ความรู้ ควบคู่ ความฮา
space
space
space
space

สายย่อ รออัลไล สีสันงานปาร์ตี้ หาตัวตน ค้นให้เจอ Find Your Own Way
งานปาร์ตี้ หาตัวตน ค้นให้เจอ Find Your Own Way



ความกลัวทั้งหลาย กักขังให้เราหลงอยู่ในเส้นทางเดิมๆ
เหมือนเขาวงกตทางความคิด ล้อมเอาไว้ไม่ให้เรากล้าที่จะก้าวออกมา








มีความอยาก หาตัวตน ค้นให้เจอ ว่าแล้วงาน Event ดีๆแห่งปีก็มี Crest 285 คิกออฟแคมเปญ Find Your Own Way ตอกย้ำภาพลักษณ์ International Brand เชิญศิลปิน Light Painting ระดับโลก
ชาวแคนาดา แพทริค โรชอน มาโชว์ 285 light Painting
สร้างแรงบันดาลใจจุดประกายฝัน ให้ทุกคน “หาตัวตน ค้นให้เจอ”




เมื่อถึงช่วงเวลาโชว์ของศิลปิน Light Paining ระดับโลก
“แพทริค โรชอน” บรรจงวาดลวดลายของกระบองไฟในรูปแบบ
Live Performance 285 light Painting ทำให้ผู้คนที่อยู่ในงานราวกับถูกมนตร์สะกดจากเวทมนต์ของพ่อมด ไม่สามารถที่จะละสายตาออกจากจอได้ ผลงานที่สะท้อนแนวคิดให้ทุกคนได้รู้จักใช้ชีวิต ได้เดินบนเส้นทางที่ตัวเองเป็น อย่างแพทริค โรชอน ใช้การประยุกต์ความรู้ทางศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน แพทริครู้ว่าท่ามกลางความมืดมิด เมื่อมีแสงส่องกระทบกับวัตถุแสงจะสะท้อนทำให้เกิดการมองเห็น และเมื่อถูกบันทึกภาพกล้องที่ปรับอย่างลงตัว เขาจะสามารถบันทึกเส้นสายลายแสงตามจังหวะการเคลื่อนไหว สร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงให้มีตัวตนขึ้นมา เกิดเป็นมิติใหม่สู่จินตนาการให้แก่ผู้ชม ถือว่าเป็นโชว์ที่อลังการหาชมด้วยตาสดๆ
ยากมากๆเลยทีเดียว






สีสันและบรรดาเซเลบฯร่วมปล่อยแสงในงาน สว่างเฟ่อร์









ท้ายสุดเราได้พูดคุยกับ แพทริค โรชอน
ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทว่าเจ๋ง อยากแบ่งปัน





อธิบายเกี่ยวกับตัวเองสั้นๆ ?
- มาจากมอนทรีออล ประเทศ แคนนาดา เป็นศิลปิน ตอนเด็กๆฉันมีความอยากรู้อยากเห็นทำให้ฉันได้ค้นพบ Light Painting เส้นทางของการ Painting ก็เป็นเส้นทางของการค้นพบหนทาง เลยกลายเป็นสิ่งที่จดจ่อและให้ความสนใจมาตลอด
มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ เป็น Light Painter ?
- มีรูปหนึ่ง ภายในมันมีแสงออกมา แล้วรู้สึกว่าอยากจะเห็นอีกโลกหนึ่งข้างในนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันกำลังถ่ายรูปสิ่งหนึ่งซึ่งมันไม่มีอยู่จริงในโลกปัจจุบัน ก็เลยลองถ่ายรูปในที่มืดและมันก็เกิดแสง ก็เลยตกใจและคิดว่ามันน่าทึ่งมากที่เกิดแสง มันเหมือนมนต์สะกดที่เกิดแสงในภาพนั้น เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง ฉันได้ใช้เลา 4-5 ปี ในการศึกษาภาพๆนั้น หลังจากนั้น ฉันก็เรียกตัวเองว่า Light Painter และฉันก็มีชุมชนที่ใช้ถ่ายทอดศิลปะ เราไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน แต่เราเรียกมันว่า Community เมื่อก่อนไม่มีการใช้คำว่า Light Painting แต่อาจจะใช้คำว่า ช่างภาพที่ถ่ายรูปแสง ซึ่งการที่เป็น Light Painter มันมีความแตกต่างคือ เราจะคิดถึงการเดินทางของแสง คิดถึงทุกอากัปกิริยาที่แสงเคลื่อนที่ และสัญชาตญาณความรู้สึก มันเลยเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่แค่ช่างภาพ แต่เป็น Light Painter เพราะว่าฉันจะต้องหลุดกรอบออกมา เป็นอิสระ เพื่อที่จะสร้างงานศิลปะ ฉันก็เพิ่งมาเข้าใจจริงๆจาก 5 ปีที่เรียนรู้ ว่าเป็น Light Painter และฉันก็ไม่มีเทคนิคพิเศษใดๆทั้งสิ้น แค่ใช้ Light ธรรมดาๆเท่านั้น
หาตัวตนของตัวเองได้อย่างไร ?
- หาตัวตนสิ่งที่เราชอบมาจากหัวใจของตัวเอง ฟังเสียงหัวหัวใจของเราว่าเราชอบอะไร ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับตัวเราเอง และตามเสียงหัวใจของเราไป
ทำไมถึงได้สนใจ Light เริ่มหาตัวเองเจอตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
- ตั้งแต่ปี 1992 ตอนนั้นเป็นช่างภาพ และไปลองวาดๆ และเกิดเหตุการณ์ทำให้เห็นแสง และในแสงนั้นมันมีสิ่งที่มันน่าดึงดูด เหมือนกับเราทุกๆคน เวลาเราเห็นแสงต่าง มันดึงดูดเราอยู่แล้ว แต่ในแง่วิทยาศาสตร์ มนุษย์เราเองสามารถปล่อยโฟตอนออกมาเป็นแสง ทุกคนก็สามารถเป็น Light painter ได้ แต่ว่าถ้าเทคดนดลยีดีขึ้นกว่านี้ มันสามารถมีกล้องบางอย่างที่จับได้ แสงก็นำทางตัวเรา เราจะส่องแสงได้ แต่แพทริคได้ดึงความเป็นศิลปะใส่เข้ามาตรงนี้ ก็เลยทำให้ดูน่าสนใจ
มีคำแนะนำอะไรไหมสำหรับคนที่ยังไม่ค้นพบตัวเอง ?
- ถ้าคุณรักในสิ่งที่ทำอยู่ แน่นอนว่าความรักนั้นมันจะพาให้คุณได้เจอทาง และชัดเจนในทางของคุณมากขึ้น





