If the disappointment is worth, it is that it makes me stronger
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
การผจญภัยหมื่นลี้....จากหัวไก่สู่ด้ามขวาน ตอน เส้นทางสู่หลี่ถัง


แผนที่การเดินทางสู่หลี่ถัง


“ป๊อก ป๊อก ครืดดดด”  เสียงเคาะประตูห้องดังแต่เช้าตรู่เรียกความสนใจจากฉันที่กำลังยัดสิ่งของลงกระเป๋าใบใหญ่ คุณยายเจ้าของเกสต์เฮ้าท์ลงทุนขึ้นมาปลุกถึงห้องเพื่อกันฉันพลาดรถรอบเช้าโอ้...บริการเสริมที่นี่เขาดีจริงๆ ฉันลากกระเป๋าลงไปชั้นล่างของโฮสเทลพบกับพ่อหนุ่มไบรอันและจอห์นนี่สองฝรั่งแพคคู่ที่ตื่นมารอรถกลับเฉิงตู<成都>พวกเราเอ่ยลากันเพียงคำสั้นๆตามประโยคพื้นฐานสากลโลก “ยินดีที่ได้รู้จักกัน”  ซึ่งคงไม่มีใครบอกว่า“ฉันรู้สึกเสียใจที่ได้รู้จักคุณ”  พร้อมจับมือและเดินจากไป....

 ฉันแบกสัมภาระขึ้นรถรับจ้างที่คุณยายเรียกมองสองฝรั่งที่ยืนส่งอยู่ในโฮสเทลในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกไปเผลอกระพิบตาเพียงสามทีรถรับจ้างก็มาถึงสถานีซึ่งมีรถประจำทางจอดรอผู้โดยสารอยู่ด้านหน้าจากส่วนลึกของจิตใจแล้วฉันเองแอบเป็นหมาตื่นถิ่นอยู่เหมือนกันเพราะไม่รู้เลยว่ามีอะไรรอฉันอยู่ที่ปาเหมย<八美> ฉันควรลงรถที่ไหน จะมีรอบรถไปเมืองอื่นหรือเปล่าคำถามเหล่านี้วนเวียนมาให้ฉันครุ่นคิด ก่อนถูกลบด้วยคำว่า “ช่างแม่ง” ปิดท้ายง่ายๆแต่ได้ผล

เพื่อนร่วมทางส่วนใหญ่เป็นชาวทิเบตแต่งกายพื้นเมืองแสดงความเป็นเอกลักษณ์ผู้หญิงทิเบตมักนุ่งชุดคลุมสีดำกับผ้าลายปักคาดเอวคล้ายผ้ากันเปื้อนถักเปียและม้วนคาดทับบนศีรษะติดประดับตกแต่งด้วยผ้าสีสันส่วนผู้ชายนิยมใส่เสื้อผ้าสีสันหนาๆ คล้ายกับเจ้าชายจิกมี่แห่งภูฎานตอนใส่ชุดเต็มยศ เสื้อคลุมยาวแตะถึงหัวเข่าต่างเพียงชาวทิเบตไม่ใส่กางเกงสั้นชะเวิ๊บชะว๊าบหน้าหวาดเสียวและดึงถุงเท้ายาวเป็นนักฟุตบอลขนาดนั้น ผู้ชายทิเบตบางคนอาจชอบเดินเปิดไหล่อีกข้างลองจินตนาการถึงเจ้าชายจิกมี่ตอนยิงธนูแล้วเอามือออกมานอกเสื้อและทิ้งแขนเสื้อห้อยไว้เป็นแขนที่สามซึ่งงอกมาจากจั๊กแร้ ถ้าใครยังนึกไม่ออกลองปรึกษาอากู๋กูเกิ้ลเขาสามารถช่วยท่านได้


 






 จากตันปา<丹巴> ถึงปาเหมย<八美>เส้นทางค่อนข้างสบาย เรียบลื่น นุ่มก้น ไม่ต้องกระแทกจนหลังส้นพนักงานขับรถแสนคึกคักเปิดเพลงทิเบตดังลั่นรถคลอไปกับหนังอินเดียชนชาติที่มีขาแข็งแรงให้ผู้โดยสารชมจากต้นไม้เขียวๆเริ่มกลายเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์เต็มไปหมดผิดกับบรรยากาศเดิมๆที่ผ่านมาประหนึ่งว่าฉันกำลังเดินทางอยู่บนยอดเขาหัวสกินเฮดลูกโต แสงแดดจัด


 







 “เอ๊าปาเหมยๆ” พนักงานขับรถหันมาตะโกนเรียกฉันให้ลงรถทันทีที่เลี้ยวเข้าสู่เมืองปาเหมย<八美>ฉันเดินลงอย่างองอาจ ไม่มีคำว่าพลาดเลยจุดหมายอีกต่อไปเพราะฉันย้ำกับพนักงานขับรถหลายสิบรอบแทบนั่งทับพวงมาลัยเพื่อแสดงให้รู้ว่าฉันมีตัวตนอยู่บนรถ

