วาดดาว วาดฝัน ร้อยพันเรื่องราว
Group Blog
 
All blogs
 

จากสงคราม นำมาสู่ความรัก

คำสาบแช่งของหญิงสาวชาวไทย ทำให้จิตใจของโกโบริหวั่นไหว ลูกชายเพียงคนเดียวต้องจากบ้านมาเพราะสงคราม พ่อแม่คงห่วงหาตั้งตารอคอย ไม่รู้ว่าจะมีวันได้กลับไปหรือไม่
(เซกิร้องเพลงญี่ปุ่น ที่เพิ่มมาใหม่คือ เพลงเสียงดนตรี สีหน้าของคนร้องประกอบกับ ท่วงทำนองของเพลงภาษาญี่ปุ่น ทำให้รู้สึกเศร้าสร้อย ทั้งที่ไม่รู้ความหมาย)

เสียงขิมอ่อนหวาน กังวาน เรียกความสนใจจากทหารผู้รักในศิลปะ จนได้พบผู้หญิงที่เพิ่งสาปแช่งด้วยถ้อยคำ เหี้ยมเกรียม
แต่โกโบริ คงมีแต่ความเป็นมิตร รอยยิ้มสดใสอ่อนโยนมีให้คนตรงหน้า ราวกับโหยหาใครสักคนมาเป็นเพื่อน

(รอยยิ้มของเซกิ ทำเอาสาวๆ ใจอ่อนเป็นแถว ไม่รู้อังศุมาลิน หน้าบึ้งอยู่ได้ยังไงซิ)


กิริยามารยาท อันอ่อนช้อย โกโบริใช้วิธีแสดงความเคารพในแบบไทย หวังผูกมิตรกับทุกคน น่าเอ็นดูเสมอในสายตาผู้สูงอายุ




เป็นที่มาของชื่อ..พ่อดอกมะลิ
..ดอกมะลิ ละมุนละไม สดใสทุกเช้าค่ำ กลิ่นรวยระริน กลีบขาวงามล้ำ
อาจดูธรรมดาแต่อ่อนหวาน ล้ำค่า..มะลิงาม

เปรียบได้กับความดีงาม ความสดใส มากด้วยน้ำใจ ในตัวนายทหารหนุ่มรูปงาม ที่ได้ชื่อว่าเป็นศัตรู

(คุณยายที่แสดงโดยคุณนีรนุช ปัทมสูต น่ารักเสมอ สีหน้า ท่าทาง เสียงร้องเพลงฟังดูช่างเป็นผู้ใหญ่ใจดี ใจเย็น )



เมื่อเป็นมิตรแล้ว ก็ต้องช่วยเหลือยามอีกฝ่ายเดือดร้อนเจ็บป่วย แม้จะได้รับการปฏิเสธ เพราะถูกมองว่าคือศัตรู ด้วยถ้อยคำกระด้างของอังศุมาลิน...
ไม่ต้องการ..ความช่วยเหลือจากใคร..

คนอื่นคงเมินหนี แต่ไม่ใช่..โกโบริ

อังศุมาลินเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่ชายหนุ่มกระทำ คือน้ำใจที่มอบให้อย่างไม่มีเงื่อนไข และตัวเธอเองเล่าจะตอบแทนศัตรูผู้แสนดีนี้อย่างไร เมื่อเขากำลังจะถูกทำร้าย จากตาผลและตาบัว ที่เธอเองก็รู้จัก

..เขาเป็นศัตรู แต่ว่าเขายังห่วงใย เขามารูกราน แต่ว่าเขาช่วยเรามากมาย
เขาทำดีกับเรา แต่ว่าเขาคือศัตรูร้าย จะทำยังไง จะทำอย่างไรดี...

แต่คนอย่างอังศมาลิน เลือกใช้ความแค้นตัดสินใจ ในเมื่อพวกมันคือผู้ก่อสงคราม ก็จะต้องชดใช้

...ใครที่ก่อสงครามขึ้น ใครที่ก่อสงครามขึ้น พวกมัน

(เป็นฉากที่แสดงความสับสนในจิตใจของอังศุมาลินได้ดีมาก สีหน้าของน้ำมนต์เมื่อเอ่ยถึงความดีของโกโบริจะดูอ่อนโยนพร้อมน้ำเสียง แต่ก็กลับเป็นแข็งกร้าวเมื่อเอ่ยถึงศัตรู พาเราให้คิดตามไปด้วยว่าจะทำยังไงนะ)

