Photobucket
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
ปั่นจักรยานพาเที่ยว พิษณุโลก - เลย(เชียงคาน) - หนองคาย (2)

เมื่อรถไฟถึงสถานีพิษณุโลก...ฟิวน่าจะแบบว่า เย้ ข้ามาถึงแล้ววววว วิ๊ดดดดวิ๊วววว T_T ปล่าวเลยยยย ทั้งพี่ทั้งผมมาถึงด้วยสภาพแทบไม่ได้นอน เบลอๆ มึนๆ จัดแจงรีบแบกจักรยานออกจากตู้สัมภาระ แวะเข้าห้องน้ำแปรงฟัน ล้างหน้า กันเรียบร้อย

เปิดดูแผนที่เสร็จเรียบร้อย สรุปได้ว่า
สถานีรถไฟพิษณุโลก>อ.วังทอง>อ.นครไทย
เป้าหมายวันนี้ - อ.นครไทย ก่อนครับ
คนเราทำไรต้องมีจุดมุ่งหมายที่เป็นไปได้ก่อนครับ แต่บางท่านคิดว่า Think Big บิ๊กไม่บิ๊กไม่รู้ล่ะ ตูมีขาคู่เดียว เครมใหม่ไม่ได้ แค่ ThinkSmall ก่อนล่ะกันเนอะ

-----------------------------------------------------------------------------

เริ่มออกเดินทางจากสถานีรถไฟ ก็เมื่อตอนตี ๕ กว่าๆ.....

เส้นทางออกจากสถานีรถไฟพิษณุโลก - ช่วงนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจมากครับ นอกจากระวังรถราที่วิ่งผ่านมาบ้าง มองหาป้ายชี้ไป อ.วังทอง
อากาศดีครับ เย็นสบายมากๆ แวะกินข้าว ๑ มื้อ เติมพลัง ช่วงนี้ไม่มีไรน่าสนใจขอข้ามมาละกันนะครับ

-----------------------------------------------------------------------------

จนปั่นมาช่วงๆ ๑๐ โมง เข้าตัว อ.วังทองมาสักระยะแล้วล่ะ

เส้นทาง - ปั่นขึ้นเนินครับ แทบจะตลอดทางละมั๊ง จำไม่ค่อยได้ ตอนนี้เบลอเอาเสียมากๆ ร่างกายแทบไม่ไหวแล้ว รู้สึกอ่อนเพลียมากๆ(ใช่สิ..แทบไม่ได้นอนเลยนี่) ปวดขาแบบว่าปั่นแทบไม่ไหว "คิดในใจ ไอ้ห่า เวรล่ะตู ไปชวนพี่เค้ามา แล้วปั่นไม่ไหวนี่ โดนฆ่าแน่ๆอ่ะ"

ระหว่างทางช่วงนี้จะเห็นกลุ่มนักปั่นจักรยานของคนแถวนี้ ขับผ่านไปกลุ่มละ ๔-๗ คน เห็น ๔-๕ กลุ่มทีเดียว
แต่ละกลุ่มเวลาปั่นผ่านก้นก็จะยกมือทักทาย เซย์ ฮาย
เจอกลุ่มเด็กเวสป้าด้วย(เห็นว่ามีเป้อยู่เหมือนกัน สงสัยขี่เวสป้าไดอารี่ แน่นอนเลย บางคนก็พกกีต้าร์ห้อยติดหลังมาด้วย)ขี่ผ่านมา ๓-๔ คันเป็นขบวน มี ญ ซ้อนท้ายมาทุกคัน(อิจฉาว่ะ ชิ!!) น่ารักมากครับ มีหันมายกมือทักทายด้วย รู้สึกดีจังครับ...แต่จะรู้สึกดีกว่านี้ ถ้าเด็กพวกนั้นผูกเชือกกับจักรยานผมแล้วลากขึ้นไป แง๊ ตอนนี้ท้อมากๆ พึ่งเริ่มเลยนะนี่ (ต้องโทดอีเจ๊ขายข้าว ๑๐ บาทที่เล่าให้ฟังในตอน ๑ทำให้อดหลับอดนอน)

