ความรู้ ควบคู่ ความฮา
space
space
space
space

“แก๊ป-ธนเวทย์” พาส่องตึกใหม่ “โบ๊ทเฮ้าส์หัวหิน” ปลื้มฟี๊ดแบ๊คจ็อบเสริม กลัวคนลืม!!


หล่อ ดูดี แต่ไม่ค่อยมีงาน!! หึ อย่าได้แคร์ถ้าเรามีความสามารถ!!
ดูอย่างพระเอกในใจเราคนนี้เป็นต้น



ถูกโฉลกกับงานอสังหาฯ รับบทพระเอกใน Viral โปรโมทตึกหรูไม่ทันไร ล่าสุดหนุ่มลุคส์อินทีเรีย แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล ได้จ็อบใหม่เป็นรีวิวโปรโมทโครงการคอนโดตากอากาศ ซึ่งทยอยเข้ามาเรื่อยๆ คลิปล่าสุดพาส่อง The Legend By BoatHouse Huahin อาณาจักรคอนโดติดทะเล 80 ไร่ใหญ่ยักษ์ เผยแพร่ผ่านยูทูป ทำให้แฟนๆ หลายคนหายคิดถึงไปบ้าง ระหว่างรอละครหนุ่มแก๊ปฉาย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรอเปิดกล้อง ปลายปีคงได้ชมกัน ตอนนี้ยุ่งกับธุรกิจส่วนตัว พร้อมรับจ็อบเสริมกันคนลืม กำลังไปได้ดีกับงาน “รีวิวโครงการต่างๆ” โดยจุดเด่นคือใช้ภูมิรู้ด้านสถาปัตย์และการออกแบบที่เรียนมา


แก๊ปเผยว่า “งานละครมีติดต่อเข้ามาอยู่ระหว่างรอเปิดกล้องครับ ทางเวิร์คพอยท์ คิดว่าเร็วๆ นี้คงได้เห็นกัน ส่วนงานด้านอื่นๆ ตอนนี้ผมมีบริษัทรับออกแบบ ดีไซน์งานกราฟฟิคและทำ กระดาษห่อของขวัญ แบรนด์ A piece(s) of paper วางขายแล้วที่ B2S คอนเซปต์ รักษ์โลก ใช้ซ้ำได้ อยู่ในช่วงเริ่มต้นก็เหนื่อยหน่อย ทำเองทุกอย่าง แล้วก็พอดีที่ผ่านมามีพี่ๆ เห็นแววเลยทาบทามให้ไปเป็นพิธีกร พาไปชมโครงการบ้านและคอนโดฯ ซึ่งถ้าคนติดตามก็จะเห็นผมไปเยี่ยมมาแล้วสี่ถึงห้าโครงการฯ ล่าสุดเป็น โบ๊ทเฮ้าส์หัวหิน เปิดตึกใหม่ เดอะเลจเจนท์ฯ ครับ ใหญ่และน่าสนใจมากเลยทีเดียว สำหรับวิดีโอคลิปของผม เน้นให้ความรู้ มุมมองในแต่ละด้านด้วย คือ พาชมแล้วก็อยากให้ผู้ชมได้สาระและประโยชน์กกลับไป ทำกับพี่ที่รู้จักกัน ยังไงก็ฝากแฟนๆ ติดตามด้วยแล้วกันครับ โดยเฉพาะคนรักการออกแบบและตกแต่งห้ามพลาด จะพยายามหาโครงการดีๆ แบบนี้มาให้ชมกันอีกครับ” (โดยสามารถกดติดตามบล็อคนี้ไปได้ตลอดๆ)





โดยภาพรวมโครงการฯ นี้ ได้เปรียบในเรื่องของที่ตั้ง ซึ่งอยู่ทำเลก่อนถึงเมือง อีกทั้งเป็นโครงการใหญ่ที่มีพื้นที่เดิมมากอยู่แล้ว จึงสามารถทำราคาออกมาได้น่าสนใจ เมื่อเทียบกับรายใหม่ที่มี่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งราคาที่ดินและวัสดุ และความที่ตั้งอยู่ในโครงการขนาดใหญ่ จึงมีสาธารณูปโภคครบครัน สร้างเสร็จ และสัมผัสได้ จริง รวมพื้นที่ส่วนกลาง สวนสวย และสระว่ายน้ำมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แถมสระว่ายน้ำมีให้เลือกทั้งแบบอินฟินีตี้ พลู และ Mega Free-Form ขนาด 15,000 ตารางเมตร ใหญ่ถึง 12 เท่าของสระว่ายน้ำโอลิมปิค แต่ละอาคารมีสเปซ สร้างความรู้สึก Privacy สูง อนาคตปล่อยเช่าก็คุ้มค่าเพราะตรงสเปคนักท่องเที่ยวเกรดดี ซึ่งชอบความสงบและธรรมชาติสะอาดตากว่า 40 ไร่


กดตามลิงค์นี้เพื่อดูวิวสวยระดับโลกของโครงการโบ๊ทเฮ้าส์ครับ
https://youtu.be/C9I2AD26FPo



นอกจากนี้สำหรับคนที่สนใจ ซื้อเพื่อพักผ่อนและลงทุนระยะยาว เรามีมุมมองของผู้บริหาร ท่านประไพสิทธิ์ อดีตเคยเป็น MD หมายเลข 1 ของแบงค์กรุงศรีด้วยครับ ให้ความคิดและมุมมองที่น่าสนใจเลยทีเดียว
มีทั้งคลิปและบทสัมภาษณ์