ว่าแล้วสายขรรมก็มา .... อันนี้ขุ่นแม่จีน พบตัวแล้ว ค้นเจอแล้ว ฟินก่อนแล้วววว ลองนำเหนอเป็นตัวอย่างจ้า





 

Create Date : 10 มิถุนายน 2559   
Last Update : 10 มิถุนายน 2559 11:57:24 น.   
Counter : 523 Pageviews.  
space
space
ติดโซล่าร์ เซลล์ คุ้มมั้ย?? ลองถามผู้เชี่ยวชาญ ก่อนถามตัวเอง ช่วยกันฟัง
ปั้น โซล่าร์ เซลล์ เป็น simple green energy

ในวันที่แดดจ้า แต่ก็ใช่ว่าธุรกิจในแวดวงพลังงานโดยเฉพาะ “พลังงานแสงอาทิตย์” หรือที่เรารู้จักกันในนาม “โซล่าร์ เซลล์” ในบ้านเราจะมีหนทางสว่างใส เจิดจ้าตามไปด้วย แม้จะมีกระแสมาระยะหนึ่งแล้วแต่ทว่าปัญหาต่างๆ ทั้งในเรื่องของงบประมาณ, นโยบายภาครัฐ หรือแม้กระทั่งความชัดเจนของผู้ประกอบการที่ลงมาในตลาด ซึ่งจะว่าไปก็เป็นค่ายใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักหลายเจ้า ยังความชัดเจนในเรื่องของธุรกิจและจุดคุ้มทุนไม่นาน มวลแห่งพลังงานอึมครึมในแวดวงธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์จึงมีอยู่มากกว่า!! ทั้งที่มีตัวเลขยืนยันว่าปริมาณแดดและแสงอาทิตย์บ้านเราเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแปรเปลี่ยนพลังงาน ไม่นับผลกระทบเชิงบวกที่ดีต่อโลก!! กระนั้นก็ยังมีความพยายามของผู้เล่นรายใหม่ ที่เห็น “ช่องว่าง” และ “ช่องทาง” ในธุรกิจนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยจัดตั้ง บริษัท โซล่า ดี คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด เป็น ผู้ให้จำหน่ายและติดตั้งโซลาร์เซลล์ครบวงจร




ภายในงาน “สถาปนิก 59” เรามีโอกาสได้พูดคุยกับเขา
คุณเบนซ์-สัมฤทธิ์ สิทธิวรานุวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซล่า
ดี คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด เจ้าของธุรกิจใหญ่ในวัย 35 ปี ที่มี Passion คือ อยากเห็นพลังงานธรรมชาติกระจายไปสู่ทุกคน ไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นเจ้าของ!!!




ทำไมถึงหันมาจับธุรกิจในเชิงของพลังงาน?
“จริงๆมีหลายเหตุผล อันแรกเป็นสิ่งที่สนใจอยู่แล้ว คือการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อมองลึกๆมันก็คือการเปลี่ยนแปลงพลังงาน เมื่อเราต้องการใช้งานสิ่งๆหนึ่ง เราก็ต้องเอาพลังงานจากสิ่งสิ่งหนึ่งมาแปลงโดยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อทำสิ่งที่เราต้องการ นี่คือความสนใจเรื่องพลังงานดั้งเดิม หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสได้ศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง ก็จะพูดถึงเรื่องของการกระจุกตัวและการกระจายตัวการผลิตและการบริโภคของพลังงาน เราเห็นว่าเมืองไท ยอยู่ในระบบที่ค่อนข้างกระจุกตัวมากด้านการผลิต ในขณะที่ต่างประเทศที่มีการเจริญมากขึ้น การผลิตเริ่มกระจายตัวมากขึ้น มันก็น่าจะเป็นแนวโน้มใหญ่ที่อนาคตบ้านหรือหน่วยย่อยๆของสังคมจะลุกมาผลิตพลังงานด้วยตัวเอง และคิดว่าพลังงานแวงอาทิตย์ก็น่าจะเป็นพลังงานที่สำคัญที่สุดที่มีความมั่นคงระดับหนึ่ง พึ่งพาได้ ในอนาคตบ้านเรือนน่าจะหันมาทางนี้มากขึ้น”
ความเป็นมาของธุรกิจ?
“Solar D ตัวผลิตภัณฑ์ของเรา เริ่มมาจากการติด solar cell บนหลังคาบ้าน โดยปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆ ค่อนข้างอิ่มตัว ราคาแพง และต้นทุนต่างๆ เพิ่งลดลงมาเมื่อไม่นานมานี้เอง solar d จึงเกิดขึ้นพร้อมความคิดที่ว่า พลังงานในไทยค่อนข้างจะเป็นระบบแบบ centralize หรือการรวมศูนย์ ในขณะที่เป็นสินค้าจำเป็น ก็เกิดการพึ่งพา คนก็จะพึ่งนโยบายของรัฐตลอดเวลา ธุรกิจที่ผลิตพลังงานก็ไม่มีบริษัทในประเทศ เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็ต้องเกิดการกระจายรายได้ เราต้องเอารายได้ 20 % ไปจ่ายค่าพลังงาน แล้วทำไมเราจึงไม่กระจายซะเอง!!! อย่าง concept ของต่างประเทศ ในประเทศที่ประชาธิปไตยสูงๆ เค้าจะส่งเสริมให้คนในประเทศผลิตผลิตสิ่งที่จำเป็นด้วยตัวเอง เค้าจึงออกจากระบบ decentralize คือการกระจายตัวของการผลิต ซึ่งการผลิตไฟบนหลังคาบ้านไม่สามารถกระทำโดยกลุ่มคนเล็กๆได้ มันต้องกระจายไปสู่บ้านคนแต่ละคน ดังนั้นจึงเกิดการกระจายตัวมากขึ้น จึงเป็นที่มาของ D – centralize ก็คือ D แต่เราก็ไม่ได้มี D แค่ตัวเดียวพอเพื่อกระจายตัว เราก็เห็นว่า พลังงานที่ผลิตมันเป็นระบบการผลิตแบบ โดยประชาชน ของประชาชน และเพื่อประชาชน ซึ่งมันจะนำไปสู่คำว่า Democracy คือประชาธิปไตยในพลังงาน ก็เป็น D ตัวที่2 แต่เราก็ไม่ได้คำนึงแค่กาผลิตอย่างเดียว เพราะการไปอยู่บนบ้านคน บ้านคนเป็นที่พักอาศัย ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญแทบจะที่สุดในชีวิตของคน เป็นปัจจัย4 เป็นสิ่งที่คนใกล้ชิดตลอด เพราะฉะนั้น จึงเกิด D ตัวที่ 2 คือ design คือทำกับบ้านไม่แปลกแยก ไม่ทำให้บ้านมีปัญหา มันจึงนำมาซึ่งคำว่า simple green energy เป็นสโลแกนของเรา พอเอาไปติดปุ๊ป ทุกคนต้องง่าย ไม่ต้องไปยุ่งยากกับมัน อยู่กับบ้านคุณไปตลอด 25 ปี มองไปทางไหนก็ไม่น่าเกลียด และนอกจากจะช่วยสร้างรายได้แล้ว ก็มีประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เหมือนที่ทุกคนทราบว่าเมื่อเราผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์มากเท่าไหร่ เราก็เผาพลังงานฟอสฟอรัสลดลงเท่านั้น



