Photobucket
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
ปั่นจักรยานพาเที่ยว พิษณุโลก - เลย(เชียงคาน) - หนองคาย (1)

คำเดียวว่า มาก โคตรรรรรรมันส์ครับ อิอิอิ สะใจมากๆ งวดนี้ได้ไปผจญภัยแบบที่ไม่เคยเลยในชีวิตนี้มาก่อน...

ตั้งแต่โตมา ไปเที่ยวตจว.กับเพื่อนไม่เคยเที่ยวไรแบบนี้เลย เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของมากเลยจริงๆ ครั้งแรกในหลายๆอย่างที่ไม่เคยลอง ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนี้ (บางสิ่งเห็นแต่ก็มองข้าม) โดยมีพี่ที่ชื่อ บี้ เป็นคนเปิดซิง...ซิกๆๆ น้ำตาลูกผู้ชายหยดดัง แหมะๆ (เสียงร้องไห้ของชายหนุ่ม แต่มีรอยยิ้มที่มุมปาก น้ำลายยืดดด ช่างเปรมปิติไปด้วยความภูมิใจ)

-----------------------------------------------------------------------------

ขอเกริ่นนิสสส ถึงจุดเริ่มต้นของทริปนี้

มันเริ่มต้นขึ้น ณ คืนฝนตกกระหน่ำคืนหนึ่ง เสียง เปรี๊ยะๆของไม้ที่กำลังมอดไหม้ในเตาผิง แสงรำไรจากเปลวไฟอบอุ่นพอแยงมาให้เห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฎหน้าเวปไซท์ปั่นจักรยานเวปหนึ่ง

ได้มีข้อความนึงปรากฎบนเวปบอร์ดว่า "ชวนปั่นไปพม่า" มากเห็นดังนั้น เลยรีบคลิกเข้าไปรัวๆ ด้วยความสนใจ จนปุ่มเอนเทอร์แตกกระจุยกระจาย ซึ่ง จขกท. บอร์ดนี้เป็น ช หนุ่ม(ตอนแรกนึกว่าหนุ่ม) หัวใจเริงโลก ร่าเริงขนาดพาเพลินชวนเพื่อนร่วมโลกที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ปั่นข้ามประเทศ....มากเป็นชายใจแตก พิมพ์ทิ้งเมลล์ของตัวเองไว้ให้ โดยที่ไม่คิดแม้เสี้ยววินาที.... ช่วงเวลานั้นคิดแต่ว่า เอาวะ นี่ล่ะคือโอกาสที่เราจะได้ทำสิ่งที่เราอยากจะทำ ถึงจะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่ข้อเสนอที่หยิบยื่นมา มันช่างตรงกับความต้องการของเรา จึงเป็นข้อเสนอที่กระผมยากที่จะเลี่ยงได้

และแล้วหนุ่มแปลกหน้าก็ได้ตอบกลับมา และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ผมได้คุยกับพี่บี้ (สรุปทริปพม่าไม่ได้ไปนะครับ ผมไม่ว่าง ส่วนพี่เค้าเห็นว่ามีคนมาเตือนเยอะว่ามันอันตราย ไม่คุ้มที่จะไปกันเองแค่สองสามคน...ทริปนั้นจึงเดี้ยงไปโดยปริยาย) และเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย

จนวันที่กลับมาจากทริปปั่นจักรยานลุยเดี่ยวไปกาญจนบุรี...เกิดติดใจยากที่จะลืมความรู้สึกที่ได้จากทริปเมืองกาญ ( http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=citizendudo&month=11-2008&date=02&group=3&gblog=1 ) เลยตัดสินใจลองเมลล์ไปชวนพี่บี้อีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ระบุว่าอยากจะไปไหน ขอแค่ได้ไปอีก แค่นั้นเป็นพอ