- แนวโน้ม 3-5 ปีหน้า ของหัวหิน
ผมมองว่าตลาดจะโน้มไปหากลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น เพราะ 1.กำลังซื้อกลุ่มบนได้เลือกซื้อขนาด 1-2 ห้องนอน 44-65 ตร.ม. 2.หัวหินเป็นเมืองที่มีตำนานและคลาสสิค ขับรถ 2 ชม.ครึ่งก็ถึง และมีสถานที่ชิวๆเป็นจำนวนมากแต่ต้องแยกประเด็นนะ ในหัวหินการพัฒนาอสังหาฯ จะเสี่ยงมากกว่าลงทุนทำคอนโดฯ ใน กทม. เพราะกำลังซื้อค้าปลีกในหัวหินจะได้ดีเฉพาะขายช่วงวีคเอ็นด์อย่างเดียวเป็น Resort Development กำลังซื้อจะไม่เป็น 7/24เหมือนขายในกรุงเทพ และ Profile ของผู้ซื้อก็จะเป็นกลุ่มครอบครัว มากกว่ากลุ่มคนจีนและหนุ่มสาวแบบพัทยาที่ชอบแสงสียามค่ำคืน แต่ทั้งนี้ ข้อดีคือหัวหินยังมีหน้าหาดที่เป็น Private Beach ขาวสะอาดอีกมาก เรียงรายกันจนถึงเขาตะเกียบ และน้ำทะเลคุณภาพดีและยังไม่กัดเซาะชายฝั่ง


- ที่นี่เหมาะซื้อเพื่อลงทุนไหม
ต้องเป็นการลงทุนระยะยาวถึงจะเห็นรูปธรรมเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ม.ล. ตรีทศยุทธ เทวกุล เคยทำคอนโดบ้านตรีทศ และ ขาย ตร.ม.ละหมื่นกว่าบาท ตอนนี้ขาย ตร.ม.ละแสนกว่าบาท หรือจะเป็นโครงการบ้านเฉลียงลม เป็นบ้านเดี่ยว 50 ตร.ว. หลังละ 5-6 ล้าน ตอนนี้ซื้อขายกันหลังละไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน นี่คือตัวอย่าง ถ้าจะลงทุนต้องเป็นลักษณะระยะยาว ส่วนซื้อลงทุนปล่อยเช่าน่าจะลำบาก เพราะรูปแบบเช่าระยะสั้นมีแต่คนไทย ซึ่งอาจจะควบคุมคุณภาพของผู้เช่าได้ยาก ถ้าเป็นการเช่าระยะยาวจะเป็นฝรั่งจากยุโรป เช่าครั้งละ 3-6 เดือน จ่ายดีหน่อย ห้องชุด 65 ตร.ม. 2 ห้องนอน เช่า 3-4 หมื่น/เดือน แต่ก็อย่างที่เห็น ๆ กัน ตอนนี้เศรษฐกิจทั่วโลกไม่ค่อยดี ลูกค้าหลักก็มีแต่คนไทย



- มีเหตุผลอะไรบ้างที่ลูกค้าต้องซื้อโครงการฯเรา
ข้อแรกสุดโบ๊ทเฮ้าส์เป็นโครงการที่ติดทะเลถึง 80 เมตร และจากอาคารชุดจะเห็นวิวทะเลเต็มตา เพราะเราซื้อที่ดินที่อ้วนมากในตอนกลางของโครงการ แปลงที่ดินทั้งผืนจะป่องตรงกลาง ทำให้อาคารชุดสามารถสร้างขนานกับทะเล ถ้าซื้อห้องชั้น 3-4 เริ่มจะเห็นวิวทะเลเต็มตาแล้ว ส่วนกลางมีสระว่ายน้ำเลื้อยถึงกันทุกเฟส มีรถจักรยานให้เช่าถีบเล่นในโครงการทั้งครอบครัว, สนาม Tennis 2 สนาม ,Theme Park พร้อมสไลเดอร์น้ำตก สำหรับเด็ก และจากุชชี่ยักษ์ เรียกว่าใช้ชีวิตในโครงการนี้บรรยากาศจะเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เราลงทุนสาธารณูปโภคเต็มที่ ใช้งบฯไปกว่า 500 ล้านพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้เห็นก่อน นั่นคือบทพิสูจน์ว่าเราคือตัวจริง ปรับที่ดินให้เป็นเนินสูงต่ำตามฮวงจุ้ยไม่ได้เป็นแผ่นราบอย่างคนอื่น บางส่วนถนนก็มุดลงใต้สระว่ายน้ำที่พื้นเป็นกระจกใสให้คนขับสามารถเห็นนางเงือกว่ายน้ำอยู่ด้านบนได้ เราดูแลแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง เรามีบริการห้องพักสัตว์เลี้ยง คืนละ 500 บาท สำหรับห้องแอร์ พร้อม CCTV ให้เจ้าของดูภาพจากมือถือได้ตลอด นอกจากสระว่ายน้ำเราปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากในส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ และใช้ Knight Frank Property Management มาดูแล บริหารหลังการขายทั้งโครงการแบบฝรั่ง เพื่อให้มูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว สุดท้ายคือ Location ที่พิเศษ ของเราเพราะอยู่ห่าง Sheraton Hua Hin เพียง 1 กม. และอยู่ตรงข้ามกับ Venezia Hua Hin ซึ่งการจราจรไม่เคยติดขัดและน้ำประปาไม่เคยขาดแคลนแม้ในช่วงวันหยุดยาว