ในตลาดของ solar cell คู่แข่งค่อนข้างเยอะไหม?
“เยอะขึ้นเรื่อยๆ ในอดีตของเมืองไทย โซล่า มันเกิดได้ในกลุ่มของอุตสาหกรรมใหญ่ๆ การติดตั้งจะติดตั้งในลักษณะที่เป็นฟาร์ม คือเอาทุ่งมาหลาย10ไร่ และก็วางแผง solar cell และผลิตไฟฟ้าส่งเข้าระบบ แน่นอนว่าแต่ก่อนมันแพง การลงทุนระดับครัวเรือนก็คงยาก เพราะว่าคงมีน้อยคนทีมีจำนวนเงินมากๆไปลงทุนกับสิ่งนี้ แต่ว่าในระยะเวลา 4-5 ปีหลัง ต้อนทุนของระบบเหล่านี้ลดลงถึง 60-70 % จากการที่จะติดบ้านหลังหนึ่งต้องใช้เงินหลักใกล้ๆล้าน ตอนนี้ก็เหลือหลักแสน ทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นทำให้มีคู่แข่งที่มาทำธุรกิจลักษณะเดียวกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ”
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย?
“ถ้าพูดถึงภาพใหญ่มากก็คือ เจ้าของอาคาร เพราะอดีตสนับสนุนให้ติดตั้งในฟาร์มในทุ่ง แต่หลังๆเริ่มหันมาสนับสนุนในสเกลที่เล็กลงเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดคือ Solar Roof Top หรือ solar บนหลังคาอาคาร เมื่อเรามองลงไปในอาคารมันก็จะเกิด segment ต่างๆ อาคารโรงงาน อาคารของอาคารพาณิชย์ อาคารของบ้านเดี่ยว เป็นอาคารเหมือนกันแต่ลักษณะของเจ้าของจะไม่เหมือนกัน ซึ่ง solar d เราจะค่อนข้างโฟกัสไปทางบ้านเดี่ยว เราจะโฟกัสไปที่หน่วยที่ย่อย เพราเรารู้สึกว่าคนเหล่านี้ยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้มากพอ แล้วเค้าจะมีความกังวลมากเรื่องการติดตั้ง ตั้งแต่เรื่องราคา ยังไม่เข้าใจว่ามันคุ้มหรอ การติดตั้งมีปัญหากับบ้านไหม เค้าจะใช้ไฟได้เท่าไหร่ คำถามมันเยอะมาก แต่เรารู้สึกว่าเราแฮ้ปปี้ที่จะตอบคำถามเหล่านี้ และผมเชื่อว่าการผลิตในหน่วยย่อยๆ จะทำให้ภาพรวมของสังคมในอนาคตแข็งแรงขึ้น เพราะคนย่อยลุกมาผลิตในสิ่งที่เค้ามีความจำเป็นด้วยตัวเอง ถ้าแบ่ง segment แล้ว ก็มองว่ามี2-3 เซกเม้นต์ใหญ่ๆ แต่เราจะจับตลาดค่อนข้างย่อยกึ่ง HI-end สักเล็กน้อย ต่อไปในอนาคตค่อยๆขยับไปบ้านไซส์เล็กลงเรื่อยๆ





มองนโยบายที่ภาครัฐที่ผ่านมาส่งเสริมเกี่ยวกับนโยบาย roof top แค่ไหน? อย่างไร?
“ถ้ามองจากอดีตมาปัจจุบัน ผมว่าก้าวหน้าค่อนข้างเยอะ จากอดีตที่เป็นจากฟาร์ม ลงมาสู่หลังคา เพราะสามารถทำให้ทุกๆคนเข้าถึงได้ง่าย ก็มีโอกาสติดตั้งได้มากขึ้น ผมเข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงแรกของนโยบาย roof top บนหลังคาบ้าน มันก็เลยทำให้กฎเกณฑ์ต่างๆยังมีเงื่อนไขที่จำกัดเยอะพอสมควร เช่นพอเราติดตั้งแล้วบ้านจะกลายเป็นโรงงานไหม กรมอุตสาหกรรมบอกว่าเมื่อมีเครื่องจักรผลิตไฟฟ้ามันก็ต้องกลายเป็นโรงงาน พอเป็นโรงงานก็ต้องเกิดกระบวนการที่ขออนุญาตโรงงานตามมา ซึ่งบ้านคนตัวเล็กๆจะต้องไปขออนุญาตทำโรงงานที่บ้านสวยๆมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ หรือแม้กระทั่งการจำกัดระยะเวลา หรือปริมาณที่ค่อนข้างจำกัด คือเค้าจะมีโควตา รีบยื่นของโควตา เราก็มองว่ามันไม่กระจายมากเท่าไหร่ ถ้าจะติดตั้งเราต้องเตรียมเอกสารเยอะแยะมากมาย ต้องมีเวลา แต่ผมก็ยังมองในแง่ดีว่าอนาคตภาครัฐจะดำเนินนโยบายนี้ต่อไปด้วยกฎเกณฑ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้น ถ้าเทียบกับในอาเซียนเราก้าวหน้ามากๆแล้ว แต่ถ้าเทียบกับทั่วโลก เค้าก้าวหน้ามาหลายปีแล้ว เราอาจจะเพิ่งเริ่ม เท่ากับเราก็ไม่ถึงกับดีมากๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ อยู่ในกระบวนการที่จะเดินไปถึงจุดนั้น

