online guy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add online guy's blog to your web]
Links
 

 

Full Moon Strike



เส้นทางไปยังเกาะนางนวลใหญ่

ความเร็วกว่าร้อยแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนนที่เปลี่ยว
และบรรยากาศสองข้างทางที่เงียบสงัดเช่นนี้
ทำให้จีนไม่รู้สึกว่าตนเองขับรถเร็วมากแต่อย่างใด
เขาเหลือบมองดูนาฬิกาบนหน้าปัทม์รถ
อีกสิบห้านาทีก็จะสี่ทุ่ม คาดว่าน่าจะถึงจุดหมายประมาณสี่ทุ่มครึ่ง
จีนกดรีโมทเปลี่ยนเพลงให้รู้สึกคึกคักยิ่งขึ้น


ขณะที่จีนกำลังง่วนอยู่กับการเลือกเพลงฟังอยู่นั้นเอง

ปิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนส์
เสียงบีบแตรดังลั่นมาจากด้านหลัง

..เฮ้ยยยย...จีนตกใจ ทำรีโมทกระเด็นหลุดจากมือ
....เวรเอ๊ย ตกใจหมด...จีนอุทานพลางเงยหน้ามองกระจกหลัง
ก็เห็นรถที่วิ่งตามมาข้างหลัง เปิดไฟสูงส่องมาและยังไม่เลิกบีบแตรไล่

ปิ๊นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ....

...ถนนโล่งๆ ไม่แซงไปละวะ มาขับรถจ่อท้ายทำไมเนี่ย ....
จีนหงุดหงิดทันที ที่เจอการกระทำเช่นนี้
เพราะทั้งถนนในตอนนั้นมีรถแค่สองคัน คือของเขา
และ อีกคันที่กำลังกวนประสาทเขาอยู่

...จะเล่นใช่ไหม ได้ๆ เดี๋ยวจัดให้... เท้าขวากดคันเร่งให้หนักกว่าเดิม
รถบีเอ็มดับบิวของเขาทะยานไปข้างหน้าปานจรวดพุ่งออกจากฐาน
190...195...200 เขาเหลือบมองเข็มความเร็วที่ไต่ระดับไปอย่างรวดเร็ว
รถคันหลังเริ่มโดนรถของจีนทิ้งห่างไปเรื่อยๆ ทำให้จีนรู้สึกพอใจ
ในสมรรถนะของรถตนเองเป็นอย่างยิ่ง

...หึๆ คุ้มราคาสามล้านที่ซื้อมาจริงๆ เครื่องยนต์แรงสะใจ
เร่งความเร็วได้เท่าใจนึก...
...เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกับบีเอ็มบลิว ...

เขาเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากสั่งสอน เจ้ารถมารยาททรามคันนั้นสำเร็จ
เริ่มมองก้มหารีโมทที่ตนเองทำหล่นที่พื้น

...ปิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.......
...เอ๊ยยย แม่หกตกหล่นน.....

จีนเผลออุทานแบบลืมตัว ทำรีโมทที่เพิ่งเก็บขึ้นมา
กระเด็นหลุดมือหล่นไปอีกเป็นครั้งที่สอง

เงยหน้าขึ้นมาอีกที ไอ้รถเปรตคันนั้นมาจ่อท้ายจีนอีกแล้ว
กระพริบไฟสูงไม่ยั้ง บีบแตรใส่ไม่หยุด
ปิ๊นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

...พอกันทีๆ ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย ...จีนตะโกนเสียงดังลั่นรถ ด้วยความโกรธ
...เป็นไงเป็นกัน เอาให้ตายไปข้าง.... เขากำพวงมาลัยรถแน่น พร้อมซิ่งเต็มที่
จีนหักพวงมาลัยรถไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว
ทำให้รถที่ขับตามพุ่งขึ้นมาเทียบข้างเห็นได้ถนัดว่าเป็น
รถ....รถปอร์เช่
ห่ะ..ปอร์เช่ เนี่ยนะ เขาตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น

ปอร์เช่ รถสปอร์ตสุดหรูสุดแรงแพงลิบลิ่ว สีดำเงาวาบ ที่แล่นอยู่ข้างๆนั้น
ติดฟิล์มซะได้ อยากเห็นหน้าคนขับ ทำไมกวนxxx แบบนี้ ...
เขาชะลอความเร็วนิดหน่อยแล้วหักขวาอีกที เพื่อเข้าไปจ่อท้ายรถปอร์เช่
และเอาคืนด้วยการบีบแตรไล่และเปิดไฟสูงใส่

แต่ รถปอร์เช่ กับ รถบีเอ็มดับบลิว ความแรงมันคนละเกรด
ยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็เห็นไฟท้ายรถปอร์เช่
ค่อยๆห่าง กันชนหน้ารถของจีนไปเรื่อยๆ

เขารู้สึกเสียฟอร์มเป็นอย่างยิ่ง เจอรถที่แรงกว่าแบบสู้ไม่ได้ขนาดนี้
จีนพยายามเร่งความเร็วมากขึ้นจนเกือบ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ก็ยังไม่สามารถไล่ทัน
เห็นเพียงแสงจากไฟท้ายรถคันนั้นทิ้งหายไปลิบๆ

...แม่งง รถแรงขนาดนี้ ไม่แซงไปแต่แรกวะ...
จีนเริ่มปลงๆ ขับมาได้อีกสักพัก
ก็สังเกตเห็นรถคุ้นๆจอดอยู่ข้างทาง
เปิดไฟฉุกเฉินกระพริบๆ
...ใช่ไอ้คันนั้นหรือเปล่าวะ..
...น่าจะใช่นะ ปอร์เช่นี่หว่า ...เขาตอบคำถามตัวเอง
…นั่นไง ไอ้คนขับ ออกมายืนข้างๆรถ...
...ทำเท่ใส่หมวกเบสบอล หล่อตายห่ะแล้วมึง..

เมื่อวิ่งเข้าไปใกล้ๆที่ เขาก็ชะลอความเร็วรถ
ไอ้คนขับ ถอดแว่นกันแดดอันใหญ่ออก จ้องมาที่รถของจีนเช่นกัน
แล้วยกมือชูขึ้นเหมือนจะให้บอกให้เขาหยุดรถ

เมื่อเห็นจีนทำท่าเหมือนจะไม่ยอมหยุด
ก็รีบถอดหมวกออก แล้ว โบกไปๆมาๆ
ทันทีที่ถอดหมวก ผมยาวสลวยก็ปลิวไปตามลมกรรโชกแรงทันที

อ่ะ...ผู้หญิง
คนขับเป็นผู้หญิง เหรอเนี่ย...

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ...
เสียงเบรคดังลั่น ทิ้งรอยยางบนท้องถนนเป็นทางยาว

“เอ่อ ขอยืมโทรศํพท์หน่อยได้ไหม” หล่อนก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสู้หน้าเขา
“ชั้นมีธุระด่วนต้องใช้โทรศํพท์ แต่มือถือของชั้น แบตหมด”
“แถวนี้ก็ไม่มีโทรศัพท์สาธารณะเลย ที่เมื่อกี้บีบแตร เปิดไฟสูงใส่รถคุณก็จะขอรบกวนเรื่องนี้ล่ะ”
“แต่ดูเหมือนทำให้คุณเข้าใจผิด เลยคิดว่าจะไม่รบกวนดีกว่า”

เอ่า..เป็นแบบนั้นไป.. คนเรามันโกรธกันง่ายๆ
เพราะเรื่องแบบนี้มาเยอะแล้ว ต่างคน ต่างคิด
เมื่อรู้แบบนั้น จีนก็ยื่นโทรศัพท์ให้เธอใช้
ส่วนตัวเองก็เดินไป ดูรถปอร์เช่คันงามที่จอดเด่นท่ามกลางความมืด
ที่มีเพียงแสงสว่างของรถสองคัน สาดส่องไปทั่วบริเวณ

ขณะกำลังเพลินๆกับความงามของรถสปอร์ตราคาแพงลิบอยู่นั่น
ก็ได้ยินเสียงเหมือนสาวปอร์เช่กำลังทะเลาะกับคนที่คุยอยู่ด้วยทางโทรศํพท์
เสียงสนทนาดังขึ้นเรื่อยๆ

“ Fuck you ..Go to Hell” ได้ยินเสียงเธอตะโกนใส่โทรศํพท์

เฟี้ยวว ตุ๊บ... เสียงของบางอย่างตกกระทบพื้นอย่างแรง

จีนหันไปตามต้นเสียงที่ได้ยิน
ก็เห็นโทรศัพท์มือถือเครื่องละเกือบสามหมื่นบาทของเขา
กระจายเป็นชิ้นๆอยู่ที่พื้น

“อ้าวว เฮ้ย ไหงทำแบบนี้ละ” เขารีบวิ่งไปดู สภาพของมือถือของตัวเอง

สาวคนนั้น ทำหน้าซีดตกใจ ในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป
พลางก้มลงเก็บชิ้นส่วนมือถือของจีน รวบรวมเข้าด้วยกัน
“ขอโทษจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ลืมนึกไปว่าไม่ใช่มือถือตัวเอง”
“เดี๋ยวชั้น ซื้อคืนให้นะ ขอโทษจริงๆ”

เธอกล่าวลำลักขอโทษเขา ซ้ำๆ ด้วย สีหน้าซีดเผือด
พลางยื่นเศษชิ้นส่วนของบางสิ่ง
ที่เมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วยังเป็นโทรศัพท์มือถือให้จีน

จีนมองซากมือถือที่อยู่ในมือของสาวคนนั้นด้วยความเซ็งสุดขีด
ทำไมนิสัยแบบนี้วะเนี่ย ขับรถก็ห่วย
นิสัยยิ่งโคตรห่วย ทั้งที่หน้าตาก็ออกจะสวย


“คุณนี่จริงๆเลย สร้างเรื่องเซอร์ไพรส์ให้ตลอด”
จีนยิ้มเซ็งๆ พยายามไม่หงุดหงิดกับเธอ
สาวคนนั้น หยิบกระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมใบใหญ่ขึ้นมาเปิด
พลางหยิบแบงค์ออกมาให้จีนทั้งปึก
“ไม่รู้พอหรือเปล่า หมดกระเป๋าแล้ว แลกเงินไทยไว้แค่นี้”
“นอกนั้นมีแต่เงินดอลล์”เธอเงยหน้ามาถาม พลางนับเงินที่อยู่ในมือ

จีนรู้สึกดีกับสาวคนนี้มากขึ้น
อย่างน้อยเธอก็แสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไป

“สองหมื่นสอง พอไหม สำหรับมือถือที่ชั้นทำเสีย”
“ถ้าไม่พอจะจ่ายเป็นเงินดอลล์ให้อีก” พูดจบเธอทำท่าจะเปิดกระเป๋า อีกครั้ง
“ไม่ต้องแล้วครับ พอๆ แค่นั้น ก็โอเค”
จีนรีบห้าม พลางรับเงินมาเก็บยัดใส่กระเป๋ากางเกง

“ไม่ทราบจะใช้โทรศัพท์อีกไหมครับ ในรถผมมีอีกหนึ่งเครื่อง”
“แต่คราวนี้ ห้ามขว้างทิ้งอีกนะครับ”เขาพูดจบ พลางหัวเราะเสียงดังที่ได้แซวเธอ
ส่วนเธอ ได้แต่ยิ้มเขินๆ พลางหัวเราะออกมาเช่นกัน

และแล้วมิตรภาพระหว่างเขาและเธอก็ก่อเกิด
จากนั้น ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเดินขึ้นรถตัวเอง
เธอเข้ารถไปสตาร์ทรถ เสียงเครื่องยนต์ทรงพลังคำรามกระหึ่มทำลายความเงียบสงัด
จีนเองก็ค่อยๆออกรถ เพื่อกลับเข้าสู่เส้นทางไปยังจุดหมายที่ต้องการเสียที
ส่วนปอร์เช่สีดำคันนั้น ก็ออกรถ ขับตามมาอยู่ไม่ห่าง



.................Contiune Part 2......................



ปิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงบีบแตรดังลั่น พลางเปิดไฟสูงกระพริบๆๆ
…อะไรกันอีกเนี่ยย ยุ่งไม่หยุดซะที แม่คุณ...
แต่คราวนี้เขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างไร

รถปอร์เช่เร่งแซงขึ้นมาขนาบข้างรถของจีน
พลางเลื่อนกระจกลง
คนขับส่งสัญญานมือเหมือนต้องการให้ลดกระจกลงเช่นกัน

“จะไปไหนเหรอคะ”เธอตะโกนผ่านกระจกดังออกมา

“ไปท้ายเกาะครับ คุณหิวหรือเปล่า”
“ถ้าไม่รังเกียจจะทานด้วยกัน ก็ตามมาเลย”เขาตะโกนชวนเธอเช่นกัน

เธอยิ้มกว้างแล้วพยักหน้า


ที่ท่าเรือท้ายเกาะ จีนจอดรถหน้าสะพานไม้เก่าๆที่ทอดยาวไปยังทะเล
มีบังกะโลไม้หลังคามุงหญ้าแฝกอย่างง่ายๆ
รวมทั้งมีร้านอาหารเล็กๆ ที่ตกแต่งสวยงาม
ตั้งเรียงรายไปทั้งสองฝั่งสะพาน
เพื่อรับรองนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมมาพักผ่อนที่เกาะนี้
เนื่องจากยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก
อีกทั้งยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

เธอเดินตามเขามาอย่างช้าๆ
ดูค่อนข้างจะลังเลในการตัดสินใจตามเขามาที่นี่อยู่เหมือนกัน

“ร้านนี้แล้วกันนะครับ”
จีนยืนอยู่ที่หน้าร้านที่ชื่อ ทะเลจันทร์

ภายในร้านมีฝรั่งนั่งดื่มกันอยู่สองโต๊ะ
เธอเดินตามเขาเข้าไปในร้าน
เจ้าของร้านซึ่งยังค่อนข้างหนุ่มแต่งตัวสไตล์เรกเก้
ผมยาวมัดเป็นมวยก้อนใหญ่ๆไว้บนหัว
เดินถือเมนูยิ้มมาที่โต๊ะ
“ทานอะไรดีครับ ดีจัง นานๆจะมีคนไทยมาที่นี่”

หลังจากเจ้าของร้านรับออเดอร์ไป
ก็ถึงเวลาทำความรู้จักกันจริงๆเสียที
จากบทสนทนาทำให้เขาทราบว่าเธอชื่อ จิญา
มาที่เกาะนี้เพื่อหาข้อมูลและความเป็นไปได้ที่จะลงทุนทำธุรกิจ

“มาแล้วครับพี่ อาหารที่สั่ง”
นายเรกเก้ เดินยิ้มปรี่เข้ามาพร้อมยกถาดอาหารวางบนโต๊ะ

“พี่มาฮันนีมูนกันเหรอครับ แหมยังกะ นายแบบคู่กับนางแบบ”
จีนได้แต่ยิ้ม ส่วนเธอก็ยิ้มเช่นกัน
แต่ต่างคนต่างเงียบ ไม่มีใครตอบ

“คืนนี้ คืนฟูลมูน รับคอกเทลพิเศษมั๊ยครับ รับรองทีเด็ด”
“มาถึงท้ายเกาะต้องสั่ง Full moon Strike ครับพี่”
“สูตรเด็ด รับรองหาที่ไหนไม่มี” นายเรกเก้ ทำหน้าตาเชื้อเชิญเต็มที่

จีนหยิบเมนูคอกเทลมาเปิดๆ แบบไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ส่วนจิญา ดูเหมือนเธอจะสนใจคอกเทลนั่น
“ลองดูก็ดีนะ เห็นเจ้าของร้านเชียร์จัง” เธอชักชวนจีนให้ลองด้วยกัน
จีนยิ้มให้เธอ พลางพยักหน้า โอเค
เจ้าของร้านยิ้มกว้างพอใจที่ลูกค้าเชื่อคำแนะนำ
พลางเดินผิวปากกึ่งเดินกึ่งเต้นเข้าไปผสมเหล้าให้ทั้งคู่

ระหว่างรับประทานอาหาร ทั้งสองคนก็ได้รู้จักกันเพิ่มขึ้นอีกหน่อย
ว่าเธอเกิดและโตที่อเมริกา
ปีนึงจะมาเยี่ยมญาติๆที่เมืองไทย สองครั้ง
ที่เมืองไทยเธอมีธุรกิจส่งออกเครื่องหนัง
ส่วนที่อเมริกาเธอมีบริษัทพัฒนาที่ดิน อยู่ที่เมืองต่างๆอยู่หลายแห่ง
...โห รวยจัด .. จีนอึ้งๆ กับสิ่งที่ได้ยิน
...มิน่า ขับปอร์เช่...