- หัวหินมีสัญญาณฟองสบู่หรือยัง
ในมุมมองผม ฟองสบู่จะมีได้ต่อเมื่อซื้อแล้วไม่สามารถขายต่อได้ เช่นห้องชุดในระดับราคาประมาณ 1 ล้านบาท สร้างเสร็จออกมากันมาก แต่คุณภาพของห้องชุดและการอยู่อาศัยร่วมกันก็ไม่ง่ายในการบริหารจัดการโครงการให้มีมูลค่าเพิ่มระยะยาวได้ ที่หัวหินจะซื้อลงทุนควรเลือกติดทะเลเพราะมีน้อยลงทุกวันและควรลงทุนระยะยาว เลือกโครงการคุณภาพที่ดีที่คุณจับต้องได้ก็น่าจะขายต่อได้มีกำไร ตัดไปได้เลยเรื่องปัญหาฟองสบู่ สำหรับของคุณภาพถ้ามีเงินเย็นซื้อเพื่อลงทุนและได้ความสุขจากการใช้ประโยชน์ด้วยก็จะเห็นผลแน่นอน แต่ขอย้ำว่า ไม่ใช่สูตรสำเร็จนะ





ความรู้สึกของผมคือผู้บริหารโครงการฯ ท่านนี้ เก่ง และ จริงใจมากๆ ครับ สำหรับคนที่ไม่จุใจ หรือไม่อยากจะอ่าน สามารถดูคลิปสัมภาษณ์ท่านจากข้างล่างนี้ได้

https://youtu.be/Wl1oIuEEn2g

ติดตามข่าวสารสาระดีๆ และวิดีโอคลิปแบบจัดเต็มได้ทางบล็อคนี้นะครับ
หรือเพจ อวดฉลาด




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2559   
Last Update : 27 กรกฎาคม 2559 9:51:36 น.   
Counter : 551 Pageviews.  
space
space
มหาลัยไทย ร่วมกับ เอกชน จัดตั้ง “ศูนย์วิจัยฯยั่งยืน” พัฒนานวัตกรรม นำไปใช้ สร้างรายได้จริง
ปรบมือ รัวๆๆ


“งานวิจัยในบ้านเรา งบแต่ละปีสูงมาก หลายหมื่นล้านบาท บ้านเรามีนักวิจัย มีด็อกเตอร์ มีเด็กที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกเยอะแยะมากกมาย แต่ถามว่าจนถึงวันนี้ ประเทศเรามีอะไรที่พัฒนาเป็นของเรา ถึงขั้นเชิดหน้าชูตาว่าเป็นผลผลิตของคนในชาติได้บ้าง… ดูแล้วไม่บาลานซ์กันเลย!!”



ข้อคิด ที่นำมาสู่การร่วมมือพัฒนาของสององค์กร ซึ่งต้องถือเป็นอีกก้าวของการพัฒนาการศึกษาและแวดวงอุตสาหกรรมของไทย จากเจตนารมณ์ที่ตรงกันของ รศ.ดร.สุเจตน์ จันทรังษ์ อธิการบดี ม.เทคโนโลยีมหานคร และ พีรพล ตระกูลช่าง ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด (AVIA) บริษัทชั้นนำ ด้านเทคโนโลยี พัฒนาอุตสาหกรรมต่างประเทศ มีแนวคิดที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของชาติให้เติบโต ลดการพึ่งพาและนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ พร้อมชูแบรนด์ “Thailand” ตีตลาดโลก จึงได้จัดพิธีเซ็นสัญญาสร้างนวัตกรรมเพื่อผู้กล้า พร้อมจัดตั้งศูนย์วิจัยภายใต้ชื่อ MASI (Mahanakorn-Avia Sustained Innovation) ให้เป็นศูนย์กลาง พัฒนา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ต่อยอดนวัตกรรม เพื่อนำไปผลิต ใช้ได้จริง พร้อมสร้างรายได้ให้กับนักคิด นักประดิษฐ์ และมีโอกาสก็ผลักดันให้ไปตีตลาดโลกบ้าง นั่นเอง เมื่อเร็วๆ นี้



รศ.ดร.สุเจตน์ จันทรังษ์ อธิการบดี เผยว่า “ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ : AICentre มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างมาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆของประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง รวมถึงผลักดันทุกกระบวนการและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาต่างๆในประเทศไทย ให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา สะสมองค์ความรู้ที่เกิดจากการวิจัย การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถและมีความพร้อมอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการมองหาความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกไม่ว่าจะเป็นด้านเงินทุน ทรัพยากรบุคคล หรือ องค์ความรู้ต่างๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดระบบอุตสาหกรรมที่ครบวงจรกลายเป็นประเทศที่สามารถวิจัย พัฒนา และผลิต ได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยนั้นสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน







บริษัท AVIASATCOM จำกัด เป็นบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพทางด้านการทางานวิจัยและมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความร่วมมือต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจาก บริษัท AVIASATCOM จำกัด และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มีอัตลักษณ์และแนวทางการดำเนินงานขององค์กรที่สอดคล้องกัน นั่นคือ การให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นทางด้านบุคลากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับการวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้มีการลงนามความร่วมมือกันไปแล้วในบางส่วน และยังมีงานวิจัยที่ร่วมมือกัน เช่น โครงการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมา การทำงานร่วมกันนั้น เป็นไปได้อย่างดี จึงทำให้เกิดการวิจัยและพัฒนาต่างๆขึ้นอย่างต่อเนื่อง



ปัจจุบันทั้งสองหน่วยงานนั้น มีความเห็นว่าควรส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาภายในประเทศไทยให้ก้าวไกลมากยิ่งขึ้น โดยจัดตั้งศูนย์กลางหรือหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบการทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนขึ้นเองในประเทศไทย โดยจัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความชัดเจนในการนำนโยบายไปปฏิบัติ สร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรถึงองค์กรอย่างจริงจัง เพื่อเป็นตัวอย่างและผู้นาทางด้านงานวิจัยของทั้งสองหน่วยงาน เนื่องจากประเทศไทยในปัจจุบันภาครัฐมีการสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนาไม่เพียงพอ และประสิทธิภาพในการเข้าถึงการวิจัยก็ยังมีไม่มากนัก ส่งผลให้สูญเสียทรัพยากรทางด้านการวิจัยไปเป็นจำนวนมากเนื่องจากความไม่มั่นคง ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และ บริษัท AVIA SATCOM จำกัด จึงมีเป้าหมายในการจัดตั้ง ศูนย์วิจัยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (MASI : Mahanakorn-Avia Sustained Innovation) ให้เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาที่มีความครบวงจรตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นจนถึงกระบวนสุดท้าย โดยความสามารถของ MASI นั้น จะเริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบ วิจัย พัฒนา และการผลิตในเชิงพาณิชย์ รวมไปถึงการศึกษาและวิจัยตลาดอีกด้วย ทั้งนี้การจัดตั้งศูนย์จะจัดตั้งขึ้นภายในรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร โดยการใช้พื้นที่และบุคลากรของศูนย์นวัตกรรมเพื่อการนาไปใช้ประโยชน์เดิมที่มีอยู่ และบูรณาการ รูปแบบ/โครงการ การทำงานให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น



