ถึงกรุงเทพเวลาตีห้าตรึ่ง คนละ 605 บาท

ซื้อเผื่อทั้งหมด 5 ที่เลย เพราะเราจะกลับพร้อมกันหมด

สักพักก็ไปซื้อตั๋วรถบัสไปปายเที่ยว เจ็ดโมงครึ่ง คนละ 72 บาท


เมื่อทุกคนมาครบ ก็ได้เวลาขึ้นรถออกเดินทางไปปายกัน...

โดยไม่ลืมที่จะซื้อยาแก้เมารถมากิน โค้งเยอะซะขนาดนั้นเดี๋ยวมีอ้วก...


ใน ที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึง อ.ปาย ดินแดนแสนสุขซะที

แน่นอนจะไปพักที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก หลับฝันดีเกสต์เฮาส์

บ้านพี่ปาน พี่ชายใจดีมาก ..

ที่มีส่วนอย่างมาก ที่ทำให้พวกเรามีความทรงจำที่ดีกับเมืองปายแห่งนี้...

เรามาถึงที่นี่ก็ ประมาณ 11 โมงกว่าเห็นจะได้

มาถึงก็พบพี่ปาน และ...แฟนสาว ฮิฮิ้ววว มาคราวนี้พี่ปานมีแฟนแล้ว ฮ่าๆๆ แอบแซว

แต่ว่าวันที่เราไป แฟนพี่ปานก็ จำต้องกลับกรุงเทพพอดี...แฟนพี่ไม่อยู่

ก็มีแต่พวกเรา ทนๆหน่อยนะคะพี่ปาน อิอิ

แต่อย่างน้อยพี่ก็คงไม่เหงาไปช่วงนึงละน๊า...ป่วนซะขนาดนี้...

พวก เราต้องนั่งรอกันก่อนเพราะแขก เก่ายังไม่เช็คเอ้าท์ออกไป

แล้วก็รอพี่พิณ (แม่บ้านซึ่งเป็นแม่ของพี่นุชแม่บ้านคราวที่แล้วที่เราไปพัก)

ทำความสะอาดห้องอยู่พักใหญ่

ระหว่างนี้เราก็กินอาหารกันก่อน โดยพี่ปานได้ทำแกงไก่ กินกับขนมจีน เลี้ยงพวกเรา เปรมไป...


วันนี้ นัทไปเช่ามอร์เตอร์ไซค์มา1 คัน เพราะขี่เป็นอยู่คนเดียว วันละร้อยบาท

พอมื้อเย็นพี่ปานก็ทำน้ำพริกปลาทู มะเขือยาวชุบไข่ทอด ต้มมะระ ...

มีไรอีกล่ะ ลืมละ นั่นล่ะ ก็ช่วยๆกันทำไป มื้อนี้ก็เปรมไปอีก กินร่วมกับแขกที่มาพักคนอื่นๆด้วย

มีเอมม่า กะพี่ติ๊ก เป็นแฟนกัน เพื่อนสาวเอมม่าอีก 1 คน พี่ตู่กับพี่หล้า เป็นแฟนกัน

และพี่ตู่เป็นเจ้าของเกสต์เฮ้าส์ข้างๆที่ๆพี่ปานเคยไปช่วยทำมา ก่อนที่จะมาทำหลับฝันดี บรรยากาศกันเองกันมาก

ตอนค่ำๆ เราก็ดื่มเรดกันไปชิวๆ พร้อมกับเล่นไพ่กัน พี่ปานเล่นด้วย

พี่ปานเล่นตั้งนานแต่ยังไม่ได้เป็น คิง ซะที555 กว่าจะนอนกันก็ตีสองกว่าๆแล้ว...


วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2550

ตื่น เก้าโมงกว่าไปตลาดกัน ไม่มีอะไรกินแล้ว ตื่นสายเกินไป

เลยพากันไปกินต้มเลือดหมูซอยตรงข้ามอำเภอกัน

รสชาดก็ดีนะ แต่ผักที่ใส่เป็นยวงเลยแฮะ..ไม่เป็นไรกินได้

จากนั้นก็ไปเช่ามอร์เตอร์ไซค์อีกคันไว้ฝึกขี่เล่นกัน เช่ายามาฮ่ามีโอมา เกียร์ออร์โต้

ปิ่นประเดิมขี่คนแรกเพราะได้ลองขี่รถนัทมาบ้างแล้ว แล้วคันนี้ก็ไม่มีไรมาก

แค่บิดกะใช้มือเบรก ไม่ต้องใช้ขาทำไร ง่ายหน่อย

หลังจากขี่รถไปเติมน้ำมันเต็มถัง ก็เป็นแก็งค์ เด็กแว๊นกันไปชุมชนจีนยูนนาน

แต่เนื่องจากอิ่มมากเราก็ได้แค่นั่งชิมชา ร้านขายของที่ระลึก คุณป้าใจดีชงให้กิน

นัทเลือกกินชาน้ำค้าง ป้าก็ชงมาให้กินครบทุกคน หอม อร่อยมาก นัทเลยกะจะซื้อไปฝากแม่

พอถามราคา ถุงละ 400 แพงสุดในร้าน นัทเลยเปลี่ยนใจเป็น ชามะลิแทน

ร้อยห้าสิบ ป้าแกชงให้ชิมอิกรสต่างกันมากมาย

นัทเลยเปลี่ยนใจอิกรอบเพิ่มตังค์ซื้อชาน้ำค้างให้แม่ต่อราคาป้านิดหน่อย

หลังจากนั้นเราก็ไปเล่นชิงช้ากัน มีหนุ่มน้อยสองคนมาแนะนำ น่ารักจริงเลย

พวกเราเห็นน้องอยากเล่นเลยช่วยกันหมุนๆให้น้องดันกลัว บอกว่า

"พี่ๆสูงพอแล้วครับ" สำเนียงชาวเขาแบบจีนๆหน่อยๆ ดูน่ารักดีจังเลย

จากนั้นเราก็บ๊ายบายสองหนุ่ม แล้วก็ออกมาฝึกขี่มอร์ไซค์กัน

เกดลดาขี่ได้แต่เลี้ยวขวาไม่ถนัด เพราะเป็นคนถนัดซ้าย 555

แต่มันก็สนุกดี งานนี้ ปอนได้แผลนิดหน่อยจังหวะเลี้ยวรถเสียหลักล้มไป

ส่วนอิก็โชว์เหนือยกสองขาขึ้นวางเท้าพร้อมกันโดยไม่ต้องค้ำไปมาก่อน

(หลังจากเซๆอยู่พักนึง)

หลังจากสนุกกันพักใหญ่ ปอนก็ขอขี่แล้วปิ่นซ้อน ส่วนเกดลดากะอิ ซ้อนท้ายนัท

งานนี้ปอนขี่มุ่งไปข้างทางจะชนเป็ดเอา ต้องมาตั้งหลักกันใหม่...ฮาดี...



พี่ ปานชวนไป Moon Village ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีชาวญี่ปุ่นที่เบื่อสังคมเมือง

มาอาศัยอยู่รวมกันเป็น ชุมชนเล็กๆ ใช้ชีวิตเรียบง่าย โดยมี "โตรอน" เป็นหัวหน้าเผ่า

พี่ปานเล่าให้ฟังว่า โตรอนเป็นผู้บุกเบิกมาขอแบ่งเช่าที่ดินแถวนี้เพื่อสร้างบ้านเล็กๆของเค้า

ต่อมาก็ได้รับการบอกต่อไปจนมีชาวญี่ปุ่นที่รู้ข่าวก็มาขอแบ่งที่เพื่อตั้งถิ่นฐานกันมากขึ้น

จนเกิดเป็นชุมชนเล็กๆน่ารักที่พึ่งพาอาศัยกัน บ้านไหนทำกับข้าวเป็นก็จะทำมาแบ่งกันกิน