ถ้าอย่างนั้นนโยบายนี้เหมาะสมไหมกับการลงทุน ถ้าลงทุนไปแล้วคุ้มค่าแค่ไหน?
“ถ้าถามผมเองผมก็จะตอบไปเลยว่าคุ้มค่าแน่นอน ถ้าเรามาองในเนื้อมันลึกๆเราจะมองเห็นความแตกต่างระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศอย่างหนึ่ง สำหรับต่างประเทศ การที่ชายไฟฟ้า ขอเท้าความก่อนว่า ระบบโซล่าในอดีตสุด มันแพง เพราะคนจะมองทั้งระบบ เช่นผลิตไฟฟ้าแล้วเก็บไว้ใช้กลางคืนด้วย เพราะเราไม่ได้เชื่อต่อกับระบบสายส่งไฟฟ้า เราจะมองว่าเราจะครบวงจนด้วยตัวมันเอง มันจึงต้องมีแบตเตอรี่ มีอุปกรณ์ที่ต้องเก็บพลังงานไว้ใช้ในยามที่ไม่มีแสงแดด สิ่งเหล่านี้ทำให้มันแพงมาก ในอดีตเรานิยมใช้มันไปตามที่ที่เสาไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น บนดอย ชนบท พอรัฐต้องการส่งเสริมมาก เราไม่ต้องเป็นแบบ ..12.16... ได้ไหม เราตัดแบตเตอรี่ทิ้งเลย ถ้าในช่วงที่เราผลิตไฟฟ้าแล้วไม่ได้ใช้ เราก็ขายเข้ามาในสายส่ง มันก็เลยไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้แบตเตอรี่ เราก็จ่ายเงินค่าไฟฟ้าไปตามปกติ เพียงแต่ที่เราจ่ายค่าไฟฟ้าปกติ เพียงแต่ระหว่างที่เข้าสายส่งเราก็ยังขายได้เงิน เพราะฉะนั้นบ้านเราจะมี2 มิเตอร์ ส่วนหนึ่งที่ขายได้เงินมา และส่วนที่ใช้และจ่ายเงินให้การไฟฟ้า ตรงนี้ทำให้เกิดส่วนต่างส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม ไฟฟ้าที่เราใช้ตามบ้านเรือน ค่าไฟจะเสียต่อเดือนราว4-5 บาท แต่หากเราผลิตไฟฟ้าบนหลังคาบ้านแล้วขายเข้าไปในโครงการรัฐบาล เราก็จะได้ค่าไฟ เป็นหารขายได้ คร่าวๆหน่วยล่ะ 7 บาท ซึ่ง 7 กับ 4 บาทกว่าถือว่ามีส่วนต่างพอสมควร ทำให้คนที่ติดตั้งได้ประโยชน์จากการที่ขายไปทั้งหมดก่อน แล้วค่อยซื้อมาใช้ และเมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้วเนี่ยเค้าใช้ระบบ net m… คือหมายความว่า เมื่อผลิตได้เราจะหักลบกับสิ่งที่ใช้ไปก่อนเหลือเท่าไหร่ค่อยขายไปถึงจะได้เงิน 7 บาท ในขณะที่เมืองไทยให้ขายไฟไปก่อนเลยในหน่วยล่ะ 7 บาท แล้วค่อยดึงมาใช้ในราคา 4-5 บาท ถ้ามองแบบนี้ถือว่านโยบายปัจจุบันให้ประชาชนค่อนข้างเยอะ แต่ค่อนข้างมีจำกัดเรื่องเวลา รัฐก็จำกัดเวลา เมื่อเปิดเยอะคนให้ความสนใจเยอะขึ้น 7 บาทนี้อาจจะลดลง ตามกลไหลตลาด การคืนทุนอยู่ที่ 8-9 ปี ในขณะที่อุปกรณ์มีสามารถใช้ได้ 25 -30 ปี สำหรับระยะยาวจะคุ้ม แต่สำหรับบ้านที่ติดตั้งแล้วไม่แน่ใจว่า ภายใน 5-10 ปี ต้องย้ายหรือขาย ต้องคิดถึงการโยกย้ายนิดหนึ่ง



กลับมาที่ส่วนการตลาดของคุณ จะมีความแตกต่างจากคนอื่นยังไงบ้าง?
“Solar d เราพูดถึงเรื่อง design ด้วย ซึ่งอาจจะยังไม่เห็นผู้ประกอบการที่พูดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะการติดตั้งในต่างประเทศจะมีความกังวลว่า บ้านเค้าจะดูน่าเกลียดรึเปล่า เราจะไม่มองว่ามันเป็นแค่การผลิตไฟฟ้า ผมมองว่ามันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้านด้วยซ้ำ บ้านในอนาคตที่เกิดขึ้นมา การสร้างอาจจะคำนึงถึงเรื่องนี้มากขึ้น บ้านในอดีตอาจจะไม่ได้คำนึงว่า ต่อมาเราจะผลิตไฟฟ้าบนหลังคารึเปล่า แต่การสร้างบ้านในอนาคตเราจะคำนึงถึงเรื่องนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทิศทางในการติดตั้ง ทิศทางที่บ้านหันไป ทิศทางของหลังคา slope สำหรับปัจจุบันบ้านที่เราไปติดเราคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้”