“พี่ครับๆ มีเมนูเด็ดมาแนะนำอีกแล้วครับ”
เจ้าของร้านยิ้มเผล่ เดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่ม
“มีอะไรมานำเสนออีกหรอ”
จีนหัวเราะขำกับท่าทางของนายเรกเก้เป็นอย่างมาก
เพราะเป็นคนที่หน้าตากวนประสาทจริงๆ

“พี่ดื่ม Full Moon Strike แล้วไม่กิน ยำสวรรค์เห็ดท้ายเกาะ เป็นกับแกล้ม”
“เห็นทีจะไม่ครบสูตร”

“จานนี้ทีเด็ดเลยนะพี่ ลูกค้ามาถึงนี่สั่งทุกโต๊ะ”
เขาทำหน้าชวนเชิญให้คล้อยตาม
“โอเค เด็ดก็เด็ด ขอที่นึงแล้วกัน”

เขาสั่งจบ ก็ลองยก Full Moon Strike ขึ้นจิบ
คอกเทลสีฟ้าสด เจือด้วยสีส้มของส่วนผสมอะไรก็ไม่ทราบ
มีเลมอนเหลืองสดวางประดับ เหมือนพระจันทร์เต็มดวง ท่ามกลางทอ้งทะเล
...หวาน เปรี้ยว ซ่า แล้วก็ ...เค็มนิดๆเหมือนผสมเกลือลงไปด้วย
คล้ายๆ มาการิต้า แต่อร่อยกว่า


.................

สูตรดื่ม Full Moon Strike กับยำเห็ดสวรรค์ท้ายเกาะ อร่อยแล้วเข้ากันดีมากๆ
เหมือนกับที่เจ้าของร้านแนะนำ
ไม่รู้ใส่อะไรเข้าไปบ้าง มันช่างรสชาติกลมกล่อมและจัดจ้าน
ทั้งสองคนสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ จะพูดจะคุยอะไร มันดูตลกขบขันไปซะทุกเรื่อง
เสียงหัวเราะของสองคนดังลั่นร้านเลยทีเดียว

...บอกแล้วไงพี่ ว่าทีเด็ด...
...เห็นมาฮันนี่มูนนะเนี่ย จึงแนะนำ set นี้ให้...
เจ้าของร้านมองมาทาง หนุ่มสาวทั้งสอง ที่เขานึกว่าเป็นแฟนกัน
พลางหัวเราะหึๆ เหมือนพอใจอะไรบางอย่าง

หลังจากกินและดื่มกันจนพอใจ ก็ได้เวลากลับเสียที
จีนก็เดินมาส่งจิญาที่รถ ตัวเขาเองรุ้สึกแปลกๆ เมาๆผ่าวๆ
มองอะไรดูเหมือนว่าภาพจะเบลอๆหมุนๆ
ส่วนเธอก็ไม่น้อยไม่กว่าเขา หน้าแดงซ่าน เลยทีเดียว

“พักที่ไหนครับนี่ ไกลหรือเปล่า” เขาถามด้วยความเป็นห่วง
“เลยไปไม่ไกลหรอก”
“อยากลองขับรถเล่นไหม”เธอเปิดประตูรถกว้าง พลางหันมาชวน


เสียงล้อบดกับถนนด้วยความเร็ว พลางประกายไฟแล่บออกมาจากท่อไอเสีย
ปอร์เช่ภายใต้ความควบคุมของจีน พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วปานพายุ

“ร้อนจังเลย เปิดแอร์แรงกว่านี้หน่อยนะ”
จีญาเพิ่มระดับความเย็นของแอร์ หน้าเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ
...ใช่ มันร้อนจริงๆด้วย ร้อนเหมือนไฟรุมๆ...เขาก็รู้สึกเหมือนเธอเช่นกัน
“ทำไมมันร้อนแบบนี้ ขออนุญาตนะ”
จีญาทนไม่ไหว ถอดเสื้อตัวนอกออก
เหลือแต่เสื้อทับตัวบางจิ๋วสีเนื้อที่อยู่ภายใน

ตัวเขาเองก็ควบคุมสายตาตัวเองไม่ได้เช่นกัน
ภาพถนนที่อยู่ตรงหน้ามันดูซับซ้อน วกวนเหมือนเขาวงกต
รถปอร์เช่วิ่งส่ายไปส่ายมาเป็นงูเลื้อย เขาพยายามควบคุมมันอย่างเต็มที่
ไม่ไหวแล้ว อันตรายเกินไปที่จะขับต่อ จีนตัดสินใจขับรถลงข้างทาง
ประคองรถให้ค่อยๆหยุด ใกล้ๆ เนินหินกลุ่มหนึ่ง อย่างปลอดภัย


“ไม่ไหวแล้วๆๆ ร้อนๆ”เธอร้องขึ้นมา
พลางนั่งกระสับกระส่ายไปมาอาการร้อนรนเหมือนไฟเผา
คงเป็นอาการอย่างที่เขาและเธอรู้สึกอยู่ตอนนี้
มันเหมือนมีภูเขาไฟระเบิดอยู่ภายในร่างกาย
ถึงตอนนี้สติสัมปะชัญญะของทั้งสองก็แทบจะขาดผึง ควบคุมตัวเองไม่ได้
โลกมันเหมือนหมุนเร็วกว่าปกติซักสิบเท่าร้อยเท่า

“ไปแช่น้ำก่อนนะ อยู่ในนี้ ญ่าตายแน่ๆ”
เธอเปิดประตูออก แล้วถอดเสื้อถอดกางเกง เขวี้ยงมันทิ้งไว้ในรถ
เสร็จแล้ววิ่งในสภาพเกือบเปลือย ลงไปที่ชายหาดทันที

จีนเองก็ทนไม่ไหวเช่นกัน รีบถอดเสื้อ ถอดกางเกงของตัวเองออก
เหลือแต่บ๊อกเซอร์ตัวเดียว วิ่งตามจีญ่าลงทะเลไป

“ค่อยยังชั่วหน่อย หายร้อนไปตั้งเยอะ”
เธอนอนหงายว่ายท่ากรรเชียงท่ามกลางทะเลเย็นเฉียบอย่างสบายใจ

น้ำทะเลในเวลานี้เย็นเหมือนน้ำแข็ง
แต่พอผสมกับความร้อนบรรลัยกัลป์ในตัวของทั้งสองแล้ว
มันกำลังอุ่นสบายพอดี

จีนมองร่างผิวขาวโพลนและได้สัดส่วนงดงามของจีญ่าในอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋ว
ดำผุดดำว่ายอยู่ในทะเลด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก
อุณหภูมิในร่างกาย มันเริ่มสูงขึ้นๆอีกแล้ว

เธอค่อยๆว่ายน้ำเข้ามาหาเขา พลางยืนขึ้นเอามือสองข้างเกาะที่ไหล่ของจีน
จ้องตาเขานิ่งเหมือนต้องการสื่อความในใจ
ผ่านดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อน คู่นั้น

จีนก้มลงสำรวจเรือนร่างภายใต้อันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วที่เปียกน้ำ
แทบไม่เหลือช่องว่างให้จินตนาการเลย
เพราะมันแนบเนื้อไปทุกสัดส่วน
แถมรัดแน่นเสียจนสัดส่วนบางส่วน พุ่งล้นออกมาท้าแสงจันทร์ภายนอก
ถ้าริมฝีปากของเขาเป็นแม่เหล็กขั้วบวก
ริมฝีปากของเธอก็ต้องเป็นขั้วลบแน่ๆ
จึงเกิดแรงดึงดูดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว


ตอนนี้ อันเดอร์แวร์ชวนบ๊อกเซอร์ หลุดออกไปว่ายน้ำทะเลด้วยกันเรียบร้อยแล้ว
เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าของเจ้าของทั้งสอง
กอดรัดกระหวัดเกี่ยวกันแนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน

บทรักระหว่างเขาและเธอ
สวยงามเปรียบเสมือนภาพยนตร์อาร์ตดีๆเรื่องนึง
ที่ฉากหลังค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
จากในทะเล มาที่ชายหาดขาวที่มีทรายเม็ดละเอียดนอนนุ่มหลัง
จากนั้นจบฉากสุดท้ายที่โขดหินที่มีน้ำทะเลกระเซ็นซัดสาด
เกิดเป็นฟองพรายฟ่องแห่งนั้นเอง


.................Contiune Part 3......................




วันรุ่งขึ้น จีนตื่นขึ้นมาด้วยความแฮงค์สุดขีด
มึนหัวไปหมด เดินแทบไม่ไหว
ต้องนอนนิ่งๆ ลืมตามองเพดานห้องอยู่พักใหญ่
กว่าจะรวบรวมสติขึ้นมาเตรียมข้อมูลคุยกับไมเคิลคืนนี้

..โชคดีนะ ที่นัดคุยกันตอนเย็น...
...ถ้านัดกันช่วงเช้า ไม่รอดแน่ ...เขาพูดกับตัวเอง

วันนั้นเขาใช้เวลาทั้งวัน เตรียมข้อมูลทางด้านต่างๆ
เพื่อเตรียมนำเสนอกับไมเคิล
มืออาชีพอย่างเขาย่อมถูกคาดหวังประสิทธิภาพ
และการเตรียมพร้อมไว้สูงอยู่แล้ว
จึงต้องระมัดระวังทุกเรื่องเลยทีเดียว
อย่าให้มีจุดอ่อนเด็ดขาด


“ขอบคุณจีนมาก หวังว่าคงได้เจอกันอีก”
ประโยคสุดท้ายจากปากเธอ แว่บเข้ามาให้หัวเขา


...ใกล้เวลานัด
จีนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย
ตรวจดูความพร้อมของเอกสารอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
ก่อนจะขับรถออกจากโรงแรม ตรงไปทีนัดหมายทันที

ไม่ถึงสิบห้านาที
ก็ขับรถมาถึงท่าเรือที่ไมเคิลเอาเรือยอร์ชมาจอดไว้
เรือลำนี้ไมเคิลซื้อตอนมาเที่ยวครั้งก่อน
เพราะติดใจทะเลไทยเป็นอย่างมาก ถึงกับอยากมาลงทุนธุรกิจที่นี่

Dream of Michael
จีนอ่านชื่อเรือที่จอดอยู่ตรงหน้า ก่อนเดินขึ้นบันไดก้าวเข้าไปในเรือ
ภายในเรือ ตกแต่งอย่างทันสมัย
มีทุกอย่างเหมือนบ้านเศรษฐีหลังหนึ่งควรจะมี
การเป็นคนรวยมันก็ดีแบบนี้
ซื้อได้แม้กระทั่งความฝัน

“Hello Jene, How are you doing?” เสียงไมเคิลทักทาย ดังเข้ามา
จีนยิ้มกว้างเมื่อเห็นไมเคิล
“ I am very good Michael ,wish you very good too”
“Ha Ha Yes, I am very happy”
ไมเคิลปราดเข้ามากอดจีน อย่างสนิทสนม

หลังจากทักทายกันเรียบร้อย
ไมเคิลก็ชวนจีนมานั่งที่เก้าอี้รับแขกที่ระเบียงเรือ
แสงไฟกับสายลมพัดอ่อนๆ
ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น

ไมเคิลดูจะแฮปปี้กับข้อมูลที่จีนเตรียมนำเสนอเขาเป็นอย่างมาก
จีนสามารถคำนวนต้นทุนโครงการ
แสดงวิธีการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ
และหาเงินทุนสำรองดอกเบี้ยต่ำไว้ให้พร้อมไปทุกอย่าง
จนไมเคิลเอ่ยปากว่า
“You did very good job Jene”
“ I think this project is very potential”


ไมเคิลเป็นนักธุรกิจคนนึงที่จีนนับถือเป็นอย่างมาก
อายุเพียงสี่สิบกว่าๆแต่มีธุรกิจระดับพันล้านอยู่ในมือ
ดูเหมือนเขาจะเป็นคนง่ายๆสบายๆ ดูไม่ออกว่ารวยมากขนาดนี้

จากนั้น...

บริกรในเรือเริ่มเทไวน์แดงสีสวย
ลงแก้วคริสตัลดีไซน์สวยราคาแพงระยับ เสิร์ฟให้เขาสองคน

ระหว่างที่สองคน คุยกันไป จิบไวน์กันไปสบายๆนั้นเอง
ไมเคิลก็เงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยทักใครบางคน

“My Darling, Come here”

จีญาเดินเข้ามาหาไมเคิล
หัวใจเขาจะหยุดเต้นกับภาพที่ได้เห็น
แก้วไวน์ที่ถือไว้สั่นไปหมด เกือบหลุดออกจากมือ

ส่วนเธอถึงกับสะดุดแทบหยุดเดินด้วยซ้ำ เมื่อเห็นหน้าเขา

“This is Jiya, My Fiancée”
ไมเคิลกล่าวแนะนำจิญาคู่หมั้นของเขา

จีนรีบกลบเกลื่อนสีหน้าตกใจ
ฝืนยิ้มพลาง กล่าวทักทายเธอกลับ
“สวัสดีครับคุณจิญา ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ผมจินดนัยครับ"
"เป็นที่ปรึกษาทางการเงินโครงการของคุณไมเคิล”

ส่วนเธอก็เหลือบตาลงต่ำนิดหน่อย
กล่าวทักทายเขากลับตามมารยาทเช่นกัน

จิญานั่งอยุ่ด้วยไม่ถึงสิบนาที
ก็กล่าวขอตัวไปพักผ่อนเนื่องจากปวดหัว
แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนจีนเอง ก็ไม่สามารถรวบรวมสติ
กลับมาคิดเรื่องงานได้อีกเลยในคืนนั้น

......................................................................

จีนกลับมาถึงกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น
พร้อมกับเรื่องราวต่างๆที่สับสนวุ่นวายอยู่ในหัวเต็มไปหมด
เขาระงับความฟุ้งซ่านทั้งมวล
ปรับสภาพจิตใจกลับมาทำงานที่บริษัทเหมือนเดิม
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ไม่ถึงอาทิตย์ จีนก็ได้รับอีเมล์จากไมเคิล
ถึงผลการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการนี้ว่า
ขอระงับการลงทุนในโครงการไปก่อน
เนื่องจากความไม่พร้อมส่วนตัว
อย่างไรก็ดี จะนำโครงการนี้กลับมาพิจารณาอีกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
อ่านแล้วฟังดูดี
แต่ความหมายของมันที่แท้จริงก็คือ ยกเลิกโครงการนี้นั่นเอง

เมื่ออ่านจบเขาแทบทรงตัวไม่อยุ่ ทรุดลงที่พื้น
ความฝันจะได้ลาพักร้อนเที่ยวรอบโลก
พร้อมเงินติดกระเป๋าอีกหลายล้าน
พังทลายหายวับไปในพริบตา

เพราะจีญาแน่ๆ ที่เป็นต้นเหตุ...
ไม่ต้องคิดมากเลยถึงสาเหตุโปรเจกนี้ถูกยกเลิก


..ช่างมันเหอะ ๆ ให้มันจบลงไปแบบนี้ล่ะดีแล้ว..
...เงินแค่นี้ หาได้สบายมาก...
เขาให้กำลังใจตัวเอง
..เก่งระดับนี้แล้ว ทำงานแป๊บๆเดี๋ยวก็ได้ ...

..แค่ห้าหกล้านเอง ฮ่าๆๆๆๆ....

เขาเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตู

มีเสียงสะอึกสะอื้น
ดังแว่วออกมาจากประตูห้องน้ำบานนั้น


..............................The End..............................




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2552    
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 0:28:23 น.
Counter : 460 Pageviews.  