โดยวันนี้เป็นวันที่พวกเค้าซ้อมและจัดเตรียมงานเฉลิมฉลองให้กับอะไรสักอย่างเนี่ยล่ะ

พี่ปานซึ่งคอยช่วยเหลือ ช่วยงานต่างๆให้กับชุมชนนี้จึงพาเราไปดู

ชาวญี่ปุ่นที่นี่คงจะเปรียบได้กับชาวเขาแถวนั้นล่ะมั้ง การแต่งตัวก็เป็นชุดพื้นเมือง ผ้าซิ่น

แต่ส่วนใหญ่ออกไปทางเร้กเก้ซะมากกว่า เดรดร็อคกันเป็นแถวเลย สไตล์การจัดงานก็เน้นสีเขียวเหลืองแดง

ตอนเราไปถึง พวกเค้ากำลังเล่นดนตรีกันอยู่บนศาลายกสูงเป็นที่สนุกสนานเลย

พี่ปานเล่าว่า ใครเล่นอะไรเป็นก็จะขนเครื่องดนตรีมาแจมกัน

ส่วนหนึ่งก็กำลังตกแต่งรอบๆบริเวณงานกันอยู่

ชอบบรรยากาศแบบนี้จังเลย ดูสามัคคีมีความสุขกันดี






มีหลายสิ่งหลายอย่างในที่นี้ที่ดูมีเสน่ห์ทำให้หลายคนตกหลุมรักดินแดนนี้เข้าไปแล้ว

หลังจากดูที่นี่อยู่พักใหญ่พวกเราก็ เดินทางไปยังร้าน Buffalo ซึ่งเป็นร้านเหล้านั่นล่ะ

เป็นร้านของเพื่อนพี่ปาน ก็ไปนั่งคิดเมนูอาหารกันว่าเย็นนี้เราจะทำอะไรกินกันดี

เมื่อคิดได้สักพักก็แยกกับพี่ปานไปท่องเที่ยวกันต่อ ส่วนพี่ปานก็ไปซื้อกับข้าว.........


หลัง จากนั้นพวกเราเดินทางไปหา คาเฟ่เดลดอยกัน ( Cafe del Doi)

ร้านอยู่บนเขา เพื่อนนัทเล่ามาว่า สวยวิวดี เจ้าของหล่อ ทำให้มีแรงบันดาลใจไปกัน

ลืมเอาแผนที่กันออกมา.. ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีหลง...แต่ก็ถามคนแถวนั้นบ้างอ่านป้ายบ้างจนไปถึงจนได้...

มีหมาสี่ตัวมาต้อนรับ ขนาดหมาที่นี่ยังหน้าเหมือนชาวเขาเลย ตาชี้ๆ หน้าเล็กๆ ฮาดี ...

ภาพที่เห็นตอนเข้าไป เป็นร้านที่มีวิวเบื้องหน้าเป็นภูเขา แม่น้ำ แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาเข้ากับสีส้มของร้าน

แม้จะร้อนแดด แต่ใครรักการถ่ายภาพ ขอแนะนำภาพจะออกมาสวยมากๆ แต่...ชาเย็นจืดสนิท

คนขายเป็นหญิงชาวเขา สองคน ไม่เห็นเจ้าของหล่อสักนิด

จนเราพูดกันเล่นๆว่า รึว่าชาวเขาเอาเจ้าของไปเก็บแล้วมาเนียนขายของซะเอง

อยู่บนป่าบนดอยซะขนาดนั้น...



นั่ง ไปมามองไปไกลๆเห็นฟ้าครึ้ม เหมือนฝนจะตกหนักมาก

เราเลยรีบเดินทางกลับกันต่อ สรุป ฝนก็ไม่ตกจนใกล้จะถึงที่พักแล้ว

ตกแบบปรอยๆนิดหน่อย แล้วก็หยุดไป.............