ต้นทุนในการติดตั้งใช้ราคาเท่าไหร่?
“ถ้ามองแค่ราคาของเรา เรายังไม่ถึงว่าถูก แต่ถ้าเรามองที่อุปกรณ์ที่เราเลือกถือว่าค่อนข้างถูก เพราะเราเลือกแบรนด์ชั้นนำของโลกที่ได้รับรางวับมากมาย และมองไปที่เรื่องของ design ติดไปแล้วสวยงาม เพราะเราก็คิดว่า solar บนหลังคาบ้านถือว่าเป็นของใหม่ คนที่ติดตั้งไปก็มีความกังวล เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเลือกจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดก่อน สำหรับราคาก็ไม่ถือว่าถูก ถ้าจะหากถูกว่านี้ก็มีแต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักในเรื่องของความไว้วางใจได้ของสินค้า แต่ถามว่าแพงที่สุดไหม ก็ไม่แพงที่สุด ผมเชื่อว่าเป็นราคาที่เหมาะสมที่เจ้าของบ้านจะเลือก” ขายคลอบคลุมทั่วประเทศไหม? “เราพยายามให้คลอบคลุมทั่วประเทศ ตอนนี้ก็มีกรุงเทพ และรอบๆเช่น ปทุมธานี ชลบุรี ลพบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ สุรินทร์ หาดใหญ่” มีการเลือกพื้นที่ไหมว่าตรงนี้ติดได้ติดไม่ได้? “ประเด็นนี้ก็สำคัญ คือภาคใต้เลยเราก็เชื่อว่าฝน8 แดด4 ถ้าฝนตกเยอะๆจะคุ้มรึเปล่า แต่จริงๆที่เยอะที่สุดคืออีสาน รองลงมาเหนือ และ กลาง เมื่อเราลองเอาไปจำลองข้อมูลสภาพอากาศจริงๆ ผลตอบแทนก็ลดลงไป3-5% จากปกติที่คืนทุนใน 8 ปี อาจจะเป็น 8 ปีครั่ง อันนี้ต้องถามเจ้าของบ้านว่ายอมรับไหมที่มันจะคืนทุนช้าลง”

ในเรื่องการ service after sale เราจะเข้าไปควบคุมคุณภาพยังไง?
“โดยตัวสินค้า แผ่น solar มีการรับประกัน 25 ปีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่ามันจะต้องเปลี่ยนในระหว่างที่ไม่คุ้มทุนรึเปล่า ซึ่งทางบริษัทต้องเข้าไปดูแลอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่ง invertor อุปกรณ์ที่ค่อนข้างแพง ก็มีการรับประกันเริ่มต้นที่ 10 ปี ซึ่งถ้าลูกค้าไม่สบายใจก็อาจจะซื้อเพิ่มภายหลังได้ 25 ปี ตรงนี้ก็ทำให้สบายใจว่าอุปกรณ์หลัก2ชิ้น มีการรับประกันที่ยาวนาน คลอบคลุมถึงจุดที่คุ้มทุนหมดเลย การดูแลรักษา เราอาจจะมีการไปตรวจเช็คเป็นรายปี อาจจะ2ปีแรก นอกจากนั้นเราต้องมีการทำความสะอาด เพราะแผง solar ต้องรับแสงอาทิตย์และมาแปลงพลังงาน ถ้าเราทำความสะอาดปีละครั้งก็จะดี แต่ถ้าไม่ทำความสะอาดเลย จริงๆน้ำฝนก็ช่วยชะล้างได้ ถ้าพูดถึงการดูแลรักษาภาพรวมถือว่าระบบพลังงานแสงอาทิตย์ต้องการการดูแลรักษา น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับการผลิตพลังงานแบบอื่นๆ”




อย่างน้อยๆ "แสงอาทิตย์" ก็ไม่ใช่ระบบสัมปทาน ทุกคนมีสิทธิ์ได้ใช้ประโยชน์จากมัน แต่เราจะเอาไว้แค่ "ตากผ้า" สโลว์ไลฟ์เบาๆ แบบไม่เจ็บตัว หรือว่าจะลงทุนกับมัน ก็ลองชั่งใจดูู
ที่แน่ๆ ในแวดวงธุรกิจ คงไม่มีครีมที่มีค่า SPF ไว้กันเจ๊ง เหมือนกันแดด แน่นอน




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2559   
Last Update : 10 มิถุนายน 2559 11:04:42 น.   
Counter : 306 Pageviews.  
space
space
Hotel Art Fair 2016 เสพศิลปะ บนนิยามใหม่
center>
เมื่อการเสพงานศิลป์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในหอศิลป์หรือแกลลอรี่
อีกต่อไป...
คำว่าศิลปะไร้พรมแดน กำลังชัดเจนมากขึ้น เมื่อมีความพยายามที่จะนำมันมาอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ
แต่ความสำเร็จของงานอาร์ต จะอยู่เอ๊าท์ดอร์ หรือ อินดอร์ ฟังรายละเอียดและความพีคของงานจากแหล่งข่าวสายอาร์ตตัวจริง




การจัดแสดงผลงานศิลปะ พลังของการแสดงความหมาย ความรู้สึก และการสื่อสารที่ผ่านมาเมื่อต้องการรวบรวมงานศิลปะหลายชิ้นจากหลากหลายสถานที่ ‘พิพิธภัณฑ์’ ‘หอศิลป์’ หรือ อาร์ต แกลเลอรี่ จึงเกิดขึ้น และถึงแม้ว่าการสร้างสรรค์และการจัดแสดงผลงาน ได้กระตุ้นให้ทั้งศิลปิน ผู้สนใจศิลปะ และบุคคลทั่วไป ได้เข้าถึงศิลปะมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก หรือแม้แต่ในหลาย ๆ วงการ และหลาย ๆ อาชีพ ก็ต้องใช้งานศิลปะเป็นส่วนเสริมให้งานสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และในหลาย ๆ กรณีศิลปะก็ได้สร้างนิยามใหม่ กลายเป็นสิ่งสุนทรีย์อันจำเป็นต่อการใช้ชีวิต แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ที่สนใจหรือสะสมงานศิลปะเป็นกลุ่มที่ niche มาก และมักจะอยู่ในวงที่จำกัด




อาจจะพูดได้ว่า ‘พิพิธภัณฑ์’ ‘หอศิลป์’ หรือ อาร์ต แกลเลอรี่ เป็นสถานที่เดียวที่ศิลปินจะได้จัดแสดงผลงานของตัวเองและแกลเลอรี่จะได้พบปะผู้ที่สนใจงานศิลปะ ซึ่งมักจะเป็นคนในกลุ่มเดิม ๆ หรือลูกค้าประจำ