FraGile : Handle with care



จีนรู้สึกปวดหนึบๆหน่วงๆ บริเวณน้องฝาแฝด มาเกือบอาทิตย์
อาการดังกล่าวรบกวนจิตใจเขาเป็นอย่างมาก
มันทำให้เสียบุคลิกเป็นที่สุด
เพราะเวลาเดินมันจะปวดระบมๆ
ทำให้ต้องเดินขากางๆตลอดเวลา
เผลอหุบขาเมื่อไหร่เป็นต้องปวดจี๊ด ขึ้นมาทันที
เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าโรงพยาบาลชื่อดัง ย่านสุขุมวิท
เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้น

จีน เดินเก้ๆกังๆ ขากางๆ เปิดประตูเข้าไปในโรงพยาบาลสุดหรู
ที่ถ้าไม่มีป้ายชื่อโรงพยาบาลแล้ว
จะพาลนึกไปว่ากำลังเดินเข้าโรงแรมห้าดาวเลยทีเดียว
มองซ้ายมองขวา เจอเป้าหมายก็เดินลิ่วๆตรงเข้าไปทันที

ที่แผนกทะเบียนคนไข้ใหม่
เขากรอกข้อมูลส่วนตัวลงในใบประวัติคนไข้
เมื่อเสร็จแล้วก็ยื่นให้พยาบาลที่เคาท์เตอร์
“ไม่ทราบ ป่วยเป็นอะไรคะ” เธอก้มหน้าถามจีน
เตรียมจดอาการลงในใบส่งคนไข้

“...เอ่ออ ..อึ่มมม อ่า..” จะพูดยังไงดีวะเนี่ย
“ปวดท้องครับ” จีนอ้อมแอ้มตอบไป
เธอพยักหน้าหงึกๆ เหมือนเข้าใจ
แล้วก็ ลงมือจดยิกๆ ลงไปในเอกสารแผ่นนั้นนั้น
“ไปรอที่หน้าห้องเบอร์ 13 นะคะ เดินเลยน้ำพุไปแล้วเลี้ยวขวาค่ะ”
เธอยิ้มหวานให้พลาง หันไปรับคนไข้คนต่อไป
“ห้อง 13 หรอ ลัคกี้นัมเบอร์ซะด้วย”
จีนพึมพัมคนเดียวแล้วเดินช้าๆ ไปตามทางที่เธอบอก

จีนนั่งรอหมออยู่หน้าห้องหมายเลข 13
สายตาก็มองไปมองมา
โรงพยาบาลนี้ถึงแม้จะหรูขนาดไหน
มันก็ยังคงเป็นแหล่งรวมคนป่วยอยู่ดี
มีแต่คนหน้าตาซีดเซียว นอนอยู่บนเตียงมีสายระโยงระยาง
บางคนก็นั่งอยู่บนรถเข็นทำหน้าเบื่อโรคหรือเบื่อโลก ก็ไม่ทราบได้

“คุณ จินดนัยค่ะ” เสียงพยาบาลหน้าห้องเรียก
จีนลุกขึ้นยืน สูดหายใจเข้าเต็มที่ ค่อยๆเดินตามพยาบาลเข้าห้องไป

“เชิญเลยค่ะ” เสียงคุณหมอ

...หมอผู้หญิง?

มัว แต่มองโน่นมองนี่ แต่ดันไม่ได้ดูป้ายชื่อหมอที่หน้าห้องซะได้
ถ้ารู้ว่าเป็นผู้หญิง จะได้ขอเปลี่ยนหมอ ไม่ไหวๆ ลำบากใจน่าดู
เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว

จีนทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ ก้มหน้าก้มตา
นั่งนิ่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะคุณหมอ
คุณหมอหยิบใบส่งคนไข้มาเปิดๆอ่าน แล้วเงยหน้าขึ้นมามองจีน
“ปวดท้องเหรอคะ ปวดยังไงคะ”
“สงสัยจะหนัก สีหน้าไม่สู้ดีเลย” คุณหมอมองจีนด้วยสายตาเห็นใจ
“เอ่ออ จริงๆไม่ได้ปวดท้องหรอกครับ แต่ปวดต่ำกว่านั้นอีกหน่อย”
“ด้านขวาต่ำกว่าสะดือหรือเปล่าคะ อาจจะปวดไส้ติ่ง”
คุณหมอ ถามอาการเพิ่มเติม พลางพูดเปรยๆ
“หรือปวดแถวขาหนีบ ก็อาจเป็นต่อมน้ำเหลืองโต”
“เอ หรือจะเป็นลำไส้เล็กอักเสบ” คุณหมอยังวินิจฉัยไปเรื่อยๆ

...จะบอกไงดีวะ ลำบากใจจริงๆ ... แต่ถ้าขืนไม่พูดตรงๆ
คุณหมอคงได้สันนิษฐานให้ได้เป็นโรคอะไรต่อมีอะไรอีกเยอะแยะแน่ๆ

“คือมันรู้สึก ขัดๆปวดๆ ตรง ..นั้นครับ” จีนพูดเบาที่สุด ..เหมือนกระซิบ
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณหมอก็พยักหน้าหน่อยๆแล้วอมยิ้มนิดๆ

“ค่ะๆงั้นไปนอนที่เตียงเลยดีกว่า แล้วถอดกางเกงออก”

พยาบาลผู้ช่วยเดินเข้ามารูดม่านที่เตียงคนไข้
พร้อมยื่นผ้าผืนหนึ่งให้จีน ไว้ปิดบังส่วนล่าง
เขาปลดเข็มขัด รูดซิป แล้วค่อยๆถอดกางเกงออก

เสร็จแล้วนอน รอคำสั่งต่อไป

คุณหมอหันหลังเดินไปหยิบอุปกรณ์การตรวจบางอย่าง
พร้อมใส่ถุงมือยางเดินตรงมาหาจีน
เมื่อถึงเตียงคุณหมอก็เปิดผ้าที่ปิดส่วนล่างของจีนขึ้น
แล้วเพ่งมองพิจารณา จีนน้อย อย่างตั้งอกตั้งใจ
แล้วเอามือมาจับๆจีนน้อย ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบอาการ
“ ตรงนี้เจ็บมั๊ยคะ ” คุณหมอจับเลื่อนไปเรื่อยๆทีละจุด
“ไม่เจ็บครับ” จีนตอบ
“ตรงนี้ละคะ”คุณหมอถามต่อ
“ตรงนั้นก็ไม่เจ็บครับ” จีนตอบตรงๆ
“แล้วนี่ละคะเจ็บมั๊ย” คุณหมอเลื่อนมือคลำไปเรื่อย
“ไม่ครับ ไม่เจ็บ”..ไม่เจ็บแต่เพลินดีครับ...จีนอยากตอบแบบนี้จริงๆ
“แล้วที่บอกปวด ปวดตรงไหนละคะ”หมอหันหน้ามาถาม
“ปวด..ปวด..”ใช้คำไหนดี ถึงจะไม่น่าเกลียดวะเนี่ย
“ปวดอัณ..” จีนพูดยังไม่ทันจบ หมอก็พูดตอบมาทันที
“อ๋อ ปวดน้องไข่นะคะ”พลางเลื่อนมือไปคลำดรากอนบอลของจีนแทน
โห... คุณหมอคนสวยใช้คำไม่มีอ้อมค้อมเล้ย
“โอ๊ยย ๆ ปวดครับ”จีนแหกปากร้องทันที เมื่อหมอคลำถูกจุด

“มีเพศสัมพันธ์อาทิตย์ละกี่ครั้งคะ
...แล้ว ไปเล่นอะไรซุกซนเกินขอบเขตบ้างหรือเปล่า”
เอ่อออ... คำถามแรก ก็ตอบยากแล้ว
คำถามที่สองเนี่ย เข้าเรทเอ๊กซ์ เลยนะคุณหมอ..

..มีเซ็กส์ อาทิตย์ละกี่ครั้งเหรอ ..
“ก็..ก็ เดือนละหนสองหนอ่ะครับ ไม่ได้บ่อยมาก”
“ที่คุณหมอว่า เล่นซุกซนเกินขอบเขตนี่มัน ยังไงเหรอครับ”
จีนถามเบาๆ เพราะไม่แน่ใจที่จะตอบ
“ก็พวกของเล่นเสริมความตื่นเต้นเช่น โซ่ แซ่ กุญแจมือ
เทียนไข ไฟช๊อต อะไรแบบนี้”
คุณหมอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนกับมันเป็นเรื่องปกติประจำวัน

อ๋ออ ก็ใช้ครบทุกอย่างละครับ.....


เอ๊ยยยย ไม่ใช่ ..เคยใช้ซะที่ไหนกันของเล่นพวกนี้
“ไม่เคยครับๆ” จีนรีบปฎิเสธก่อนจะเสียภาพพจน์
“คือบางทีคนไข้ก็จะบาดเจ็บจากของพวกนี้ละค่ะ เลยถามก่อน”
“แล้วอั้น ปัสสาวะบ่อยหรือเปล่าคะ”
คุณหมอลองเอามือค่อยๆรูดจีนน้อยขึ้นลงๆ เพื่อตรวจดูอาการผิดปกติ
“ม่ะ ม่ะ ไม่บ่อยครับ”จีนสะดุ้งด้วยความรู้สึกตามธรรมชาติ

คุณหมอยังรูดขึ้นๆลงๆ พลิกไปๆมาๆไม่หยุด
พลางก้มหน้ามองใกล้เข้าไปอีก เพื่อจะได้เห็นชัดๆ

...อย่า..ทำ...แบบนั้นนนคุณหมอ... จีนเอามือจิกผ้าปูเตียงแน่น
....ลูกพ่อ อย่านะเว๊ยย อย่าแข็ง อายเค้า...
สายไปแล้ว..จีนน้อยในกำมือหมอเริ่มขยายตัวเหมือนเจลลดไข้แช่น้ำ
คุณหมอทำหน้าตกใจกับสิ่งทีเห็นอยู่ในมือ
แต่ยังไม่ยอมปล่อยจีนน้อยง่ายๆ กำอยู่แบบนั้น

ส่วนพยาบาลเอาแฟ้มคนไข้ปิดปากหัวเราะคิกคัก

...อยากตายๆ อายชิปเป๋ง...จีนหลับตาปี๋ไม่อยากลืมตา มองหน้าใคร
ดึงผ้าขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้
ในที่สุดคุณหมอก็ปล่อยจีนน้อยเป็นอิสระ แล้วพูดว่า
“ดูทั่วๆไปไม่มีอะไรผิดปกตินะคะ ก็เหมือนจะแข็งแรงดี”หมอพูดยิ้มๆ
“ขอตรวจปัสสาวะหน่อยละกัน” คุณหมอพูดจบ
พลางพยักหน้าให้พยาบาลเดินนำจีนออกไปนอกห้อง
ส่วนจีนก็เก็บจีนน้อยเข้าที่เข้าทางอยากทุลักทุเล แล้วเดินตัวงอนิดๆ
เพื่อปกปิดอาการค่อยๆเดินตามพยาบาลอย่างว่าง่าย
สรุปการไปหาหมอในวันนั้น จีนได้ยาแก้อักเสบมาหนึ่งซอง
และความอายอีกหนึ่งกระบุงกลับบ้าน
ส่วนผลตรวจปัสสาวะหมอนัดให้ไปฟังผลอีกสามวัน


“งดกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนไว้ชั่วคราวนะคะ คุณจินดนัย”
จีนจำที่คุณหมอสั่งเขาก่อนเดินออกจากห้องตรวจได้ดี
...ชั่วคราวมันนานแค่ไหน?
…แล้วกิจกรรมที่อาจกระทบเทือน มันมีอะไรบ้างล่ะ...
อืมม ถ้าไปตามโรงแรม ชั่วคราวก็หมายถึงสามชั่วโมง
หาหมอตอนบ่ายสาม แสดงว่า หกโมงเย็นไปแล้วก็คงใช้การได้ปกติมั๊ง
..เขาคิดเข้าข้างตัวเองเต็มที่

เย็น นี้มีนัดกับ น้องบีบี๋ไว้ด้วย
ทนก็ทนว่ะ ปวดแค่นี้ ไม่ตายหรอกน่า ...จีนให้กำลังใจตัวเอง

.....
...........
..................

La Florence ร้านอาหารอิตาเลียนที่ จีนและบีบี๋ นัดดินเนอร์กันนั้น
กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ไฮโซกรุงเทพ
เพราะตกแต่งร้านได้สวยงาม แปลกตา
เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเมืองฟลอเรนเซ่
ที่แสนจะงดงามของประเทศอิตาลี เลยทีเดียว


“พี่จีนเป็นอะไรคะ ทำไมหน้าตาเครียดๆ”
น้องบีบี๋คงสังเกตเห็นสีหน้าไม่ค่อยแฮปปี้ของจีน
“ไม่มีอะไรหรอกครับ สงสัยเครียดเรื่องงานมันยังค้างอยู่”
“อย่า เครียดมากซิคะพี่จีน หาเวลาพักผ่อนบ้าง
บีบี๋โทรหาพี่ทีไร เห็นงานยุ่งตลอด”
น้องบีบี๋พูดแล้ว ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ
พลางเสยผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอเบาๆ

“ครับ ๆ เลิกทำหน้าเครียดแล้ว พี่ทำบีบี๋เซ็งหรือเปล่าเนี่ย”
จีนฝืนความระบม ยิ้มกว้าง ให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดีขึ้นมาบ้าง
“แหม พี่จีนก็ บีบี๋เป็นห่วงต่างหากล่ะคะ”
เธอค้อนเขาหนึ่งขวับ ทำหน้างอนๆแถมให้อีกหนึ่งที

........Continue part 2...........






จีน มองตาสีน้ำตาลกลมโตคู่นั้น
และยิ้มขันๆในกิริยาที่น่ารักน่าเอ็นดูของเธอ

บีบี๋เป็นลูกสาวเจ้าของโรงงานส่งออกอาหารกระป๋อง
รายใหญ่ของประเทศเลยทีเดียว
ครั้งแรกที่เจอกันนั้น เธอและคุณพ่อมาติดต่อทำเรื่องเอกสารการเงิน
ที่จะใช้ในการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นอยู่ใกล้ๆแผนกที่จีนรับผิดชอบอยู่พอดี
เขาประทับใจในความน่ารักและเฉลียวฉลาดของเธอเป็นอย่างมาก

หลังจากจิบไวน์แดงเพลินๆไปสามแก้ว
บีบี๋ถึงกับหน้าแดงระเรื่อ ตาหวานเชื่อมขึ้นมาทันที
จีนเคยได้ยินคนกล่าวไว้ว่า
ถ้าผู้หญิงไม่อยากมีเซ็กส์กับผู้ชายคนไหน
ไม่ควรดื่มไวน์กับผู้ชายคนนั้น

หรือว่าคืนนี้เธอ...

ไม่เอาน่า คงไม่ใช่หรอก จีนรีบหยุดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง
ถึงแม้เขาจะเป็นคนสั่งไวน์รสนุ่มดีกรีแรงขวดนี้ให้เธอดื่มก็เหอะ
(ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ )

หลังจากเช็คบิลเรียบร้อย จีนก็เดินขากางๆพาบีบี๋มาที่จอดรถ
...อูยยย ทำไมที่จอดรถมันไกลจัง ยิ่งเดินเยอะยิ่งปวด ...
จีนพยายาม เลิกสนใจความปวดที่เกิดขึ้น
แล้วพลางครุ่นคิดว่า จะพาเธอไปเที่ยวต่อ
หรือว่าจะแยกย้ายต่างคนต่างกลับกันเลยดี
เพราะนี่ก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว

“อยากกลับบ้านหรือยังครับ” เขาหันไปถามเธอ
“พี่จีนจะชวนไปเที่ยวไหนต่อเหรอคะ”
เธอมองหน้าเขาหลังจบคำถาม

“อืมม ไป” จีนนิ่งคิด
“ไป หาที่นั่งดื่ม ฟังเพลงเงียบๆแถวนี้เอาไหมครับ
พี่รู้จักอยู่ที่นึง โอเคทีเดียว”
จีนชวนด้วยความมั่นใจ เพราะเคยไปมาแล้ว
มันเป็นบาร์เล็กๆที่คนทำงานแล้วชอบมาสังสรรค์กัน

“พี่จีนไปนั่งดูหนังกับบีบี๋ที่บ้านดีกว่าไหมคะ
ซื้อแผ่นมานานแล้ว หนังเรื่องนี้เค้าว่าน่ากลัว ไม่กล้าเปิดดูคนเดียวค่ะ”

“บีบี๋ไว้ใจพี่จีนนะ”เธอออกตัวไว้ก่อน

…. บีบี๋ไว้ใจพี่
แต่.....พี่จะไว้ใจตัวเองได้หรือเปล่านะซิคือปัญหา...