ใน เวลานี้ พวกเราก็ช่วยพี่ปานทำกับข้าวกัน เยอะแยะทีเดียว พี่ปานซื้อซี่โครงหมูมาอบ

แล้วก็ทำลาบปลา (ซึ่งพี่ปานบอกว่าคนเหนือถ้าจะทำลาบนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ แบบมีงานมงคลไรงี้เลย

ประจวบกับมันจะมีงานสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น ลงชื่อแต่งงานไรสักอย่าง

อิเลยกะว่าจะไปลงชื่อเผื่อหนุ่มเขียวซัง (หนุ่มญี่ปุ่นใส่เสื้อสีเขียวนั่ง รถบัสมาปายข้างๆอิแล้วชมอิว่าเท้าสวย...)

มาเจอจะได้มาเซ็นต์ด้วย พี่ปานจะได้ทำลาบให้กินได้ 555 ก็ว่ากันไป........

งานนี้ปอนเป็นแม่หมอปลุกเสกซี่โครง โดยคอยสาดน้ำซอสลงบนซี่โครงที่อบไว้หอมฉุย

แล้วก็แกะเนื้อปลาเอาไปตำๆกับเครื่องลาบ แล้วลงไปทอดๆคลุกๆ พี่ปานซื้อเนื้ออบมาด้วยอร่อยเชียว

มื้อนี้อิ่มอร่อยสุดๆ จากนั้นเราก็ไป "Phu Pai" ไปนั่งชิวๆ

สักพักก็เคลื่อนพลไป "B-Bob" กันต่อ งานนี้มาแบบ night life สุดๆ จบงานก็กลับบ้าน.........



วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2550


ตื่น เช้ามาก็รีบออกไปหวังจะตักบาตรกับอิและนัท ไปถึง7.30น. พระหมดพอดี ไม่ทัน

เลยนั่งกินชาเย็นร้านลุงหล้าไป2แก้วกับปาท่องโก๋ร้านข้างๆ

วันนี้ บ้านพี่ปานต้อนรับสหายเก่าอย่างวงคาราวาน นำโดยน้าหงา

มากันเต็มเลย ก็ไหว้ทักทายกันไปพอเป็นพิธี น้าหงาชวนไปดูดนตรีที่หมู่บ้านญี่ปุ่น

โดยวงเค้าจะเล่นตอนทุ่มนึง ก่อนหน้านั้นคนญี่ปุ่นจะโชว์

นัทก็รีบบอกไปว่าอ่องั้นทุ่มนึงกลับ น้าหงาเงยหน้ามามองเลยฮามาก แต่น้าหงาใจดีก็ขำๆกันใหญ่ ....

จากนั้นพวกเราก็ออกไปชุมชนจีนยูนนานกันด้วยความมุ่งมั่น คราวนี้ไปเพื่อกินเลย

สั่งขาหมู แป้งทอดเลี่ยงเฟิง หมั่นโถวนึ่งและทอด กับยำสาวน้อยยูนนาน

รสแปลกๆดีเค้าบอกว่ามันเป็นหมูกับพืชชนิดนึง อืมยังกะปลีกล้วยแน่ะแต่เค้าว่าไม่ใช่



กินกันอิ่มเอมเปรมมาก (พูดคำว่าเปรมบ่อยแฮะเวลากินเนี่ย) กินเสร็จก็ไปนั่งชิวๆที่ "All about coffee" กัน

เกดลดาสั่งช็อคโกแลตเดอลุกซ์ไรสักอย่างมากินราดวิปครีม ก็อร่อยดี

แล้วก็มีอาหารแนะนำของร้าน "Binoffee Pai" เขียนถูกมั้ยหว่า นั่นล่ะ

ก็กินไปอร่อยมาก ข้างล่างเป็นเหมือนพายมีกล้วยโปะด้วยครีมขาวๆราดด้วยช็อคโกแล็ตพองาม สุดยอดต้องลองกินดู

แล้วก็ไปซื้อโปสการ์ด จากนั้นก็ดูของแถวนั้นจากนั้นก็กลับบ้านกันก่อน



พอหกโมงก็ออกเดินทางไปมูนวิลเลจโดยพี่ปานเป็นแกนนำ.....

