Group Blog
 
All blogs
 

Diary : Skincare แบรนด์แรกที่ใช้กัน คืออะไรคะ

วันนี้มดนึกอยากเขียน Diary อีกละ

เพราะได้รับพัสดุ จาก Olay ส่ง Olay total effects 7 in 1 anti-ageing มาให้ที่บ้าน

เลยทำให้นึกสงสัยว่า ส่วนใหญ่ Skincare แบรนด์แรกทีื่่เพื่อนๆ ใช้คืออะไร และเริ่มใช้กันตอนอายุเท่าไหร่นะ

เอาไปตั้งคำถามใน Fanpage ดีกว่า ได้คำตอบมามากมาย











ส่วนมดเริ่มใช้ Skincare ครั้งแรก ตอน อายุ18-19 ปี ก็ใช้ Olay นี่แหล่ะ เพราะเรียนอยู่ที่ ม.เกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน สิ่งที่หาซื้อง่ายและราคาไม่แพงสำหรับนักศึกษาในสมัยนั้น (โฮกก ดูยาวนานเหลือเกิน ) ก็คือ Olay ที่เป็นกระปุกๆ น่าจะนึกออกกันเนอะ

ใช้จนอายุ ประมาณ 20 ปี นะ แล้วก็เริ่มใช้แบรนด์อื่นๆ

จนปัจจุบัน อายุ 32 ปีละ 10 ปีที่ผ่านมา มดไม่ได้ใช้ Olay total effects 7 in 1 anti-ageing อีกเลย

ใช้แต่ OLAY White Radiance Advanced Fairness ตัวใหม่ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส แล้วก็เปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ

ไหนๆ Olay ก็ส่งมาให้ลอง แต่มดยังไม่มีเวลาลองค่ะ

ตอนนี้หน้าแน่นมากแล้ว ไม่สามารถจัด Skincare อื่นๆลงได้

ขอพูดถึงแบบ preview ข้อมูลผลิตภัณฑ์คร่าวๆ แทนละกันนะ




-ตอนนี้ แพคเกจเปลี่ยนใหม่แล้วนะ



-7 ริ้วรอยแห่งวัยที่ Olay เข้าไปดูแล



-ส่วนผสมสำคัญ



-ขวดขนาด 50 ml. เป็น Day cream แต่เขียนว่าให้ใช้วันละ 2 ครั้ง



-มีจุกปิดไว้ก่อนเปิดใช้



-ปั๊ม ออกมา 1 ครั้ง ได้เนื้อครีมประมาณนี้

-เนื้อและสี เนื้อครีมปานกลาง สีขาวขุ่น

-กลิ่น หอมจางๆ



-ลูบๆเป็นวงกลม เนื้อครีมกระจายออกเหลวขึ้นกว่าเดิมมาก



-ซึมเข้าผิวได้ดีทีเดียว



-ข้างกล่องบอกว่า ผ่านการทดสอบด้านผิวหนังแล้ว ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิว ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และเหมาะกับทุกสภาพผิวนะ

* ยังไงก็ถือว่ามดเอามาเล่าให้อ่านกัน มดไม่สามารถตอบได้ว่าใช้แล้วเป็นอย่างไร เพราะยังไม่ได้ลองใช้นะคะ *

สิ่งที่อยากจะบอกเพื่อนๆ ก็คือ อย่าลืมหันมาดูแลผิวเราเองตั้งแต่อายุน้อยๆค่ะ เพราะว่าเมื่อเราดูแลเค้าเร็ว ผิวสวยๆก็จะอยู่กับเราไปได้นาน anti-ageing เป็นเรื่องสำคัญนะ มดผ่านช่วงลองผิด ลองถูกมาเยอะพบว่า อย่าไปสนใจเรื่องความขาวมากมาย เพราะหน้าขาว ตัวดำ สีไม่เท่ากันก็ไม่ได้ดูงามอะไร

แต่ถ้าผิวเราสุขภาพดี ไม่มีริ้วรอยก่อนวัย ไม่มีจุดด่างดำ ผิวเรียบเนียนเสมอกัน นั่นแหล่ะน่าจะเป็นผิวที่เหมาะสมกับทุกคน ทุกคนสวยได้ในสีผิวต่างๆกัน


ส่วนใครที่อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่
Facebook OlayThailand




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2554    
Last Update : 31 สิงหาคม 2554 23:34:26 น.  

