</a

Group Blog
 
All blogs
 

ชีวิตคือการเดินจงกลม(ไม่มีที่สิ้นสุด)

ชีวิตคือการเดินจงกลม(ไม่มีที่สิ้นสุด)

การเรียนรู้ชีวิตของเราเอง และรู้จักตัวเอง เป็นสิ่งที่ยากที่สุด(ผมพึ่งรู้จักตัวเองปีที่แล้ว)

ความคิดคือจินตนาการ

ความจริงคือความจริง

ชีวิตคือการลงทุน การจัดการกับความเสี่ยง(โดยส่วนตัวชอบเสี่ยงมากทีุ่สุดดด)
เช่น เดินทางคนเดียวไปต่างจังหวัด ต่างประเทศ, เล่นหุ้นที่คนคิดว่าเสี่ยงที่สุด

ชีวิตคือความสุขที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ตั้งแต่เกิดมา เพิ่งรู้ว่าความรักคืออะไร โดยที่ไม่คิดไปเอง ความรักไม่ใช่แสดงความรักกับผู้หญิง ความรักคือรักตัวเองให้มากกว่ารักคนอื่น ถ้าเราไม่รักตัวเอง แล้วใครจะมารักเรา




 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2555 7:05:56 น.
Counter : 178 Pageviews.  

ลอยกระทงที่สะพานพระราม7_2010




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2553    
Last Update : 5 ธันวาคม 2553 16:54:11 น.
Counter : 189 Pageviews.  

ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3087

เป้าหมาย : ราชบุรี

16/7/53

ผมออกเดินทางจากเจริญนคร(บ้าน)โดยรถเมล์(8บาท) แล้วต่อด้วยเรือข้ามฝาก จากฝั่งธนฯไปท่าน้ำpepsi(3บาท) จากนั้นผมขึ้นไปโดยสารBTSตากสินถึง อนุสาวรีย์ชัยฯ8.55น.(ผมใช้บัตรนักศึกษารายเดือน 18บาท) แล้วต่ออู่รถตู้ ปิยะ 666 ทัวร์(120บาท)จากอนุสาวรีย์ชัยฯ-(ราชบุรี)รพ.พรมเพชรคราวนี้รอประมาณ 15นาที มีผู้โดยสาร7คน ถึงจะออกเดินทาง

เป็นเวลา 9.30น. การจราจลระหว่างเดินทางนั้น ไม่คล่องตัวเหมือนที่ไปพัทยา ต่อจากนั้นผมก็หลับ จากนั้นก็ถึง ราชบุรี เป็นเวลา 10.30น. ผมเห็นคนลงมาจากรถตู้ ผมเลยลงตาม ลงมาปุ๋บ ก็ได้ตั้งคำถามไว้ในใจว่า "กูอยู่ส่วนไหนของราชบุรีวะ ไอ้แผนที่มันไม่ได้ให้อะไรกับกูเลย" ผมได้กวาดสายตาไปโดยรอบแล้ว ไม่มีห้างหรืออะไรที่เป็นจุดสังเกตในแผนที่เลย ผมเลยไปถามคนที่ยืนรออะไรสักอย่างพร้อมวางการเป๋าสะพายเป้ไว้ทางขวามือที่พื้น ผมสังเกตเห็นชายผู้นั้นมองไปฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นวินมอเตอร์ไซค์ ผมจึงรีบข้ามไปฝั่งตรงข้าม เพื่อไปหาวินมอเตอร์ไซค์ ผมโดยสารวินมอเตอร์ไซค์(15บาท)ไป ถนน วรเดช ที่ใกล้กับถนนรถไฟ ที่ไม่ใช่วรนุช :)



พอถึง ถนน วรเดช ผมรอนั่งรถเมล์(60บาท) ที่นั่งรอ มีอยู่ประมาณ สามถึงสี่แถว ก่อนที่ผมจะไปนั่ง มีผู้ชายคนหนึ่งยืนไขว้ขาพิงเสาหน้าร้านขายของชำ มือขวาจับบุหรี่ อีกมือจับมอเตอร์ไซค์ของเขาเอง แถวแรกไม่มีคนนั่ง แถวสองมีหญิงสาวสามคนแต่งตัวเหมือนกับจะไปเล่นน้ำนั่งจับกลุ่มสนทนากัน แถวสามมีผู้ชายนั่งชิวๆ ทำท่าราวกับเดินทางไปหาแฟน ซึ่งมีที่ว่างพอสำหรับผม 20 นาทีผ่านไป มีคนมารอเพิ่มอีก25คน ซึ่งผู้ชายที่นั่งชิวๆนั้น ได้ยื่นขวดน้ำ500มล. ไปให้กับผู้ชายที่ยืนไขว้ขาพิงเสาหน้าร้านขายของชำ พร้อมกับมองหน้าผมเอง(คิดแล้วก็สยอง)

