Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
บทที่ 1 - ดวงตะวันสีขาว

บทที่ 1 – ตะวันสีขาว

“ดั่งสายธารสีขาวที่พราวใส ไหลระรินพลิ้วไหวกลางสายฝน

หยาดน้ำค้างพร่างพราวมาพร่างพรม

บนลานหินสีเทา.. ที่เคย.. เคล้าน้ำตา

อยากจะถามหาดวงตะวันที่ฝันถึง

อยากจะถามถึงความอบอุ่นที่ห่างหาย

นานแล้วที่ไม่มีเธอ มาข้างกาย

ส่งกำลังใจให้ฉันเหมือนทุกครา

อยากให้ดวงตะวันฉาย..ส่องสว่างมาที่ฉัน

ดั่งตะวันสีขาวที่พราวฟ้าเคยกระซิบบอกฉันทุกเพลา

พรุ่งนี้ซินะไม่ไกลเกิน

เมื่อความฝันของเราสองมาบรรจบเส้นขนานที่พานพบจะขาดหาย

เหลือเพียงเส้นตะวันเดียวกันที่ทอดไกลส่องลานใจของ ของสองเรา...”

สาวน้อยเอื้อนเอ่ยบทกวีแสนไพเราะร่ำไห้ออกมาพร้อมแสดงทีท่าราวเจ้าหญิงน้อยผู้โศกเศร้าบนละครเวทีของโรงเรียน ม่านปิดฉากลงบทกลอนแสนไพเราะบทนั้นเหมือนยังไม่จบ ฉากต่อไปก็เริ่มต้นขึ้นอย่างต่อเนื่องคีตญารีบวิ่งเข้าหลังเวทีจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับฉากการขี่ม้า เพื่อน ๆฝ่ายเสื้อผ้ารีบนำผ้าคลุมหลังผืนยาวมาคลุมไหล่อีกคนหยิบหมวกใบแข็งสำหรับการขี่ม้าและรองเท้าบู๊ตมามะรุมมะตุ้มที่ตัวเธอบรรยากาศช่างแสนวุ่นวายขณะที่เพื่อน ๆ หน้าม่านก็กำลังแสดงบทบาทของตัวเองอย่างต่อเนื่อง

เธอยืนสูดลมหายใจก่อนจะเอื้อมมือซ้ายลูบเบา ๆและวางลงบนแผงหลังคอม้าพร้อมใช้มือซ้ายดึงสายบังเหียนให้มั่นเจ้าหน้าที่ดูแลม้าจับห่วงโกลนให้เข้าที่และช่วยดันตัวของคีตญาปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้าเพื่อรอเข้าฉากต่อไปคีตญาใช้ส้นบู๊ทด้านขวาเตะเบา ๆ ที่ข้างลำตัวของม้าม้าก็เดินกุบกับออกไปอย่างคุ้นชินเธอควบคุมม้าให้เดินตรงตามจุดที่ซ้อมละครมาร่วมแรมเดือนลีลาการขี่ม้าของเธอดูงดงามราวกับเจ้าหญิงผู้ทรงสง่า ผสมน้ำเสียงบทละครร่วมกับบทกวีของเธอแสนไพเราะจับใจจังหวะและระดับเสียงที่แตกต่างตามอารมณ์และความรู้สึกฟังดูชวนคล้อยตาม

เพื่อนนักเรียนที่นั่งชมต่างปรบมือให้เธอด้วยความยินดีเมื่อละครจบลงเธอรู้สึกยินดีมากที่ผลงานออกมาเป็นที่พอใจของหลายฝ่ายที่ร่วมกันซ้อมอย่างหนักถึงจะเป็นเพื่อนต่างโรงเรียนถึงสี่โรงเรียนที่ร่วมกันทำงานนี้ให้สำเร็จเมื่อละครเวทีของเธอจบลง พิธีกรก็กล่าวต่อเป็นการแสดงของวงดนตรีโรงเรียนหมดหน้าที่ของเธอสำหรับวันนี้แล้ว แต่ยังมีอีกสองวันสำหรับการแสดงวันละรอบคีตญาเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดลำลองและเดินเล่นต่อภายในโรงเรียนซึ่งยังมีซุ้มกิจกรรมอื่นๆ อีกที่น่าสนใจเพราะช่วงก่อนคริสมาสต์โรงเรียนและกลุ่มโรมเรียนที่มีเจ้าของเป็นคนเดียวกันจะจัดงานโรงเรียนและเวียนกันจัดไม่ซ้ำแต่ละปีและปีนี้โรงเรียนของเธอเป็นเจ้าภาพใจการจัดงานโรงเรียนก่อนจะปิดการเรียนยาวสามสัปดาห์ทีเดียว