จากนี้ใส่เกียร์ ๑ ตลอดหลังจากที่พึ่งรู้ตัวว่าพลาดใส่ ๓ ขึ้นเขามาได้สองสาม ชม. เพราะปกติผมยังไม่เคยปั่นขึ้นเขาด้วยอ่ะครับ ทรมานใช้ได้เลย

Photobucket
(กระเป๋าแอบคิกคุไปหน่อย ๕๕๕๕...เผื่อเอาไว้ใส่ยาหยอดตาหรือของอะไรที่ต้องใช้บ่อยๆน่ะครับ)

เหมือนพี่เค้าจับไต๋ได้ มีหันมาถามบ้าง ว่าไหวมั๊ย
ไอ้เราลูกผู้ชายอกสามสอกจะโชว์ความอ่อนแอได้อย่างไร เดี๊ยวโดนหาว่าติ๋ม
ตะโกนกลับไป หวายยยยคร๊าบบบบบ (เสียงหมดแรงสุดๆ)

Photobucket

ในรูปกำลังเข็นขึ้นเขานะคร๊าบบบบ แทบตาย ไม่เคยเจอแบบนี้ง่ะ - -"

ระหว่างทางเริ่มเหนื่อยกันใช้ได้เลย...จึงต้องหาที่หยุดพักสักแป๊บบบส์เห็นร้านกาแฟเลยเลี้ยวกันเข้ามา........แล้วก็มาพบสิ่งนี้เข้าจนได้ ว้าววววว!!! ไม่น่าเชื่อ ร้านนี้มีของดีแอบไว้นั่นเอง แท่นแท้นแท๊นนนน!!!

วิวสวยเนอะครับ
Photobucket
มาขอเขานั่งอย่างเดียวครับ ไม่ได้สั่งอะไรกิน ๕๕๕๕ เจ้าของก็ดีครับ ไม่ได้ว่าอะไร

ร้านนี้เป็นร้านกาแฟครับ อยู่ตรงทางขึ้นเขาไปทุ่งแสลงหลวง ถึงก่อนร้านบ้านไร่กาแฟ อยู่ถัดไปนิดเดียวเอง(แต่ผมว่าวิวร้านนี้ดีกว่า บ้านไร่ฯ ไม่แบ่งเป็นหลังๆ) โทษทีครับ ลืมถ่ายชื่อร้านมาให้ดูกัน
บรรยากาศของร้าน-แบ่งเป็นเพิงไม้เล็กๆแยกเป็นหลังๆไป ใครมาเที่ยวจะได้โต๊ะใครโตะมัน มีวิวเป็นน้ำตก ไหลมาจากสองทาง สวยดีครับ
สภาพอากาศตอนนี้-เวลาประมาณเที่ยงๆ แดดค่อนข้างแรง แต่ไม่ยักกะร้อนมากเท่าไหร่

ตัดสินใจออกจากร้านกาแฟ เริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง เพื่อหาที่พักงีบเอาแรง เริ่มปั่นมาได้อีกสักระยะ...ตอนนี้เวลาก็เกือบๆ บ่ายโมงแล้วล่ะ เจอทางเลี้ยวเข้าไปน้ำตกปอยพอดี (ปั่นเข้าไป ๒ กม.ถึงตัวน้ำตก) เลยตัดสินใจแวะเข้าไปงีบเอาแรงสัก ๒ ชม....สภาพบริเวณนี้ มีเด็กวัยรุ่นมานั่งพลอดรักกันหลายคู่ใช้ได้ แต่ มาก ไม่ได้ส่องว่าคู่ไหนเด็ด เพราะเพลียมาก เห็นมีศาลาริมน้ำตก ไม่มีใครนั่ง เลยจัดไปอย่าให้เสีย แวะเข้ามาพักหลบแดดทันที
พี่บี้เอนหลังยังไม่ถึง ๕ นาที ก็กรนคร่อกๆสะแล้วว... แต่ไอ้ผมนี่ดิ เป็นคนนอนต่างที่แล้วนอนไม่ค่อยหลับ ก็หลับๆตื่นๆ แต่ก็ยังดีครับ ได้พักสักสายตา ๒ ชม.