จากโรงแรม สู่ Hotel Art Fair
แม้ว่าการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะของประเทศไทยในปัจจุบันจะทัดเทียมได้กับผลงานศิลปินของต่างชาติ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าข่าวคราวของวงการศิลปะในบ้านเรา ยังคงอยู่ในวงจำกัด ด้วยเหตุนี้เองทำให้ ฟาร์มกรุ๊ป (FARMGROUP) บริษัทออกแบบแถวหน้าของประเทศไทย หนึ่งในองค์กรที่ทุ่มเทเพื่อวงการศิลปะ ต้องการตอกย้ำกระแสงานนิทรรศการศิลปะให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ที่จะสร้างพื้นที่เชื่อมโยงใหม่ ๆ ให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงและเข้าใจงานศิลปะมากขึ้น


ปีนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่ได้มีการจัดนิทรรศการ Hotel Art Fair (โฮเทล อาร์ต แฟร์) ขึ้น ซึ่งเป็นนิทรรศการรวบรวมผลงานศิลปะบนห้องพักโรงแรมให้คนทั่วไปได้เข้ามาชื่นชมงานศิลปะดี ๆ ในพื้นที่ใหม่ เปิดโอกาสให้อาร์ตแกลเลอรี่ได้พบปะผู้สนใจงานศิลปะหน้าใหม่ ๆ ซึ่งได้หยิบยกการใช้สัญชาตญาณของคนที่เข้าพักโรงแรมอันแสนผ่อนคลาย มาผันแปรเชื่อมโยงให้เข้ากับการชื่นชมผลงานศิลปะ การจัดแสดงผลงานศิลปะในโรงแรมจึงเป็นมากกว่าความรู้สึกผ่อนคลาย แต่เป็นสุนทรียะที่ช่วยยกระดับการชมงานศิลปะให้ไปสัมผัสได้ถึงอีกอรรถรสหนึ่ง


src=http://www.bloggang.com/emo/emo6.gif>







สำหรับผู้จัดอย่าง คุณ ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล ศิลปินร่วมสมัยจากฟาร์มกรุ๊ป ในฐานะภัณฑารักษ์ Hotel Art Fair 2016 กล่าวว่า “การเปลี่ยนโรงแรมเป็น สถานที่แสดงงานศิลปะเป็นความคิดริเริ่มที่ต้องการจะเห็นอาร์ต แกลเลอรี่ หรือ ศิลปินของไทยได้มีช่องทางในการแสดงผลงาน หรือพบปะกับนักสะสมงานศิลปะหน้าใหม่ ๆ Hotel Art Fair จะเป็นเหมือนประตูหนึ่งที่จะเชื่อมต่อให้ให้คนในหลาย ๆ กลุ่มและวงการที่ไม่เคยพบกันได้มาเจอกัน เราร่วมกับบูทีคโฮเทลเนรมิตห้องพักเป็นนิทรรศการแสดงงาน ร่วมคัดสรรผลงานชิ้นเด่นที่ทรงคุณค่ามาจัดแสดงในห้องพักโรงแรม ซึ่งผลงานในนิทรรศการแต่ละชิ้นได้ถูกคัดสรรมาอย่างดี ซึ่งจะสร้างความน่าสนใจให้กับผู้เข้าชม




เมื่องานศิลปะจากหลากแหล่งได้มาอยู่ร่วมกันในที่เดียว และผู้ที่เข้ามาชมนิทรรศการได้ เสพงานศิลปะในบรรยากาศและบริบทที่แตกต่างออกไปของ Hotel Art Fair จะทำให้ทั้งผู้มาชมงาน และแกลเลอรี่เองได้เห็นมุมมองที่แตกต่างออกไป และจะได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาวงการศิลปะให้เติบโตและแข็งแรง




โดยทาง ภัณฑารักษ์ จาก H Gallery คุณไบรอัน เคอร์ติน (Mr. Brian Curtain) ที่จะมาร่วมแสดงงานกับ Hotel Art Fair 2016 เสริมเกี่ยวกับกระบวนการในการจัดทำผลงานศิลปินของทางแกลเลอรี่ ว่า “ผมทำงานกับศิลปินที่ผมรู้สึกว่าไปด้วยกันได้ ทำงานด้วยแล้วมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การจัดแสดงที่ H Gallery ก็ไม่ได้มีขั้นตอนการเลือกอะไรเป็นพิเศษ แต่ผมก็นึกถึงว่าตอนนี้แวดวงศิลปะในประเทศไทยกำลังเติบโต ในตอนนี้สำหรับ H Gallery ผมสนใจจัดแสดงงานแบบโซโล่ให้กับศิลปินที่หน้าใหม่และเริ่มมีชื่อเสียงแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คุณกฤษณ์ งามสม และ คุณสุทธิรัตน์ ศุภปริญญา และสำหรับ H Project Space เราอยากร่วมงานกับศิลปินที่ใช้ศาสตร์หลากหลายแขนง”


โดยการจัดงานปีนี้ ฟาร์มกรุ๊ป ได้ชักชวนเหล่าบรรดาแกลเลอรี่ดังกว่า 20 แห่ง อาทิ Nova Contemporary - Serindia Gallery - H Gallery - ATTA Gallery and Paw-Dee Lifestyle – N3 - MAIIAM Contemporary Art Museum - Lyla Gallery – Gallery VER - C.A.P. Studio – inProductions - Gallery Seescape - The Uni_Form Design Studio - Studio Jitti / Konsak Studio / Aninta - Angkrit Gallery - JOJO KOBE Gallery – Note Kritsada – The Outsiders – Doo ood Group และพร้อมกับแขกรับเชิญพิเศษ คุณสุธิมา สุจริตกุล และคุณจิตต์สิงห์ สมบุญ ที่จะนำเสนอคอลเลคชั่นงานศิลปะส่วนตัวมาเปิดเผยครั้งแรกในงานนี้ และปีนี้พิเศษกว่าทุก ๆ ปี เมื่อเหล่าบรรดาแกลเลอรี่ชั้นนำจากภาคเหนือได้ยกพลมา Take Over Bangkok เพื่อถ่ายทอดผลงานศิลปะให้กลายเป็นความทรงจำดี ๆ ที่สร้างบรรยากาศที่สบาย อบอุ่น เป็นมิตร เหมือนกับความเป็นกันเองที่ห้องพักในโรงแรมได้มอบให้ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับวงการศิลปะของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น พร้อมกับไฮไลท์ของปีนี้ด้วย Live Drawing Performance โดย Douglas Diaz ศิลปินชาวอเมริกัน และการแสดงผลงานของ Sopheap Pich ศิลปินชาวเขมร, อธิพงศ์ ภาดานุพงศ์, และ วีรภัทร สิทธิพล