“คีญ่าไปดูซุ้มนั้นกันเถอะมีคัพเค้กน่ากินสุด ๆ”เพื่อนสนิทของเธอบันนี่ฉุดมือเธอให้วิ่งไปด้วยกัน

“ซุ้มนั้นเป็นของโรงเรียนอะไรเหรอ”เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามเพื่อนของเธอ

“เอาน่าเดี๋ยวถึงก็รู้เอง” บันนี่รีบฉุดมือคีตญ่าให้ก้าวเท้าตามเร็วๆ

“ไม่เห็นอยากจะกินตรงไหนเลยไปที่อื่นดีกว่า”เธอพยายามยื้อแต่จนแล้วจนรอดก็ต้องวิ่งตามเพื่อนสาวคนสนิทมาจนได้

“ร้านนี้มีคัพเค้กแสนพิเศษเลยนะถ้าเราสองคนไม่ไปรับรองว่าคนที่อยู่ในร้านนี้ต้องเสียใจมาก ๆ ร้องไห้แง ๆ เลยนะ” บันนี่ยกสองกำปั้นของเธอทำท่าเช็คน้ำตาท้องสองข้าง

“ขนาดนั้นเชียวไปก็ได้ ไปก็ได้” เธอวิ่งตามเพื่อนของเธออย่างว่าง่าย

พอสองสาวไปถึงซุ้มคัพเค้ก มีสาว ๆมากมายกำลังยืนออกันแน่นหน้าร้านรวมถึงโต๊ะสำหรับนั่งรับประทานก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ก็แหมทำยังไงได้ล่ะก็พ่อหนุ่มคัพเค้กร้านนี้แต่ละคนหน้าตาชวนซื้อเหลือเกินนี่นะ สาว ๆก็ต้องมาอุดหนุนมากมายกันเป็นเรื่องธรรมดาแถมยังมีแต่หน้าคัพเค้กตามสั่งอีกต่างหาก

บันนี่ไม่รอช้ารีบเบียดเข้าไปจนถึงหน้าตู้คัพเค้กจนได้

“ว้าวอันนี้น่าหม่ำที่สุดเลยดูซิเป็นแมวคิตตี้ด้วย เอาชิ้นนี้ค่ะ เอาชิ้นนั้นด้วย” บันนี่ชี้

“ว่าไงครับเจ้าหญิงคีญ่า” ฟินทักเธอขึ้นมาก่อน พร้อมกับส่งคัพเค้กแสนน่ารักให้กับเธอหนึ่งชิ้นบนคัพเค้กชิ้นนี้แต่งด้วยครีมเป็นรูปมงกุฎน่ารักสำหรับเจ้าหญิง

“กรี๊ด” เสียงแสดงความอิจฉาจากสาว ๆ คนอื่นดังก้องหูของคีตญาไปหมดเธอได้แต่ยืนหน้าแดงเลย ก็คีตญาทั้งอายและแถมยังเบียดแซงคิวคนอื่นตามบันนี่อีกเฮ้อ! เธอปั้นหน้าไม่ถูกเลย

คีตญาเลยปลีกตัวออกมาจากวงล้อมของผู้คนก่อนที่จะโดนประนามหรือหมั่นไส้ไปมากกว่านี้

“นี่สำหรับเจ้าหญิงคีญ่าของฟิน” เขาเดินตามออกมาที่หน้าซุ้มปล่อยให้เพื่อนหน้าใสคนอื่น ๆ จัดการกับสาว ๆพวกนั้นต่อ

“นี่อย่ามาแซวนะ” คีตญายิ้มเขิน ก่อนจะยื่นมือรับคัพเค้กแสนน่ารักแสนพิเศษแบบที่บันนี่พูดถึงก่อนหน้านี้และเดินตามฟินไปนั่งทานที่โต๊ะเล็ก ๆ ในซุ้ม