“โอ๊ยยย อูยยย” จีนร้องเสียงดังลั่น
เพราะดันเผลอยืนไขว้ขา เบียดน้องแฝดพอดี
“เป็นไรไปคะพี่จีน” บีบี๋ปราดมาจับแขนเขาแน่น แล้วถามด้วยความตกใจ
“ไม่ ไม่ ไม่เป็นไรครับ เมื่อกี้ยืดขาเร็วไปหน่อย เส้นมันเลยยึด”
จีนกลั้นใจตอบไป ทั้งๆทีหน้าแดงก่ำ

“พี่จีนขับรถให้บีบี๋ได้ไหมคะ บีบี๋มึนๆไม่อยากขับเอง มันไม่ค่อยเซฟ”
เธอยื่นกุญแจรถให้เขา
จีนมองรถเบนซ์สปอตสีดำเงาวับรุ่น 300 CLK ที่จอดอยู่ตรงหน้า
แล้วคิดว่ามันช่างเหมาะกับบุคคลิกสาวเปรี้ยวโฉบเฉี่ยวอย่างบีบี๋เสียจริง
เมื่อสตาร์ทรถ เสียงเครื่องยนต์ทรงพลังก็ครางกระหึ่มอย่างดุดัน
สมความเป็นรถสปอตพันธ์หรู

...เอี๊ยดดดดดดดด...
เสียงออกรถอย่างรวดเร็วคงบ่งบอกถึงความในใจของคนขับได้เป็นอย่างดี



ระหว่างอยู่ในรถ บีบี๋นั่งไขว่ห้างโชว์เรียวขาขาวและยาวสวย
กดปุ่มเปิดกระจกจุดบุหรี่ดันฮิลเมนทอล พ่นควันเล่นอย่างสบายใจ
“ปีหน้าที่บ้านมีแผนจะขยายโรงงานไปเปิดที่เวียดนาม”
“ป๊ะป๋าบอกจะส่งบีบี๋ไปดูแลที่นั่นค่ะ พี่จีน”
เธอเริ่มพูดและหันมามองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย

จีนละสายตาจากถนนด้านหน้าและหันมาคุยกับเธอ
“ก็ดีนี่ครับ คุณพ่อบีบี๋นี่เก่งจัง ขยายโรงงาน เปิดธุรกิจใหม่ๆเรื่อยเลย”
“พี่จีนรู้ตัวไหมคะ เวลาอยู่กับพี่ บีบี๋รู้สึกว่า พี่มีส่วนคล้ายป๊ะป๋ามากๆเลย”
“อนาคตพี่จีนต้องประสบความสำเร็จไม่แพ้ป๊ะป๋าแน่ๆ”
เธอพูดด้วยแววตามั่นใจในตัวเขาเป็นอย่างยิ่ง

“โห อย่างนั้นเลยเหรอครับ ถือว่าเป็นคำชมที่ให้เกียรติเป็นอย่างมาก”
“แต่คงอีกนานนะครับ กว่าจะเทียบได้”
จีนยิ้มปลื้มพลางเอื้อมมือไปแตะที่มือนุ่มๆของเธอเบาๆแสดงความขอบคุณ

.....
..........
.......................

ที่คอนโดสุดหรูย่านสุขุมวิทชั้น 18

บีบี๋รูดคีย์การ์ดหน้าห้องแล้วกดนิ้วโป้งลงบนแป้นตรวจลายนิ้วมือ
ไม่ถึงวินาทีประตูห้องก็เปิดเองโดยอัตโนมัติ
“เชิญเลยค่ะพี่จีน” เธอเชื้อเชิญเขา ด้วยน้ำเสียงสดใส
พลางเดินนำเข้าไปห้องของเธอแต่งสไตล์โมเดิร์น
ดูเนี้ยบไปหมดทุกจุด เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นแค่มองก็รู้ว่าเป็นของอิมพอร์ตทั้งสิ้น

“นั่ง ตรงนี้ดีกว่าค่ะ”เธอเรียกเขาไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่
ที่ออกแบบให้วางโค้งไปกับ มุมห้องริมหน้าต่างบานกว้างที่มองเห็นวิวกรุงเทพยามค่ำคืนได้สวยถนัดตา
ส่วนตัวเธอก็ทำตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ดี
เดินไปเปิดตู้เย็นหาเครื่องดื่มมารับแขก
“สำหรับพี่ค่ะ”เธอยื่นแก้วแชมเปญเย็นเจี๊ยบที่มีเชอรี่สีแดงสดแช่อยู่ให้เขา
“บีบี๋จะดื่มแชมเปญเฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้นนะคะ”เธอพูดเป็นนัย

“ตามสบายนะคะพี่จีน ขอตัวสักครู่เดี๋ยวบีบี๋มา”
เธอยิ้มหวานให้เขาและเดินหายไปในห้องนอนของเธอ
เขาเอนตัวนอนสบายๆบนโซฟา
ค่อยๆแยกขากว้างๆให้น้องแฝดได้คลายความระบมลงไปบ้าง
พรุ่งนี้จีนคิดว่าจะต้องนอนนิ่งๆอยู่บ้านทั้งวัน
เพื่อไม่ให้มีการกระทบกระเทือนอีก

…มันเป็นอะไรของมันวะ ก็ไม่ได้ไปทำอะไรซะหน่อย เฮ้ออ..
จีนถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วยกแชมเปญขึ้นจิบ ให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

ระหว่างจิบแชมเปญและดื่มด่ำกับความงามยามราตรีนั่นเอง

“คิดอะไรอยู่คะพี่จีน ดูเหม่อเชียว”เสียงบีบี๋ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์
เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดดินเนอร์ที่สุดแสนเซ็กซี่
มาเป็นเสื้อคลุมชุดนอนผูกเอวหลวมๆไว้
เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องในชุดนอนผ้าลูกไม้บางเบาอยู่รำไร

“ห้องบีบี๋ วิวสวยนะครับ ดูแล้วรู้สึกรักกรุงเทพขึ้นเป็นกอง”
“ของพี่จีนเป็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาใช่ไหมคะ”เธอเดินมานั่งข้างๆเขา
พลางยกแชมเปญรินใส่แก้ว
“ใช่ครับ แต่สวยคนละอย่างกับที่นี่ มองแม่น้ำแล้วมันรู้สึกนิ่งสงบ
ส่วนที่นี่มองแล้วรู้สึกคึกคักมีชีวิตชีวา”
“วิวห้องก็เหมาะกับเจ้าของห้องนะครับ น้องบีบี๋ก็เป็นคน Active คล่องๆ”

“แล้วพี่จีนนิ่งสงบเหมือนแม่น้ำหรือไงคะ”เธอแซวเขา
“ครับ พี่เป็นพวกนิ่งๆ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก”เขายอมรับความจริง
“อ๋อ นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวนะคะ”

จีนหัวเราะหึๆในลำคอ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธอ

บีบี๋ลุกขึ้นไปเปิดดีวีดีหนังที่อยากดู
ส่วนจีนนั้น มองตามเธอไป
พร้อมอดพิจารณาสัดส่วนของสาวที่อยู่เบื้องหน้าเขาไม่ได้
...34- 24- 36...

ด้วยหน้าที่การงาน ทุกอย่างที่เขามองมันมักจะเป็นตัวเลขเสมอๆ

บี บี๋นอนคุดคู้คลุมโปงในผ้าห่มอยู่ข้างๆเขา
ท่าทางเธอจะกลัวมากกับภาพผีดิบอาละวาดที่เห็นอยู่ในจอPlasmaขนาดยักษ์
ภาพที่คมชัดรวมไปกับชุดเครื่องเสียง Home theatre ชั้นดีนั้น
ทำให้เกิดบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัว
จนทำให้แม้แต่จีนเองก็ลุ้นเครียดอยู่เหมือนกัน

“หนังบ้าอะไรเนี่ย ทำไมน่ากลัวขนาดนี้”เธอเขยิบตัวเข้ามาเบียดเขาอีกหน่อย
“น่ากลัวใช้ได้เลย” เขาเอื้อมแขนไปโอบไหล่เธอไว้เพื่อปลอบขวัญ

ทันใดนั้นเอง!!!
ผีดิบหน้าเละเหมือนพิซซ่าใส่หนอนยุบยับ
ก็ดันทะลึ่งโผล่พรวดเข้ามากลางจอแบบไม่ให้ตั้งตัว
เล่นเอาจีนเองสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ

ส่วนบีบี๋นั้นคงไม่ต้องพูดถึง
“ว๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยๆๆๆ”
เสียงเธอกรี๊ดร้องดังลั่นขึ้นมาท่ามกลางความเครียดที่ลุ้นระทึกของทั้งสองคน
บีบี๋พุ่งเข้ามากอดจีนแน่นพลางซุกหัวเข้ามาที่หน้าอก
“ฮือออออๆๆ พี่จีนขา บีบี๋กลัว”


เขาเอง เมื่อคลายความตกใจแล้ว
ก็เอามือลูบผมสีน้ำตาลที่หนานุ่มของเธอเบาๆๆ
“มันไปแล้วครับ ไม่มีอะไรแล้วละ”

จีนรู้สึกหายใจลำบากและอึดอัด ในบรรยากาศแบบนี้

แต่เธอไม่ยอมคลายวงแขนที่กอดเขาแน่น
ทั้งคู่นั่งเบียดกันชิดใกล้
กลิ่นแชมเปญที่ออกจากลมหายใจของทั้งสองผสมกันเป็นหนึ่งเดียว

จีนพยายามที่จะข่มใจไม่ให้อารมณ์เตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้
หมอสั่งห้ามกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือน นี่หว่า.. เขาจำคำสั่งหมอได้ขึ้นใจ
แต่เจ้าจีนน้อยตัวปัญหาเริ่มดันทำงานตามหน้าที่
อาการปวดๆขัดๆเริ่มมาอีกแล้ว

“บีบี๋ช่วยเขยิบตัวออกไปนิดได้ไหมครับ” จีนบอกเธอแผ่วๆ
“ทำไมละคะ พี่จีนไม่ชอบบีบี๋เหรอ”เธอถามเขาด้วยแววตาผิดหวัง
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือๆ”เขาพยายามหาเหตุผลมาอธิบายกับเธอ

“บีบี๋รู้สึกดีกับพี่จีนมากนะคะ”
เธอโอบคอจินดนัยโน้มเข้ามาและค่อยๆเขยิบตัวขึ้นมาทาบตัวเขา
นั้นทำให้น้ำหนักตัวทิ้งมารวมที่จุดสำคัญอย่างพอดิบพอดี

“อุ๊บส์ ”เขาพยายามเก็บอาการปวดเปล่งเสียงออกมาเท่านั้น
แต่บีบี๋กลับเปิดเกมรุกบุกเขามากกว่าเดิม
เอื้อมมือลงต่ำคว้าหมับเข้าที่จุดสำคัญเข้าเต็มที่
หมายจะเผด็จศึกเขาให้ได้ภายในคืนนี้

“โอ๊ยยยยย”จีนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
พลางผลักบีบี๋เต็มแรงด้วยความลืมตัว

… โครมมมมมม ...บีบี๋คนสวยกระเด็นตกโซฟา หล่นไปนอนที่พื้น

จีนตกใจรีบพยุงเธอขึ้นมานั่ง
“บีบี๋พี่ขอโทษๆๆๆ ไม่ได้ตั้งใจครับ ขอโทษจริงๆ”
“เดี๋ยวพี่มานะครับ แป๊บเดียวๆ”

พูดจบเขาก็วิ่งจู๊ดเข้าห้องน้ำไป

ทิ้งให้บีบี๋นั่ง งงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

............continue part 3...................





จีนปิดประตูห้องน้ำดังโครมแล้วรีบถอดกางเกงออก
ให้น้องแฝดเป็นอิสระเร็วที่สุดเผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด
เขาปิดฝาชักโครกแล้วนั่งลงบนนั้น พลางครุ่นคิด

..เอาไงดี..
...อยากก็อยาก...แต่ปวดก็ปวด...
เขาพูดพลางมองน้องแฝดพลาง มันบวมแดงเลยทีเดียว
แช่น้ำอุ่นซะหน่อยคงช่วยให้ดีขึ้นๆ พลางมองเครื่องทำน้ำร้อนที่อยู่ตรงหน้า
...โห ไฮเทคปุ่มเพียบไปหมด จะกดปุ่มน้ำอุ่นถูกไหมเนี่ย ...

เขาค่อยๆทำความเข้าใจกับปุ่มต่างๆตรงหน้า
แล้วตัดสินใจกดปุ่มที่เขียนว่า auto warm
น้ำค่อยๆพุ่งออกมาทันที

เมื่อ น้องแฝดโดนน้ำอุ่นซักพัก อาการปวดเริ่มดีขึ้นบ้าง
จีนเริ่มกำลังใจดีขึ้น ค่อยๆเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดเลือกเบอร์ที่ต้องการ

...ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น
...เสียงพระเทศน์เป็น Calling melody
....กำลังคึกๆ ได้ยินเสียงเทศน์ หมดกันเลย ..จีนบ่นในใจ
ขณะกำลังฟังพระเทศน์ผ่านเสียงรอสายจนใกล้จะบรรลุทางธรรม
เจ้าของเบอร์ก็รับพอดี
“สวัสดีค่ะ”
“คุณหมอครับ ผมจินดนัยนะครับ”
“ขอโทษที่โทรมารบกวนกลางดึกขนาดนี้ แต่มีเรื่องซีเรียสมากๆจะปรึกษาครับ” จีนพูดเสียงเครียด
“อ๋อ คุณจินดนัย คนไข้เมื่อตอนบ่าย”
“พอดีหมอเข้าเวรนะคะคืนนี้ ไม่เป็นไร มีอะไรเหรอคะ”

“มีปัญหาอะไรปรึกษาด่วนขนาดนี้เนี่ย”
คุณหมอคนสวย ตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนๆจะล้อเล่นอยู่ในที
“คืออย่างนี้ครับ ผมจำเป็นต้องใช้งานมัน ไม่ทราบว่าถ้าใช้งานตอนนี้
จะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหนครับ”
.....เปิดอกพูดตรงๆไปแบบนี้ละวะ อ้อมค้อมมากเสียเวลา...
เขากลั้นความอายเอ่ยปากถามคุณหมอ

“เอ่ออ หมอไม่แนะนำเลยนะคะ”
“ผลตรวจปัสสาวะยังไม่ออก ไม่ทราบว่าจะติดเชื้ออะไรหรือเปล่า”คุณหมอตอบ
“ติดเชื้อคงไม่นะครับ ผมไม่เคยไปเที่ยวซุกซนที่ไหน”
จีนแน่ใจ ในความสะอาดของตนเอง
“ไม่ใช่ว่าต้องไปเที่ยวถึงจะติดเชื้อหรอกนะค่ะ
มันมีโอกาสติดได้จากหลายๆสาเหตุ”คุณหมออธิบาย
“ยังไงผมก็ป้องกันอยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหา” จีนเริ่มหาทางออก
“ถึงไม่ติดเชื้อ ก็ยังมีการอาการอักเสบอยู่นะคะ”
“เท่าที่หมอตรวจ ก็อักเสบอยู่ไม่น้อย
ทีนี้จะรอผลตรวจปัสสาวะด้วยมาประกอบการวินิจฉัย”

“รอหน่อยนะคะ อย่าเพิ่งใจร้อน” หมอทำเสียงเหมือนแซว
“คือรอไม่ได้ครับ ต้องทราบเดี๋ยวนี้”
“ผมอยากทราบว่า ถ้าฝืนใช้งานตอนนี้ จะมีผลกระทบอะไรร้ายแรงมากที่สุด”
จีนยืนยันต้องการคำตอบ

คุณหมอเงียบไปพักนึง และเอ่ยคำตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แย่ที่สุดนะคะ คือถ้าอักเสบจากการติดเชื้อรุนแรง”
“แล้วคุณยังไปฝืนใช้งานให้มันกระแทกกระทั้นเป็นเวลานานๆ”
“น่าจะประมาณ สิบห้านาทีได้ไหมคะ ที่จะใช้งานมัน”คุณหมอย้อนถาม
“เอ่ออ..ปกติก็ประมาณๆสิบห้านาที ถึง ครึ่งชั่วโมงนะครับ”
“ถ้าดื่มเหล้าเข้าไปก็จะนานหน่อย บางทีเกือบชั่วโมง”จีนพูดตามตรง

คุณหมอฟังข้อมูลจากคนไข้
“นั่นละคะ ใช้งานมันชั่วโมงนึง ถ้าเป็นอักเสบธรรมดา ก็จะกลายเป็นขั้นรุนแรง”
“และถ้าอักเสบรุนแรงแล้ว แถมมีการติดเชื้อเข้าไปด้วยแล้วละก็”
“อาจเป็นเกิดเป็นหนองขึ้นภายใน ที่จุดใดจุดหนึ่ง”
“พูดตรงๆเลยนะคะ ถ้าคุณจีนต้องการทราบเคสที่แย่ที่สุด”
“เท่าที่เคยมีประวัติการบันทึก ก็คือ ..”
“ตัดทิ้งค่ะคุณจีน ตัดทิ้งทั้งหมด”

...ห่ะ ถึงกะตัดทิ้งทั้งพวงเชียวเรอะ...จีนตกใจในคำตอบที่ได้ยิน
“โอเคครับคุณหมอ ผมไม่ดื้อแล้ว”
“ไม่ใช้ก็ไม่ใช้”