พีรพล ตระกูลช่าง ประธานคณะกรรมการบริหาร เผยว่า “บริษัท AVIA-SATCOM จำกัด “ประเทศเราต้องการงานวิจัยค่อนข้างมาก รีไควเมนท์เยอะ ที่เอาความต้องการของเราไปบอกตปท. ซึ่งก็มีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ตรงบ้าง ไม่ตรงใจบ้าง ปัญหาเรื่องเวลา ความเหมาะสม เนื่องด้วยปัจจัยที่ต่างกัน จึงมาคิดว่า บ้านเราเป็นเมืองเกษตรก็จริง แต่ในส่วนของอุตสาหกรรมเทคโนลยีก็เจริญเติบโตขึ้นมาก มีวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้เยอะแยะ ทำไมเราไม่ปรับเปลี่ยน หรือเลิกทำอะไรบางอย่าง จุดนี้ทำให้คิด และหันกลับมามองตั้งแต่หน่วยแรก คือสถาบันการศึกษาแล้วก็ได้รับรู้ว่า ที่นี่มีผลงานคิดค้น วิจัย มาแล้วมากมาย จากรุ่นต่อรุ่น เพียงเแต่ว่ากระบวนการในการขับเคลื่อน อาจไม่เพียงพอ ในฐานะหน่วยงานทางด้านนี้อยู่แล้ว เรามองหาสถาบันที่มีผลิตบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ มีผลงานวิจัยที่น่าทึ่ง และเป็นที่เพาะกล้าคนรุ่นใหม่ป้อนเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี จึงร่วมกันจัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้ขึ้น ด้วยแนวคิด ที่จะพัฒนางานวิจัย ต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ภาคการผลิต ใช้ได้จริง แล้วรีเทิร์นกลับมาเป็นเม็ดเงิน เป็นรายได้มหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นเวทีให้เหล่านักวิศวกรรมศาสตร์เลือดใหม่ของไทย ได้พิสูจน์ฝีมือของตัวเองด้วย”




ติดตามผลงานและนวัตกรรมใหม่ ๆ ของศูนย์ได้ที่ http://www.mut.ac.th และข่าวดีสำหรับน้องๆ ที่สนใจด้าน “วิศวกรรม” เวทีนี้มีศาสตร์ใหม่ๆ ให้เรียนอื้อ พร้อมสนับสนุนเต็มร้อย
หรือผู้ ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม เรามีวิดีโอคลิปให้ดูประกอบด้วย ตามนี้เลยครับ

https://youtu.be/s31-TlBJeKg




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2559   
Last Update : 26 กรกฎาคม 2559 23:28:09 น.   
Counter : 350 Pageviews.  
space
space
ส่องวิทยาการยกกระชับ “เทอร์มาจ” พัฒนาไม่หยุดยั้ง
ส่องวิทยาการยกกระชับ “เทอร์มาจ” พัฒนาไม่หยุดยั้ง
เขาบอกเด๋วนี้ไม่เจ็บ ทำแล้วเดินออกมาเชิ๊พๆ สบายใจ
เราเลยอยากพาไปหาคำตอบ
โดยเลือกคลินิกยอดฮิต เพราะมีแฟนเพจติดตามสูงสุด



เรื่องมีอยู่ว่า
วิวัฒนาการแห่งการยกกระชับอย่าง “เทอร์มาจ” มีมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว แต่หลังๆ พัฒนาขึ้นเยอะมาก จากเสียงลือเรื่อง เจ็บเหมือนเข็มทิ่ม ใบหน้าร้อนผ่าว ต้องพักฟื้นไม่เจอแดด ฯลฯ กลายเป็นเรื่องเก่า เดี๋ยวนี้เป็นยุคสวยฟ้าผ่า ทำเร็ว เคลมเร็ว กลับบ้านนอนรอดูผลหลังทำได้เลย!!! เช่นนี้แล้ว “เทอร์มาจ” จึงเป็นคำตอบที่ถูกอกถูกใจสาวๆ ที่มีปัญหาส่วนเกินเป็นอย่างยิ่ง นอกจาก “ใบหน้า” แล้ว รูปร่าง ต้นขา ต้นขา หน้าท้อง ก็รับบริการเทอร์มาจได้เหมือนกัน ไม่แปลกที่ยุคนี้จะเห็นคุณผู้หญิง รูปร่างกระชับลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจากผลสำรวจพบว่าตอนนี้โปรแกรมดังกล่าว กำลังครองใจสาวอวบและคุณแม่หลังคลอดเป็นอย่างยิ่ง (แม้สนนราคาค่าบริการต่อครั้ง เกือบๆ จะเหยียบแสน แต่สาวๆ เจ้าบุญทุ่มคงไม่แคร์ บอกว่า “เบิร์น” ยากกว่าหาเงินอีก!!!)