ฟินหันไปยกป้ายจองแล้วออกจากโต๊ะเขาหันมายิ้มให้กับคีตญาพร้อมหยิบเครื่องดื่มมาเพิ่มให้อีก “แหมฟิน แล้วของบันนี่ล่ะ” เธอยื่นมือขอขนมอร่อยจากเจ้าของซุ้ม

“สุภาพบุรุษอย่างฟินไม่มีลำเอียงอยู่แล้วน่าอ่ะ ชิ้นนี้ของบันนี่”

“ว้าวขอบคุณมาก ๆ” บันนี่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“อืม เดี๋ยวฟินทำไมคัพเค้กของบันนี่ไม่ใช่คิตตี้แบบที่บันนี่สั่งเมื่อกี้ล่ะ บันนี่ไม่ยอมนะ” เธอยกมือขึ้นกอดอกและเม้มปากแน่น

“ก็ลูกค้าสั่งกันหมดแล้วเหลือแต่นี่ละ จะเอาไม่เอาล่ะ”

“บันนี่เอาของคีญ่าก็ได้น่ารักเหมือนกันนะดูซิมีมงกุฎเจ้าหญิงด้วยนะ แถมยังเป็นรสบลูเบอรี่อีก ท่าทางจะอร่อยนะ” คีตญาเลื่อนจานคัพเค้กของเธอเบา ๆ ให้กับเพื่อน

“ไม่ได้นะคีญ่าคัพเค้กชิ้นนี้ฟินตั้งใจทำพิเศษให้คีญ่านะ ใครก็ห้ามแตะ”ฟินยิ้มและดึงจานขนมกลับมา

“แหมบันนี่รู้กาลเทศะหลอกชิ้นไหนก็คงเหมือนกันมั้ง” น้ำเสียงบันนี่ไม่พอใจเท่าไหร่

“อ่ะ ๆเดี๋ยวก่อนทานขอถ่ายรูปก่อนมา ๆ”บันนี่หยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นมาและก็เก็บภาพสวย ๆของขนมและรูปของทั้งสามคนไว้ด้วย

“เดี๋ยวแชร์ให้จ้ะ” บันนี่สนุกสนานกับการถ่ายภาพและอวดรูปบนโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คได้ตลอดเวลา

“เป็นไงบ้างเหนื่อยไหม” ฟินถาม

“ก็โอเคอยู่นะฟินน่ะขี้โกงสุด ๆ เลยไม่ยอมไปเล่นละครด้วยกัน” เธอต่อว่าเขา

“ก็ฟินไม่อยากเล่นนี่อยู่ซุ้มทำคัพเค้กกับชงเครื่องดื่มสนุกกว่ากันเยอะเลย”เขาหัวเราะออกมา ฟินเองก็อยู่ชมรมบทกวีเช่นเดียวกับคีตญาเหมือนกัน

“ถึงว่าทำไมบันนี่คะยั้นคะยอว่าต้องมาร้านนี้ให้ได้คีญ่านึกว่าฟินจะไม่มาร่วมงานวันนี้ด้วยซ้ำไปไม่เห็นฟินเคยบอกเลยว่าจะรวมตัวกับเพื่อน ๆ ทำคัพเค้กขายน่ะ”คีญ่ายิ้มก่อนจะตักขนมเข้าปาก

“ถ้าบอกก็ไม่ตื่นเต้นนะซิอยากให้เซอร์ไพรส์” เขายิ้มและมองเธอด้วยสายตาเกินกว่าคำว่เพื่อน

“ไม่เห็นจะตื่นเต้นตรงไหนเลยก็งั้น ๆ แหละ คีญ่าว่าฟินอยากอยู่ใกล้ชิดสาว ๆ ต่างโรงเรียนมากกว่ามั้งเพราะตั้งแต่เดินมาหลายซุ้มนะ ซุ้มนี้สาว ๆ เยอะสุดเลย”คีญ่าหัวเราะพลางมองบันนี่อย่างขำขัน เพราะตอนนี้บันนี่เดินไปถ่ายรูปเล่นกับหนุ่มๆ ในร้านแทบจะทุกคนแล้ว

“ว่าแต่ฟินมีอะไรให้คีญ่าช่วยไหม”

