ความรู้ ควบคู่ ความฮา
space
space
space
space

แป้งเด็กอันตรายจริงหรือ??
แป้งเด็กอันตรายจริงหรือ??



อีกประเด็นที่ท้าทายให้พีอาร์ว๊าวว๊าวต้องไปเผือก คือคำถามยอดฮิตที่ทำเอาเหล่า “ขุ่นแม่ก็คือขุ่นแม่” ทั้งหลายแหล่นอนไม่หลับ นั่นคือประเด็น
นำมาสู่คำถามในใจ “แป้งเด็กอันตรายจริงหรือ??” วันนี้เราไปชี้ชัดกันเลย




ไปฟังบางช่วงบางตอนกันนะครับ, นี่เป็นเรื่องใหญ่ของวันนี้นะครับ,
หลักใหญ่ใจความก็คือว่า…



เราจะไปดูกันค่ะ ตามมาเลยค่ะ คุณกิตติคะ



จริงๆ เป็นเรื่องที่คนรู้มานานแล้ว แต่อาจจะเป็น “คนต่างชาติ” มั๊ง เพราะในอเมริกา เขารณรงค์ให้ใช้แป้งทาตัวเด็กที่ทำจาก “ข้าวโพด” (เนื่องด้วยประเทศเขา ผลิตและส่งออกข้าวโพดมาช้านาน วัตถุดิบล้นเมือง) กันมานาน หลังมีผลวิจัยว่า แป้ง ซึ่ง ส่วนใหญ่ได้มาจากการระเบิดหิน เป็นฝุ่นผง ผ่านกรรมวิธีต่างๆ จนละเอียด แต่ยังมีสารบางตัวที่ (อาจ) ย้ำว่า (อาจ) ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ตามจุดที่ใช้บ่อยๆ สะสม (ขั้นตอนนี้หลายคนคงงงว่า แป้ง ที่มาจากการะเบิดหิน เกี่ยวอะไรกับมะเร็ง คือ แป้งเป็นสสารที่ไม่ย่อยสลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่งั้นคงไม่เห็นเป็นหินผาแข็งแกร่ง ต่อให้ระเบิด ผงหรือฝุ่นของมัน ผ่านวันเวลา รวมกันเป็นก้อน อยู่ตรงไหนก็มีความหนาแน่นและอาจกลายเป็นหินได้อยู่ดี) สรุปว่ามันไม่ย่อยสลาย มันจึงอันตราย หลวงจึงรณรงค์ให้ใช้ แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเจ้า ที่ผลิตจากธรรมชาติทาตัวเด็ก
อย่างไรเสียก็ยังย่อยสลาย ไมน่ากลัวเท่า



อันนี้วงในรู้กันดี แต่วงนอกที่ไม่แพร่กระจายมาก มันอาจมีผลน้อยๆ 0.00001 เปอร์เซ็นต์ และมีบางองค์กรธุรกิจที่เสียประโยชน์ จึงไม่ได้เป็นข่าวครึกโครมมาก จวบจนฟ้ามีตา ประทานให้เหตุเกิดกับคนที่ไม่ยอมความ ตามฟ้องกันขึ้นมา นั่นแหล่ะที่เป็นข่าวเด่นประเด็นดัง กระทั่งสื่อไทยก็เอามาประโคมข่าวกันยกใหญ่




เรื่องนี้ จะเป็นการ “ตระหนก” เพียงชั่วคราว หรือเป็นเรื่องที่ขุ่นแม่จะ “ตระหนัก” ตลอดไป เราไม่อาจรู้ ที่แน่ๆ คือเรามีข้อมูลดีๆ มาฝากจากการได้พูดคุยกับแพทย์โดยเฉพาะ และรวบรวมบทวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นความรู้ประกอบการพิจารณาดังนี้