ใช้เวลาประมาณ 30นาทีกว่ารถเมล์จะมา ผมจึงรีบขึ้นไปนั่งตรงกลางรถหน้าต่างทางขวามือ ผู้ชายที่มองผมก่อนขึ้น ได้นั่ง8นาฬิกาจากผม เขานั่งอยู่ริมหน้าต่างกับคนที่นั่งข้างผมก่อนขึ้น ข้างนั่งผมเป็นผู้หญิงอายุราว 17-20ปี ใส่เสื้อสีดำ ถือถุงย่าม หญิงสาวสามคนที่นั่งแถวสองก่อนขึ้นได้มานั่งตรงข้ามผม อีกคนนั่งแถวถัดไป 11.15น.รถออก ผ่านวัดช่องลม แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไป 1กม. แล้วเลี้ยวขวา ผ่านถนนเขางู ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3087 ประมาณ7กม. ผ่านถ้ำเขางู ทางซ้ายมืออีก13กม.ถ้ำเขาบิน อยู่ทางขวามือโดยมีฝูงลิงรอบๆ :P ผ่านไปอีก 3 กม.จะเจอร้านกาแฟ 8 กม.ผ่านถ้ำจอมพล(หน้าถ้ำสวยมาก)11.50น.ถึง อ.จอมบึง

ต่อด้วยผ่าน มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งผมไม่เคยเห็น มหาวิทยาลัยอะไรที่มีถนนตัดผ่านมหาวิทยาลัย - - ในเวลาเดียวกัน ของเหลวสีน้ำตาลปนเศษอาหารเปรียบดั่ง เขื่อนทะลักได้ไหลลงนอกหน้าต่างรถเมล์ พร้อมกับไอเสียงไอแค่กๆ สองสามที ซึ่งเป็นผู้หญิงที่นั่งหน้าผมเอง เหอๆ(เสีย mood หมด) 12.15น. และแล้วผมก็ได้กลิ่นหอมหวนจากต้นหญ้า ดอกไม้ ต้นไม้นานาพันธุ์ พร้อมกับเสียงสายลม ราวกับต้อนรับรถเมล์สายนี้ ผมได้กวาดสายตาโดยรอบ บังเอิญไปสะดุดป้ายหนึ่งที่เขียนไว้ว่า สวนผึ้ง(แสงตะวัน) 12.20น.

ผ่าน รพ. สวนผึ้ง 12.30น. ผมได้รถจากรถเมล์ และไป น้ำตกเก้าโจน และ ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ผมได้ไปต่อวินมอเตอร์ไซค์ คนขับมอเตอร์ไซค์(120บาท)ให้ผมเป็นลุงอายุราว 70ปี ดวงตาขุ่นหมอง แต่ร่างกายเหมือน หนุ่มกำยำ โดยขับเลี้ยวซ้ายไปตามทาง 2กม. ระหว่างเดินทางไป ธารน้ำร้อนบ่อคลึง(สรุปผมตกลงไปแค่ที่เดียวเพราะว่า น้ำตกเก้าโจนอยู่ห่างจากธารน้ำร้อนบ่อคลึง ไปเป็นระยะทางโดยรวมประมาณ 1กม.:( ) เส้นทางค่อนข้างดี

ระหว่างทางก็มีรีสอร์ทสอง สาม แห่ง แต่มีที่ๆหนึ่งไม่ขอเอ่ยนาม ในความคิดผม คิดว่า เป็นรีสอร์ทที่ทำลายธรรมชาติมากอยู่ เพราะรีสอร์ทนั้นล้อมรอบไปด้วยต้นหญ้ากับแพะไม่กี่ตัว หรือเป็นที่ๆเติมแต่งพร้อมที่จะให้คนหวดลูกกอล์ฟเล่น(ถ้าเป็นที่ๆอื่นที่ไม่ใช่ภูเขา เชิงเขา เนินเขา หรือ ที่ๆควรจะอนุรักษ์ก็ไม่ว่านะ แต่ทำไมต้องสร้างสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ไร้ค่า ทำไมไม่ไปสร้างเป็นสวนดอกไม้ หรือศูนย์วิจัยพืชพรรณไม้ก็ได้ที่ไม่ทำลายธรรมชาติอ่า คุณสร้างรีสอร์ทแล้ว คุณไม่คิดที่จะทดแทนอะไรคืนให้กับธรรมชาติเลยเหรอ อย่าคิดเอาแต่ได้อยู่ข้างเดียวดิวะแสดด)