“ไม่มีหลอกเพราะอีกแค่สองชั่วโมงงานก็เลิกแล้วเหลือแค่เก็บล้างทำความสะอาดนิดหน่อยพรุ่งนี้ก็เริ่มต้นใหม่ คีญ่าไปเดินเล่นแบบสาวๆ ดีกว่า มีซุ้มอื่น ๆ น่าสนใจเยอะแยะ”ฟินหยิบแผนที่งานมากางให้ดู

“เห็นด้วยจ้ะคีญ่า เราสองคนหม่ำขนมหมดก็ไปเดินเล่นดูหนุ่ม ๆ ซุ้มอื่นดีกว่าดีเหมือนกันนะไม่มีฟินมาคอยเป็นก้างน่ะ”บันนี่หัวเราะเสียงใส

“อันนั้นก็เรื่องของบันนี่นะแต่ฟินเชื่อว่าคีญ่าไม่ทำตัวแบบบันนี่หรอก” ฟินค้อนเล็ก ๆให้บันนี่และก็ไม่ละที่จะส่งสายตาให้คีญ่า เธอรู้ดีว่าเขารู้สึกยังไงกับเธอแต่มันยังไม่ถึงเวลาสำหรับเรื่องพวกนี้การเป็นเพื่อนกันดีที่สุดแล้วคีญ่าได้แต่ยิ้มตอบไป

บันนี่ตื่นเต้นกับงานโรงเรียนก่อนปิดเทอมระยะสั้นฟินเพลิดเพลินกับการชงเครื่องดื่มและบริการลูกค้าอยู่ในร้าน สำหรับคีตญาแล้วในทางตรงกันข้ามกับเพื่อน ๆเธอกลับรู้สึกอ่อนล้าอย่างบอกไม่ถูกเหมือนใจคอไม่ค่อยดี จู่ ๆเธอก็หนาววูบขึ้นมาเหมือนโดนจับแช่แข็งอยู่ในห้องน้ำแข็งบางครั้งก็ร้อนผ่าวจนเหมือนหัวจะระเบิดเป็นเสี่ยง ๆคีตญาแค่คิดว่าบางทีช่วงหลังอาจจะซ้อมละครหนักเกินไปอาจจะเริ่มเป็นไข้ก็เป็นได้

แต่ตอนนี้สายตาที่มองภาพรอบ ๆตัวทำไมมันทุกอย่างมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจนไม่สามารถเปิดเปลือกตามองสิ่งรอบตัวให้ชัดเจนได้บางครั้งเหมือนมีกลุ่มพลังงานแสงสีขาวสว่างจ้าเล็งมาที่ดวงตาของเธอเหงื่อเริ่มผุดเม็ดที่บริเวณหน้าผาก แล้วก็หนาวสั่นสะท้านจนนิ้วมือนิ้วเท้าชาจนแทบเดินไม่ไหว

“นี่เราเป็นอะไรไปบันนี่ บันนี่” ยิ่งคีตญาพยายามเปล่งเสียงมากเท่าไหร่เสียงของเธอกับเบาลง ๆ

“บันนี่” แล้วเสียงเธอก็ดังขึ้นมาแต่ก็ไม่สามารถตะโกนให้เพื่อนที่อยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือได้ยินเธอเลยแม้แต่หน่อยพลังภายในร่างกายเหมือนถูกดูดกลืนไปกับอากาศ ขาเริ่มอ่อนแรงลง และ อ่อนแรงลง

บันนี่เดินถ่ายรูปด้วยความเพลิดเพลิน จู่ ๆคีตญาเริ่มรู้สึกตัวกลับมาปกติอีกครั้งแต่แล้ว

“ช่วยด้วย”เธอตะโกนสุดเสียง

เหมือนเธอกำลังโดนพลังบางอย่างดึงร่างกายแบบบางของเธอให้เดินออกจากบันนี่ไปทั้งที่พยายามฝืนร่างกายทั้งที่เธอพยายามตะโกนเรียกบันนี่ แต่ทำไมบันนี่ไม่ได้ยินเสียงของเธอเลยสักนิดร่างของเธอถูกกระชากออกมาจากเพื่อนตอนนี้เท้าของเธอไม่ได้สัมผัสบนพื้นสนามหญ้าของโรงเรียนเลยด้วยซ้ำร่างกายของเธอเคลื่อนตัวเองด้วยพลังงานแรงสูงรู้ตัวอีกครั้งเธอมองเห็นลางเลือนว่าเป็นบริเวณข้างโรงยิม