ตื่นมาอีกทีประมาณบ่าย ๓ : นั่งคุยปรึกษากันสักพักว่า ควรรีบหาที่พัก เพราะเมื่อคืนต่างก็แทบไม่ได้นอนกัน มางีบแค่นี้ คงไม่ได้ช่วยให้ไปได้ไกลมากสักเท่าไหร่....พี่บี้เสนอว่า คืนนี้นอนกันที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นที่รู้จักกันว่าสวย....ผมตอบโอเค เพราะไม่รู้จะเอาอะไรไปเถียงเค้า ไม่รู้เส้นทางเล๊ยยยย เหอๆๆ

เอาล่ะ!! ออกจากน้ำตกปอยมุ่งหน้าสู่ทุ่งแสลงหลวงเด้ออออ
รู้สึกแรงดีขึ้นเยอะ ค่อยยังชั่วหน่อย หายปวดขาไปเลย คงเพราะได้พักงีบบ้าง บวกกับได้กินยา Difelene (ยาคลายกล้ามเนื้อ) ทริปนี้ขอยกให้ Difelene เป็นยาในดวงใจอีกอันละกันครับ เพราะมันช่วยให้ผมรอดมาได้

ประวัติอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
ทุ่งแสลงหลวง หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 789,000 ไร่หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตร ทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ครอบคลุม อ.วังทอง อ.นครไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และใน อ.เขาค้อ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ สำหรับชื่อของอุทยานแห่งชาติมีการสันนิษฐานว่ามีการตั้งชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ คือ ต้นแสลงใจ ซึ่งมีขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีสภาพภูมิประเทศเป็นเนิน มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 ป่าทุ่งแสลงหลวงและพื้นที่ป่าอื่นๆในจังหวัดต่างๆ ได้รับการก่อตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีสภาพธรรมชาติ และลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้สัตว์ป่านานาชนิดซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยว


ปั่นกันเรื่อยๆ จนในที่สุด....เมื่อมองหันไปทางซ้าย ก็พบว่า....อ๊ากกกกกก!! มาจนมาถึงทุ่งแสลงหลวง จนได้ เย้ๆๆๆ!!
ถึงนี่ประมาณ บ่าย ๔ กว่า ชะแว๊ปปปปปป ขอถ่ายรูปไว้เป็นเกียรติประวัติของชีวิตหน่อยครับ เหอๆๆ ขอนอนหน่อยเถอะ พักเอาแรง พรุ่งนี้กูสู้ตายวะ เพราะไม่สู้กูโดนพี่บี้เล่นแน่ๆ กลัวงานเข้า!เหอๆๆ

Photobucket

นี่คือพี่บี้ ยืนเต๊ะท่าถ่ายรูป หรือยืนท้าวจักรยานเพราะปวดเข่า ก็ไม่ทราบได้ ไม่กล้าถาม เหอๆ (คนแก่ก็เงี๊ยะ ๕๕๕ ล้อเล่นนะพี่ แหมมม เพราะรักหรอก จึงหยอกเล่นนน)

Photobucket

ต้องแบบนี้สิ ยืนอย่างอาดหาญ(ที่จิงขาสั่นระริก)อิอิ ชูสองนิ้ว สู้ตายค่ะ!!(แบบโฟร์-มด) ตามสภาพเด็กพึ่งจะเข้าวัยรุ่น เอิ๊กๆๆ(คิดในใจ กูตายแน่ค่ร๊าบบบงานนี้ แค่วันแรกยังแทบตายย!!T_T) ยืมจักรยานพี่บี้ถ่ายรูปหน่อยเอิ๊กๆ


เข้าไปติดต่อ จนท. ขอผูกเปลนอนกันที่นี่ จนท. คิดคนละ ๖๐.- โอเชตามนั้น....ติดต่อคุยกับ จนท. เสดเรียบร้อย เลยปั่นออกมาเพื่อมองหาต้นไม้สำหรับผูกเปล