เพื่อให้ทันกระแส หลายๆคนคงอยากรู้จักวิทยาการตัวนี้มากขึ้น ลองไปสอบถาม นพ.ธนสิทธิ์ วัฒนสุชาติ แพทย์ประจำ ออเธนทิคคลินิก ถึงวิทยาการตัวนี้กันเลย



เริ่มต้น ปัญหาผิวหย่อนคล้อย แบบไหนอย่างไรเรียกหย่อนคล้อย?ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจะเริ่มตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ผิวบนใบหน้าทั้งชั้นนอกและชั้นในของคุณเกิดความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ทำให้เซลล์ผิวฝ่อและยุบตัวลง จึงทำให้ใบหน้าสูญเสียความกระชับ และค่อยๆ หย่อนคล้อยจนเสียรูปทรงในที่สุด สังเกตได้ง่ายๆจาก รูปหน้าที่เปลี่ยนแปลง แนวคางและลำคอเห็นแยกไม่ชัด แก้มและคางที่เริ่มห้อย หนังตาและหางตาเริ่มตก ร่องแก้มและร่องใต้ตาเริ่มลึก เกิดเป็นปัญหาอันเนื่องจากความหย่อนคล้อยของผิวหนัง

สาเหตุหลักของปัญหาผิวหย่อนคล้อย คือ อะไร?
สาเหตุของปัญหาริ้วรอยและการหย่อนคล้อย ก็เกิดทั้งปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด แรงโน้มถ่วงของโลก การขาดการดูแลผิวและขาดวินัยในการทาครีมบำรุงผิว น้ำหนักเกิน และการลดน้ำหลักลงอย่างรวดเร็ว ส่วนปัญหาภายในก็จะเกิดจากความเครียด สารอนุมูลอิสระ ขาดการพักผ่อนและการออกกำลังกาย และขาดสารอาหาร ดังนั้นหากเราเลี่ยงสาเหตุของปัญหาผิวเหล่านี้ได้ ทาครีมกันแดด และทำจิตใจให้ผ่องใส ไม่เครียด ก็จะช่วยยืดอายุผิวได้

ผิวหย่อนคล้อย เกิดบริเวณไหนได้บ้าง และแต่ละจุดแก้ปัญหาอย่างไร?
ผิวหย่อนคล้อย เกิดได้บนผิวทุกจุด แต่จุดที่เห็นเด่นชัดที่สุดจะมี บริเวณ หน้าผาก หางตา ร่องแก้ม ลำคอ หน้าท้อง สำหรับส่วน หน้าผาก หางตา ส่วนใหญ่จะใช้สารโบท๊อก (Botox) ในการลดเลือนริ้วรอย ส่วนร่องแก้ม จะใช้ ฟิลเลอร์ (Filler) ในการเติมเต็มใบหน้าให้เต่งตึง ส่วนบริเวณหน้าท้อง จะให้คลื่น RF นวดบริเวณที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึง และในปัจจุบันจะมีนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยจัดการผิวที่หย่อนคล้อยได้ทุกจุดในเครื่องเดียว นั้นคือ นวัตกรรมเทอร์มาจ (Thermage )






นวัตกรรมเทอร์มาจ ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยทุกจุดได้อย่างไร?
นวัตกรรมเทอร์มาจ จะใช้กระบวนการส่งผ่านความร้อนไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของชั้นผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมให้สร้างใหม่ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องผลจากการทำจะช่วยยกกระชับผิว และริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากสภาพผิวที่กำลังจะเริ่มโรยราไปตามวัย หลังรับบริการด้วย เทอร์มาจ จะเห็นผลอย่างชัดเจนประมาณ 20% – 30% และจะสามารถเห็นผลการรักษาชัดขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มที่ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน จากนั้นผลจะคงอยู่อย่างน้อย 2-3 ปี โดยขึ้นกับการดูแล และสภาพผิว ซึ่งมีคนไข้หลายท่านที่มีความประทับใจในผลลัพธ์ของ เทอร์มาจ และต้องการให้ผลการรักษาอยู่ได้นานคงทนมากยิ่งขึ้น จึงสามารถรับบริการซ้ำได้ภายใน 6 เดือนหลังรับบริการครั้งแรก


ทั้งนี้หลังจากรับบริการด้วย เทอร์มาจ ควรดูแลผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ รักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้สารทำความสะอาด หรือสารเคมีที่รุนแรงบริเวณที่รับบริการ หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง ซึ่งควรใช้ครีมกันแดดปกป้องสภาพผิวทุกครั้ง ที่สำคัญควรหยุดพักรับบริการทรีทเมนต์ หรือเลเซอร์อื่นๆ เป็นเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังจากรับบริการด้วย เทอร์มาจ จากนั้นอาจทำรับบริการทรีทเมนท์บำรุงฟื้นฟูสภาพผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ขาว สว่างใส เพื่อคงสภาพผิวให้อยู่ได้นานขึ้นอีก รวมถึงการดูแลรักษาตัวเองด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ


อันนี้เป็นข้อมูลคร่าวๆ นะ แต่ถ้าอยากรู้แบบละเอียดขึ้นมาหน่อย
หรือขี้เกียจอ่าน เราทำเป็นวิดีโอไว้ให้ คลิกตามนี้เลย

https://www.youtube.com/watch?v=DOGO0ajcyuY&spfreload=10





 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2559   
Last Update : 26 กรกฎาคม 2559 22:57:57 น.   
Counter : 315 Pageviews.  
space
space
เป๊ะปังอลังเวอร์!! ชมผลงานแกะสลักผัก ผลไม้ เฉลิมพระเกียรติฯ
เป๊ะปังอลังเวอร์!! ชมผลงานแกะสลักผัก ผลไม้ เฉลิมพระเกียรติฯ
ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
มีความประณีต มีความลึกซึ้ง เชียร์ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก!!