สมัยเด็ก แทบจะเรียกได้ว่า การใช้แป้งเด็กกับลูกเป็นสิ่งที่ ทั้งใช้เมื่ออาบน้ำเสร็จ
เวลาลูกมีผดผื่น เปียกชื้น ปะแป้งที่หน้าให้ดูน่ารัก แต่คุณแม่ยุคใหม่ปัจจุบันดูจะลดความสำคัญกับแป้งฝุ่นลงไป เพราะแพทย์ต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ แป้งทาตัวเด็กส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกวัย”
เนื่องจากแป้งทาตัวเด็กที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปผลิตจากแร่หินชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทัลค์ (Talc) หรือเรียกว่า แป้งทัลคัม (Talcum Powder) ผลิตโดยการนำหินทัลคัมมาโม่ให้ละเอียด อบให้แห้ง ฆ่าเชื้อและแยกสิ่งแปลกปลอมออก แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดว่าทัลคัมมีคุณสมบัติเหมือน แอสเบสตอส (Asbestos) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ไม่สามารถจัดจำพวกได้ก็ตาม แต่ภัยร้ายของทัลคัมคือเมื่อสูดดมทัลคัมเข้าไปในปริมาณมาก มีผลต่อร่างกาย เช่น ปอด เพราะอาจทำให้เกิดอาการไอ หายใจติดขัด ระบบทางเดินหายใจติดขัดอย่างรุนแรง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภูมิแพ้ เนื่องจากแป้งทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายได้ และนักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้หญิงที่ใช้แป้งกับอวัยวะเพศเพื่อลดการอับชื้น มีอัตราเสี่ยงจากการจะเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้น โดยอาจเป็นไปได้ที่แป้งสามารถหลงเข้าไปในร่างกายผ่านช่องคลอดมดลูกและท่อนำไข่เข้าไปสู่ช่องท้อง



รศ.ดร.ไสยวิชญ์ วรวินิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีแป้ง (Starch Technology) และนักเทคโนโลยีดีเด่นของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2549 ได้ให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับสารทัลคัมว่า “แป้งฝุ่นโดยทั่วไปทำจากสารทัลคัม ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า Magnesium Silicate Hydroxide แม้ไม่อาจทำให้เกิดการตกค้างจากการใช้ผลิตภัณฑ์ในระยะเวลาสั้นก็ตาม แต่เนื่องจากหินแร่ทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายเองได้ด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ หากสูดเข้าไปทีละเล็กละน้อยเป็นเวลานานๆ เกิดการสะสมในปอด โดยที่เซลส์บุผิวปอดจะดักจับแป้งไว้เป็นก้อน ทำให้มีปัญหากับการหายใจ ถ้าเป็นเด็กทารกก็อาจทำให้ปอดอักเสบ เกิดเป็นโรคเนื้องอกในปอด (Talcosis) และเสียชีวิตได้”
รศ.ดร.ไสยวิชญ์ ยังกล่าวต่อว่า “เนื่องจากความไม่ปลอดภัยในการใช้แป้ง “ทัลคัม” แพทย์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้แป้งทาตัวเด็กที่มีส่วนผสมของทัลคัม และผู้ผลิตชั้นนำได้หันมาเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อาทิ แป้งข้าวโพด เพื่อทดแทนแร่หินทัลค์ (Talc)” และในปัจจุบันมีความนิยมใช้แป้งเด็กที่ทำมาจาก แป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ (Rice Starch) กันมากขึ้น เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่าแป้งทัลคัม เพราะเป็นสารอินทรีย์ ทำให้สามารถย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ไม่เกิดการสะสมในปอดหรือใต้ร่มผ้า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และลดความเสี่ยงจะก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ ยังปกป้องลูกน้อยจากผื่นคัน เพราะมี คุณสมบัติป้องกันความเปียกชื้นและการดูดซับไขมันสูงกว่าทัลคัม”