Diary : ประจำเดือนมาที 10-15 วัน สิวฮอร์โมนอักเสบที่คางทุกเดือน ใครเป็นแบบมดบ้างคะมาแชร์กันหน่อย

ล่าสุด SiSSME ได้พูดถึงปัญหาอาการก่อนมีประจำเดือนนำมาทำ SiSSTALK กัน ซึ่ง มด ตูน ทราย ก็มีอาการต่างๆกันออกไป



ลองฟังกันดูว่าแต่ละคนมีอาการอะไร และ PMS/PMDD คืออะไร? เพื่อจะได้เข้าใจกันขึ้นมาบ้างว่าอาการพวกนี้จะเกิดขึ้น เมื่อไหร่? และประมาณไหน? และจะแก้ไขอย่างไร?

กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน คือ อาการทางกายและใจที่เกิดกับผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ในช่วงเวลา 5-10 วัน ก่อนมีประจำเดือน และอาการจะดีขึ้นและหายไปหลังจากประจำเดือนมาแล้ว ซึ่งสาเหตุของการเกิดกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเพศในระหว่างรอบประจำเดือน โดยความรุนแรงของอาการของแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ

อาการหลักๆ ของกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ด้านร่างกายและด้านอารมณ์ อย่างด้านร่างกายนี้เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คัดตึงเต้านม แขนขาบวม ท้องอืด น้ำหนักขึ้น อยากอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เป็นตะคริว อ่อนเปลี้ย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง แล้วก็สิว!

ส่วนอาการทางอารมณ์นั้นก็มีผลกระทบต่อ ตัวเรา ผู้คนรอบข้าง และการดำเนินชีวิตเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน ขาดสมาธิ เครียด วิตกกังวล โกรธ ฉุนเฉียวง่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยทำเป็นประจำ ซึมเศร้าอย่างชัดเจน วิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์แปรปรวนอย่างเห็นได้ชัด เครียดอย่างรุนแรง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ซึ่ง ตัวมดเองนั้น ในแต่ละเดือนมีปัญหา หนักมากคือ มดมีประจำเดือนนานมากค่ะ 10 วัน เป็นปกติ หรืออาจลากยาวถึง 15 วัน แต่ไม่ปวดท้องนะ นานๆทีถึงจะมีอาการปวดท้อง ปีละ 1-2 ครั้งได้

แต่การที่มาเยอะเนี่ย ก็ทำให้เพลียมากเหมือนกัน และตัวมดจะบวมมาก น้ำหนักขึ้น ประมาณ 1-2 โลทุกครั้งก่อนมีประจำเดือน

แล้วเรื่องที่โกรธที่สุดคือ สิวฮอร์โมนจะต้องอักเสบขึ้นที่คาง ทุกเดือนค่ะ พอสิวเริ่มมา มดรู้ละ อีก 5 วัน ประจำเดือนชั้นจะมา แล้วคิดดูซิคะ พอสิวอักเสบใหญ่ก็จะทิ้งรอย พอมดไปรักษารอย เอาละ เตรียมตัว ประจำเดือนรอบใหม่จะมาอีกแล้ว สิวใหม่ขึ้นอีก มดเคยใช้ Skincare เครียร์สิวไปแล้วนะ แต่มันก็มาอีก

เพราะว่าเป็นสิวฮอร์โมนไงคะ ฉะนั้นก็ต้องมาทุกเดือน มดเบื่อมากค่ะ มันทำให้จิตตก แต่งหน้าลำบาก แล้วก็หงุดหงิด กลายเป็นว่า เกิด PMS อีก คือเหวี่ยง วีน และคนที่โดนประจำก็ ดรีม สามีมดเอง โดนทุกเดือนจนเค้าชิน

*ล่าสุด เดือนที่ผ่านมา มดมีประจำเดือน 10 วัน เว้น ไป 7 แล้วมาอีก 10 วัน เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยย อะไรจะยาวนานขนาดนั้น สิวแทบจะขึ้นซ้อนตัวเป็นคอนโดเลย เพราะหาที่ขึ้นไม่ได้ (แอบคิดในใจ ก็ยังโชคดีที่ขึ้นแค่คางถ้าขึ้นทั้งหน้านี่จบกันนะ) แล้วเพลียมาก รู้สึกว่าอยากจะนอนเยอะๆเลยอ่ะ*


ดรีม เคยแซวว่า ช่วย บอกประจำเดือนเธอ ให้ไป พักร้อนบ้างได้ไหม 555

คราวนี้ได้เจอกะเพื่อนๆ พี่ๆ แวดวงความงามที่สนิทกัน มดก็เลยมาแชร์เรื่องประจำเดือนและสิวของมดให้ฟัง ทุกคนบอกว่า เธอ ต้องไปหาหมอนะ แบบนี้ผิดปกติมาก ถ้าปล่อยไว้ จะมีลูกยากมากนะ เพราะไม่เว้นช่วงให้ได้ปฎิบัติการใดใดเลย