เมื่อไปถึง ก็พบกับบรรยากาศรื่นเริงสนุกสนานที่คนบนเวทีก็เล่นดนตรีไป

ส่วนข้างล่างก็ เต้นระบำกัน ยิ้มแย้มแจ่มใสเชียว เราก็ไปนั่งดูดนตรีกัน สลับกะเดินไปหาของกิน



จริงๆประทับใจหลายสิ่งหลายอย่างที่นี่แต่เขียนเล่าคงไม่หมด

ขอเก็บไว้ในความทรงจำแล้วกัน


แต่งานนี้โตรอนเอาโคมมาปล่อย

เรา ได้มีโอกาสไปปล่อยโคมกะนัทด้วยเพราะนั่งอยู่แถวหน้าสุดเลย

(ไปนั่งเชียร์น้าหงายังกะพวกติดตามนักร้องเลยแฮะ) มีพี่ชัยบลูส์ มาร่วมแจมด้วย

มีอยู่เพลงนึงที่คนญี่ปุ่นร้อง เสียงเค้าตลกมากแต่พวกเราก็ขำกันสรุป

สาวญี่ปุ่นคนนึงนั่งร้องไห้ จ๋อยเลย เลยถามหนุ่มญี่ปุ่นเดรดร็อคสุดเท่ที่อยู่ข้างๆว่าเพลงเศร้าเหรอ

เค้าก็บอกว่าไม่ เพลงมีความสุขประมาณพระจันทร์มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ไรงี้

จนบัดนี้ก็งงว่าเค้าร้องไห้เพราะอะไร..........อาจจะมีความหลัง...



คน ที่นี่ใจดีและเป็นมิตร มีลุงคนนึงอยู่ๆก็เอากล้องดิจิตอลมาให้พวกเราดูและบอกว่า

น้าหงาเคยไปเล่นดนตรีที่ญี่ปุ่นด้วย แล้วก็โชว์รูปถ่ายคู่เค้ากับน้าหงา

ประมาณเออเป็นเพื่อนกันนะ เค้าภูมิใจมากเลย น่ารักดี.....





หมด งานนี้เราไปต่อกันที่บัฟฟาโล่ ร้านเพื่อนพี่ปาน น้าหงากะชาวคาราวานก็อยู่ด้วย

น้าแกก็เลี้ยงลูกชิ้น ส่วนพวกเรา็ก็สิงห์คนละขวดอย่างเสียมิได้เพราะร้านนี้ไม่ขายจำพวกบาร์คา ดี้ไรงี้เลย

จริงๆไม่ชอบกินเบียร์แต่เอาวะ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ก็ดื่มๆไป - -' ....

น้าหงาต้องไปเล่นดนตรีต่อที่ พูปาย แล้วก็ชวนพวกเราไปก็เลยถือขวดไปต่อพูปาย

คนแน่นเลยน้าแกก็จัดหาโต๊ะให้พวกเรา แต่มันจะขวางทางเดินมากเลยนั่งกันบนโต๊ะเลย ........

ในช่วงเวลาที่นั่งรอและฟัังดนตรีไปกันอยู่นั้นเอง... ก็มีหนุ่มคนหนึ่งซึ่ง นั่งอยู่ข้างอิมานิมาทักเข้า

อิก็ดันจำได้ว่าคนนี้เคยมาแล้วเมื่อตอนหน้าหนาวที่อิไปเที่ยวกะปอน บังเอิญจังเลยที่คนไม่รู้จักกัน มาจากคนละที่

แต่ได้มาเจอกันอีกในที่และช่วงเวลาที่ไม่น่าจะมาเจอกันได้ เค้าชื่อพี่โอ ก็คุยกะอิไปถูกคอทีเดียว...

ต่อจากนี้ก็เก็บเป็นความทรงจำของเพื่อนเราไป แล้วกัน...มีพบก็ต้องมีจาก...............