“ขอบคุณมากนะครับที่ให้คำปรึกษา
และขอโทษเป็นอย่างมากที่โทรมารบกวนดึกขนาดนี้”จีนพูดเสียงปลงๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ามีอะไรจะปรึกษาก็โทรมาได้เลยนะคะ”
“สำหรับคุณจินดนัย หมอลักษนาวลัย ยินดีเสมอ”
“แล้วอย่าลืมมาฟังผลตรวจปัสสาวะด้วยนะคะ” คุณหมอกำชับ
“ครับๆ ไม่ลืม แค่นี้นะครับ”พูดจบแล้ว เขากดวางสายไปด้วยความรู้สึกท้อแท้


...ฮิๆ แกล้งคนไข้นี้มันสนุกจริงๆ สมน้ำหน้าอดใช้งานเลย...
...ก็แค่เพิ่มคำขู่ไปอีกหน่อยเอง คงไม่ผิดจรรยาแพทย์หรอกนิ...
....ตอนนี้คงหงุดหงิดน่าดู ....หมอคนสวยหัวเราะขำเมื่อนึกถึง
สีหน้าคนไข้สุดหล่อของเธอ ตอนได้รับคำขู่เอ๋ย คำแนะนำจากแพทย์

จีนเดินคอตกเดินหงอยๆ ออกมาจากห้องน้ำ
มองไปที่โซฟาก็เห็น บีบี๋กำลังหลับอยู่อย่างสบายทีเดียว
...นี่เขาเข้าห้องน้ำไปนานแค่ไหนนะ...
...น่าจะไม่เกินสิบห้านาที...จีนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู
เมื่อเดินมาถึงตัวบีบี๋ เธอคงนอนดิ้นไม่เบา ชุดคลุมถึงหลุดออกจากตัว
เผยให้เห็นชุดนอนบางเบาภายในตัดกับผิวขาวหยวกของเธอ
จีนยืนนิ่งพิจารณารูปร่างของเธอด้วยความเสียดาย

…34-24-36 ..ตัวเลขชุดนั้นย้อนกลับมาในความคิดอีกครั้ง ให้เจ็บใจเล่นๆ
....อดเลย หมดกัน..
...หลับไปซะแล้ว แถมกรนอีกตะหาก...
...แต่ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องหาข้อแก้ตัวมาปฎิเสธ..
เขาขยับเสื้อคลุมของเธอให้มันปิดไว้เหมือนเดิม
เสร็จแล้วกดรีโมทปิดทีวี

“Goodnight ครับ บีบี๋”
เขาส่ายหัว เซ็งในโชคชะตาของตนเองในคืนนี้

แล้วเดินออกจากห้องเธอมาอย่างเงียบๆ

…………………..

Have I told you lately that I love you?
Have I told you lately that I need you?
เสียงโทรศัพท์ดังปลุกเขาขึ้นมาในตอนเช้า
จีนงัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยด้วยอารมณ์ค้างจากเมื่อคืน
…กี่โมงแล้วเนี่ย..หรี่ตามองผ่านผ้าม่านที่มีแสงแดดสาดส่องเข้ามา
แล้วมองปราดไปที่นาฬิกาปลายเตียง
...สิบโมงแล้วเหรอ หลับไม่รู้เรื่องเลย

...เสียงโทรศัพท์ยังดังไม่หยุด ...
..คุณหมอโทรมา...มีอะไรหรือเปล่านะ..
เมื่อมองเห็นชื่อที่โทรมา
เขาเริ่มเป็นกังวล

“สวัสดีครับ คุณหมอ”จีนปรับอารมณ์พูดกับคุณหมอด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“สวัสดีค่า คุณจินดนัย” เสียงคุณหมอสดใสเหมือนเคย
“พอดีได้รับข้อมูลนี้มาจากข่าวสารการแพทย์นะคะ
คิดว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับอาการของคุณ”

“มีอะไรร้ายแรงหรือเปล่าครับ”จีนถามด้วยความไม่สบายใจ
“ไม่ต้องทำเสียงซีเรียสขนาดนั้นหรอกค่ะ ข่าวดีๆ”
คุณหมอเริ่มทำเสียงล้อเล่นอีกแล้ว

“ข้อมูลที่ได้รับแจ้งมาคือ มีชั้นในชายยี่ห้อหนึ่งที่ดังมากๆในอิตาลี
กำลังถูกลูกค้าฟ้องร้อง”
“เนื่องจากลูกค้าทีซื้อชั้นในยี่ห้อนี้ไปใส่
เกิดอาการอักเสบที่เดียวกับคุณจีนทุกคน”
“จากการนำตัวอย่างสินค้าไปตรวจสอบว่ามีอะไรปัญหาจริงหรือไม่”
“ก็พบต้นเหตุของปัญหาคือ
มีการนำเอาแพทเทิร์นของชั้นในสตรีไปตัดเย็บให้กับบุรุษ”
“ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว”

“เมื่อวานหมอเหลือบเห็นคุณจีนใส่ยี่ห้อเหมือนกัน น่าจะเกิดจากสาเหตุเดียวกัน”
“อย่าใส่อีกนะคะ ลองดูเลิกใส่ไปเลย ว่าจะหายอาการปวดไหม”

“แล้วๆ เมื่อคืน ใช้งานมันหรือเปล่าคะ”คุณหมอถาม
“ก็ถึงขนาดต้องตัดทิ้งใครจะกล้าละครับ คุณหมอ”
จีนตอบด้วยน้ำเสียงเซ็งสุดๆ เมื่อรู้ถึงสาเหตุอาการป่วยของเขา

....จะฟ้องไอ้บริษัทนี้อีกคนดีไหมเนี่ย ....จีนคิดในใจด้วยความแค้น

..........The end...........................




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2552    
Last Update : 28 สิงหาคม 2552 17:03:51 น.
Counter : 681 Pageviews.  

Valentine's Day :: บางที อาจคือเธอ



ประมาณหก โมงเย็น
ฟ้าครึ้มๆทำท่าเหมือนฝนจะตก
จีนขับรถออกจากที่ทำงานด้วยความเหนื่อยอ่อน
แต่ยังโชคดีที่วันนี้งานเสร็จเร็ว

...จำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่ได้กลับบ้านก่อนสองทุ่ม คือเมื่อไหร่…
รถบนถนนติดหนึบ จีนไม่ค่อยคุ้นกับการจราจรคับคั่งขนาดนี้

บางที เลิกงานดึกๆมันก็ไม่เลวนักหรอก
อย่าง น้อยก็ไม่ต้องมาเสียเวลาบนถนนนานๆไปแบบเปล่าประโยชน์

ระหว่างนั่งเบื่อๆอยู่ในรถ จีนเริ่มหาอะไรแก้เซ็งทำด้วยการมองโน่น มองนี่
สังเกตเห็นว่า รถเกือบทุกคันต่างก็มี ชายหนุ่ม หญิงสาว อยู่ด้วยกันเป็นคู่ๆ
กำลังหัวเราะต่อกระซิก ไม่ก็ป้อนขนมป้อนน้ำกันอย่างมีความสุข

ดู จนเบื่อ เลยละสายตา มาสนใจร้านค้าริมทางบ้าง
ซึ่งปกติ ได้แต่ขับรถผ่านไปเฉยๆ

ร้านดอกไม้ดูคึกคักดีจัง มีลูกค้าแน่น
ขณะที่จีนกำลังมองอะไรเพลินๆ

ก๊อกๆๆ.... เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้น


ทำเอาจีน สะดุ้งตกใจ หันไปมองที่ต้นเสียง
มีเด็กผุ้หญิงตัวเล็กๆใส่ชุดนักเรียน
อายุไม่น่าเกินสิบขวบ ยิ้มให้
พร้อมยก ดอกกุหลาบดอกเล็กๆกำนึงในมือให้ดู

...เด็กขายพวงมาลัย วันนี้ เปลี่ยนเป็นเด็กขายดอกกุหลาบแทนแล้วหรือไง..

จีนแกล้งพูดกับเด็กน้อยว่า
“ พี่จะซื้อพวงมาลัยมะลิ น้องไม่มีขายเหรอครับ”

เด็กคนนั้นมองหน้าจีน แบบไม่แน่ใจว่าเขาไม่รู้จริงๆหรือแกล้งเธอกันแน่
“พี่คะ วันวาเลนไทน์ ไม่มีใครขายพวงมาลัยหรอกค่ะ มันไม่ได้ราคา”
เธอตอบ

.. วันวาเลนไทน์เหรอนี่..
มิน่า ร้านดอกไม้ลูกค้าถึงเยอะแยะแบบนั้น
ทำงานจนลืมวันลืมคืน

แต่อย่างว่าสำหรับเขา ไม่ว่าวันไหนคงไม่ต่างกัน

จีนมองตรงไปที่ถนนข้างหน้า ยังไม่มีวี่แวว รถจะขยับได้เลย
ตอนนี้มีเพียงแม่หนูขายดอกไม้คนนี้เท่านั้น ที่พอจะเป็นเพื่อนคุยแก้เซ็งได้

“แล้วน้องขายดอกละเท่าไหร่ล่ะครับ ”
ดอกกุหลาบบางดอกก็เริ่มช้ำแล้ว น้องคนนี้คงมาเดินขายอยู่นาน


“ดอกละห้า สิบบาทค่ะ ดอกกุหลาบวาเลนไทน์ “
เด็กมองหน้าเขาแล้วพูดอย่างมีความหวังว่าจะขายได้เพิ่มได้อีกสักดอก

ตกลงเจ้าดอกกุหลาบนี้มันพันธุ์วาเลนไทน์หรืออย่างไร มันถึงแพงนัก
ดอกเล็กนิดเดียว คิดดอกละตั้งห้าสิบบาท


ปกติกุหลาบขนาดเท่านี้ทั้งกำ ที่ปากคลองตลาดไม่ถึงห้าสิบบาท.. จีนขำๆในใจ

“พี่ขา อุดหนุนหนูหน่อยซิคะ หนูขายทั้งวันเพิ่งได้ไม่กี่ดอก”
เด็กหญิงมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน

จีนมองหน้าหนูน้อยอย่างรู้สึกเห็นใจ
ตัวเล็กแค่นี้ต้องออกมาตะลอนๆตามท้องถนนช่วยพ่อแม่ทำมาหากินแล้ว

“พี่ซื้อหนูดอกนึงละกัน” เขาพูดกับเด็กคนนั้น พลางยื่นแบงค์ห้าร้อยให้
เด็กมองแบงค์ในมือจีน แล้วพูดว่า
“ พี่ค่ะ หนูไม่มีทอนหรอก ”
จีนมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู “เอาไปเถอะ ไม่ต้องทอน พี่ให้หนู”
“เย็น มากแล้ว อีกเดี๋ยวฝนก็คงตก กลับบ้านได้แล้วนะเรา” เขาพูดต่อ

จีนรู้สึกว่าห้าร้อยบาทที่ให้เด็กไปมันคงมีความหมายกับเธอมากกว่า
ห้าร้อยบาทที่ร้านขายดอกไม้หรูๆจะรุ้สึกกับมันเป็นแน่

“ไม่ได้หรอกค่ะ หนูรับเงินของพี่ไม่ได้” เด็กน้อยพูดด้วยเสียงจริงจัง



*********************************




“พี่รอหนูก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวหนูวิ่งไปหาเงินทอนมาให้ นะคะๆ”
เธอคงลืมไปว่า ถึงอย่างไร รถติดแบบนี้
ถึงไม่รอเธอ เขาก็คงไปไหนไม่ได้อยู่ดี

“งั้น พี่เหมาหนูทั้งหมดเนี่ย ห้าร้อยพอไหมล่ะ”

สาวน้อยทำท่าลังเล เอานิ้วมือเล็กๆนับดอกไม้ในมือเธออย่างน่าเอ็นดู
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ....สิบสอง”
เสียงเธอนับดอกไม้ดังฟังชัด ทำให้จีนรุ้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
ท่ามกลางความน่าหงุดหงิดกับการจราจรตอนนี้

“ทั้งหมดสิบสองดอก สิบสองดอกมันทั้งหมดกี่บาทคะ”

คำถามซื่อๆแบบนี้ ทำให้จีนอดหัวเราะออกมาดังๆไม่ได้
“หนูนับเลขเป็น แต่ยังคิดไม่เป็นค่ะ พี่ช่วยคิดหน่อยซิคะ ว่าทั้งหมดเท่าไหร่”


“ดอกละห้าสิบ สิบสองดอก ทั้งหมด หกร้อยบาทครับ”
จีนคิดค่าดอกไม้ให้เธอตามจริง
“แต่พี่มีแค่ห้าร้อยบาทนะ หรือ หนูจะให้พี่แค่สิบดอกก็ได้ ห้าร้อยพอดีเลย”
เขาพูดกับเธอ
หนูน้อยกุหลาบแดง ทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า
“ อีกสองดอกหนู แถมให้พี่ใจดีแล้วกันค่ะ”


เขารับดอกกุหลาบไว้แล้ววางมันไว้ที่เบาะข้างๆคนขับ
รถเริ่มเคลื่อนตัวพอดี
“ พี่ไปแล้วนะ เป็นเด็กดีตั้งใจเรียน ไว้พี่จะผ่านมาคุยด้วยอีก”
เด็กน้อยตะโกนตามหลังมาได้ยินชัดว่า
“ ขอให้มีความสุขกับวันแห่งความรักนะค๊า พี่ใจดี ”

เพียง แค่นี้ จีนก็อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่รู้ผลบุญที่เขาช่วยซื้อดอกไม้หรือเปล่า
หลังจากหลุดไฟแดงนั้นมาได้ถนนก็โล่งแบบไม่น่าเชื่อ
เขาเริ่มเหยียบคันเร่ง เมื่อเหลือบมองไปที่รอบวัดความเร็วของรถ
เข็มมันแตะที่เลข 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นครั้งแรกของเย็นวันนี้


เขายังรู้สึกเพลินกับการมองโน่นมองนี่ข้างทาง
ฝนเริ่มตกปรอยๆลงมาแล้ว เขาชะลอความเร็วลงนิดหน่อย
ดูบรรยากาศริมถนนไปเรื่อยๆด้วยความสบายอารมณ์

ฝนเริ่มตกหนัก ขึ้นเป็นเม็ดหนา
รถเก๋งคันโก้สีดำเงาวับ เปิดไฟหน้าวิ่งฝ่าสายฝนไปด้วยความสง่างาม
ตามราคาหลักล้านของมัน

อีก ไม่น่าเกินสิบนาทีก็จะถึงคอนโดเขาแล้ว
หมดไปอีกวันหนึ่งเพื่อจะเริ่มวันใหม่ ชีวิตแต่ละวันก็เป็นแบบนี้
เลิกงานวันนี้เพื่อที่จะทำงานต่อในวันพรุ่งนี้

แต่อย่างไรก็ดี คอนโดหรูสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม
และรถบีเอ็มดับบลิว ซีรีย์ห้าป้ายแดง ที่เป็นของขวัญให้ตัวเอง
มันก็คงไม่เลวนักหรอก

ขณะ ที่ขับรถท่ามกลางสายฝนและลมค่อนข้างแรงนั้นเอง
เขาสังเกตเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง
กำลังรอเรียกแท็กซี่อยู่ข้างหน้าศูนย์บริการของรถยนต์ยุโรปยี่ห้อหนึ่ง
ห่างออกไปประมาณ ห้าสิบเมตร

รูปร่างและหน้าตาเธอดูคุ้นเป็นอย่างมาก
เขาค่อยๆลดความเร็วลงเพื่อจะได้มองเธอถนัดๆ
ยิ่งใกล้ยิ่งคุ้นตา ...เคยเห็นเธอที่ไหนนะ ไม่นานนี่เอง คุ้นมากๆๆ

...จีนหงุดหงิดที่นึกไม่ออกว่าเคยเจอเธอที่ไหน

เธอคนนั้น ในตอนนี้อยุ่ในชุดสูททำงานเปียกปอนไปหมด
ที่แขนสะพายกระเป๋าใบโตอยู่
ส่วนในมือก็ถือแลบท็อปอีกเครื่อง

นี่ยังไม่รวมแฟ้มขนาดใหญ่และช่อดอกไม้สวยๆอีกสองสามช่อ

“จะย้ายบ้านไปไหนเนี่ย ”จีนเผลอพูดออกมา
เขา เริ่มนึกออกแล้วว่าเคยเจอเธอที่ไหน
คงประมาณวันศุกร์ที่ผ่านมา
กลุ่มของจีนนัดกินข้าวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวๆสุขุมวิท
เพื่อนผู้หญิงในกลุ่มที่ชื่อ กิ๊ก พาเธอคนนี้มาร่วมโต๊ะด้วยด้วย
และแนะนำให้เพื่อนๆในกลุ่มรู้จัก
“ นี่ เพลิน ค่ะ เพื่อนกิ๊กเอง ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ”