13.00น. และแล้ว ผมได้มาถึงธารน้ำร้อนบ่อคลึง มันเหนือคำบรรยายจริงๆ ดูภาพเอาแล้วกัน 14.00น. หลังจากที่ได้รับประทานอาหารจากที่ธารน้ำร้อนบ่อคลึงแล้ว ผมได้เดินทางกลับโดยลุงขับมอเตอร์ไซค์คันนั้นเอง 14.01น. ไม่รู้ว่า ธรรมชาติเล่นตลกอะไรกับผม ขณะนั้นเอง เม็ดฝนได้โปรยปรายลงสู่พื้นดิน มันเริ่มหนักขึ้นๆแปรผันตรงกับความเร็วในการขับเคลื่อน จากถนนสีเทาอ่อนกลับกลายเป็นสีเทาเข้ม



















จนถึงชานชาลา เราทั้งสองได้แวะพักแห่งนั้น นาน3นาที ฝนเริ่มซาลง แล้วลุงขับมอเตอร์ไซค์ได้ชี้นิ้วชี้ไปทางภูเขาสองลูกที่อยู่ทางซ้ายมือ(10นาฬิกานับจากผม)ที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆครึ้ม เราทั้งสองเห็นพร้อมกันจึงเดินทางต่อ ทันใดเอง ก็ได้มีรถกระบะวิ่งผ่านทางด้านขวา หลังรถมี หนุ่ม สาว 2คน พร้อมผ้าคลุมตัว ผมเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดี ผมจึงเอาเสื้ออีกตัวที่ติดในกระเป๋าสะพายข้างมาคลุมหัวไว้ แล้วก็เก็บแว่นสายตาไว้ที่กระเป๋าสะพายข้าง เสร็จสับ ผมตั้งหน้าตั้งตารอเม็ดฝนในอีก30วินาที

เป็นไปตามคาดคะเนไว้ เม็ดฝนขนาดเท่าลูกแก้วเส้นผ่านศูนย์กลางยาว1ซม(ที่เด็กชอบเอาไปเล่นดีดลูกแก้วอ่า) แรงตกกระทบของหยดน้ำได้สร้างความเสียหายต่อพื้นทรายรอบๆถนน ทำให้เกิดเป็นหลุม เป็นบ่อ ดูแล้วราวกับ หลุมที่พื้นผิวดาวอังคารก็เป็นได้ ฝนตกจนเห็นทางข้างหน้าไม่ชัด( ก็ผมสายตาสั้น275นิ เอิ๊กๆ) ผมจึงหลับตา ไปห้านาที จนกระทั่ง ฝนเริ่มซา ผมจึงใส่แว่นสายตา 14.35น. ถึงชานชะลาที่รอรถเมล์สายขาที่ผมมา มีผู้หญิงเสื้อผ้าเปียกอยุ่นั่งรออยู่ด้วย ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวกับคนที่อ๊วก พร้อมกับเพื่อนชายสองคน ผมยืนรอชานชะลา และได้ถอดเสื้อออกแล้วก็สะบัด และบิด เพื่อเค้นน้ำจากเสื้อออกมา

รอประมาณ สามนาที รถเมล์พร้อมออกเดินทาง ผมได้ให้เงินลุงไป 250บาท(ไป-กลับ)และ วิ่งขึ้นไปรถเมล์ ผมนั่งแถวสี่ริมหน้าต่างนับจากข้างหน้าคนขับ ผู้หญิงที่อ๊วกคันก่อน ได้นั่งแถวสองริมหน้าต่างนับจากข้างหน้าคนขับ ผมจึงไปถามผู้หญิงอ๊วกว่า สายนี้ไปตัวเมืองราชบุรีเปล่า เค้าตอบว่า ไม่รู้ พร้อมกับ เดินไปนั่งแถวแรกเยื้องๆคนขับ10นาที ผ่านไป ผู้ชายที่มองผมที่รอรถเมล์ขาที่มาได้ขึ้นมาที่รถเมล์ พร้อมกับเดินไปแถวหลังสุด