จากพูปาย ตามสูตรคนที่นี่ก็ต้องไปต่อบี-บ๊อบกันเพราะปิดร้านช้ากว่า

น้าหงาชวนอีกแล้วครับท่าน ก็ไปถึงเค้าก็เลี้ยงเหล้า กรรม ไม่สั่งโค้กมาให้

เลยต้องผสมโซดา - -' มานี่งานนี้หลายขนานเหลือเกิน วันนี้ปิ่นได้เป็นขวัญใจมหาชน

หนุ่มๆปิ๊งกันเพียบ พวกเราว่าจะเอาโล่ รึสายสะพายไปให้ปิ่นละ

จนร้านปิดก็กลับมานั่งเล่นกันที่บ้านกินมาม่าอะไรกันไป และในเวลานั้นเอง ก็มีหนุ่มสองคนหลงมา

โดยถามพวกเราว่า

"ที่นี่มีเหล้าขายมั้ยครับ พอดีเซเว่นเค้าไม่ขายแล้ว ...."

"ไม่มีค่ะ ...."

"แล้วมีพวกแอลกอฮอล์รึเครื่องดื่มอะไรม่างมั้ยครับ"

ก็ไปรื้อกันมา็ก็มีสไปรท์ เค้าแบกคาลัวมาก็เลยโอเคกินสไปรท์ก็ได้

เลยเอาน้ำแข็งจากตู้เย็นให้เค้าไป แล้วก็ชวนนั่งกินแถวนี้ พอดีเค้ามาหาที่กินบรรยากาศดีๆ ก็เลยมานั่งกินข้างๆเรา

ก็คุยกันไป คนนึงชื่อป๊อบ (นามสมมุติ) อีกคนชื่อโก๋ (นามสมมุติ) โก๋นี่มาตั้งรกรากที่ปายแล้วขายเหล้าขายไรไป

ส่วนป๊อบ (นามสมมุติ) บ้านอยู่ข้างๆนี่เอง แต่เป็นบ้านน้า มาอยู่นี่ได้สองเดือน แล้วก็อีกไม่นานก็จะไปเชียงใหม่แล้ว

ซึ่งป๊อบเป็นเด็กนนทบุรี บ้านอยู่ปากเกร็ด เราเลยถามว่า

"รู้จักโรงเรียน...(ของเกดเอง) มั้ย" ป๊อบก็บอกว่า

"รู้จักสิ เค้าเรียน....(โรงเรียนของป๊อบ นามสมมุติ) ซอยข้างโรงเรียนเราเอง"

แล้วก็ไปต่อ...(โรงเรียนมัธยมแถบนั้น) ป๊อบ (นามสมมุติ) อายุ 24 เท่าเราเลย

คุยกันไปมา พอดีเรานั่งเขียนไดอารี่ไปด้วย ป๊อบเลยถามว่า

"เขียนไรครับ"

" ...อ่อ ไดอารี่ค่ะ...."

"ชอบเขียนเหรอ"

" ....ก็เขียนไว้กันลืมค่ะ...."

ป๊อบเลยบอกว่า

"เขียนมั่งได้มั้ย..."

แล้วเราก็ ยื่นให้ เค้าก็เขียนมาเต็มหน้าเลย ...บอกให้เราอย่าเพิ่งอ่านกฏมีอยู่ว่า

ต้องรอให้คนเขียนไปก่อน แต่สุดท้ายเราก็แอบอ่าน...ปิ๊งเลย.....

เนื่องจากว่าแก็งค์น้าหงาที่เข้ามาทีหลังเสียงดังเมากันมาก ป๊อบกะโก๋อยู่สักพักก็ขอตัวกลับ ........

สักพักพวกเราก็เข้านอนกัน พวกน้าๆยังคงดื่มกันอยู่..........