ถึงตรงนี้ ขุ่นแม่หลายๆ คนคงมีคำถามว่า แร้วทางออกคืออะไร จริงๆ ตอนนี้อย่างที่รู้กันว่านักวิทยาศาสตร์ไทยได้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งเด็กที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ได้สำเร็จ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ไรซ์แคร์” (ReisCare) มีเนื้อแป้งที่ขาวเนียน ละเอียดอ่อน แต่เนื่องจากเป็นเฟสแรก จะยังไม่หอม ออกหยาบ (แต่คิดว่าเป็นข้อดี) ช่วยดูดซับความเปียกชื้นดีขึ้น และที่สำคัญปราศจากส่วนผสมของแป้งทัลคัม เพราะผลิตจากแป้งข้าวเจ้า



อ๊ะๆ ถึงตอนนี้ ใครอย่าหลงเอาเด็กไปนึ่งนะ โดยเฉพาะอาม่า อากง ที่มักที่ผ่านกระบวนการผลิตและฆ่าเชื้อด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัย จึงสะอาดปลอดภัย ไม่ระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางของเด็ก ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และเนื่องจากแป้งชนิดนี้ทำจากข้าวซึ่งเป็นสารอินทรีย์ จึงทำให้สามารถย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ในธรรมชาติของร่างกาย จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้ และได้รับรางวัล 1 ใน 10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 2549



ข่ะ ฟังไม่ผิด ปี 2549 จริงๆ ควรจะดังตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหนมา



แต่เอาเป็นว่าวันนี้เราก็ได้รู้ทุกอย่าง ละเอียดเหมือนแป้งแล้ว
ขอบคุณเครดิตภาพ จาก อินเตอร์เน็ต
และข้อมูลจากเพจของ PRWOWWOW
หากต้องการรับชมข่าวสารและความบันเทิง สามารถ Like และติดตามเป็นแฟนเพจกันได้




 

Create Date : 13 มีนาคม 2559   
Last Update : 14 มีนาคม 2559 21:52:28 น.   
Counter : 687 Pageviews.  
space
space
เรื่องดีๆ ก็มีนะแจ๊ะ คนไทยคุณภาพระดับโลก

เรื่องดีๆ ก็มีนะแจ๊ะ คนไทยคุณภาพระดับโลกรอบนี้หอบกีต้าร์เวิล์ดทัวร์ 50 กว่าประเทศ
 เด็กฝรั่งยกเป็น Idol ชม Cute!!!


“ไอดอล” ของเด็กไทยหลายคนเป็นศิลปินดังในต่างประเทศ แต่รู้กันหรือยัง
 ตอนนี้ “คนไทย คุณภาพระดับโลก” ก็มีมากมายหลายคนแล้วนะ ล่าสุดที่กำลังสะสมไมล์คุณภาพด้วยการเวิลด์ทัวร์ในฐานะ “แชมป์กีต้าร์คลาสสิคโลก” 



เอ่ยชื่อไปหลายคนคงคุ้นหูแล้ว แต่อีกหลายๆ คนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงดนตรี คงไม่คุ้นชื่อนัก 
อย่างไรก็แล้วแต่อยากแนะนำคนไทยคุณภาพที่ล่าฝันจนสำเร็จ ขึ้นทำเนียบ “ศิลปินระดับโลก”
 แล้ว (เพราะออกเทป มีอัลบั้มเพลงคลาสสิคเป็นของตัวเองด้วย ใครอยู่เมืองนอก ลองหาดูตามแผง ปกเทปเป็นหน้าเจ้าตัวเลย เท่ห์สุดๆ) มาให้ดู พร้อมขอบคุณภาพจาก http://www.facebook.com/ekachai.jearakul มา ณ ที่นี่ด้วยจ้า



ขณะนี้แฟนเพลงกีต้าร์คลาสสิคในต่างประเทศ รู้แล้วว่า “แชมป์กีต้าร์ระดับโลก” 
ปีนี้เป็นคนไทย แต่กลัวเด๋วคนไทยจะคุยกับต่างชาติไม่รู้เรื่อง เลยขออนุญาตนำภาพอัพเดท
 ขณะหนุ่มเบิร์ดเวิลดทัวร์ในต่างประเทศ ทั้งอเมริกา, ยุโรป มาให้ชมกัน
 (ใหญ่สุด ที่ คาร์เนกี้ ฮอลล์ นิวยอร์ค)