พี่บี้ตอบกลับมาในอีกสองสามวันว่าโอเค แต่ขอเป็นคนคิดเส้นทาง ซึ่งก็คือนี่แหละ พิษณุโลก - เชียงคาน
และสรุปกันว่าจะมาเจอกัน และเห็นหน้ากันเป็นครั้งแรก ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ในวันเสาร์ที่ ๑๓ ธ.ค. ตอน ๒ ทุ่มกว่า

แค่เริ่มทริปก็เสี่ยงชีวิตแล้ว ว่าไอ้คนที่เราร่วมเดินทางไปด้วยนี่ มันเป็นใครวะ แม่งจับเราฆ่าหมกป่าจะทำไงฟะ รึว่าจะลวงเราไปทำเมีย (ก็ดี ได้ไปอีกฟิว เอ่ย ไม่ช่ายยยย เหอๆ แต่น้ำลายยังไหลอยู่ ในใจก็แอบอยากลอง ๕๕๕๕ เพ้อเจ้อ!!) และอะไรอีกหลายๆอย่าง ที่มันวนเวียนอยู่ในหัว พลั่งพลูขึ้นมาจนก่อนวันนัด อยากจะโทรไปยกเลิกนัดเสียจริ๊งงงงง..... แต่ไม่ได้!! โอกาสนี้มีเพียงครั้งเดียว เราจะปล่อยให้มันหลุดมือไปหรอ ชีวิตนี้เกิดมา ทำอะไรหลุดมือไปเยอะแล้ว และต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่าทำไมวันนั้น เราไม่คว้ามันไว้ ทำไมๆๆๆๆ???? ดังนั้นคราวนี้ เราจะไม่ปล่อยให้หัวสมองมาสั่งใจของเราได้หรอก ชิชิ!! ให้มันรู้กันไปว่าใครเป็นนายใคร

-----------------------------------------------------------------------------
และแล้ววววว ก็ไม่ได้โทรไปแคนเซิล จนถึงวันนัด....

วันเสาร์ที่ ๑๓ ธ.ค. ๕๑ ตอน ๒ ทุ่ม ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง

สองหนุ่มต่างมุมก็ได้มาเจอกันเสียที....ชะแว๊ปปปป ในที่สุด พี่บี้ ที่เราไม่เคยเห็นหน้า เคยได้ยินแต่เสียงก็ปรากฎ...เป็น ช เกินหนุ่มไปนิดนึง ๔๓ แล้วอ่ะครับ ใส่แว่นตา สวมเสื้อยืดแขนสี่ส่วนพอให้เห็นรอยสักที่ข้อมือ เสื้อรัดตัวพอที่จะมองเห็นเป็นกล้ามชัดพอสมควร....คิดในใจ เอาล่ะวะตู ได้เป็นเมียนักกล้ามก็คราวนี้ล่ะวะ ๕๕๕๕ ยิ่งนี่เดือน ๑๒ อยู่ด้วย ถ้าพี่เค้าเกิดติดแสดขึ้นมาไม่อยากนึกภาพต่อ มันเสียวววว บรึ๋ยๆๆ....สวัสดีทักทายกันด้วยความคุ้นเคย ทั้งๆที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็เปิดใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย ต่างคนต่างก็คิดล่ะ ว่าไอ้คนที่อยู่ตรงหน้านี่มันจะเข้ามาอยู่ในชีวิตเราช่วงระยะหนึ่งเลยทีเดียว

ทักทายกันเรียบร้อย พึ่งรู้ว่าพี่เค้าได้จัดการจองตั๋วรถไฟไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เพราะพี่เค้ามาก่อนเวลา....คุยกันไปก็พากันเข็นจักรยานคู่ชีพไปยังตู้สัมภาระขบวนที่ ๑๐ เพื่อนำพาพวกเราสู่พิษณุโลกกกก โลกกก โลกกก (เสียง เอ๊คโค่) .....เข็นมาถึงตู้ขบวน ๑๐ ผมปีนขึ้นตู้ เพื่อให้พี่บี้ที่อยู่ข้างล่างได้ส่งจักรยานขึ้นมา....ตัดมาเป็นภาพจักรยานล๊อคติดกันเรียบร้อย