กิ๊กหมายถึง Park Hills Hotel โรงแรมห้าดาวสุดหรูใจกลางกรุงเทพ
แค่นั้นเองที่จีนได้รุ้จักกับเธอในคืนนั้น
เพราะเธอกับเขานั่งอยุ่กันคนละฝั่งโต๊ะไม่สะดวกที่จะคุยกัน
อย่างไรก็ดีถ้าเพลินไม่ดูดีและเก๋สะดุดตาขนาดนั้น
เขาก็คงอาจจะจำเธอไม่ได้

ไหนๆ ก็รู้จักกันแล้ว แถมเป็นเพื่อนของเพื่อนสนิทอีก
จีนเลยตัดสินใจขับรถเข้าไปเทียบที่เธอยืนหลบฝนอยุ่
“สวัสดีครับ เพลิน จะไปไหนเหรอครับ”
เขากดกระจกลงแล้วถามตะโกนถามเธอฝ่าสายฝน

เพลิน ตกใจอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนว่าจะมีคนจอดรถมาทักทายเช่นนี้
เธอจ้องหน้าเขาอยุ่ครู่หนึ่ง
เพราะฝนตกหนักขนาดนี้ก็คงเห็นอะไรไม่ชัดนัก แต่ในที่สุดเธอก็ยิ้มให้

“อ๋อนึกว่าใคร คุณจีน นี่เอง” เธอตะโกนตอบกลับมา
“เพลิน จะกลับบ้านค่ะ แย่จริงฝนมาตกวันที่รถเสียซะด้วย
หาแท็กซี่ก็ย๊ากยาก ผ่านกี่คันๆก็มีผู้โดยสาร”
เธอทำหน้าเซ็งๆ พลางเอามือปาดน้ำฝนที่สาดกระเซ็นมาโดนหน้า

“ ปกติตอนเย็นๆแบบนี้ ก็หาแท็กซี่ยากอยู่แล้วละครับ
ยิ่งฝนตกด้วย ไม่ต้องพูดถึง ”
“ จะไปไหนล่ะครับ ” จีนถามแสดงความมีน้ำใจ
“ไปแถวๆเซ็นทรัลบางนาค่ะ” เธอตอบ
...โห บางนา ไกลแบบนี้ ต่อให้แท็กซี่คันที่ว่างๆ บางทียังไม่ไปเลย ...จีนคิด

เมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมัวซัว และสภาพของเพลินในตอนนี้
ทำให้อดสงสารไม่ได้
“ ผมไปส่งให้ดีกว่า ไม่งั้นคงอีกนานกว่าจะเรียกแท็กซี่ได้”
จีนตัดสินใจชวนเธอขึ้นรถ

“ ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ บ้านเพลินไกล” เธอส่ายหัว ไม่ยอมรับคำชวน
“ ขึ้นมาเหอะคุณเพลิน ฟ้ามืดแล้ว ฝนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดง่ายๆ
ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก ”

“ เพื่อนของกิ๊ก ก็เหมือนเพื่อนผมแหล่ะ
ขืนรอตรงนี้ อีกชั่วโมงนึงผมยังคิดว่า จ้างแท็กซี่ไม่ได้ ”
จีนตัดบทด้วยการเอื้อมมือไปหยิบร่มที่วางอยู่เบาะหลัง
แล้วเปิดประตูออก เดินฝ่าสายฝนออกไปรับเธอ

เพลินมองชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาว ร่างสูงใหญ่เดินกางร่มมาหาเธอ
แล้วรู้สึกเกรงใจปนเขินๆคงไม่ผิดนัก

“มาครับ ผมช่วยดีกว่า” จีนเอามือแตะไปที่ แลบท็อป
และแฟ้มเอกสารอันใหญ่ที่เพลินกอดเอาไว้แน่น

เธอมองหน้าเขา พลางคลายอ้อมกอดของตัวเองออก
ปล่อยให้จีนเอาของๆเธอไปถือแทน

“ขอบคุณค่ะ” เพลินพูดขอบคุณเบาๆ พลางก้มหน้านิดหน่อย
เมือเปิดประตูก้าวมาจะนั่งในรถ
เพลินมองเห็นดอกกุหลาบช่อหนึ่ง วางอยู่เบาะ
เธอจึงหยิบมันขึ้น แล้วเอามารวมกับช่อดอกไม้ที่เธอถืออยู่

“เอาดอกไม้ไว้เบาะหลังดีไหมครับ จะได้นั่งสบายๆ ”
จีนหันมาบอกเพลิน ก่อนจะขับรถออกไป

เมื่อเข้ามาอยู่ในรถแล้ว ทั้งสองเริ่มรู้สึกอึดอัดแปลกๆ
ต่างก็ไม่รู้จะชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องอะไร

ก็เป็นจีนที่เริ่มชวนคุยก่อน
“ รถเป็นอะไรเสียเหรอครับ แล้วทำไมเอามาเข้าศูนย์ที่นี่
ทำงานอยู่แถวๆสุขุมวิทไม่ใช่เหรอ”


*********************************



“พอดีวันนี้ต้องมาหาลูกค้าแถวนี้น่ะค่ะ แล้วรถดันมาเสียพอดี ”

“แล้วรถมันเป็นอะไรเสียละครับ ”
เขาสนใจถามต่อ

“เอ่ออ อยู่ดีๆมันก็สตาร์ทไม่ติด ”
เธอตอบ หลังจากที่ใช้สายตามองโน่นมองนี่ไปทั่วๆรถของจีน

ตามประสานิสัยผู้หญิง


“รถก็ยังใหม่ๆอยู่ ไม่นึกว่าจะเสียง่ายแบบนี้ ” เธอบ่นๆ

จีนไม่อยากซักไซ้ต่อ เดี๋ยวเธอจะหงุดหงิดเสียเปล่าๆ
ตัวเปียกเสื้อผ้าเปื้อนก็คงทำให้เซ็งอารมณ์มากพอแล้วสำหรับวันนี้


“จะต้องรีบไปไหนหรือเปล่าครับ จะได้ขับเร็วกว่านี้” จีนหันมาถามเธอ

ภาพที่เขาเห็น เป็นสาวผมยาวเคลียไหล่
หน้าตาสวยคมแบบไทยแท้ ผิวสีน้ำผึ้งอ่อนๆ รวมกับจมูกโด่งแหลม
ตาที่กลมโต คิ้วเข้มๆและขนตาที่งอนยาวของเธอแล้ว
เขาคิดว่าดอกไม้แค่สองสามช่อในมือของเธอเมื่อสักครู่มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ


“ไม่ต้องขับเร็วหรอกค่ะ ฝนตกถนนลื่น อันตราย”
เธอไม่ค่อยกล้าหันไปมองหน้าเขาเท่าไหร่ จึงหันหน้าออกไปทางกระจก

“ แล้วคนที่ส่งดอกไม้มาให้ ไม่มารับเหรอครับ ถึงต้องกลับแท็กซี่ ”
“ ได้ดอกไม้ตั้งหลายช่อ สวยๆทั้งนั้น ดีนะครับ มีคนมารักเยอะๆ ”
เขาแซวเธอเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น


“แล้วคุณจีนล่ะคะ วันนี้วันวาเลนไทน์นะ ทำไมไม่มีนัด ”
เธอถามเขากลับ
“ ก็ไม่มีนัดนี่ครับ จะให้ไปไหน นอกจากกลับบ้าน ”
เขาพูดตรงๆแบบไม่ได้คิดอะไร

ผู้ชายที่ดูดีขนาดนี้ ไม่มีนัดกับสาวคนไหนวันวาเลนไทน์เนี่ยนะ
...เธอจะเชื่อเขาดีไหม

เขาเริ่มหิว เพราะทั้งวันได้กินแค่กาแฟไม่กี่แก้ว
กับขนมปังกรอบสองสามชิ้นที่เลขาเอามาเสิร์ฟตอนคุยกับลูกค้าเท่านั้น
ตอนนี้ก็ทุ่มกว่าแล้ว
“แถวนี้มีอะไรอร่อยบ้างครับ คุณเพลิน”

“แถวนี้เหรอคะ ไม่มีหรอก ถ้าจะเอาอร่อยๆ
ขับไปถึงใกล้ๆบ้านเพลินซิคะ มีราดหน้าเสวย เจ้านึงอร่อยมากๆ”
เพลินพูดแบบภูมิใจนำเสนอ


“ราดหน้าเสวยเหรอ โอ้โหชื่อดูดีจัง ใส่อะไรบ้างครับเนี่ย ”
เขาเริ่มสนใจ ร้านที่เธอแนะนำ

“เอาอย่างนี้ดีกว่า เครื่องเยอะจนมองไม่เห็นเส้นก๋วยเตี๋ยวเลยล่ะคะ”
เธอตอบแบบขี้เกียจจะนึก

“โอเคครับ เอาร้านนี้แหล่ะ” เขาตัดสินใจแบบไม่ต้องคิดมาก

เกือบๆสองทุ่ม จีนก็ขับมาถึงปากซอยบ้านของเธอ
“เดี๋ยวเลี้ยวเข้าซอยไปแล้ว ชะลอรถหน่อยนะคะ
ร้านอยู่ตรงซ้ายมือ เก่าๆหน่อย”เธอพูด

จีนมองเห็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้า
ร้านดูเก่าๆโทรมๆ มีอาแป๊ะคนหนึ่งกำลังง่วนกับการผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวอยุ่
อย่างขะมักเขม้น ควันโขมงไปทั่ว มีลูกค้ารอก๋วยเตี๋ยวอยุ่สองสามคน

“ทุกทีคนแน่นมากๆเลยนะคะ สั่งทีต้องรอเกือบชั่วโมง”
“สงสัยมันดึกแล้ว ฝนตกอีกต่างหาก คนเลยน้อย โชคดีจัง”



“อาแป๊ะ ผมขอก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ครับ ใส่ถุงกลับบ้าน”
จีนพูดกับคนขายก๋วยเตี๋ยว

“ได้ๆๆ รอเดี๋ยวน่ะ อาตี๋”
อาแป๊ะตอบโดยไม่ได้มองหน้าจีนด้วยซ้ำ


“ไม่ทานที่ร้านเลยล่ะค่ะ ใส่ถุงกลับบ้านจะอร่อยเหรอ
ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าต้องทานตอนร้อนๆ”
“กว่าจะถึงบ้าน เข้าไมโครเวฟก็ไม่อร่อยเหมือนทานที่นี่หรอก”


“ แล้วเพลินจะทานด้วยหรือเปล่า จะได้ทานด้วยกันเลย”
จีนชวนเธอ
“ เอาซิคะ ทานด้วยกันดีกว่า เพลินก็หิวเหมือนกัน ”
“ อาแป๊ะขา ขอราดหน้าเสวยสองจานนะคะ ทานที่นี่”


ไม่ นานนัก ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเสวยที่เพลินชวนชิม
ก็ถูกลูกชายอาแป๊ะยกมาให้
ควันร้อนๆจากก๋วยเตี๋ยวลอยส่งกลิ่นหอมกรุ่นมาแต่ไกลเลยทีเดียว

“น่าทานจัง” จีนมองก๋วยเตี๋ยวที่วางอยุ่ตรงหน้าเขา ใส่เครื่องเยอะแยะ
อะไรต่อมิอะไรต่างๆอีกมากมาย มองแทบไม่เห็นเส้นที่อยุ่ข้างล่างจริงๆ

ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างตั้งตาตั้งตากินอย่างเอร็ดอร่อย
ไม่พูดจากันเลยด้วยความหิว


ลูกชายอาแป๊ะยกน้ำชาใส่น้ำแข็งในแก้วเก่าๆมาวางให้ แล้วเดินจากไป

ท่ามกลางร้านเก่าๆที่อบอวลไปด้วยควันไฟจากการผัดก๋วยเตี๋ยว
จีนรุ้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

.....
.......
..........

“ถึงแล้วค่ะ บ้านเพลิน”
“ขอบคุณ มากๆเลยนะคะในวันนี้ ไม่เจอจีนสงสัยป่านนี้ยังไม่ถึงบ้านแน่ๆ”


“ไม่ เป็นไรหรอกครับ ไว้มีโอกาสคงได้เจอกันอีกนะครับ”

เพลินแพร ยืนมองตามรถของจีนแล่นออกจากบ้านไปจนลับตา
ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก


เมื่อถึงห้องนอน
เธอวางข้าวของทั้งหมดลงบนเตียงที่แสนนุ่ม
และทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน

“เฮ้อ อออ คิดถึงเตียงนอนมากเลยวันนี้ เหนื่อยสุดๆ”
เธอบ่นออกมาดังๆ พลางเอียงตัวมามองสิ่งของที่วางกองอยู่บนเตียง

กระเป๋าสะพายใบโตของเธอ แลบท็อป แฟ้มหนึ่งอัน
ช่อดอกไม้อีก... สี่ช่อ

“อุ๋ยยยตายแล้ววว แย่จัง ดันหอบเอาดอกไม้ของจีนติดมือมาด้วยได้ไงเนี่ย
เค้าไม่ได้ให้เราซักกะหน่อย”
เพลินอุทานออกมาด้วยความตกใจ

เธอเอื้อมมือไปหยิบดอกกุหลาบที่สวยบ้างช้ำบ้าง
ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ขึ้นมาพิจารณาด้วยความแปลกใจ
“ สาวไหนให้มาเนี่ย ไม่ลงทุนเล้ยยย ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ ”
“ หรือเค้าจะซื้อไปให้สาวที่ไหนหรือเปล่า ”
เธอตั้งข้อสงสัยไปเรื่อยเปื่อย


เพลินแพร บรรจงแกะกุหลาบออกจากกระดาษหนังสือพิมพ์อย่างระมัดระวัง พลางหยิบแจกันใบสวยออกมา
เติมน้ำเข้าไปพอสมควรแล้วใส่เจ้าดอกกุหลาบทั้งหมดนั้นลงในแจกัน
“ค่อยยังชั่วหน่อย สวยขึ้นอีกจมเลย”
เธอยิ้มให้ดอกกุหลาบ...หรือคิดถึงเจ้าของมันก็ไม่รู้

“ปักไว้แบบนี้ก่อนแล้วกัน จะได้อยู่อีกนานๆ”
แล้วสาวสวยก็เดินตัวปลิวเข้าไปอาบน้ำอย่างสบายใจ

......
.........
.............

อีกเกือบครึ่งชั่วโมง จีนก็ขับรถมาถึงคอนโดของเขาจนได้
เมือจอดรถเสร็จ จีนก็เหลือบตาไปที่เบาะหลัง
มองหากุหลาบที่ซื้อมาจากเด็กน้อยคนนั้น
“อ่าววว กุหลาบหายไปไหนแล้วเนี่ย ”


ติ๊ดด ติ๊ดดด ติ๊ดดดด เสียงโทรศัพท์เขาดังขึ้น

...ใครโทรมานะ ดึกป่านนี้แล้ว หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องงาน...
เขาบ่นพึมพำออกมา

จีนตัดสินใจกดรับสาย “ สวัสดีครับ ”
“จีนหรือเปล่าคะ นี่เพลินเองนะคะ”
เจ้าของเสียงเอ่ยชื่อตัวเองออกมา

“ คือ คือดอกกุหลาบคุณจีน อยู่กับเพลินนะคะ”
“พอ ดีเผลอหยิบติดมือมาด้วย ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้
จะให้เพลินเอาไปคืนให้ที่ไหนดีคะ”

“ไม่ต้องเอามาคืนหรอกครับ ผมไม่ได้ซื้อให้ใคร”
“ดอกกุหลาบอยู่กับคุณน่ะดีแล้ว คงเหมาะสมกว่าอยู่ที่บ้านผมเยอะ”
“ ขอให้มีความสุขและมีความรักดีๆนะครับ
"Happy Valentine’s Day ครับ”

“..เอ่ออ...คะ” เพลินรวบรวมคำพูดออกมาได้แค่นั้น
“ Happy Valentine’s Day เช่นกันค่ะ"


.................... The End ........................




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2552    
Last Update : 14 สิงหาคม 2552 14:00:24 น.
Counter : 264 Pageviews.  