แล้วหญิงสาวที่มีจิตใจดีแม้จะแสดงออกว่ากระด้างเย็นชา ก็เห็นผู้มีพระคุณตายไม่ได้ จึงต้องช่วยเหลือ โดยไม่รู้ว่าผู้ถูกทำร้าย ไม่ได้เจ็บปวดเฉพาะร่างกายเท่านั้น

โกโบริรู้ว่าที่อังศุมาลิน เกลียดเขาเพราะสงคราม หญิงสาวที่เขามีใจกลับปักใจมั่นว่าเขามาในฐานะศัตรูผู้ข่มเหง
ในหัวใจรับรู้ว่าเธอผู้นี้ต้องการเห็นเขาตายจริงๆ เหมือนคำที่เคยแช่งไว้ แม้เธอจะแสดงออกว่าเสียใจ เขาก็อดตัดพ้ออย่างน้อยใจไม่ได้..

..แต่คุณคงไม่ยอมบอกมา คุณเกลียดชัง ผมกว่าใคร คงอยากเห็นผมตาย..
ชีวิต ใครเลือกได้ ใครจะเลิกเกิด ท่ามกลางสงคราม ท่ามกลางความตาย
ใครมีสิทธิ์เลือก ไม่ใช่ผม หรือว่าคุณ ไม่ใช่เขา ไม่ใช่เรา
ไม่ใช่ใครจะเลือกสงคราม
สงคราม..เลือกเรา

อังศุมาลิน ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าทุกอย่างที่โกโบริพูดคือความจริง

..เป็นความจริงทุกสิ่งนั้น สงครามนำพามาพบกัน ซ้ำพาให้พรากจากกัน หรือใครลิขิตเอาไว้
ชีวิตคนน่าใจหาย เลือกเกิดไม่ได้ สงครามนำไป จะจบลงเมื่อไร ไม่รู้เลย...

(ชอบเพลงนี้มาก สะเทือนใจดี ทั้งโกโบริหรือใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิดสงคราม สงครามยิ่งใหญ่กว่าชีวิตคนคนนึงจะหยุดมันได้ ในความเกลียดชังของอังศุมาลินเขาเองก็ไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น แต่ไม่มีทางเลือก เซกิต้องร้องเพลงนี้ยาวมาก ต้องแสดงออกว่าเสียใจ น้อยใจมาก เก่งทีเดียว แล้วยิ่งเมื่อถึงท่อนของน้ำมนต์ ฟังดูเศร้า ต้องยอมรับในโชคชะตา ที่นำพาให้ได้พบกัน ที่ไม่รู้ว่าจะจบด้วยความสุขหรือเศร้า)

เมื่อโกโบริก้าวเข้ามาในชีวิต แม้ด้วยฐานะศัตรู แต่เขาก็แจ่มชัดขึ้นทุกที ผิดกับวนัสที่อยู่แสนไกล ภาพของเขาไม่ชัดเจนเหมือนก่อน อังศุมาลินพยายามย้ำว่าเป็นเพราะสงคราม เป็นเพราะโกโบริทำให้วนัสไม่สามารถกลับมาได้

..โอ้วนัสเธออยู่หนใด ป่านฉะนี้จะเป็นอย่างไร ฉันรอเธออยู่ ผ่านวันและคืน ภาพเธอเลือนลาง ดูจางลงไปทุกที เธออยู่หนใด โปรดจงรีบกลับมา..

ฝ่ายวนัสก็ยังคงส่งความระลึกถึงอังศุมาลิน ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังว่าจะกลับมาพบกัน แต่สงครามทำให้ยังกลับมาไม่ได้

..สงคราม สงคราม ใครจะหยุดสงครามได้ สงคราม สงคราม ไม่คำนึงถึงผู้ใด
สุดเลวร้าย ไร้หัวใจไร้คุณธรรม ไม่มีความยุติธรรมถ้าทำสงคราม
ผู้ชนะจะได้รับเกียรติ ผู้แพ้จะถูกเหยียดหยาม
คนชนะย่อมถูก คนแพ้ย่อมผิด ใช่ฟ้าลิขิต สงคราม
นี่คือสงคราม นี่แหละสงคราม...