เรื่องประณีต บรรจง ไม่มีชาติใดเสมอเหมือนหรือเทียบเท่าประเทศไทย โดยหนึ่งในงานฝีมือที่เป็นพยานชัดและน่าอนุรักษ์ไว้สุดๆ คือ “งานแกะสลักผักผลไม้” ของไทย ที่น้อยชนชาตินักจะมีฝีมือมาเทียบเคียง!! กลายเป็นธรรมเนียมและศูนย์รวมนักแกะสลักหน้าใหม่ ในตำนาน โดย โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพภาพจัดงานประกวดแกะสลักผัก-ผลไม้ ผสานงานใบตอง และดอกไม้สด ครั้งที่ 18 หัวข้อ “ เฉลิมพระเกียรติพระนามยิ่งยศสิริกิติ์ สถิตย์ไว้ในโลกา ” ซึ่งคณะกรรมการตัดสินการประกวดได้รับเกียรติจากสำนักพระราชวัง วังจิตรลดา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจากสถาบันการศึกษา เช่นเคยปีนี้ทุกฝ่ายชื่นใจ เพราะคนรุ่นใหม่ฝืไม้ลายมือไม่เบากันเลยทีเดียว




อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานจัดงานฯ กล่าวว่า “วัตถุประสงค์การจัดประกวดครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559 นี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆไว้มากมาย รวมถึงการพระราชทานพระนามาภิไธยสิริกิติ์ ให้กับสถานที่ท่องเที่ยว เขื่อน พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ โดยผู้เข้าประกวดสร้างสรรค์ผลงานแกะสลักผัก-ผลไม้ ผสานงานใบตอง ดอกไม้สด ให้สอดคล้องกับหัวข้อการประกวด ซึ่งผู้ชนะการประกวดจะได้รับถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯโล่รางวัลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประกาศนียบัตรอันทรงเกียรติ รางวัลเงินสด เหรียญที่ระลึกการประกวด เสื้อที่ระลึก 84 พรรษา”



พิธีประกาศผล ได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มอบรางวัลตามลำดับ โดยมีทีมประกวดทั้งสิ้น 28 ทีม แบ่งเป็น 2 ประเภท ผลการตัดสิน ประเภทโรงแรมและบุคคลทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ทีมปทุมธานี, รองชนะเลิศอันดับ 1 พลูแมน ขอนแก่น ราชาออร์คิด, รองชนะเลิศอันดับ 2 ชมรมการโรงแรม จ.สมุทรปราการ, รางวัลชมเชย เทิดพระเกียรติ จ.น่าน และ ธิชานนท์ ส้มโต , รางวัลพิเศษ ครูโบ ดี เทรนเนอร์ ประเภทสถาบันการศึกษา รางวัลชนะเลิศ บานบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม, รองชนะเลิศอันดับ 1 เมืองหญิงกล้า หลานย่าโม วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนสาธิตเทศบาลเชตวัน, รางวัลชมเชย วิทยาลัยอาชีวศึกษา ธนบุรี, ทีมเกษมสำราญ ม.เกษมบัณฑิต, รางวัลพิเศษ โรงเรียนศรีสังวาล






ด้านไฮไลท์ รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ชื่อผลงาน “สายธารแห่งน้ำพระทัย” ความหมายของผลงาน สื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย เปรียบเสมือนสายน้ำที่หล่อเลี้ยงปวงชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี สุขล้น ด้วยน้ำพระทัยที่ทรงส่งเสริมอาชีพและอนุรักษ์ศิลปะของชาติให้คนไทยได้สืบสาน องค์ประกอบของชิ้นงาน ได้แก่ พระบรมฉายาลักษณ์ ตกแต่งด้วยงานใบตองดอกไม้สด มียอดแหลมสื่อถึงความสูงส่ง มีพญานาคเป็นเทพแห่งน้ำ มีฤทธานุภาพแผ่ไพรศาล มวลบุปฝารอบพระบรมฉายาลักษณ์ ประดับด้วยดอกแคทลียา สีขาวบริสุทธิ์กลิ่นหอม สลับแซมด้วยดอกกล้วย ไม้ไอยเรศ น้ำตก เปรียบประดุจน้ำพระทัย ที่หล่อเลี้ยงปวงชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี พานพุ่ม ตกแต่งด้วยดอกไม้สด สีฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ ราชรถ พาหนะที่มีบุษบกเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ (ส่วนนี้ทำยากสุด เนื่องจากลวดลายวิจิตรบรรจงมาก ใช้เวลาทำหนึ่งเดือน) งานหัตถกรรม เป็นงานที่พระองค์ทรงพระราชทาน โครงการส่งเสริมศิลปาชีพให้กับปวงชนชาวไทย มวลดอกไม้และสัตว์นานาชนิด ดอกไม้ใบไม้ที่แกะสลัก เปรียบประดุจปวงชนชาวไทยที่ได้รับความสุขจากน้ำพระทัย







ท้ายสุด ศ.ดร.มณีรัตน์ สวัสดิวัฒน์ ณ อยุธยา ประธานกรรมการตัดสิน เผยความรู้สึกว่า “การตัดสินยากมาก ฝีมือคนรุ่นใหม่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เห็นแล้วก็น่าปลื้มใจที่คนรุ่นใหม่ไม่ทิ้งวิชาอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย เรากล้าพูดนะคะว่าวิชาแกะสลักมีมานานและไม่มีใครสู้เราได้ เร็วๆ นี้ ทางชมรมแกะสลักของไทยเตรียมส่งเอกสารไปที่ยูเนสโก เพื่อขึ้นทะเบียนวิชาแกะสลักของไทย ซึ่งมีมาช้านานเป็นมรดกโลก ตรงนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยผลักดันให้ยูเนสโกจดทะเบียนวิชาแกะสลักของไทยเป็นมรดกโลกเร็วๆ ถ้าเราไม่รีบรวบรวมหลักฐานและส่ง จะไม่ทันที่อื่นๆ กลัวจะเป็นเหมือน โขน ซึ่งก็โดนจดไปแล้ว แต่ งานวันนี้ต้องขอบคุณผู้จัดงานมากๆ ซึ่งเราจะนำส่งผลงานแกะสลักเหล่านี้เป็นข้อมูลประกอบการขึ้นทะเบียนด้วยค่ะ”