รถตู้คันเล็กๆหลายสิบคันจอดรอผู้โดยสารอยู่ตามข้างทางรถเหล่านี้รับส่งวิ่งเข้าเมืองบริเวณใกล้เคียงหลายแห่งฉันเดินตามเสียงชาวทิเบตผู้ยืนเรียกหาผู้โดยสารไป ซินตู่เฉียว<新都桥>[1] ที่จอดรออยู่ใกล้ๆและคอยผู้โดยสารอีกเก้าคนที่เหลือจนกว่าจะเต็มคันรถซึ่งตอนนี้มีแค่ฉันเปิดประเดิมเป็นผู้โดยสารคนแรกของคัน

 ระหว่างคั่นเวลารอรถออกเดินทางอาการอยากเข้าห้องน้ำเริ่มกำเริบตะหงิดๆกลุ่มผู้ประกอบการชาวทิเบตที่ยืนอยู่บริเวณนั้นบอกทางเข้าห้องน้ำและเตือนระวังหมาดุฉันเดินเข้าซอยเล็กๆตามมือใบ้ทาง ไปปะทะกับหมาทรงอิทธิพลนอนอยู่ดุหรือไม่ฉันไม่รู้ แต่มันสมควรถูกเรียกว่าหมีมากกว่า หมาทิเบตพันธุ์อะไรเนี่ยตัวใหญ่ ขนฟูฟ่อง เห่าเสียจนฉี่หดไอ้เราเป็นคนไม่กลัวหมาแต่เห็นแบบนี้แล้วก็เกรงใจมันจัง

ในเมื่อเข้าไม่ได้ฉันจึงเปลี่ยน เป็นเข้าหาร้านริมถนนที่ตั้งขนมห่อชิ้นเล็กชิ้นน้อยชั่งเป็นกิโลขายฉันลงทุนไปห้าหยวนได้ขนมมาเป็นถุงใหญ่ หวังแลกกับห้องน้ำบรรเทาทุกข์ทว่า....ผิดคาด ร้านขายขนมต่างต้องพึ่งบริการห้องน้ำหมาดุเช่นกันเป็นเหตุให้ฉันต้องจำทนฝืนกระเพาะปัสสาวะตัวเองต่อไป


                

แอบมองอยู่บนรถก๊าบ



ลอบสังเกตการณ์






รถรับจ้างที่จอดรอผู้โดยสาร


 มีใครอยากไป ซินตู่เฉียว<新都桥> บ้างไหม?กว่าครึ่งชั่วโมงฉันยืนรอผู้โดยสารที่ไม่มีวี่แววว่าจะเต็มคันรถและยืนคุยกับพนักงานขับรถสี่ห้าคนที่ยืนล้อมฉันอยู่ช่างหน้าตาน่ากลัวดีแท้ ฉันเข้าใจมาเสมอว่าชาวทิเบตเป็นชนชาติผิวขาวใสแต่จากที่ออกเดินทางและเคยพบมาส่วนใหญ่มีผิวน้ำผึ้งคงเหมือนกับที่ชาวจีนมักคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องผิวดำกระมั้งแต่ละคนไว้ผมยาวรุงรัง เซอร์มากถึงมากที่สุด จนฉันนึกว่าตัวเองกลับมาอยู่ในมหาลัยอีกครั้งและกำลังถูกล้อมจากดงเด็กจิตรกรรมซึ่งบางคนฉันนึกว่าเป็นชาวอินเดียแดงมารับงานพิเศษในเมืองจีน พวกเขาตัวสูงใหญ่ถักเปียยาวถึงก้น ซึ่งเต๋อเทียนเคยบอกไว้ว่า บุคลิกของชาวทิเบตอาจดูน่าเกรงขามแต่ความจริงแล้วไม่มีอะไร

ระหว่างคุยกับคนทิเบตฉันเริ่มได้ภาษาติดตัวเพิ่มมาอีกสามสี่คำใช้ในชีวิตประจำวันคนขับรถแนะนำให้ฉันรู้จักกับอาเฮียคนหนึ่งผู้กำลังจะเดินทางไปพร้อมกันคนขับรถฝากฝังฉันไว้กับอาเฮียคนดังกล่าวและหันมายืนยันกับฉันว่าอาเฮียคนนี้คนดีสุดๆ ไว้ใจได้อย่างแน่นอน ซึ่งบางทีเขาอาจช่วยเหลืออะไรฉันได้ระหว่างทาง



ว่างจัด 



                จากเก้าโมงครึ่งกว่ารอผู้โดยสารเต็มคันรถและได้ออกเดินทางก็ปาไปสิบเอ็ดโมงฉันนั่งเบียดอยู่กับอาเฮียและเจ๊อีกหนึ่งคนที่เบาะหลังหลับสัปปะหงกผงกหัวโขกกับหน้าต่างไปตลอดทาง แลเป็นที่น่าสงสารจนอาเฮียให้ไหล่ยืมพิง แต่ด้วยความซาดิสต์ฉันขอยอมเอาหัวโขกต่อไปดีกว่ารบกวนไหล่อาเฮีย


























สีๆที่เห็นนั่นคือ ธงมนต์ นะจ๊ะ





[1] ราคา 50 หยวน




Create Date : 23 สิงหาคม 2555
Last Update : 23 สิงหาคม 2555 12:44:07 น. 1 comments
Counter : 994 Pageviews.

 
The city is so brown. Where are all the greens?


โดย: Phoebe Buffay วันที่: 5 กันยายน 2555 เวลา:10:56:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wanderswallow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Custom Search
New Comments
Friends' blogs
[Add wanderswallow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.