ส่วนการแสดงที่อื่นๆ ในแต่ละรอบที่ แม้ไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็น่าภูมิใจแทนเจ้าตัวจริงๆ ไม่เสียแรงทีฝึกฝน กีต้าร์คลาสสิค มาตั้งแต่เด็ก พร้อมมุ่งมั่นซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมจนกระทั่งนิ้วมื้อทั้งห้าเป็นร่อง ไม่เหลือรอยของนิ้ว (แสกนบัตรเข้าอะไร ไม่ได้เลย เพราะนิ้วไม่มีรอย น่าสงสารละ ชักอยู่ยากในโลกนี้) ตะเวนแข่งขัน แพ้ก็ไม่ท้อ แถมยังสู้ตระเวนขอสปอนเซอร์หน้าดำหน้าแดง ก็จะพิสูจน์ความสามารถเอาดีกรี “แชมป์กีต้าร์คลาสสิคระดับโลก” มาฝากคนไทยได้




ภาพสดๆ ตอนเบิร์ดเวิล์ดทัวร์ ซาลซ์บูร์ก, Houston, Portland, Syracuse, New York, South Sarasota, Florida,
และมีกำหนดกลับไทยเดือน เม.ย. 60 อยากแท็คทีมเบิร์ดเหมือนเรา #ทีมเบิร์ด เอกชัย # กีต้าร์คลาสสิค # แชมป์ # คนไทยระดับโลก # คนไทยตั้งใจทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก
# อย่าลืมไปรอรับนะ





ติ่งเบิร์ด แต่ละคำมันจุก
 ก่อนจะเป็นที่ 1 ผม เป็นที่สุดท้ายมาก่อน, 
คติผมคือ อย่าฝันหน้าแดง แต่แรงไม่ออก!ผมเต็มที่ทุกครั้งกับการเล่น แม้คนดูจะน้อย, 
ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อม จนก้องในหัวไม่ได้ซ้อมสองวันก็เล่นไม่ได้แล้ว,
 เคยไปขอสปอนเซอร์ทุกองค์กร โดนปฏิเสธ
 คิดว่าไม่เป็นไร เราต้องแสดงศักยภาพของตัวเองให้ได้ก่อน



ที่ผ่านมา ผมเคยแพ้เยอะมาก เฉลี่ย 99 เปอร์เซนต์ ได้ที่ 2 กับตกรอบ
 แต่ไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่น ตั้งใจ คิดว่าต้องประสบความสำเร็จในสักวัน, 

ผมคิดว่าจำนวนแพ้ ไม่ใช่ประเด็น โทมัส แอลวา เอดิสัน
 เขาโดนถามถึงความล้มเหลว พ่ายแพ้ แต่เขาเถียง บอกแพ้ที่ไหนกัน 
เค้าได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ กว่าพันครั้งมากกว่า,
คนเราสำคัญที่เป้าหมาย อยากเป็นอะไร ดูว่าชอบอะไร วิธีการจะมาทีหลัง
 สำคัญคือ ห้ามท้อ ห้ามหยุดทำ, 

ผมตั้งเป้าหมายอายุ 30 จะได้แชมป์ และทำได้เมื่อปีที่แล้ว 
28 ฝันอยากเล่นที่คาร์เนกี้ เคยไปยืนเกาะรั้ว ตอนอายุ 15 ปี 
ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ ความฝันเป็นจริงแล้ว



https://www.facebook.com/ekachai.jearakul/videos/965148936891927/
ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค ekachai.jearakul




 

Create Date : 11 มีนาคม 2559   
Last Update : 11 มีนาคม 2559 19:02:28 น.   
Counter : 508 Pageviews.  
space
space
เบื้องหลัง ไดโนเสาร์ บุกไทย