วันพุธที 11 กรกฎาคม 2550

ตื่น มาแต่เช้าหวังว่างานนี้ไปตักบาตรทันแน่ วันนี้ออกมากันหมดทุกคน

พอไปถึงเราก็ซื้ออาหารเตรียมไว้ สรุปพระหมดไปแล้ว จ๋อยๆ

นัทกับปิ่นเลยขี่รถไปให้ที่วัดซะเลย

พวกเราก็นั่งกินโจ๊กกับโอวัลตินร้านลุงหล้า และปาท่องโก๋ร้านป้าข้างๆ อิ่มเลย

เสร็จแล้วก็กลับเข้ามา นัท ปิ่นและปอนนอนต่อ ส่วนเรากะอิ นอนไม่หลับแล้ว

เกดลดาก็เลยนั่งเขียนโปสการ์ดไป ส่วนอิก็นอนอ่านหนังสือไป

พวกน้าหงาก็ยังไม่กลับ จนสายๆเราก็เลยอาบน้ำกัน แล้วสักพัก

พี่โอก็มาหาอิ แล้วก็ชวนไปหาไรกินกัน พวกเราก็สักพักพี่ปานชวนไปกินข้าวร้านเบญจรงค์ เลยขนกันไป

ส่วนอิก็อยู่ร้านโกโอ (ร้านเบเกอรี่) กะพี่โอ แล้วไปต่อร้านคาเฟ่อินเลิฟ ร้านนี้อยู่บนเขา สวยเชียว...แล้วอิก็ไม่ได้กินข้าว....

ส่วนพวกเราที่เหลืออิ่มเอมเปรมกับอาหารร้านเบญจรงค์มาก ร้านมันจะอยู่ก่อนถึงบี-บ๊อบ อาหารอร่อยเชียว

แล้วเราก็สั่งไอติมทอดมากิน อร่อยเชียว อิ่มเลย



แล้วจากนั้นก็เป็นเรื่องราวของนัท ที่จะออกตามหาเหลืองคุง

คนที่เจอเมื่อวันจะไปคาเฟ่เดลดอย ญี่ปุ่นหล่อมาก วันนั้นใส่เสื้อเขียว เรียกเขียวคุง

แต่วันที่เจอที่งานมูนวิลเลจใส่เหลืองเลยเรียกเหลืองคุงแถมมารู้ว่าเป็นคนไทยพูดชัดปร๋อเลย จ๋อยๆ

แต่ด้วยความปิ๊ง ทำให้หลังจากมาตั้งหลักแล้ว วันนี้เลยขี่มอเตอร์ไซค์ออกตามหาพ่อหนุ่มเหลืองคุงซะทั่วปาย

แต่ก็ไม่เจอแล้ว เศร้าเลย.... ประจวบกับบ่ายสองเราคงกลับกันไม่ทันก่อนหน้านี้

เลยให้อิไปจองตั๋วรถตู้ เที่ยวบ่ายสี่ไว้ ต่อเวลาความสุขไปได้อีกหน่อย

แต่แล้วเมื่อถึงเวลามีพบก็ต้องมีจาก เศร้าจังเลยไม่อยากจะกลับออกมา

แต่สุดท้ายก็ต้องร่ำลากัน.....

...จนกว่าจะพบกันใหม่ค่ะ พี่ปาน และปาย ดินแดนแห่งความสุขของพวกเรา...



เดิน ทางกลับโดยรถตู้เวลาบ่ายสี่กว่าๆช้าเพราะมีคนนึงมาช้าคงมัวแต่ร่ำลาแฟนอยู่ต้องขับรถตามมาขึ้น



ถึงเชียงใหม่เวลาทุ่มกว่า สักพักก็ขึ้นรถทัวร์นครชัยแอร์รอบสองทุ่ม

ถึงหมอชิตเวลาตีห้ากว่า เกดลดากับอิรีบบึ่งแท็กซี่กลับไปอาบน้ำที่บ้านอิ แล้วออกมา จุฬา

เพื่อมางานรับปริญญาพี่สาวเกดลดา กะน้องสาวอิกันต่อเลย เหนื่อยมากที่สุด........