หลังจากนั้นอีก 30นาที ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ผมจึงรีบใส่เสื้อผ้าทันที :) 16.00น.ถึงถนน วรเดช ผมจึงลงตรงจุดที่ๆรอรถเมล์ตอนขามา เดินไปอีก10เมตร เจอร้านขายตั๋วรถตู้ไป อนุสาวรีย์ชัยฯ ผมจึงชำระเงินทันที พร้อมกับมองท้องฟ้าสีคราม 20.30น.ถึงบ้าน




 

Create Date : 11 กันยายน 2553    
Last Update : 5 ธันวาคม 2553 16:18:06 น.
Counter : 137 Pageviews.  

เส้นทาง(ครั้งแรกในชีวิต)

เป้าหมาย : Pattaya

12/7/10

ผมออกเดินทางจากเจริญนคร(บ้าน)โดยรถเมล์(8บาท) แล้วต่อด้วยเรือข้ามฝาก จากฝั่งธนฯไปท่าน้ำpepsi(3บาท) จากนั้นผมขึ้นไปโดยสารBTSตากสินถึง อนุสาวรีย์ชัยฯ7.55น.(ผมใช้บัตรนักศึกษารายเดือน 18บาท) แล้วต่ออู่รถตู้ pattayaVan(97บาท)

โชคเข้าข้างผม เพราะพอผมไปถึงปุบ รถก็ออกเลย ทั้งๆที่ไม่มีผู้โดยสารคนไหนเลยนอกจากตัวผมเองกับคนขับ ระหว่างการเดินทาง ผมกับคนขับได้คุยๆกันไปบางครั้งบางคราว คนขับบอกมาว่า รถตู้จะออกทุกๆ 30นาที ไม่มี Late เพราะว่าเดี่ยวจะไปรับคนจากพัทยาใต้ไม่ทัน

โดยส่วนตัวผมคิดว่า ผมโชคดีจริงๆ คนขับอัธยาศัยดี บวกกับ สภาพรถดี เวลาประมาณ 9.00 ผมก็ได้เห็น สะพานข้าม น.บางปะกง ซึ่งผมคิดถึง เพลงๆ หนึ่งที่ที่มีอยู่ในipod touch(Gen2)ผม


เพลง "บางปะกง"
ศิลปิน เยื่อไม้
(อรวี สัจจานนท์ ขับร้อง)

ฝั่ง...ชายน้ำบางปะกง
ยามแสงอาทิตย์อัสดง ใกล้จะค่ำลงแล้วหนา
แต่บางปะกง นั้นยังคงสวยงามตา
คราใกล้สนธยา ยิ่งพาให้เราสุขสันต์

แดด...จวนลับลงรำไร
มองเห็นเรือน้อยล่องลอยไป ตื่นใจดังยลสวรรค์
เยือกเย็นสายลม พริ้วพรมอย่างนี้ทุกวัน
ธรรมชาติยามสายัณห์ ได้เห็นแล้วลืมไม่ลง

แม้จากไปอยู่ไกลแสน
ก็ไม่ขอลืมแดน ที่เคยปักใจลุ่มหลง
จะเฝ้าแต่ฝัน ถึงอาทิตย์อัสดง
ชายฝั่งบางปะกง นั้นลืมไม่ลงแน่เอย

โอ้...งามแท้บางปะกง
ใครได้เห็นเมื่ออัสดง ก็คงสุดกล่าวคำเฉลย
ยากจะกล่าวชม ให้สมความงามนั้นเลย
เพลงนี่กล่าวภิเปรย ไม่ถึงแม้เพียงครึ่งเดียว


งามแท้ๆครับ ไม่เสียแรง เสียเวลาที่มาชมความวิจิตอันงดงามของธรรมชาติที่สร้างเรามาอยู่คู่กัน เคลิมถึงอดีตที่ยากจะลืม(คนที่แอบชอบ)