อีเวนท์น่าสนใจในเดือนนี้ ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าเหตุการณ์สัตว์โลกล้านปีบุกไทย สร้างสำเริงสำราญให้กับพวกเราทาสจูราสิคเป็นยิ่งนัก
ทั้งนี้ในทุกๆเหตุการณ์ นอกจากความน่าสนใจในเบื้องหน้าแล้ว เบื้องหลังของ “เกมอีเวนท์” ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ในโอกาสเปิดตัวบล็อกพีอาร์ว๊าวว๊าว ที่สนใจข่าวเมาท์ เล่าข่าวเผือก จึงนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มารีวิวช้าๆ แบบขำขัน เป็นขั้นตอนอีกรอบ โดยใช้ชื่อตอนว่า
เบื้องหลัง ไดโนเสาร์ บุกไทย



สร้างความฮือฮาจนเป็นข่าวใหญ่ หลังการเคลื่อนย้าย “ไดโนเสาร์” เข้ามาเมืองกรุง เบื้องหลังเป็นแค่ “กิมมิค” ก่อนจะเปิดตัว "Dinosaur Planet" (ไดโนซอร์ แพลนเน็ต) อย่างเป็นทางการในไทย เริ่มให้บริการ ให้บริการตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2559 ทุกวัน 10:00 – 22:00 น. โดยจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวธีมไดโนเสาร์ แหล่งที่ 6 ของไทย หลังจากที่เรามี 1. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว หรือ พิพิธภัณฑ์สิรินธร ตั้งอยู่ที่อยู่ที่อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 2. Dino Park หรือ ไดโน ปาร์ค เป็นศูนย์กิจกรรมแห่งใหม่ของภูเก็ต 3. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น 4. บ้านมนุษย์หิน ราชบุรี เป็นรีสอร์ทที่สร้างในธีมมนุษย์ยุคหิน 5. พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา หรือ ชื่อเต็มคือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่คลอง 5 ปทุมธานี






สำหรับความแตกต่างนั้น ที่นี่มีแน่นอน เพราะเป็นการจับมือกันระหว่างสามบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ต้องการสร้างความฮือฮาและสร้างแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวของไทย นำโดย คุณ วินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด นายพาณิชย์ สดสี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Group CEO บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ นายอุปถัมป์ นิสิตสุขเจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไร้ท์แมน จำกัด และนายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิเอ็มโพเรี่ยม กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันจับมือฟื้นชีวิตบรรดาเหล่าสัตว์โลกล้านปีให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในครั้งนี้ มีคอนเซ็ปต์ "Beyond Nova In The Heart Of Bangkok ..........ดาวดวงใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ"

จุดเด่น "Dinosaur Planet" ธีมพาร์คไดโนเสาร์สุดยิ่งใหญ่กลางกรุง บนพื้นที่กว่า 12,000 ตร.ม ดิ เอ็มสเฟียร์ของ ดิ เอ็มดิสทริค ใจกลางกรุงเทพมหานคร ระหว่างซอยสุขุมวิท 22 และซอยสุขุมวิท 24 เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ "ไดโนซอร์ แพลนเน็ต" ครั้งแรกในประเทศไทยกับการรวมความบันเทิงไว้อย่างครบรส และอัดแน่นด้วยแหล่งเรียนรู้ที่มีข้อมูล และการนำเสนอที่สมบูรณ์ที่สุดในอาเซียน เปิดประสบการณ์ใหม่บุกดินแดนไดโนเสาร์ ครั้งแรกในประเทศไทยกับธีมพาร์คไดโนเสาร์สุดยิ่งใหญ่ ที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติปลายเดือนมีนาคม 2559 ด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ไม่รวมมูลค่าที่ดิน เพื่อให้ไดโนเสาร์เท่าขนาดจริงกว่า 200 ชีวิต หลากหลายสายพันธุ์ได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ทีมผู้สร้างแบ่งโซนความสนุกกว่า 8 โซนเพื่อจัดแสดงให้ผู้ชมได้ศึกษา ประกอบไปด้วยโซนให้ความรู้ อาทิ การรู้จักกับไดโนเสาร์ที่โซน DINOSAUR DISTRICT พบกับหนี่งเดียวในโลกที่ DINO EYE สัมผัสอาณาจักรโลกล้านปีที่โซน STARS OF DINO ดำดิ่งสู่ใต้พิภพ 4D DEEP-WORLD ชมการแสดงที่ THE GREAT VOLCANO ตื่นเต้นเร้าใจกับ RAPTOR X-TREME ประสบการณ์ใหม่ขี่ไดโนเสาร์ที่ DINO FARM พร้อมรับประทานอาหาร และเลือกซื้อของที่ระลึกที่โซน DINO SQUARE