**************************************

ปล.1 ตอนหลังมารู้ว่าโลกกลมมากเพราะเพื่อนรู้จักคนชื่อป๊อบ (นามสมมุติ)คนนั้น แถมเด็กกว่าด้วย

แต่ไม่เป็นไรค่ะ ความสุขเล็กๆของสาวโสด ฮุฮุฮุ

อำกันได้.. หลงนึกว่ารุ่นเดียวกันรึฟังมาผิดเองก็ไม่รู้ เขิลจัด

ปล.2 ไปปายคราวนี้ อาจจะมีภาคกลางคืนมากไปหน่อย แต่มันก็เป็นอีกไลฟ์สไตล์นึง

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

ปล.3 สนุกมากค่ะ

ปล.4 ปัจจุบัน อิเป็นแฟนกับโอแล้ว และยังคบกันอยู่

ส่วนพี่ปานเมื่อปีใหม่เหมือนจะกลับไปโสดแต่ตอนนี้ไม่ทราบสถานะภาพ

ปล.5 พฤติกรรมบางอย่าง ทำไปขำๆ ฮาๆ เช่นเรื่องเขียวซัง รึ เหลืองคุง








Create Date : 27 กันยายน 2551
Last Update : 27 กันยายน 2551 14:00:31 น. 10 comments
Counter : 433 Pageviews.

 
เข้ามาเจิมเลย
ตกลง จขบ.ไปมากี่ครั้งแล้วคับ


โดย: chalawanman วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:13:07:40 น.  

 
เกดไปมา 3 ครั้งแล้วค่ะ ภายในหนึ่งปี
จริงๆสิ้นปีนี้ก็ว่าจะไปอีก ต้องดูเพื่อนๆก่อน


โดย: katelada วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:13:37:32 น.  

 
ละเอียดลออดีจัง ยังกะได้ไปเอง

มีเพื่อนถามเหมือนกันว่าปายเป็นไงบ้าง ได้แต่ตอบว่าคงสวยนะ

... ก็ยังไม่เคยไปซักกะทีนี่นา ...


โดย: SIMAKHA วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:13:41:33 น.  

 
อยากไป อยากไป

หลังไมค์ไปแล้วนะงับ รบกวนหน่อยนะงับ อิอิ


โดย: boyiisdz วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:17:57:03 น.  

 
รออ่านรอบสามจ้า


โดย: คนขับช้า วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:19:41:24 น.  

 
ตอบพี่ "คนขับช้า"

รอบสามเสียดายที่เกดไม่ได้จดบันทึกไว้
ไม่งั้นคงได้เล่าละเอียดเลย

แต่ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวเล่าเรื่องจากรูปแล้วกัน
แต่ต้องรอสักพักนะคะ

โปรดติดตามตอนต่อไป...


โดย: katelada วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:20:39:49 น.  

 
นั่งรถไฟไป ..อืม เป็นอีกบรรยากกาศนึงที่สนุกเนาะ...



โดย: เหนือฟ้า พาไป วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:9:06:10 น.  

 




ขอบคุณสำหรับคำอวยพร

ขอตั้งจิตอธิษฐานให้อานิสงส์

ที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม

และการทำบุญสร้างพระ

ตลอดจนการทำกรรมดีต่างๆ

ส่งผลให้กัลยาณมิตร

และผู้มีอุปการคุณต่อ

สัตว์ยากไร้ด้อยโอกาสทุกท่าน

ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด

ขอให้ประสบความเจริญสุขสถาพร

ตลอดไปนะคะ



โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:11:02:33 น.  

 




โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 24 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:56:46 น.  

 
อื้อหือ บันทึกการเดินทางที่ละเอียดมาก

เลี้ยงสิงห์กินไม่ได้ วันหลังก็เก็บกลับมาฝากด้วยแล้วกันนะ

ไปหลายครั้งท่าจะติดใจที่นั่นแฮะ ไว้เราจะไปแล้วจะขอคำปรึกษาแล้วกันนะครับ ไม่เคยไปอ่ะ

สุดท้ายก็ สุขสันต์ปีใหม่ครับผม


โดย: dingadinga วันที่: 2 มกราคม 2552 เวลา:4:04:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

katelada
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Life is Journey...
Friends' blogs
[Add katelada's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.