Photobucket

แต่!!
...แต่ทว่าชีวิตไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดไว้ ทุกการเดินทางย่อมมีอุปสรรคเสมอ และสำหรับการเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง อุปสรรคย่อมจะมีมากเสมอๆ.... จนท. ขบวนนี้เดินมาบอกสองหนุ่มหน้ามลว่า "พี่ครับ พี่แบกจักรยานขึ้นผิดขบวนครับ ต้องไปถามที่ตู้ขายตั๋วอีกทีนะครับ" แป่ววววววววววววววววววววววววววว หน้าแตกส์...พี่บี้ยืนยันพร้อมทำหน้าขึงขังใส่ จนท. แสดงความมั่นใจว่าคนขายตั๋วบอกว่าให้เอาขึ้นที่ขวบนี้แหละไม่ผิดแน่นอน แต่ จนท. แสดงความมั่นใจมากกว่า ว่าเราขนขึ้นผิดตู้แน่นอน
สองหนุ่มจึงต้องจำยอมเข็นไปถามคนขายตั๋วอีกรอบ...ปรากฎว่า ว่าว่าว่าว่า

ความผิดไม่ใช่ของทั้งพี่บี้ และ จนท. ครับ เป็นความผิดและความไม่ใส่ใจ และความชุ่ย ความมั่ว ของคนขายตั๋วครับ ซึ่งที่จิงต้องขนขึ้นตู้ที่ ๖

ขนจักรยานขึ้นตู้กันอีกรอบ เสร็จเรียบร้อย ยังมีเวลาว่างอยู่บ้าง...พี่บี้ก็เริ่มทำลายความเงียบทันที ด้วยการชวนจื๊บๆ หลายคนคงสงสัยว่าจื๊บๆคืออะไร..ถ้าบางท่านที่เคยได้อ่านตอนผมแข่งลด ๖ โล จะรู้ว่า ผมหมายถึง กินเบียร์นั่นเอง..... แง๊!!! ชีวิต หนอ ชีวิต นึกว่าหนีจากเพื่อนขี้เมาแล้วจะรอด กะว่ามาปั่นเพื่อสุขภาพ จนได้สินะ....ทันใดนั้น ปากไม่รักดี ก็ตอบ เซย์ เยสสสส!! โดยไม่รีรอ เหอๆๆๆ ใจจิงก็เป็นคนชอบฟิวเมาอยู่แล้วล่ะ แต่ก็แหมมม นะ กลัวเสียฟอร์มเด็กหนุ่มใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่กล้าชวน อิอิอิ ชวนตูก่อนก็เข้าทางอ่ะจิ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕

นี่สัมภาระของมาก (เป้เบากว่าตอนปั่นไปกาญครึ่งหนึ่ง เพราะงวดนี้ปั่นระยะทางไกลกว่ามาก ต้องเซฟแรง เซฟชีวิต ติดเซฟทีคัท)
Photobucket

นั่งจิบเบียร์ไป นั่งคุยกันไปพลางๆ ถึงความเป็นมาของทั้งสองฝ่าย ว่าเป็นใครมาจากไหน พยายามสืบประวัติของกันและกัน เผื่อใครหลุดแววโจรออกมา จะได้ชิ่งทัน ๕๕๕ ....ก็ได้ความว่าพี่บี้มีอาชีพหลักเป็น PR Consultant ซึ่งเคยทำงานให้กับดาราและบริษัทดังๆหลายที่เชียวล่ะ ที่จำๆได้มีของไมโลด้วยมั๊ง ถ้าจำไม่ผิดนะ... และอาชีพเสริมเป็นนักเขียนอิสระ(จ๊อบนี้แหละ เป็นสิ่งที่เค้ารัก)ให้กับนิตยสาร ๓ ฉบับ กุลสตรี, reader digest และ โฟโต้อะไรสักอย่าง --------โอ้โห แฮะ เรามากับคนไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย มีความชำนาญในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตสูงเชียวล่ะ คิดในใจว่าช่วงระหว่างที่อยู่กับพี่เค้า นี่แหละเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยจากการกระทำและการพูดจาจากพี่เค้า