ประชาชนผู้สนใจศิลปะการแกะสลักที่ผสานใบตอง และดอกไม้สดอันงดงาม วิจิตรตระการตา จนได้รับการกล่าวขานว่า
แกะสลักสุดยอดฝีมือ หนึ่งเดียวในโลกจริงๆ สามารถชมผลงานย้อนหลังได้ที่ facebook.com/grandmercurebangkokfortune


คลิกตามนี้ ฟังแชมป์แกะสลักสองปีซ้อน มีลายอะไรบ้าง ยากง่ายแค่ไหน??

https://youtu.be/TicZnrxNy_8







 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2559   
Last Update : 26 กรกฎาคม 2559 17:11:16 น.   
Counter : 1471 Pageviews.  
space
space
พระเอกห้าแยก! กลุ่มเซนต์จอห์นฯผันทำคอนโด “Benedict at The Saint Residences”


นาทีนี้ ทั้งนักลงทุนและกลุ่มธุรกิจ ไม่มีใครไม่เล็งเป้า “ห้าแยกลาดพร้าว” ซึ่งความเจริญหลากหลายด้านกำลังจะ เทเข้ามา กลุ่มเจ้าของที่ดินเดิม ผันตัวเป็น “ดิวิลอปเปอร์” โดยพระเอกในย่านคือ The Saint Residences ( เดอะ เซนต์ เรสิเดนเซส ) กุมพิกัดที่ดีที่สุด เป็นไปตามคาดล่าสุดกลุ่มเซนต์จอห์นฯ ได้เปิดตัวอาคารหลังใหม่ Benedict at The Saint Residences ( เบเนดิก แอ๊ท เดอะ เซนต์ เรซิเดนเซส ) ซึ่งเป็น Good View ทั้งสระว่ายน้ำและเห็นสวนจตุจักรเต็มตา ขณะที่ตัวแทนขาย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด การันตีเป็นทำเลเพิ่มมูลค่า เพราะเป็นจุดตัดรถไฟฟ้า และอนาคตจ่อคิว CBD กรุงเทพตอนเหนือ



ถามว่าทำไมโครงการฯ นี้ถึงน่าซื้อ ดร.ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย ที่หลายคนคุ้นเคยกับบทบาทพิธีกรไอคิว 180 แต่หน้าที่หลักคือ อธิการบดี ม.เซนต์จอห์น และ ประธานกรรมการ บริษัท ซาแลน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า 1 เวลาคนเราทำอะไรเป็นสิ่งแรก มักจะดี ทุ่มเต็มที่ ซึ่งเราก็ทำอย่างนั้นใช้วัสดุที่ดีที่สุด ทีมงานที่ชำนาญที่สุด ไม่อยากให้เสียชื่อ 2 เรามาจากธุรกิจการศึกษา เราไม่พูดโกหกเพียงเพื่อให้ขายได้


คมขนาดนี้ ขุดประเด็นต่อไปเลยดีกว่า


ภาพรวมของบริษัทฯ และโครงการ เดอะเซนต์เรสิเดนเซส
โครงการ เดอะเซนต์เรสิเดนเซส เป็นโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมีเนียม เป็นโครงการแรกของบริษัทซาแลน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัทเซนต์จอห์นโฮลดิ้งจำกัด ที่ยังมีอีกหนึ่งบริษัท ได้แก่ บริษัท สมัย ชินะผา จำกัด ที่บริหารและจัดการเรื่องการศึกษาที่ใช้ชื่อว่า เซนต์จอห์น เป็นการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาเอก รวมทั้งโรงเรียนนานาชาติและวิทยาลัยอาชีวะศึกษาเซนต์จอห์น ดำเนินกิจการด้านการศึกษาที่มีคุณภาพจนเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศกว่า 55 ปีแล้ว


- เหตุผลที่มาจับธุรกิจอสังหาฯ
เนื่องจากธุรกิจการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานต้องอาศัยเงินทุนสูง เท่าที่ผ่านมาสถานศึกษาต่างๆ มักใช้วิธีขึ้นค่าธรรมเนียมการเรียน หรือเรียกค่าบำรุงจากผู้ปกครองเพื่อนำมาพัฒนาการศึกษาให้ได้คุณภาพอย่างต่อเนื่อง บ่อยครั้งต้องอาศัยเงินกู้จากธนาคาร กลุ่มเซนต์จอห์นเห็นว่า ที่ดินของเรารวมแล้วประมาณ 50 ไร่ในบริเวณห้าแยกลาดพร้าวปัจจุบันถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก เป็นที่สุดแห่งทำเลอันเนื่องจากอยู่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวติดถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ สำนักงานใหญ่ของสายการบิน ธนาคาร และหน่วยงานราชการที่สำคัญ ที่สำคัญคืออยู่ใกล้กับสวนจตุจักรอันเป็นสาธารณะขนาดใหญ่มากของกรุงเทพฯ เมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากธนาคารกรุงเทพ จึงได้แบ่งที่ดินประมาณ 7 ไร่มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม คุณภาพสูง รายได้จากโครงการนี้ นอกจากนำไปขยายโครงการอื่นๆ ด้านอสังหาฯ ของบริษัทต่อไปในอนาคต อีกทั้งยังสามารถช่วยพัฒนาการศึกษาในกลุ่มเซนต์จอห์นให้มีคุณภาพและมาตรฐานได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
- พูดถึงโครงการ เดอะเซนต์เรสิเดนเซส
โครงการ เดอะเซนต์เรสิเดนเซส เป็นอาคารสูง 41 ชั้นจำนวน 1 หลัง ประกอบด้วย 3 ทาวเวอร์ มีชื่อว่า Anthony, Benedict และ Charlie รวมจำนวนห้องชุดพักอาศัยทั้งสามทาวเวอร์ประมาณ 1,500 ห้อง มีพื้นที่สำหรับการพาณิชย์ประมาณ 400 ตารางเมตร ร่มรื่นด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่มากในโครงการ ติดถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร มีทางเข้าออกได้หลายทาง ทั้งด้านถนนวิภาวดีรังสิต และถนนลาดพร้าว ซอย 2, 4, 6 และ 8 เมื่อขับรถออกจากโครงการของเรา หากมุ่งหน้าไปขึ้นทางด่วนดินแดง หรือไปสนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินดอนเมือง จะไม่เจอไฟเขียวไฟแดงเลย โครงการนี้ได้ผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และได้รับอนุญาตก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การก่อสร้างได้เริ่มขึ้นตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนธันวาคม 2561