และนี่ครับ คือสภาพของที่นอนที่ผมต้องนอนไปอีกเกือบอาทิตย์
Photobucket

ขอบอกว่าชอบเลยล่ะ มีมุ้งในตัวด้วย
ถ้าจะเข้าไปก็รูดซิปด้านข้างเพื่อเปิด เอนตัวยกขาต้องระวังสมดุลเล็กน้อย สอดขาเข้าไปเอนตัวลงนอน รูดซิปปิด เป็นอันเสร็จพิธี สภาพเหมือนหนอนโออิชิชักใยนอนใต้ร่มเงาของป่าไม้ เหอๆ ....
เผือใครที่สนใจมุ้งแบบนี้ ราคาประมาณ ๙๐๐.- มั๊งครับ เบามากๆ สะดวกสบายในการพกพาไปนอนตามที่ต่างๆจิงๆครับ
เปลนี้พี่บี้ให้ยืมนอนตลอดทริป เพราะผมไม่มีเปล เหอๆๆๆ มีแต่เต๊นท์ถ้าแบกมาคงตาย เพราะเหล็กหนักง่ะ(เป็นเต๊นท์สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี)

Photobucket

ถ่ายจากในมุ้งครับ ครั้งแรกกับการนอนในเปลกลางป่าวุ้ยยเก็บเกี่ยวๆ

ขอแนะนำนิดนึงว่า ถ้าสนใจเปลแบบนี้ ควรจะต้องมีถุงนอนเตรียมมาด้วยนะครับ เพราะอากาศถ่ายเทได้ดีครับ ใช้นอนในหน้าร้อนคงสบายมิใช่น้อย...แต่นี่มันหน้าหนาวครับ ทรมานสุดๆ

-----------------------------------------------------------------------------

จัดการแขวนเปลเรียบร้อย จัดแจงผลัดกันไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตา(น้ำที่อุทยานเค็มได้ใจมากครับ ไม่รู้ใครทำเกลือหกลงไป แต่ก็ต้องทนอาบกันไป น้ำเย็นเจี๊ยบบบบ เหมือนเอาน้ำในตู้เย็นมาอาบอ่ะครับ) แต่งตัวกันเสร็จก็มุ่งหน้าสู่ร้านข้าวของอุทยาน เมื่อตอน ๖ โมงกว่าๆ

หลังอาหารเย็น ไม่ลืมที่จะกรึ๊ปเบียร์กันคนละขวด พอหอมปากหอมคอ หวังจะหลับสบาย

ทานข้าวเสด นั่งคุยเพลินๆกับพวก จนท. ของอุทยานนิดหน่อย ก็ขอตัวกลับมาที่เปลเพื่อต่างแยกย้ายกันไปนอน...แต่ด้วยสปิริตน้องห้องแป้ง ก่อนนอนไม่ลืมที่จะทายา ทาครีมต่างๆให้เรียบร้อย อิอิ....วันนี้เข้านอนเร็ว ประมาณทุ่มกว่าๆก็เข้าเปลแล้ว....เหมือนเคย พี่บี้ หัวถึงเปลไม่ถึง ๕ นาที กรนคร่อกๆๆ ไอ้ผมนอนดิ้นอยู่นาน ไม่รู้เผลอหลับไปตอนไหนเหมือนกัน..

อยากจะบอกว่าคืนแรกนี้เป็นอีกคืนที่แสนทรมานเช่นกันครับ สะดุ้งตื่นตลอดทั้งคืนเลยครับ เพราะหนาวมากๆ ทั้งมือทั้งเท้าแทบแข็ง พูดเป็นไอ(เลิฟ ยู) เลยทีเดียวเชียว คงเพราะเปลพี่เค้าอากาศถ่ายเทได้ดีน่ะครับ ส่วนถุงนอนที่เตรียมไปก็หนาไม่พออีก เฮ้อออออ!! ชีวิต
(เอาวะ ถ้าได้เที่ยวแบบนี้ ก็ยอมทรมานฟระ แต่ครั้งหน้าจะเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่านี้เหอๆ)
ประกอบกับยังไม่เคยต้องนอนเปลแบบนี้มาก่อน ทำให้เวลาขยับที ก็เป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร

ปล.ต้องขอบคุณม่าม๊ามากๆครับ ที่บังคับให้ มาก ติดเสื้อหนาวมา ๒ ตัว(ไม่งั้นตายยย
ปล.สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้และต้องปรับปรุงคือ
๑.การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกเรื่อง..ถึงแม้เราจะเป็นคนแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้โอเค แต่ว่าถ้าเราเตรียมตัวมาพร้อมดีอยู่แล้ว เจอปัญหาอะไรมันก็คงจะง่ายขึ้น
๒.ปั่นมาเป็นปี พึ่งได้รู้ว่าเบล็คมีสองข้าง(กูจะบ้าตาย ทั้งๆที่ก็ต้องใช้อยู่ทุกครั้ง แต่เหมือนมันใช้อย่างเดียว แต่ไม่เคยเอามันมาเก็บข้อมูลเข้าสมองเล๊ยยยย)