ผู้บริหารเล่าว่า " Dinosaur Planet” ครั้งนี้ ต้องการฉีกรูปแบบของ Theme Park หรือคอนเซ็ปต์สวนสนุกที่เคยมีแล้วในที่ต่างๆ อย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการเปิดมุมมองใหม่ให้แก่การเที่ยว Theme Park ในประเทศไทย ด้วยการสร้าง Story Line ให้กับ Theme Park แห่งนี้ให้มีมิติที่แตกต่าง ด้วยเรื่องราวของไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นเรื่องราวคลาสสิคได้รับความนิยมตลอดกาล ผ่านการออกแบบและผสานเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัยระดับ โลก จึงทำให้ Dinosaur Planet มีความสมบูรณ์ทั้งเรื่องของความสมจริง ความตื่นเต้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ราวกับได้ย้อนกลับไปยังโลกยุคดึกดำบรรพ์ "ไดโนซอร์ แพลนเน็ต" พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2559 ทุกวัน 10:00 – 22:00 น. สำหรับบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ ราคา 600 บาท เด็กความสูง 90 – 140 เซนติเมตร ราคา 400 บาท เด็กความสูงตํ่ากว่า 90 เซนติเมตร เข้าฟรี นั่งกระเช้า Dino Eye ราคาคนละ 200 บาท ขี่ไดโนเสาร์ Dino Farm ราคาคนละ 100 บาท ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dinosaurplanet.net

ที่น่าสนใจก่อนจะมีการเปิดตัวสวนสนุก ทางผู้จัดได้วางกลยุทธ์ เพื่อสร้างกระแสให้เกิดเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ โดยวาง Content และ Timeline ถูกจุด รวมถึงใช้สื่อ Social รุกโหมเป็นประเด็นแบบไฟไหม้ฟาง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้การ Launch ของโปรเจคต์สมบูรณ์แบบ โดยใช้งบและออกแรงเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้



สรุปตารางการโปรโมท
29 ก.พ. 59 ข่าวเหมือนจริงจนตกใจ! แตกตื่นไดโนเสาร์คืนชีพ ร้องคำรามลั่นท้ายรถเทรลเลอร์กลางใจเมือง
(รายละเอียด มีการขนย้ายไดโนเสาร์ 2 ตัว วนรอบอนุสาวรีย์ชัย และจอดแช่ ประวิงเวลากว่า 20 นาที โดยขณะจอด ได้ยินเสียงคำรามของไดโนเสาร์ (ทั้งที่มัดปาก) จึงเกิดอาการไทยมุงโดยพลัน และมีช่างภาพอิสระไทยและต่างประเทศมาจับภาพ)
1 มี.ค. 59 นสพ.ไทยรัฐ พิจารณาลงข่าวหน้า 1
นสพ.บางกอกโพสต์ ลงภาพข่าวด้านใน
สำนักข่าว BBC Thai นำภาพและข่าวลงเฟสบุ๊ครายงานสด
เกิดกระแสในโลกโซเชี่ยล เพจและเว็บต่างๆ เริ่มแชร์ ข่าวกระจายในวงกว้าง
2 มี.ค.59 (เช้า) คนกรุง (บริเวณสยามสแควร์) แตกตื่นอีกรอบ กับภาพการขนย้ายไดโนเสาร์ ทีนี้ไม่มัดปาก ร้องคำรามลั่นกรุง ผู้คนพากันตกใจ อัดคลิปและเกิดการไลค์และแชร์เพิ่มมากขึ้น เป็นการต่อยอดจากคอนเทนต์เดิม ขณะเดียวกันเพจเฉพาะทางอย่างเช่นกูขำ, สัตว์โลกอมตีน ฯลฯ พร้อมใจกันฟีดข่าวยกใหญ่
2 มี.ค. 59 (บ่าย) เรื่องร้อนออนไลน์ ป่วนกรุงขนาดนี้ ตามด้วย Story ใหม่ ตำรวจเรียกผู้จัดฯ มาจับปรับ เหตุทำรถติด (โดน 5 ข้อหา โฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต, โฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียงด้วยภาษาอื่นโดยมิใช่ภาษาไทยหรือภาษาพื้นเมือง, บรรทุกสิ่งของยื่นเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขใช้ไฟสีแดงหรือธงสีแดง, ผู้ขับขี่ไม่จัดให้มีการป้องกันมิให้สิ่งของตกหล่นอาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนรำคาญ, จอดรถในที่ห้ามจอด
3 มี.ค. แถลงข่าวใหญ่ "Dinosaur Planet" (ไดโนซอร์ แพลนเน็ต) กลางกรุง โดย 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ พร้อมไฮไลท์และค่าใช้บริการ
4 มี.ค. นำ ไดโนเสาร์ ร่วมขบวนเดินทางจ่ายค่าปรับ