สายหลุด สุดsad // Mobile Love //




”สวัสดีครับ พี่จีน”
ขณะที่เขาก้าวเดินเข้าไปในร้านขายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง
ก็ได้ยินเสียงทักทายสดใสพร้อมยกมือไหว้อย่างนอบน้อมของ ไอ้หนุ่ย
เพื่อนรุ่นน้อง ที่เป็นเจ้าของร้านดังขึ้น

“หวัดดีครับๆ” จีนยกมือรับไหว้พร้อมยิ้มกว้าง เมื่อเห็นหน้าไอ้หนุ่ย
ที่ช่วงหลังๆนี้ไม่ได้เจอหน้าเจอตากันมาหลายเดือน
หนุ่ยทำหน้าที่เจ้าของร้านที่ดีรีบลุกออกมาจากโต๊ะเพื่อต้อนรับลูกค้าทันที

“สบายดีมั๊ยครับพี่ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”
หนุ่ยสอบถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาคนคุ้นเคย

“สบายดีว่ะ ว่าแต่เอ็งเหอะ หายหัวไปเลย”
“เพื่อนๆเขานัดอะไรกัน ไม่เคยโผล่มา” จีนพูดกับมัน
“แหมพี่ ขอโทษจริงๆ ตอนนี้ร้านมันยุ่งๆ เด็กที่ร้านก็ไม่พอ แถมชอบลาหยุดบ่อยๆ”หนุ่ยยิ้มเจื่อนๆแบบไม่ขอแก้ตัว

“เออๆ เข้าใจ เป็นเจ้าของกิจการก็แบบนี้ล่ะ”
“เห็นเอ็งก็ขยันเปิดสาขาเรื่อยเลยนี่หว่า ร้านนี้สาขาที่สามแล้วใช่ไหม”
จีนถามพลางมองมือถือที่โชว์อยู่รอบๆร้านเต็มไปหมด

“ครับพี่ ปลายปีนี้ผมว่าจะเปิดอีกร้านนึงที่ฟิวเจอร์ ปาร์ค”
“เห็นพี่จีนโทรมาบอกอยากจะเทิร์นมือถืออันเก่า”
“อันนี้หรือเปล่าครับ”หนุ่ยพูดพลาง เหลือบมองมือถือที่อยู่ในมือจีน
เขาพยักหน้าและเอามือถือวางบนตู้โชว์สินค้า

“อันนี้ละที่อยากจะเทิร์น หนุ่ยให้พี่เท่าไหร่”
เจ้าหนุ่ยหยิบมือถือขึ้นไปพลิกๆดูสภาพเพื่อตีราคา
“ทำไมถึงอยากเปลี่ยนละครับ” หนุ่ยเงยหน้าขึ้นมาถาม
“อันเก่ามันทำอะไรไม่ค่อยได้ เลยอยากเปลี่ยนรุ่นที่มันฉลาดๆใส่โปรแกรมคำนวนได้เยอะๆ”
ตอบเสร็จสายตาของจีนก็ไปปะทะกับมือถืออันหนึ่งที่วางโชว์อยู่
ทั้งรูปร่างและดีไซน์ถูกใจเขาเป็นอย่างมาก

“อันนี้เป็นไงหนุ่ย” เขาเอานิ้วจิ้มไปตรงที่มือถืออันนั้นโชว์อยู่
หนุ่ยหันมามองมือถือที่จีนสนใจ
“รุ่นนี้โอเคเลยพี่ เพิ่งออกได้เดือนกว่าๆเอง ที่เมืองนอกฮิตกันมาก”

“เท่าไหร่วะ”
จีนถามด้วยความสนใจในขณะทีสายตายังไม่ละไปจากมือถืออันนั้น
“พี่เล่นรุ่นใหม่มันยังแพงอยู่นะ ตัวนี้หมื่นแปด”
เจ้าหนุ่ยเดินไปเปิดตู้โชว์หยิบมือถือออกมาให้ดู

จีนหยิบมือถือมาดู และกดสวิทซ์เปิดเพื่อทดสอบการทำงานของมัน
เขากดโน่นกดนี่ดูความรวดเร็วในการตอบสนองคำสั่งต่างๆ
อื่มม เจ้าเครื่องนี้เจ๋งใช้ได้ ติดแต่ราคาสูงไปหน่อย ...

“พี่จีน ซีเรียสต้องเป็นของใหม่หรือเปล่า เพราะพอดี..”
เจ้าหนุ่ยพูดแล้วค้างไว้ เหมือนจะให้จีนสนใจถามต่อ
“พอดีอะไรเหรอ” จีนเอ่ยปากถามขณะยังเพลินกับการทดสอบมือถืออันนั้น
“เมื่อวาน มีลูกค้าคนนึง เค้าเอารุ่นนี้มาเทิร์นเปลี่ยนเป็นรุ่นที่มันใช้ง่ายกว่านี้น่ะ”
“เค้าเคยใช้แต่รุ่นเบสิคๆ มาเล่นรุ่นนี้มันเลยคิดว่ามันใช้ยาก”หนุ่ยอธิบายต่อ
“เอ่า แล้วตอนซื้อไม่ได้ลองก่อนหรือไง ของตั้งเกือบสองหมื่น”จีนย้อนถามด้วยความสงสัย
“เห็นเค้าบอกว่า ได้เป็นของขวัญมาน่ะพี่ ไม่ได้ซื้อเอง”
“จะ ดูไหมพี่ ใหม่เอี่ยมพลาสติกยังไม่แกะเลย”
ไม่ต้องรอจีนตอบ มันรีบเปิดอีกตู้หยิบกล่องๆหนึ่งออกมา
แล้วรีบเปิดกล่องหยิบมือถืออันที่พูดถึงยื่นให้จีนทันที

สภาพใหม่เอี่ยมที่เห็นภายนอก ทำให้จีนรุ้สึกสนใจเป็นอย่างมาก
“เครื่องนี้เท่าไหร่วะ แล้วมีรับประกันหรือเปล่า”
เขาเริ่มเปิดเครื่องทดลองใช้งานมันทันที
“เครื่องนี้ หมื่นสอง กำไรพันเดียวจริงๆ มีรับประกันพร้อม
ใบเสร็จยังมีเลย เพิ่งซื้อจากเมืองนอกมาไม่ถึงสองอาทิตย์”
มันหยิบใบเสร็จที่พับๆอยู่ในกล่องให้จีนดู

“ถ้าพี่สนใจนะ เดี๋ยวผมอัพเกรดซอฟแวร์ เฟิร์มแวร์ให้ครบเลย จะเอาโปรแกรมอะไรบ้าง เดี๋ยวหนุ่ยจัดให้”
“รุ่นนี้มัน รับประกันทั่วโลก ซื้อที่ไหนรับประกันเหมือนกันหมด แถม หนุ่ยการันตีให้อีก เดือนนึง”
“อะไรของเอ็ง หนุ่ยการันตี”จีนได้ยินแล้วรุ้สึกขำๆ
“หนุ่ยการันตีเหรอพี่ ถ้าพี่จีนซื้อไปแล้วไม่พอใจ ให้มาเปลี่ยนรุ่นอื่นได้ไม่หักเงิน ภายในหนึ่งเดือนเลย”
“แน่นะไอ้หนุ่ย ถ้าซื้อไปใช้แล้วมันเดี้ยงๆ ละก็ เอ็งโดนพี่ตามมาเตะถึงร้านแน่ๆ”จีนพูดไปยิ้มไป
“จ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิตดีครับพี่” ไอ้หนุ่ยรีบปิดการขายอย่างรวดเร็ว

……………………………………


จีน ยอมรับว่าเห่อกับมือถืออันใหม่อยู่ไม่น้อย
เพราะดีไซน์ที่สวยงามทันสมัยและความไฮเทค
อีกทั้งโปรแกรมที่ทางเจ้าหนุ่ยใส่มา
ก็ทำให้การทำงานของเขาสะดวกขึ้นมาก ช่างคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริงๆ
คืนนั้น ก่อนนอนจีนก็ยังเล่นมือถือไม่เลิก
Video, Camera, Mp3, Radio...และก็.Photo Album...

จีนลองกดเปิด Album เล่นๆแบบไม่ทันได้คิดอะไร
แต่มันก็ทำให้เขาประหลาดใจ
เมื่อเปิดเจอไฟล์รูปถ่ายของสาวคนหนึ่งอยู่ในนั้นหลายรูป

“อ๊าว เจ๊มาไงเนี่ย” จีนอุทานขึ้นมา
เขาเกิดนึกสนุก จึงกดปุ่มขยายรูปขึ้นมาให้เห็นชัดๆ และลองอ่านชื่อไฟล์รูป
Poupee2.jpg ...สงสัยเป็นชื่อเธอแน่ๆ
จีนดูรูปเธอจนหมดอัลบั้ม ยิ่งดู ยิ่งทำให้เขายิ่งสนใจเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
เลยลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก

ถ่ายเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2550 อืม เพิ่งเดือนที่แล้วเองนี่
จีนเริ่มตื่นเต้นและสนุกกับการทำตัวเป็นนักสืบดิจิตอลมากขึ้นเรื่อยๆซะแล้ว....
อีกรูปนึงชื่อไฟล์ Poupee_Noi.jpg เป็นรูปเธอกับเพื่อนผุ้หญิงกำลังกอดคอถ่ายรูปกันที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง
เพื่อนคนนึ้คงชื่อหน่อย ไม่ก็ น้อย
.....ลองหาดูดีกว่ามีชื่อนี้อยู่ใน Phone book ไหม
ขอให้เธออย่าลบเบอร์โทรศัพท์ที่อยุ่ในความจำของเครื่องเลย ...จีนลุ้น


กดเมนู Phone Book ขึ้นมาแล้วรีบกดเปลี่ยนฟังก์ชั่นไปที่ Phone Storage ทันที
รายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฎขึ้นมา ทำให้จีนแอบยิ้มด้วยความพอใจ
...มันต้องได้แบบนี้ซิ... เขารีบเปิดดูรายชื่อที่เรียงลำดับอยุ่ในนั้นอย่างรวดเร็ว
เจอแล้วนี่ไง Noi 0815xx7xxx
รูปที่ใส่ในPhonebook ก็เป็นรูปเดียวกับที่อยู่ในอัลบั้มด้วย
พอแล้วสำหรับวันนี้ ได้เวลาเข้านอนเสียที
พรุ่งนี้จะทำความรุ้จักคุณให้มากกว่านี้นะ ปูเป้…

เขาแอบคิดถึงเธอ ดึงผ้านวมที่แสนอ่อนนุ่มมาห่ม ก่อนหลับตาลงด้วยความสบายใจ

.........................continue part 2...................................




ตื่นเช้ามา จีนยุ่งมากๆเพราะมีข่าวกลุ่มโอเปคประกาศขึ้นราคาน้ำมัน
ทำให้ค่าเงินต่างๆมีการเปลียนแปลงทุกสกุล
มีแต่โทรศัพท์เข้ามาปรึกษาว่าจะซื้อ หรือจะขาย เงินสกุลไหน ตลอดเวลา

เขาคงลืมปูเป้ไปแล้วถ้า.... เย็นวันนั้น ไอ้หนุ่ยไม่โทรเข้ามา
“หวัดดีครับ พี่จีน”มันทักทายมาตามสาย เสียงดังฟังชัดทีเดียว
“ว่าไงหนุ่ย มีอะไร”จีนพูดไป สายตาก็จับจ้อง มองตัวเลขค่าเงินที่กระพริบๆ
อยู่ในจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา

“เป็นไงพี่ มือถือที่ซื้อไปมีปัญหาอะไรไหมครับ”
เจ้าหนุ่ยบริการดีแบบนี้ มิน่าถึงขยายสาขาเรื่อยๆ
“ไม่มีๆ โอเคเลย พี่แฮปปี้มากๆ”

เมื่อคุยเรื่องมือถือ เขาเริ่มคิดถึงเธอขึ้นมาทันที

“เออ..หนุ่ย พี่มีอะไรจะถาม”
“ตอนที่เจ้าของไปเทิร์นเครื่อง หนุ่ยเจอตัวเค้าหรือเปล่า”
“เปล่าครับพี่ ลูกน้องผมเป็นคนรับเครื่องไว้”
“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่” เจ้าหนุ่ยย้อนถาม ด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรๆ” จีนรีบปฎิเสธทันที

“เห็นลูกน้องผมมันบอกว่าเจ้าของเป็นผู้หญิงนะพี่ สวยซะด้วย แต่...”
หนุ่ยยังเล่าไม่จบ ก็พอดีมีสายเรียกซ้อนมาเข้ามาจากหัวหน้า
ทำให้จีนต้องรีบตัดบททันที “ไว้คุยกันนะ ๆ หนุ่ย พี่ยุ่งแล้วล่ะ”

“โอเคครับพี่ งั้นไว้ค่อยคุยกัน สวัสดีครับ”เจ้าหนุ่ยบอกลาและวางสายไป


...............................................................................................




หลังจากกลับถึงคอนโด กินข้าวและอาบน้ำเรียบร้อย
ก็ได้เวลาพักผ่อน เขานอนเหยียดยาว ที่โซฟาในห้องรับแขก
สายตาก็มองผ่านระเบียง ไปยังสะพานแขวนที่พาดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา
ที่กว้างใหญ่
เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

...ปูเป้ ลืมเธอไปเสียสนิท จีนหยิบมือถือขึ้นมากดหาเบอร์ Noi ขึ้นมาดู
แล้วนิ่งคิด
เพราะยังลังเลอยู่ว่า จะใช้วิธีไหนดี ถึงจะได้ผลที่สุด
และดูไม่มีพิรุธจนเกินไป

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจกดเบอร์โทรหา Noi ทันที

ฟังเสียงรอสายอยู่ไม่นาน
“สวัสดีคะ”เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“สวัสดีครับ”
“คือผมคิดว่า ผมได้ซื้อมือถือของเพื่อนคุณมานะครับ”จีนเริ่มเข้าเรื่อง
“ยังไงเหรอคะ”ฝ่ายนั้นถามกลับมา
“คือเพือนคุณเอามือถือไปขายที่ร้านนะครับ แล้วผมไปซื้อเครื่องนี้ต่อมาอีกที”
“ที่นี้ ผมก็ลืมเช็คว่ามันขาดสาย Link เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์”
“โทรกลับไปที่ร้าน ทางร้านก็บอกว่าขายไปตามที่ได้มา ถ้าไม่มีก็คือไม่มี”
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่โทรมารบกวน พอดีมีเบอร์คุณอยุ่ในเครื่อง”

จีนแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องไปแบบนั้นล่ะ
แต่จริงๆเขารู้ว่ามือถือรุ่นนี้ใช้ USB Bluetooth ในการเชื่อมต่อ
..ซึ่งก็ใส่มาอยู่ในกล่องเรียบร้อยแล้ว
มันไม่มีหรอก สาย Sync สาย Linkอะไรนั่น

“ไม่ทราบมีเพื่อนคนไหนใช้มือถือยี่ห้อ Monotona รุ่น x6969
บ้างหรือเปล่าครับ”
...ไม่รู้ใครมันตั้งชื่อรุ่นวะ เร้าใจจริงๆ...จีนแอบคิด
“อ๋อๆ มีคะ มี”สาวคนนั้นตอบรับกลับมา
“ไม่ทราบจะให้ติดต่อเจ้าของเครื่องยังไงดีครับ”จีนเริ่มรุกคืบ
...เอ่อ ๆๆ ...ทางนั้นเหมือนจะลังเลอยู่เหมือนกัน
ว่าจะไว้ใจเสียงแปลกหน้าอย่างจีนได้แค่ไหน

“คือถ้าไม่มีสาย Link ผมเอาข้อมูลจากมือถือเข้าคอมพิวเตอร์ไม่ได้เลยครับ” เขาเริ่มทำให้เรื่องดูน่าเห็นใจมากขึ้น
“รุ่นนี้มันหาซื้ออุปกรณ์เสริมยากซะด้วย”จีนเปรยๆเพื่อตอกย้ำ
“คือดิฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทางเพื่อนจะสะดวกจะให้ติดต่อทางไหน”
“คงไม่สะดวกจะให้เบอร์เพื่อนไป ตอนนี้ค่ะ”

“เอาเป็นว่า ยังไงจะบอกเพื่อนให้แล้วกันนะคะ”
ติดต่อกลับที่เบอร์นี้เลยหรือเปล่า”
เธอหมายถึงเบอร์มือถือที่แสดงอยู่บนหน้าจอเครื่องเธอ

...แบบนี้จะได้เรื่องเหรอ …จีนคิดเซ็งๆ

แต่ถ้าไปเร่งเร้าเธอ มันจะดูไม่น่าไว้ใจยิ่งขึ้น ...
“ครับ ติดต่อมาที่เบอร์นี้เลย รบกวนด้วยนะครับ
ตอนนี้ใช้งานมือถือลำบากมากๆเลย”
จีนเริ่มเล่นจิตวิทยากับเธออีกแล้ว

“ได้ค่ะ ยังไงจะบอกเพื่อนให้นะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง”
เสียงนั้นตอบมาด้วยความเห็นใจ
“ไม่ทราบคุณชื่ออะไรคะ” เธอถามกลับมา
“จีนครับ ผมชื่อจีน” บทสนทนาระหว่างเขากับเธอจบลงแค่นั้น


วันนี้ ได้คุยเพื่อนคุณแล้วนะ ..