“ช่วยด้วย” เธอตะโกนสุดเสียงแต่ทำไมไม่มีใครได้ยิน

รู้สึกตัวอีกครั้งคือมีแรงผลักอะไรบางอย่างลงน้ำหนักมาที่กลางแผ่นหลังของเธอผลักให้เธอล้มลง

“โอ้ยเจ็บ” ตอนนี้เองที่เหมือนเสียงของเธอมีคนได้ยินแล้ว เพราะคนที่เดินผ่านวิ่งเข้ามช่วยเธอและพาเธอไปส่งที่ห้องปฐมพยาบาล

“เป็นยังไงบ้างคีญ่าเจ็บไหม” ฟินวิ่งมาถึงห้องปฐมพยาบาลก่อนใครเมื่อเธอโทรศัพท์เรียกหาเขา

“เจ็บหัวเข่า”

“คีญ่าบันนี่ขอโทษนะที่เอาแต่ถ่ายรูป หันมาอีกทีคีญ่าก็หายไปแล้ว”บันนี่นั่งก้มหน้าเธอรู้สึกเสียใจมาก และกุมมือของเพื่อนเอาไว้ตลอดเวลา

“เด็ก ๆคีตญาไม่เป็นอะไรมากหรอก ว่าแต่ทำไมหนูถึงนอนหมดสติอยู่ข้างโรงยิมคนเดียวได้เมื่อกี้ครูวัดไข้ก็ไม่เห็นจะมีไข้เลยนี่ หรือว่ามัวแต่ห่วงลดหุ่นเลยไม่ยอมทานอาหาร”คุณครูประจำห้องพยาบาลเดินเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาดแผลที่หัวเข่าของเธอ

“หนู คือ..” เธอไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไรดี พูดแล้วจะมีใครเชื่อเธอหรือเปล่า

“อ้าวเพื่อน ๆออกไปนอกห้องก่อนนะ เดี๋ยวคีตญาไม่เป็นอะไรมากหรอก”คุณครูหันมายิ้ม

“โอ้ยเธอก้มลงจับที่ข้อเท้าข้างขวาของเธอ”

“เจ็บมากหรือเปล่า” เจ้าหน้าที่อีกคนรีบยกข้อเท้าของเธอขึ้นมาจับดูก็เห็นว่ามันแดงและบวมนิดหน่อย

“ข้อเท้าคงแพลงเดี๋ยวพี่จัดการพันผ้าให้นะคะ” เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดข้อเท้าของเธอและจัดการข้อเท้าให้เธอเรียบร้อย

“พรุ่งนี้หนูต้องแสดงละครเวทีอีกสองวันแล้วจะหายทันไหมคะ” คีตญาก้มมองดูข้อเท้าที่ยังส่งอาการเจ็บแปลบตลอดเวลา

“ยังจะห่วงงานอีกคืนนี้ต้องนอนพักมาก ๆ แล้วก็อย่าเดินเยอะพรุ่งนี้หนูอาจจะเจ็บนิดหน่อยเท่านั้นเองไม่ต้องกังวลนะแต่ถ้าไม่หายต้องไปโรงพยาบาลแล้วหล่ะจ้ะ”คุณครูพูดไปทำแผลที่หัวเข่าของเธอจนเสร็จเรียบร้อย

“ไม่เป็นแผลเป็นหรอกไม่ต้องห่วง” คุณครูยิ้ม พร้อมเปิดม่านออกอีกครั้งเพื่อนทั้งสองก็วิ่งกรูกันเข้าไปอยู่ข้างเตียง พร้อมตั้งคำถามกันไม่หยุดโดยเฉพาะฟินถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไปอยู่ข้างโรงยิมได้” ฟินถามอีกครั้ง

“ไม่รู้ซิจู่ ๆเดินเล่นกับบันนี่ก็เหมือนกับโดนพลังบางอย่างมาดึงมือให้ถอยหลังและเดินตามไปทั้งที่พยายามตะโกนเรียกบันนี่อยู่หลายครั้งแต่ทำไมเหมือนไม่มีใครได้ยินคีญ่าเลยสักคน” เธอพยายามอธิบาย

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ” บันนี่ถามด้วยความไม่เชื่อ

“จริง ๆ นะอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน” คีตญาถอนใจออกมา