*** TIP & TRICK
วันแรก ไดโนเสาร์ มัดปาก แต่มีเสียงร้องคำราม แต่เชือกที่มัดแน่น ทำให้เหมือนเสียงคราง กระนั้นทีมงานก็ยังเก่ง ไปหาเด็กร้องไห้มาได้พอดี ทีมงานขอบคุณน้องขวัญอ่อน คู่ญ ช นั้นไปหรือยังเคอะ โทษฐานที่ช่วยทำให้ภาพสมบูรณ์ ให้ไดโนเสาร์ น่ากลั๊ววววว
วันที่สอง ไดโนเสาร์ ร้องคำรามที่สยามสแควร์ ไม่น่าเชื่อว่า จากอนุสาวรีย์มาสยาม นี่มันไกลโข เดินทางเป็นวันๆ ก็ยังไม่ถึงสวนสนุกที่สุขุมวิท (อิอิ) แต่ขอชมรอบนี้ เชือกมัดปากหายจ้า ไดโนเสาร์คำรามลั่น แยงฟันน้ำนมแหลมคมน่ากลัวให้คะแนนเรื่องเคลื่อน คิดว่าเป็นกลยุทธ์แบบซอย เก็บไฮไลท์ ขยักไว้เล่น (เอ๊ะ หรือทีมงานลืมกรรไกร อันนี้เรื่องใหญ่ ไปคุยกับนายเอง)
สรุปว่าคุ้ม เล่าดี มีลีลา รวมไปถึงพา Message ไปถึงจุดหมาย ไม่ผิดเพี้ยน ไม่มีประเด็นรองมาเบียดบังหรือกดทับรัศมี โปรเจคต์นี้พีอาร์ว๊าวว๊าวต้องขอซูฮก

ติดตามอ่านลิงค์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับไดโนเสาร์
ไดโนเสารที่พบในประเทศไทย (อันนี้จะละเอียดมาก)
http://www.dmr.go.th/ewtadmin/ewt/dmr_web/main.php?filename=ti2din1d
5 ที่เที่ยวธีมไดโนเสาร์และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ในไทย ลิงค์ http://th.theasianparent.com/5-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/2/
ถูกใจขอไลค์เลย ไปติดตามอ่านข่าวสนุกๆ และมีสาระได้ที่เฟสบุ๊ค PRWOWWOW




 

Create Date : 09 มีนาคม 2559   
Last Update : 11 มีนาคม 2559 17:27:13 น.   
Counter : 1152 Pageviews.  
space
space
1  2  3  4  5  6  7  8  

คนอวดฉลาดที่พลาดตลอด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






space
space
[Add คนอวดฉลาดที่พลาดตลอด's blog to your web]
space
space
space
space
space