...เมื่อไหร่ผมจะได้คุยกับคุณละ คุณปูเป้
...เขาคิดถึงเธอก่อนเข้านอนเป็นคืนที่สอง


....................................................................................................



วันรุ่งขึ้นระหว่างทางขับรถกลับบ้าน จราจรที่ติดขัดบนถนน
ทำให้จีนไม่รู้จะทำอะไร ฟังเพลงก็แล้ว
หยิบนิตยสารมาอ่านก็แล้ว รถยังขยับไปไม่ถึงไหน ขณะกำลังเบื่อๆอยู่นั่นเอง

ติ๊ด ติ๊ด ตี่ ตี๋ ติ๊ด ..เสียง SMS เข้ามาที่เครื่อง เขาเอื้อมมือไปหยิบมาเปิดดู


No Data link for this model ka.
Use the USB Bluetooth in the box :-)


ปูเป้ ...ปูเป้แน่ๆ
จีนตื่นเต้นเป็นอย่างมากและคิดวิธีที่จะทำความรู้จักกับเธอในขั้นต่อไปทันที
เอาวะ หนามยอกเอาหนามบ่ง ส่ง SMS มา ก็ ส่ง SMS กลับแล้วกัน


Oh, really
Thank you very much

เรื่องทำเป็นแกล้งโง่นี่ จีนถนัดจริงๆ...(หรือไม่ก็คงโง่จริงๆ)

SMS นั้นเป็นการเริ่มต้นของการรู้จักกันระหว่างจีนและปูเป้
แรกๆ ก็เรื่องมือถือเป็นหลัก
ต่อๆมาก็เริ่มเป็นการทักทายของคนคุ้นเคย


.........continue part 3.........................





เขาเคยคิดว่าจะโทรไปหาเธอแทนการส่งข้อความอยู่เหมือนกัน
แต่ไม่รู้ทำไม เขาคิดว่าการติดต่อกันแบบนี้มันมีเสน่ห์มากกว่า


เมื่อตื่นนอน..เขาจะส่งข้อความอรุณสวัสดิ์
ก่อนเข้าทำงาน... อวยพรให้มีความสุขกับการทำงาน
ตอนเที่ยง....ถามเธอว่า ทานอะไรดี
ตอนบ่าย.... ให้กำลังใจเธออย่าเพิ่งเหนื่อยกับงาน
ตอนเย็น... ก็จะเตือนให้ขับรถดีๆ ด้วยความเป็นห่วง
ก่อนนอน...ขอให้เธอหลับฝันดี


การได้อ่าน Message ที่ตอบกลับมาของเธอ ทำให้เขาช่างมีความสุขเหลือเกิน

เมื่อตื่นนอน..เธอจะบอกว่า ยังไม่อยากตื่นเลย
ก่อนเข้าทำงาน..เธอบอกว่าขี้เกียจทำงานสุดๆ
ตอนเที่ยง..เธอมักจะบอกว่าหิวจนกินช้างได้ทั้งตัว
ตอนบ่าย..บ่อยครั้งที่เธอจะแอบไปงีบ
ตอนเย็น..เธอมักทะเลาะกับคนขับรถคันอื่นๆ
ก่อนนอน..เธอชอบส่งมาว่าพรุ่งนี้จะหยุดงาน เพราะเหตุผลตลกๆ
.....ล่าสุดนี้คือสิวขึ้นที่แก้ม


จีนและปูเป้ ต่างฝ่ายต่างบ้าส่ง SMS หากันมากขึ้น กลายเป็น SMS Update ทุกๆหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว
ไม่ว่าใครจะทำอะไร อยู่กับใคร เวลาไหน อีกฝ่ายต่างรับรู้ซึ่งกันและกัน
กว่าจะรู้ตัว.. ปูเป้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปซะแล้ว
เริ่มจาก SMS ก็เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีความสัมพันธ์ในการติดต่อมากขึ้น
กลายเป็นส่ง MMS รูปถ่ายเริ่มจากรูปตัวเอง
ค่อยๆลามไปเป็นรูปเพื่อนร่วมงานบ้าง รูปโต๊ะที่ทำงาน
รวมถึงอุปกรณ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน

....ปูเป้ส่งรูปทิชชู่ใช้แล้วมาให้ดูคราบก๋วยเตี๋ยวที่เธอใช้เช็ดปาก มาทาง MMS เป็นรูปล่าสุด


สรุปว่าถึงมือถืออันนี้เธอจะขายไปแล้ว แต่ในนั้นมันกลับมีรูปเธออยู่ในเครื่องมากกว่าเดิม

..........................................................................................................



เย็นวันศุกร์ที่ 13 ที่ฝรั่งเขาถือว่าเป็นวันไม่ดี ผีออกอาละวาด

แต่จีนไม่ได้สนใจ เมื่อเลิกงานเขามีนัดดินเนอร์กับเพื่อนๆที่ร้านอาหารแถวๆสุขุมวิท เป็นร้านสไตล์ อเมริกันบาร์แอนด์กริลล
เขามาถึงก่อนเวลาเนื่องจาก ช่วงบ่ายมีนัดกับลูกค้าแถวๆนี้พอดี
เมื่อเสร็จธุระแล้วเลยไม่ได้เข้าบริษัทอีก
มองนาฬิกา นี่ก็ หกโมงกว่าแล้ว ไม่รู้ปูเป้ทำอะไรอยู่นะ
เขาเลยกด SMS ไปหาเธอเช่นเคย
ติ๊ดๆๆ กดๆๆ อักษร ผสมเป็นประโยค

Where are u KaaBB??+ ^@^ ..พิมพ์เสร็จแล้วกด Send ทันที

ระหว่างรอ เธอตอบกลับมา
เขาก็เข้าไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าที่หรูที่สุดแถวๆนั้น
เดินเล่นสักพัก ก็ได้รับข้อความจากเธอ

++ Mall Park Ka ++ เมื่ออ่านจบ ทำเอาจีนตกใจเป็นอย่างยิ่ง

...เฮ้ย นี่มันห้างเดียวกันเลยนี่หว่า...
...ตอนนี้เ ธออยู่ที่เดียวกับเขา ...ว่าแต่ อยู่ตรงไหนนะ
ความตื่นเต้นทำเอาเขาใจเต้นแรง มือสั่นเลยทีเดียว
วิญญานนักสืบเข้าสิงอีกแล้ว ต้องรู้ให้ได้ว่าอยู่ที่ไหน
จะได้แอบ Surprise เธอซะหน่อย ฮิๆ

กดข้อความส่งไปถามอีก

Buy What Kaabb ^_^

ระหว่าง นั้น เขาซึ่งเดินอยู่ที่ชั้น1 ก็ค่อยๆเดินสำรวจไปรอบๆ
เผื่อจะเจอปูเป้แถวนั้น แต่ไม่พบ เธอไม่ได้อยู่ชั้น 1แน่ๆ
เขาเดินดูจนทั่วแล้ว จึงตัดสินใจขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2
ที่ชั้น 2 จีนเดินเตร่ไปเตร่มา เดินหาปูเป้ ไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่เจออยู่ดี
ทำให้จีนตื่นเต้นมากขึ้น ๆ ๆ
ติ๊ด ติ๊ด ตี๋ตี๋ ติ๊ด เสียงข้อความดังขึ้นมาแล้ว จีนร้อนรนรีบกดอ่านทันที

@/ Some Snack and Juice Ka @/

...ซื้อของกินเล่นกับน้ำผลไม้ ก็ต้องอยู่ที่ซุปเปอร์มาเก็ตชั้น 4 ซิ ..
เมื่อคิดได้แบบนั้น จีนก็รอแทบไม่ไหว
รีบวิ่งขึ้นบันไดเลื่อนจากชั้น 2 เพื่อไปที่ชั้น 4ทันที


ที่ Supermarket ชั้น 4

จีนค่อยๆเดิน แอบๆหวังทำ Surprise ปูเป้เต็มที่
เหลือบมองซ้ายมองขวา ทำตัวมีพิรุธเป็นอย่างมาก
ถ้ารูปร่างหน้าตาและการแต่งตัวไม่ดูดีขนาดนี้
สงสัยคงโดน รปภ หิ้วออกนอกห้างไปแล้ว
ผ่าน ร้านดอกไม้พอดี
มีช่อดอกไม้ที่ทางร้านจัดเสร็จไว้แล้ววางขายอยู่สองสามช่อ

จีนมองปราดเดียวก็เจอที่ถูกใจเป็น ดอกการดิโอลัส แซมด้วยกุหลาบขาว
จัดได้สวยงามน่ารักเป็นอย่างมาก
“เท่าไหร่ครับ” จีนหยิบช่อดอกไม้ที่ต้องการขึ้นมา แล้วถามราคา
“แปดร้อยค่ะ” ราคาไม่เบาเลยทีเดียว เจ้าดอกไม้ช่อสวยนี่
จีนหยิบเงินขึ้นมานับให้พอดีกับราคาจ่ายให้คนขายทันที
“พอดีนะครับ ผมไม่รอใบเสร็จ พอดีรีบนิดหน่อย”


แล้วเขาก็เดินถือช่อดอกไม้นั้นเดินตามหา ปูเป้ ต่อไป


ติ๊ดติ๊ดตี๋ตี๊ติ๊ดด มีข้อความส่งถึงเขาอีกแล้ว

มันเป็น MMS จากปูเป้ เมื่อดาวน์โหลดไฟล์จนหมด
ก็ปรากฎเป็นรูปเธอถือถ้วยไอติมร้านยี่ห้อดัง
ทำหน้าตากวนๆ ว่าอร่อยมากๆ เหมือนเช่นเคย
..IceIceBaby…ร้านไอสครีมตรงหัวมุมนี่เอง

เมื่อรู้จุดหมายแล้ว จีนก็เดินอ้อมไปทางหลังร้าน
หวังจะ Surprise เธอให้เต็มเหนี่ยว
ด้วย ช่อดอกไม้สวยๆ ช่อนี้ พร้อม รอยยิ้มจากหน้าหล่อๆของเขา (เหอะๆ)

จากรูปเห็นชัดว่าเธอใส่เสื้อคอกว้างสีดำ รวบผมม้าไว้ด้านหลัง
นั่นไงเห็นแว่บๆแล้ว นั่งอยู่ในร้าน ...จีนกลัวเธอมองเห็นเขาก่อน
จีงรีบหลบข้างทางแถวๆโซน
ขายผ้าอนามัยสตรีพอดี (ดูโรคจิตหนักกว่าเก่า)

ปูเป้ เธอยังนั่งตักไอติมกินอย่างสบายอารมณ์
บนโต๊ะมีถุงวางอยู่สองสามถุง
มองเห็นได้ว่าเป็นน้ำผลไม้กับขนมกรุบกรอบอย่างที่เธอบอกไว้

จีนวางแผนไว้ว่า เธอเดินออกมาปั๊บ เขาจะเดินเข้าไปทักเธอปุ๊บ
พร้อมยื่นดอกไม้ให้เลย

..ช่างเป็นฉากที่น่าประทับใจจริงๆ

ค่อยๆแอบมองอีกที นั่นไง เธอลุกมาแล้ว มองจากด้านหลัง
เห็นพูดกับพนักงานขาย น่าจะสั่งไอครีมเพิ่ม


จีนเตรียมข้อความเพื่อส่งทันที
หวังว่าข้อความมันจะส่งถึงเครื่องเธอพร้อมๆกับที่เขาเดินไปหาเธอพอดี

PouPee My Darling …
Watch Your Back
I am standing Behind YOU ^@@^ พิมพ์เสร็จแล้วกด Send


Surprise แน่ๆ Surprise แน่ๆ

จีนถือช่อดอกไม้เดินลิ่วไปหาปูเป้ที่เคาเตอร์ไอสครีมทันที
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น จีนเห็น ปูเป้ยกมือถือขึ้นมาดู
Message ของเขาคงถึงเธอแล้วล่ะ
พอดีเวลากับที่เขามายืนอยู่ด้านหลังเธอ ห่างไม่ถึง เมตร
ยืนถือดอกไม้และยิ้มด้วยท่าที่คิดว่าเท่ที่สุด

เพื่อรอเธอหันมาพบกับเขา

เมื่ออ่าน Message จบดูปูเป้จะสะดุ้งตกใจ จนเห็นได้ชัด
หันขวับมาด้านหลังทันที
จีนยิ้มให้ปูเป้ ขณะที่ปูเป้ทำหน้าซีดเผือด
“สวัสดีครับปูเป้ จีนไง” คงตะลึงในความหล่อ ทำให้ปูเป้ตกใจขนาดนี้
ไหน ตัวเป็นๆ ของปูเป้ มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
จีนจึงขอแอบสำรวจรูปร่างหน้าตาเต็มๆซะหน่อยเหอะ
หน้าตา ...ผ่าน..สวยเหมือนในรูป
รูปร่าง..สูงเปรียวเหมือนที่คิดไว้


หน้าท้อง...แบนราบ เซ็กซี่ เหมือนนางแบบนิตยสารชั้นนำ
อันนี้จีนคิดไปเอง เพราะลืมไป ไม่เคยเห็นรูปเธอถ่ายเต็มตัวเลยซักครั้ง

เอาใหม่ๆ

หน้าทอ้ง...ไม่ได้แบนราบเซ็กซี่ แอบมีพุงนิดๆ
เอ่ออ..พุงไม่นิดหรอก พุงใหญ่เลยทีเดียว แอบซ่อนรูปนะปูเป้
แอบอ้วนพุงเบอเริ่มเชียว
เฮ้ย.. เมื่อจีนมองชัดๆอีกที นี่มันไม่ใช่อ้วนนี่หว่า
เธอ ..เธอ ท้องอยู่
ท้องโตขนาดนี้ไม่ต่ำกว่า หกเดือนแหงๆ

Surprise สมใจอยาก

อยากเอาหัวพุ่งชนเสาห้างให้สลบไปตอนนี้เลย
จะได้ไม่ต้องเผชิญความจริง
มือที่ถือช่อดอกไม้แทบไม่มีแรงจับ เกือบปล่อยร่วงหลุดมือ
ตอนนี้ จีนหน้าซีดขาวเหมือนปูเป้ ไม่มีผิดเพี้ยน

ระหว่างที่ทั้งคู่ตกอยู่ในบรรยากาศมาคุ นั่นเอง

“ขอให้ทั้งคุณลูกและคุณแม่แข็งแรงนะครับ”
จีนระงับความตกใจ ยื่นช่อดอกไม้จากมืออันสั่นเทาให้เธอ
เธอเอื้อมมือมารับด้วยอารมณ์บอกไม่ถูกเช่นกัน

แล้วจีนก็เดินจากเธอมา....
ถึงบ้านได้ไงไม่รู้ ลืมนัดดินเนอร์กับเพื่อนไปเลย..
อาการหนักน่าดู นายจีน



จากนั้นมา ไม่เคยมี SMS MMS Email MSN
หรือ การติดต่อใดๆมาจาก ปูเป้อีกเลย

............................................................................


“สวัสดีครับพี่จีน”
เสียงทักทายของไอ้หนุ่ยดังมาเหมือนทุกที ที่เขาไปที่ร้านมัน
“เป็นไงบ้างครับพี่ มือถืออันใหม่”
“โดยรวมทุกอย่างดีหมด”
“แต่พี่อยากเปลี่ยนแล้วว่ะ”จีนฝืนยิ้มให้มัน
“อ่าวพี่ เพิ่งเปลี่ยนไปไม่ถึงเดือนเลย พี่ทำไมรีบเปลี่ยน”
เจ้าหนุ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ทุกอย่างมันดีหมดก็จริง”
“แต่ตอนนี้เห็นมือถืออันนี้แล้ว มันขัดหูขัดตา”

“แถมยิ่งใช้แล้ว มันยิ่งปวดหัว (ใจ)” จีนพูดกับไอ้หนุ่ยเบาๆ

………………The End………………………




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2552    
Last Update : 16 มิถุนายน 2552 9:22:23 น.
Counter : 354 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.