“บางทีคีญ่าอาจจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า”

“ไม่รู้ซิแต่คีญ่าอยากกลับบ้านแล้ว รู้สึกกลัว กลัวความหนาวเย็น”เธอมองหน้าฟินและบันนี่ เพราะสิ่งที่เธอเล่ามันดูเกินความจริงแต่ความรู้สึกในตอนนั้นมันเหมือนความหนาวเย็นจัดจนเหมือนอุณหภูมิที่ติดลบเข้ามาสัมผัสรอบร่างกายของเธอความไวของความหนาวเย็นนั้นเหนือการจับต้อง

“ความหนาวเย็นงั้นหรือถ้าจะไข้ขึ้นนะ ตอนนี้ด้านนอกอาคารร้อนมากจนจะละลายอยู่แล้วนะคีญ่า ฟินว่าบางทีคีญ่าอาจจะไม่สบายกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านดีกว่านะ” ฟินยิ้ม

“นั่นซิกลับกันเถอะ” บันนี่เอ่ยขึ้น

คีตญารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยทั้งที่เพื่อนสองคนนี้น่าจะเข้าใจเธอ แต่ทำไม...แล้วจะเล่าให้ใครฟังได้ใครจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้

“โอ้ย” คีตญาส่งเสียงครวญเล็ก ๆ ออกมา

“คีญ่าข้อเท้าแพลงด้วยเหรอ เจ็บมากหรือเปล่า”

เธอพยักเป็นการตอบคำถามตอนนี้รู้สึกไม่อยากอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีกแล้วผสมกับความกังวลใจที่การแสดงละครเวทีของเธอยังเหลืออีกตั้งสองวันถ้าเจ็บขึ้นมากลางเวทีจะทำยังไงดีล่ะ

“ฟินไปส่งแล้วกัน”

“แต่ฟินยังมีงานค้างอยู่นี่” คีญ่าเกรงใจ

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวขี่จักรยานไปส่งที่บ้านแล้วกลับมาโรงเรียนอีกรอบก็ได้”

“อ้อหรือจะให้รถที่บ้านบันนี่มารับ จะได้ไม่ต้องเดินขโยกขเยกแบบนี้”

ทั้งสามคนอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันซึ่งไม่ไกลจากโรงเรียนนักทุกวันทั้งสามคนจะขี่จักรยานคนละคันมาโรงเรียนด้วยกัน

“ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฟินไปส่งเอง บันนี่อยู่เที่ยวที่งานต่อละกัน เดี๋ยวฟินกลับมา”

เขาจัดแจงพยุงคีตญานั่งซ้อนท้ายจักรยานของเขาและมาส่งเธอที่บ้าน

“ขอบคุณนะฟิน” เธอเอื้อมมือไปปิดล็อคประตูรั้วหน้าบ้านเมื่อฟินหันจักรยานและกลับไปโรงเรียนแล้ว

เจ้าหมาน้อยของเธอเจ้าตัวโน้ตเห่าโหวกเหวกไม่หยุดอยู่อย่างนั้น

“ตัวโน้ตหยุดเห่าเดี๋ยวนี้นะ” เธอตะโกนบอกมันและเดินด้วยท่าทางไม่ถนัดนักไปเปิดกรงที่ขังล็อคมันไว้บางทีการเห่าของมันคืออยากออกมานอกกรงก็เป็นได้แต่พอมันออกมามันก็วิ่งไปที่หน้าต่างบานยาวในห้องนอนของเธอ เห่าไม่ยอมหยุดจนเธอต้องเลื่อนหน้าต่างขึ้นและชะโงกตัวออกไปมองภายนอกตัวบ้านก็ไม่พบสิ่งใด

“นี่หยุดเห่านะตัวโน้ต” เธอจ้องหน้ามันและดึงม้วนกระดาษขึ้นตบที่ต้นขาตัวเองเจ้าตัวโน้ตได้ยินเสียงพั่บ ๆ ดังขึ้น มันวิ่งห่างจุกตูดไปนอนหมอบอยู่ใต้เตียงแล้ว

คีตญายืนหัวเราะกับท่าทางตลกๆ ของมัน




Create Date : 24 ตุลาคม 2556
Last Update : 24 ตุลาคม 2556 12:57:48 น. 0 comments
Counter : 362 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.