Hotel Art Fair 2016 เปิดโอกาสให้นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบในผลงานศิลปะได้ชื่นชมผลงานศิลปะอย่างใกล้ชิดในวันเสาร์ อาทิตย์ที่ 25-26 มิถุนายน พ.ศ.2559 เวลา 11.00-24.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงแรม Ad Lib Bangkok สุขุมวิท ซอย 1 (ไม่เสียค่าเข้าชม)

หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.farmgroup.co.th/, http://www.facebook.com/HotelArtFair







 

Create Date : 10 มิถุนายน 2559   
Last Update : 10 มิถุนายน 2559 10:35:46 น.   
Counter : 449 Pageviews.  
space
space
แย่งเด็กกิน_ สูตรซีเรียลมื้อเช้า น่าหม่ำ เอาไปเล้ยย
55 ใครเป็นแฟน “ซีเรียล” ยกมือขึ้น!!! (แฟนซีรี่ส์ หลบไปก่อน) พอดีเดินช้อปปิ้งแล้วผ่านบูธน่าสนใจ เลยนำข้อมูลพร้อมภาพมาบอกกัน ตั้งชื่อ “แย่งเด็กกิน” เพราะเป็นอีเวนท์แนะนำสูตรซีเรียลมื้อเช้าน่าหม่ำ



เรียบๆ เคียงๆ อาศัยทำข่าวแบบซีพ (มโนไปเอง ว่าอยากได้ข่าวไม่เหมือนใคร แต่ก็ได้แค่เงี่ยหูฟังล่ะนะ เพราะยังไม่กล้าไปถามตรงๆ) นางบอก ยี่ห้อนางเป็นเจ้าตลาดที่คิดสูตรซีเรียลจนลือลั่น ล่อหลอก! ล่อลวง เอ๊ย!! เรียกว่าจูงใจให้เด็กหันมาตื่นเต้นกับอาหารเช้า หลังวิจัยมาแล้วว่าตื่นเช้าเด็กมักกระเซาะกระแซะ กระจองงองแงง ร้องไม่อยากไปเรียน และไม่อยากไปกินอาหารเช้า (พวกนี้โตมา จะขี้คร้าน เป็นโรคเกลียดวันจันทร์ พฤติกรรมต่อเนื่อง)



ในฐานะผู้ผลิตและเจ้าของสโลแกน กรีน ฟู๊ดส์ กู๊ด เทสต์ เนสท์เล่ เลยสร้างปรากฏการณ์..บู้ม!..ครั้งใหญ่ เนรมิตทุ่งข้าวสาลีกลางกรุง เปิดตัว “โกโก้ครั้นช์โฉมใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น” เป็นครั้งแรก
ในเมืองไทยที่จะได้เห็น “โกโก้ครั้นช์ แลนด์” พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมซีเรียลสุดน่ารัก ผลิตจากธัญพืชโฮลเกรนในรูปทรงพี่หมีโกโก้



ว๊าวปะละ หมีโกโก้ …..


เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับมื้อเช้าของน้องๆ ผู้ปกครองก็หลอกล่อยาวๆ ไป ไก่ หมู ทานแล้วเบื่อ จิบ “หมี” เลยห่ะ ทำก็แสนง่าย



ยังไม่จบ มหากาพย์ช่วยผู้ปกครองหลอกล่อให้น้องๆ หนูๆ ทานอาหารเช้า งานนี้เต็มมาก เพราะภายในงานยังมีไฮไลท์คือ “โกโก้ครั้นช์ เบรกฟาสต์ ดีไอวาย ป๊อปอัพ คาเฟ่” ศูนย์กลางสร้างสรรค์เมนูอาหารเช้าในแบบฉบับดีไอวายสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ทำอาหารเช้าด้วยตนเองแสนอร่อย พร้อมได้คุณค่าทางโภชนาการ



ภายใน “โกโก้ครั้นช์ แลนด์” ได้รับการออกแบบให้เป็นดินแดนแห่งความอร่อยและสนุกได้ในทุกมื้อเช้า แบ่งเป็น 3 โซน ประกอบด้วย 1) โฟโต้โซน ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้บันทึกความทรงจำที่แสนสนุก
บนทุ่งข้าวสาลีกับพี่หมีโกโก้ไว้นานเท่านาน 2) โกโก้ครั้นช์ มิวเซียม บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของ
พี่หมีโกโก้เกือบ 2 ทศวรรษในประเทศไทย พร้อมกิจกรรมลับสมองให้เด็ก ๆ ได้ปะลองไหวพริบ
ไม่รู้เบื่อ และ 3) โกโก้ครั้นช์ เบรกฟาสต์ ดีไอวาย ป๊อปอัพ คาเฟ่ ไฮไลท์มุมอร่อยเพิ่มสีสันอาหารเช้า ให้เด็ก ๆ ได้สร้างสรรค์เมนูอาหารเช้าที่อร่อย ทำง่าย และได้คุณค่าโภชนาการในแบบของตัวเองกับ
ความหลากหลายของส่วนผสมที่ลงตัว เมื่อทานกับโกโก้ครั้นช์ โฉมใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น เด็ก ๆ จะได้ทั้งประโยชน์และสนุกกับซีเรียลมื้อเช้าที่แสนอร่อยได้มากกว่าเดิม



โกโก้ครั้นช์โฉมใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ทานคู่กับนมหรือโยเกิร์ต ที่ได้รับการสร้างสรรค์ด้วยการเพิ่มอาหารอื่น ๆ ลงไป เพื่อเพิ่มประโยชน์และความหลากหลายให้เด็ก ๆ ไม่เบื่อ ซึ่งจัดเป็นเมนูยอดฮิตถูกใจเด็กๆ มากที่สุด เราได้รวบรวมมาแล้ว ได้แก่ แท่น แทน แท้นนนน



1. Energy Boost menu - โกโก้ครั้นช์ + นม / โยเกิร์ต + อัลมอนด์ / ลูกเกด / กล้วย ช่วยให้ได้รับพลังงานเพิ่มขึ้น

2. Vitamin C Boost menu - โกโก้ครั้นช์ + นม / โยเกิร์ต + ส้ม / แอปเปิ้ล / ผลไม้ตามฤดูกาล เช่น สตรอว์เบอร์รี่ หรือผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ ช่วยเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกาย


3. Fiber Boost menu - โกโก้ครั้นช์ + นม / โยเกิร์ต + ข้าวบาร์เลย์ / ข้าวโพด ช่วยเพิ่มใยอาหาร





ส่วนตัวคือชอบอีเวนท์ คอนเซปต์คิดมาดี ทำ Presskit ชวนฝัน ทว่า สถานที่เล็กไปหน่อยนะ บู๊ทแคบดูเหงาเงียบ รองรับได้ไม่กี่ครัวเรือน
ไอ้เราก็ไม่อยากจะเบียดผู้ปกครอง หรือฝ่าวงล้อมน้องไปดูอาหารเช้า
และคิดว่าถ้าทำอลัง โชว์ คุ๊กกิ้งคลาส ให้หลากหลาย วาไรตี้ กว่านี้จะดีเลิศ
น้องๆ หนูๆ ไม่ชอบความจำเจอยู่แล้ว
ว่าแต่ "สาวข้างบ้าน" ฝากถาม ทาง Koko Krunch จะเพิ่มไลน์ ราพันเชล อะป่าวคะะะะะะะ ผมมันยาว ใช้โฮล เกรน เยอะดี ผู้ปกครองชอบบบ

อ้อ ลาย เบนเทน ก็ดีนะ หรือ อาราเร่ กั๊กจัง ว่ากันไป เพราะบางที เด็กๆ เห็นแต่หมี เบรื่อออออออออ




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2559   
Last Update : 16 พฤษภาคม 2559 19:15:35 น.   
Counter : 592 Pageviews.  
space
space
9 เหตุผลที่ควรดูหนังเรื่อง “The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต”
9 เหตุผลที่ควรดูหนังเรื่อง The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต

นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้ดูหนังรักโรแมนติค สำหรับใครที่ชื่นชอบไม่อยากให้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป เตรียมไปจิ้น ไปฟิน กับหนังได้ช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้ ก่อนที่หนังจะเข้าพวกเราทีมไอซ์ บุกไปถามพระเอกของเรื่อง “เจ้างูเห่าน้อย”
ไอซ์-ณัฐพัชร์ ธนนนทร์กิติยศ ถึงความน่าสนใจ ดูแล้วดียังไง ทำไมต้องตีตั๋วไปดู ได้ความตามเบอร์นี้ ….


1)เรื่องนี้พระเอกหล่อมากครับบอกตรงๆเลยครับ ฮ่าๆๆ ล้อเล่นนะครับ ความจริงคือเรื่องนี้ทุกคนหน้าตาดีหมดเลยครับทั้งตัวนักแสดงและทีมงาน บอกเลยว่าเราคัดสรรกันมาอย่างเต็มที่เลย



2) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสำหรับผู้ชายหลายๆคนที่ขี้ลืม ชอบไปสัญญาไว้แล้วลืมบ่อยๆ ถ้ามาดูเรื่องนี้จะทำให้คุณเห็นคุณค่าของคำสัญญามากขึ้น ยิ่งถ้ามาดูเป็นคู่รักกันด้วยแล้วผมขอบอกฝ่ายหญิงได้เลยว่าฝ่ายชายจะรักคุณมากขึ้นอย่างแน่นอนเลย



3)เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้กำกับของเราลงมือคิดลงมือทำในทุกๆส่วนด้วยตัวเองทั้งหมดเพราะเป็นเรื่องที่เขาฝันไว้ว่าอยากจะทำมานานแล้ว ใครที่สนใจอยากจะรู้ตัวตนของผู้กำกับคนนี้ผมแนะนำเลยครับ มาดูเรื่องนี้แล้วจะรู้เลยว่าพี่เขาเป็นคนยังไง หึๆๆ



4)เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราทำงานกันได้แบบใช้งานกันเกินคุ้มมาก พี่ๆทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่และทุกคนทำงานด้วยใจ ผมเชื่อว่าถ้าคนที่มาดูเรื่องนี้มองดีๆก็จะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของคนในกองถ่าย




5)ทุกๆคนได้ช่วยกันคิดในรายละเอียดของแต่ละฉากว่าควรจะเพิ่ม ลด หรือแก้ไขตรงไหนบ้าง ทำให้เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่รวบรวมความต้องการของคนดูไว้มาก ใครไปดูก็จะได้ข้อคิดและความประทับใจกลับมาแน่นอน





6)เรื่องนี้ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสำหรับคู่ที่กำลังจะรักกันแต่ไม่รู้จะพูดยังไงให้อีกฝ่ายได้รับรู้ บอกเพียงแค่ชวนกันไปดู ออกจากโรงมาพวกคุณไม่ต้องพูดว่ารักแต่แค่มองตากันก็จะรู้สึกได้ถึงความรักนั้นเลยครับ



7)เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการแฝงข้อคิดอยู่มาก ให้ที่ชอบคิดตามก็จะได้ข้อคิดเยอะมาก แต่ถ้าใครไม่ชอบคิดก็จะได้ความสนุกและคราบน้ำตากลับไปแน่นอน





8)เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของผม อยากให้ทุกคนช่วยมาเป็นกำลังใจให้กับผมกับพี่ๆนักแสดงและทีมงานทุกๆคนด้วยนะคับ





9)เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยให้ชาวต่างชาติและคนไทยได้เห็นได้รู้จัก ช่วยเปิดมุมมองให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งต่างๆรอบตัวให้ได้เห็น





ท้ายที่สุด แฟนๆ หนังที่ตีตั๋วเข้าชมและร่วมสนุกในเพจ The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต ลุ้นตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ นัตสึ และ ฮานะ พระเอก-นางเอกของเรื่องด้วย อันนี้ฟินสุดๆ เรย ว่ามั๊ยยยยยยยยยยอ๊า




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2559   
Last Update : 12 พฤษภาคม 2559 17:05:22 น.   
Counter : 649 Pageviews.  
space
space
1  2  3  4  5  6  7  8  

คนอวดฉลาดที่พลาดตลอด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






space
space
[Add คนอวดฉลาดที่พลาดตลอด's blog to your web]
space
space
space
space
space