ไม่ทันไร ๔ ทุ่ม ถึงเวลาเครื่องออก เอ่ยยย รถไฟออก
เราขึ้นมานั่งจิบเบยร์คุยกันต่อข้างบนสักพัก ต่างคนก็ต่างขอตัวไปนอน เพื่อเก็บเอาแรงไว้สำหรับพุ่งนี้ เพราะจะเริ่มปั่นเมื่อรถไฟถึงพิษณุโลกทันที ในเวลา ตี ๕ ของวันพุ่งนี้
แต่!!!! ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกแล้ว รถไฟเป็นตู้รุ่น ๙๐ องศาครับ
คือถ้าให้เอนหลังนอนนี่เป็นไปไม่ได้แน่นอน (นึกภาพเหมือนพี่โน๊ตอธิบายรถทัวร์อ่ะครับ) คือหลังต้องเป็นมุมฉากอ่ะครับ ถึงจะเสียบได้เข้ากับที่นั่งได้พอดีเป๊ะแบบไม่ปวดหลัง....ต่างคนต่างก็เอนตัวนอนลงกับเบาะบางๆแคบๆ หมุนกันไปหมุนกันมา พลิกกันไปพลิกกันมาทั้งงงงงงคืน ทั้งคืนจิงๆครับ จนประมาณเกือบเที่ยงคืนละ กำลังเคลิ้มๆละ เกือบผลอยหลับละ
แต่!!!!!! เจ๊นรกซกเล็ก ก็ได้ขึ้นมาเยือนผู้โดยสารรถไฟขบวนนี้....
ประวัติเจ๊แกไม่มีไรมาก เป้นคนขายข้าวบนรถไฟครับ ที่แบบว่าขึ้นสถานีนี้แล้วพอถึงขบวนหน้าก็ลงครับ...แต่เจ๊แกไม่ลงครับ ตะโกนแหกปากแหกก้นพ่นน้ำลายคายสะเลดตลอดขบวน เดินไปจนสุดหัวขบวน ก็เดินวนกลับมาท้ายขบวน ปากก็แหกว่า "ข้าว จ๊ะ ข้าววววววว ๑๐ บาททททท จ๊า กับสองอย่าง ๑๕ จ๊า", "เอ๊าา ตื่นกดันได้แล้วจ๊าาาา ขายข้าวจ้าาาา", "แหมมมมม ตีสองก็กินข้าวได้จ้าาาาา ตื่นขึ้นมากินเร็วววว สถานีหน้าจะลงแล้วนะ" ผมเห็นสถานีหน้าของมันเลยมาสองสถานีละ เจ๊มันยังไม่ลงไปเลย ก็เดินนนแหกตูด เอ่ย แหกปาก ขายข้าวของเค้าไป .... ทั้งขบวนไม่เป็นอันหลับอันนอน เป็นที่รำคาญของคนทั้งขบวน มีได้ยินเด็กแว๊นที่นั่งถัดไปสองคนนั่งบ่นนั่งนินทาเจ๊ขายข้าว แล้วก็ขำกันคิกๆคักๆ แต่ได้ยินไม่ชัด เลยมาเล่าไม่ได้ว่าคุยกันว่าไง..... และแล้ววววววในที่สุด เจ๊แกก็ได้ลงไปเสียที แต่เวลาก็เกือบประมาณตี ๓ ละ ยังไม่ได้นอนเลยยยยยยยยย แง๊

ตี ๕ เป๊ะ รถไฟมาถึงสถานีพิษณุโลก พร้อมสองหนุ่ม(ขอเรียกพี่เค้าว่าหนุ่มด้วยละกันครับ เผื่อพี่เค้าเข้ามาอ่านจะได้ดีใจ มีคนเรียกเค้าหนุ่ม อิอิอิ) หน้าตาเบลอๆ อดหลับอดนอนมา.....