-----------------------------------------------------------------------------

สรุปเส้นทางในวันนี้

Photobucket

เส้นสีฟ้าในแผนที่ เป็นเส้นการเดินทางของวันนี้ครับ

จากสถานีรถไฟพิษณุโลก - อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
ระยะทางที่ปั่นมา ประมาณ ๗๘ กม.

(ไม่ถึง อ.นครไทย ดั่งที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกครับ..BUTยอมรับได้ เพราะไม่เคยปั่นขึ้นเขามาก่อนนิ เห็นใจกันหน่อยเด้อออออ)

-----------------------------------------------------------------------------

ไว้พรุ่งนี้จะมาต่อครับ อิอิอิ หวังว่าคงจะยังติดตามกันนะครับ
อันนี้แค่วันแรกๆครับ ยังเด็กๆ ไว้ต่อจากนี้มีเจ๋งๆแน่นอนเด้อออ มาก คอนเฟิร์ม




Create Date : 28 ธันวาคม 2551
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 1:18:06 น. 6 comments
Counter : 1218 Pageviews.

 
มาเที่ยวต่อ ภาค 2 คับ

บรรยากาศน่าเที่ยวดีนะคับ โดยเฉพาะ วิวที่ร้านกาแฟ
พี่มากเก่งมาก ๆ เลยคับ ปั่นจักรยานเที่ยวทั่วเลยคับ

แถมระยะทางไม่ใช่ใกล้ ๆ
ถ้าเป็นปั้นคง ต้องยอมติ๋มแล้วแหละคับ ไม่หวายคร๊าบบบบบบบ 5555 เพราะคงทั้งเมื่อยและ แถมอากาศหนาวขนาดนั้นคงปั่นไปสั่นไปแน่ ๆ คับ

รอติดตามภาคต่อคับ กำลังสนุก เลยคับ
เห็นพี่มาร์คคอนเฟิร์มก็ต้องรอชมแล้วคับ

ปล. ขอบคุณพี่มากสำหรับหลังแมวด้วยนะคับ



โดย: ปั้นเจ้าสำอาง IP: 124.120.94.49 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:6:16:35 น.  

 
แวะมาซ้อนท้าย พ่อแข้งทองจ้าาาา

เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ อิอิ


โดย: ลูกแพร แช่อิ่ม IP: 81.179.3.56 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:6:25:55 น.  

 
เก่งจังเลยค่ะ อิอิ


โดย: เด็กอยากสวย IP: 118.172.135.28 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:8:11:45 น.  

 
ร้านกาแฟน่านั่งจัง

เห็นหนทางในภาพที่สองแล้ว คุณจขบมีความอดทนเนาะ

สว่นคุณบี้ก็มีความอดทนและตั้งใจจัง


โดย: *.< IP: 202.180.203.14 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:14:01:48 น.  

 
สู้ๆ ค่า...

ปกติ เส้นทางนี้ผ่านบ่อยนะคะ จากเพชรบูรณ์ ไปเรียนที่พิษณุโลกง่ะ

ปั่นเหมือนกัน แต่ปั่นอยู่บนคันเร่งกะคลัชน้า... กั๊ก กั๊ก.

ปั่นให้สนุกนะคะ เก็บภาพสวยๆ เรื่องเล่าหนุกๆ มาฝากเยอะๆ ค่า


โดย: คุณอาผู้น่ารัก วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:15:34:42 น.  

 
มาติดตาม Part2 นะครับ

เก่งสมชื่อเลยครับ พี่มากลองไปสมัครนักปั่นทีมชาติดูดิครับ น่าจะดีนะ เพราะ Profile การปั่นขนาดนี้ ลองดูดิพี่ น่าจะ work


โดย: vios mini IP: 222.123.187.75 วันที่: 1 มกราคม 2552 เวลา:23:50:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อย่าไปคิดมากกับชีวิต
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อย่าไปคิดมากกับชีวิต's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.