(ฉากนี้น่าจะเป็นฉากเดียวที่โกโบริ อังศุมาลิน และวนัส ได้ร้องเพลงพร้อมกัน โดยวนัสจะต้องอยู่หลังม่านมัวๆ เพื่อแสดงถึงความแตกต่างของสถานที่และเวลา เซกิ น้ำมนต์ น็อต ทำให้รู้สึกเห็นใจทุกคนที่ตกอยู่ในภาวะสงคราม ไม่ชนะก็แพ้ เมื่อแพ้ก็ต้องสูญเสียทุกอย่าง)

เอ่ยถึงวนัสแล้ว ก็ต้องได้เห็นเหล่านักเรียนทุนไทยในต่างแดน ที่มีความรักชาติ ร่วมกันก่อตั้งเป็นขบวนการเสรีไทย ร่วมมือร่วมใจกันทำเพื่อให้ชาติไทยเรารอดปลอดภัยในสงคราม
(ฟังเพลงนี้แล้วฮึกเหิมไม่เบา ...เสรี เสรี เสรีไทย..เนี่ย หนุ่มๆ ร้องกันได้แข็งขันดี)

ฉากตลาดแหล่งผู้คนซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมไปถึงนินทากาเล อาชีพของคนในสวนคือค้าขาย แม่อรกับคุณยายจึงได้ฟังยายเมี๊ยนปากปลาร้า นินทาอังศุมาลิน เรื่องที่คบหาคนญี่ปุ่นไม่รักนวลสงวนตัว



แม้จะรู้ดีว่า ลูกไม่ได้เป็นอย่างที่ยายเมี้ยนพูด แต่ก็อดโมโหไม่ได้ จนคุณยายต้องห้าม ยกคำโบราณต่างๆ มาเอ่ยอ้าง ไม่ให้ถือโกรธกับคำไม่ดีของคน จึงต้องเป็นหน้าที่ของตาผลกับตาบัวจัดการคนปากเสียต่อไป
(เพลงที่ร้อยเรียงเอาคำพังเพย มาแต่งรวมกัน ได้คล้องจอง น่าฟัง ด้วยทำนองไทยๆ สนุกสนาน เป็นสีสันจริงๆ)



เมื่อมีขบวนการเสรีไทยเกิดขึ้น ย่อมมีข่าวรั่วไหลมาฝ่ายตรงข้าม จึงมีการพูดคุยทางโทรศัพท์ของคุณหลวงชลาสินธุราช กับนายพลลุงของโกโบริ การปฏิเสธดูจะไม่น่าเชื่อถือนัก คุณหลวงจึงบอกว่าเสรีไทยคือขบวนการเล็กๆ เท่านั่นไม่มีความหมายอะไร ส่วนนายพลก็แสดงความเด็ดขาดให้คุณหลวงได้ยินด้วยโดยสั่งให้กวาดล้างพวกเสรีไทยให้หมดทุกคน




(ก็นึกไม่ถึงว่าคนคุยโทรศัพท์กันยังสามารถทำเป็นเพลงได้น่าฟัง ฉากง่ายๆ แต่น่าสนใจจนต้องหันดูหน้าฝ่ายนั้นที ฝ่ายนี้ที รู้สึกร่วมไปด้วยว่าญี่ปุ่นจะรู้ไหมว่าคุณหลวงนั่นแหละคือเสรีไทย)





 

Create Date : 28 สิงหาคม 2550    
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 11:58:48 น.
Counter : 539 Pageviews.  


วาดดาว
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบอ่าน เลยชอบเขียน
เขียนหมดทั้งนิยาย เรื่องสั้น (ถึงจะไม่ค่อยได้เรื่อง)
เขียนแม้กระทั่งบทละคร (แต่เก็บไว้อ่านเองซะมาก)
แต่ก็ยังฝัน
สักวันต้องมีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม (มีตอนยังมะตายนะ) ในนามปากกา.. รดา
(แต่ถูกคนอื่นนำไปใช้เสียแล้ว เศร้านิดๆ คงต้องหานามปากกาใหม่)

รักการดูละครเวที มาหลายปี วิจารณ์ไม่เป็น ใช้ใจวัดเท่านั้น
ไม่ว่าเรื่องไหนๆ ก็ไม่ประทับใจเท่าละครเพลง..คู่กรรม ก็เลยหลงรัก.. โกโบริ-เซกิ ตามอังศุมาลิน ไปซะแล้ว

****
Friends' blogs
[Add วาดดาว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.