-----------------------------------------------------------------------------

เอาล่ะครับ ไว้มาเล่าต่อวันหลังนะ ถ้าอ่านแล้วชอบอยากอ่านต่อก็เม้นท์บอกเพื่อเป็นกำลังใจให้มากหน่อยนะครับ จะได้ดีใจเล็กๆว่า อย่างน้อยสิ่งที่เราเล่า ถึงมันจะไม่ได้เลิศเลอ เพอร์เฟค ไม่รู้เรื่อง แต่อย่างน้อยๆ ก็มีคนหลงเข้ามาฟัง ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

ขอบพระคุณมากครับบบบบบ
ฝันดีนะครับ


Create Date : 28 ธันวาคม 2551
Last Update : 28 ธันวาคม 2551 11:02:10 น. 10 comments
Counter : 260 Pageviews.

 
โทดทีครับ ภาพไม่ชัด เพราะถ่ายจากมือถือสภาพขอนไม้ไกล้ฝั่งเต็มทีละครับ เป็นคนใช้ของไม่รักษาเลย แหะๆ


โดย: อย่าิไปคิดมากกับชีวิต วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:3:15:40 น.  

 


โดย: nathanon วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:4:20:42 น.  

 
กลับมาเล่าต่อเร็วๆน้า

รออ่านและรอชมภาพ

คงน่าตื่นเต้นน่าดู เพราะระยะทางที่ไกล

และคนแปลกน่าคู่ใจ (ล้อเล่นอ่ะ...อย่าโกรธเน้อ)


โดย: *.< IP: 202.180.203.14 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:7:39:10 น.  

 
อ้าว...พิมม์ผิด แก้ไข

จาก....คนแปลกน่า

เป็น.......คนแปลกหน้า (งี้ซิถึงจะถูกเนาะ?)


โดย: *.< IP: 202.180.203.14 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:7:45:02 น.  

 
อยากไปเที่ยวแบบนี้มากเลย ปั่นหัวใจไปในดินแดนที่หลากหลายวัฒนธรรม ธรรมชาติ และผู้คน


โดย: p_pyai วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:9:55:44 น.  

 
สุดยอดเลยค่ะ
ปั่นจักรยานที่เชียงคาน
เป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวที่อยากมากๆ
แต่ปัญหาคือ เราขี่จักรยานไม่เป็น <-- เศร้ามั้ย

แล้วเขียนต่ออีกนะคะ อยากเห็นภาพถ่ายด้วยค่ะ




โดย: jumwilly วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:10:31:15 น.  

 
สำนวนการเขียนยังฮาเหมือนเดิมเลย

ท่าทางพี่มากจะเจอเนื้อคู่แล้วล่ะ 555

ล้อเล่นครับ


โดย: vios mini IP: 222.123.4.54 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:10:37:55 น.  

 
พี่มาก คับ ปั้นต้องขอบคุณพี่มากจริง ๆ คับ
วันนี้ปั้นเพิ่ง ทะเลาะกับเพื่อน เลยอารมณ์เสียนิดนึง

แต่พอได้มาอ่าน การผจญภัยที่น่าสนุก และ ที่สำคัญ
พออ่านแล้ว อารมณ์ดี แอบอมยิ้มเลยคับ ^^

รออ่านและ พร้อมผจญภัย กับพี่ชายคนนี้ของปั้นต่อนะคับ

ปล. ป่านฉะนี้ พี่ผมน่องโป่งไปหรือยังน้า


โดย: ปั้นเจ้าสำอาง IP: 124.120.101.21 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:13:18:34 น.  

 
น่าสนุกจัง รอตอนต่อไปนะคะว่าสองหนุ่มที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนจะใช้ชีวิตคู่ เอ๊ย!!!ชีวิตร่วมกันยังไง


โดย: alekay วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:15:07:13 น.  

 
น่าติดตามจังค่ะ รออ่านต่อนะคะ


โดย: คุณอาผู้น่ารัก วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:20:45:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อย่าไปคิดมากกับชีวิต
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อย่าไปคิดมากกับชีวิต's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.