ต่อจากนั้นผมก็หลับ แล้วตื่นขึ้นมาอีกที่ตอนเข้าปั้ม อีกไม่กี่นาทีจากนั้นก็ถึง พัทยา เป็นเวลา 9.30น. ผมเห็นป้ายบรู๊ซ ลี ในป้ายเขียนไว้ว่า ''บรู๊ซ ลี ยังไม่ตาย'' ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี 10.00น. ผมถึง แหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ รถตู้จอดตรงท่าเรือที่จะไปหาดตาแหวนเลย ลงมาปุบ ทุกคนที่เป็นนักท่องเที่ยวก็มองผมมาด้วยความ งง ว่ามาคนเดียวเนี้ยนะ ให้ตายเถอะโรบิ้น ผมก็ตรงไปซื้อตั๋วข้ามเกาะ (ราคา30บาท) เรือออก 11.00น. ผมก็รอ โทรศัพท์คุยกับเพื่อน เดินไปคุยไป เรื่อยๆ ผ่าน อู่เรือ ไปตรงโดม(ไม่รู้ว่าเขาเรียกกันว่าอะไรกัน) นั่งชิวๆ รับลมและแสงแดดอ่อนๆจากธรรมชาติอยู่ตรงโดม มองออกไปโพ้นอ่าวไทย งามนัก...





10.55น. ผมก็ไปถึงเรือข้ามเกาะ 11.07น. เรือข้ามเกาะได้ออกจากท่าเรือ ณ นาทีที่เรือออกได้ซักพัก เรือค่อยๆเพิ่มความเร็ว สอดคล้องกับ กระแสลมที่พัดผ่านจากอ่าวไทยตกกระทบสู่ผิวหน้าของผม แรงลมทำให้ผิวหน้าของผมบิดเบี้ยวเป็นระรอกคลื่นดั่ง ผิวน้ำ ณ ขณะนั้น

11.50น. ผมก็ถึง หาดตาแหวน ผมเดินไปเรื่อยๆจนสุดหาด ระหว่างทางก็มีร้านค้า ร้านอาหาร ต่างต่างนานา ผมซื้อน้ำดื่มขวดมน (10บาท)







12.15น. ผมฝากของไว้กับกลุ่มคนไทย กลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน กลุ่มๆนั้น จ้องมองผมด้วยความมึนงง แล้วก็กระโจนเล่นน้ำ เป็นช่วงเวลาที่แสงแดดยังอ่อนๆ
12.30น. ผมขึ้นจากน้ำ เพราะแดดเริ่มแรง คนๆหนึ่งจากกลุ่มนั้น ถามผมว่า มาคนเดียวเหรอ มาจากไหน ผมก็บอกไปหมด

12.45น. ผมลากลุ่มนั้น พร้อมกับเดินเลาะหาด กลับไปสู่ เรือข้ามเกาะเดิม 13.07น. ผมโทรศัพท์ไปคุยกับเพื่อน และแล้วเรือข้ามเกาะได้ออกจากเกาะตาแหวนสู่แหลมบาลีฮาย





13.45น. ผมเดินจากแหลมบาลีฮาย ไปศูนย์การค้า รอยัล การ์เด้น พลาซ่าเมืองพัทยา จุดประสงค์ไปเพราะ อยากไปดู พิพิธภัณธ์ Ripley
14.00น. ผมไปกินข้าวที่ Food wave ชั้น 5 (110บาท)
15.00น. ผมไปดูพิพิธภัณธ์ Ripley,Ripley's Infinity Maze,Ripley's Haunted House,Ripley's 3D+Moving Theater ปิดท้ายด้วย หุ่นขี้ผึ้ง (เหมารวม 850บาท) โดยภาพรวม ไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเลย







17.00น. ผมเดินไปยังอู่รถตู้pattayaVan(97บาท) กินข้าวมันไก่(25บาท)แถวนั้นก่อน จึง นั่งรอรถ ประมาณ 25 นาที รถตู้ก็มาถึง
20.00น. ถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ
20.30น. ถึงบ้าน




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2553    
Last Update : 5 ธันวาคม 2553 16:18:16 น.
Counter : 213 Pageviews.  


kaka491
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แนะนำติชมได้ครับ

ไม่ว่ากัน

ฟังเพลงออนไลน์ CodeRadio
เพื่อนที่กำลังชมบล็อก




คนเราซื้อเวลา(นาฬิกา)ได้ แต่ไม่สามารถซื้อเวลาในอดีตได้

เวลาไม่เคยรอใคร

คุณจะรู้ว่าชีวิตคุณมีค่าที่สุด คือเวลาที่คุณใกล้สิ้นลมหายใจ

หนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีตัวเองมันไม่ได้

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับคนที่มีความพยายาม

เลือกหนทางของตัวเอง เพื่อความสุขที่แท้จริง

อย่าพูด ทำเลย



Friends' blogs
[Add kaka491's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.