- รายละเอียดของการเปิดตัวตึก Benedict
แผนการตลาดของโครงการ เดอะเซนต์เรสิเดนเซส ได้กำหนดให้ผู้สนใจที่จะจับจองเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมในบริเวณห้าแยกลาดพร้าว โดยให้จับจองเป็นเจ้าของได้ทีละทาวเวอร์ ในปีที่แล้ว ได้เปิดตัวโครงการ Charlie Tower ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี ในปีนี้เราเริ่มเปิดให้จับจองห้องในโครงการ Benedict Tower ที่มีจำนวนห้องประมาณสี่ร้อยยูนิต ประกอบด้วยห้องขนาด 1 ห้องนอน และแบบ 2 ห้องนอน ห้องเล็กสุดขนาดประมาณ 30 ตรม. กำหนด pre-sale ในวันที่ 23-29 มิถุนายนนี้ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมโปรโมชั่นมากมายเป็นพิเศษ Benedict เป็นทาวเวอร์ที่เห็นวิวของสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 50 เมตร เขียวขจีด้วยสวนสวย ร่มรื่น และเปิดมุมมองเพื่อชื่นชมทัศนียภาพสวนจตุจักรจากมุมสูงที่เด่นชัดมาก เป็นวิวที่สวยที่สุดบนถนนวิภาวดีรังสิต พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับห้าดาว และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พื้นที่สีเขียวได้รับการออกแบบอย่างเอาใจใส่ทุกรายละเอียดและพิถีพิถันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการ Benedict Tower จึงเหมาะกับนักธุรกิจ นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในทำเลทองด้วยไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ราคายังไม่สูงมากนัก
- งบลงทุน มูลค่าโครงการฯ
โครงการ เดอะเซนต์เรสิเดนเซส ใช้งบลงทุนกว่าห้าพันล้านบาท เพื่อสนองความต้องการของผู้ที่ปราถนาจะได้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงบนพื้นที่ดินขนาดใหญ่ผืนสุดท้ายของห้าแยกลาดพร้าว ที่อุดมร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยในโครงการ และที่สวนจตุจักรที่อยู่ใกล้ๆอีกด้วย ราคาขายต่อตารางเมตรขึ้นอยู่กับขนาดของห้องและชั้นที่ต้องการ ห้องเล็กสุด เป็นห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 30 ตรม. ราคาเริ่มต้น 4.2 ล้านบาท
- ทีมงานระดับคุณภาพที่โครงการฯ ทำงานด้วย
งานสถาปัตยกรรมและงานระบบของโครงการ เดอะเซนต์เรสิเดนเซส ได้รับการออกแบบโดยบริษัท Palmer & Turner ที่เชี่ยวชาญระดับโลกในการออกแบบอาคารสูงในประเทศต่างๆ และออกแบบภายในอย่างปราณีตหรูหราสวยงามมากโดย August Design ช่วยให้ทุกตารางนิ้วของอาคารดูโดดเด่นสมบูรณ์แบบเป็นพิเศษด้วยวัสดุชั้นเลิศคุณภาพสูง โดยมีบริษัท JWS Construction เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัท Secco รับผิดชอบงานด้านระบบ และบริษัท Knight Frank ทำหน้าที่การตลาด การขาย และบริการลูกค้าสัมพันธ์



ก้าวต่อไปในธุรกิจอสังหาฯ / การลงทุนในอนาคต / ทำเลเพื่อการลงทุน
เนื่องจากบริษัทซาแลน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เกี่ยวข้องกับการศึกษามากว่าห้าสิบปีแล้ว ก้าวต่อๆไปในธุรกิจอสังหาฯ ของเรา เราตั้งใจที่จะให้มีการศึกษาควบคู่ไปด้วยเสมอ กล่าวคือ ในขณะที่ที่ดินส่วนหนึ่งได้รับการพัฒนาในธุรกิจอสังหาฯ ที่ดินอีกส่วนหนึ่งจะได้รับการพัฒนาเป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพควบคู่กันไป ในขณะนี้เรากำลังเตรียมพัฒนาอีกสองสามโครงการในละแวกห้าแยกลาดพร้าวนี้เองโดยไม่จำเป็นต้องรอให้โครงการ เดอะเซนต์เรสิเดนเซส ต้องเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2559   
Last Update : 13 กรกฎาคม 2559 19:52:46 น.   
Counter : 637 Pageviews.  
space
space
1  2  3  4  5  6  7  8  

คนอวดฉลาดที่พลาดตลอด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






space
space
[Add คนอวดฉลาดที่พลาดตลอด's blog to your web]
space
space
space
space
space