ได้เจอ น้อง จิ๊บ ปกฉัตร เธอเล่าว่าเธอมีหลายวิธีในการดูแลตัวเองก่อนมีประจำเดือน คือ เลือกทาน ลดปริมาณการดื่มชา กาแฟ และเครื่องดื่มคาเฟอีนอื่นๆ รวมถึงแอลกอฮอล์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินคาร์โบไฮเดรตชนิดดีมีไฟเบอร์ อาทิ ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต ให้มากขึ้น เพราะคาร์โบไฮเดรตชนิดดีเหล่านี้ใช้เวลาย่อยนานกว่า จึงช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ซึ่งจะช่วยให้มีความรู้สึกดีขึ้น ลดอาหารที่มีเกลือสูงหรือเค็มจัด เพราะยิ่งจะทำให้เกิดอาการตัวบวม จริงจังกับการออกกำลังมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายในตอนเช้า ซึ่งจะช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเวลาที่ออกกำลังกายต่อมพิทูอิทารีจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้รู้สึกดี ยิ่งเรามีสารเอนดอร์ฟินมากในกระแสเลือด เราจะรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น และหากเรารู้สึกดีตั้งแต่เช้า ตลอดทั้งวันนั้นโอกาสที่คุณจะสะสมความเครียดก็จะน้อยลงไปมาก เราก็จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น

และที่เธอบอกว่าให้ลองทำดูคือ โยคะ ค่ะ มดเคยเล่นมานานแล้ว และเลิกไป ตอนนี้คิดว่าจะเริ่มเล่นใหม่ละ

สาวจิ๊บได้แนะนำวิธีการที่จะพอช่วยลดปัญหาสิวช่วงวันนั้นของเดือน ซึ่งก็คือการทำโยคะหน้า ซึ่ง มดก็ลองทำตามดู เหมือนไหมหล่ะ 555



Whole Face Yoga Part I ซึ่งทำได้ง่ายๆ โดย สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุดทางจมูก กำมือให้แน่น จากนั้นเกร็งกล้ามเนื้อบนใบหน้า
และท่าต่อไปที่ต่อเนื่องกันคือ ท่า Whole Face Yoga Part II โดยหายใจออกจากปาก แลบลิ้นออกมาให้มากที่สุด กลอกตาขึ้นลง จากนั้นคลายมือออก โดยทำท่าทั้ง 2 ท่านี้ให้ต่อเนื่องกัน ซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้ง



แล้วก็มีวิธี การกระตุ้นการไหลเวียนเลือดลมบนผิวหน้า อีกทั้งผิวยังได้ผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าและความเครียด คือ การกดจุดบนใบหน้า ซึ่งทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้นิ้วกลางทั้งสองข้างกดที่ซอกปีกจมูก และกางมือทั้งสองข้างให้แนบไปกับร่องแก้มขณะที่กดจุด จากนั้นวางมือทั้งสองข้างที่กึ่งกลางใบหน้า ให้นิ้วชี้ทั้งสองข้างกดเบาๆ ที่หัวตา เลื่อนลงมากดซ้ำที่มุมปาก และปีกจมูก ท่าละ 3 วินาทีอีกครั้ง

วันนั้นได้แชร์ประสบการณ์กันเยอะเลย มดก็กลับเอามาปฎิบัติด้วย เพราะมดต้องการต่อสู้กับ สิวที่คาง ให้หายซะที แล้วก็มดตั้งใจว่า จะลองกินยาคุมดู เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยกินซักครั้ง คราวนี้ตั้งใจว่าจะกินยาเพื่อปรับฮอร์โมนให้ประจำเดือนมาเป็นปกติซะที มดเลือกแบบ 24+4 เพื่อความง่ายในการจำ ยังไงเอาใจช่วยกันด้วยนะจ๊ะ ว่าสิวจะหาย หน้าจะใส แล้วประจำเดือนจะมาปกติเหมือนคนอื่นเค้าบ้างไหม




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2554    
Last Update : 31 สิงหาคม 2554 13:12:57 น.  

Diary: มาดูแลผิวกันเถอะ ชวนคุยเรื่องผิวขาวหรือผิวไม่มีริ้วรอย แบบไหนสำคัญกว่ากัน

วันนี้นึกอยากเขียน Diary อีกแล้ว มาแบบมีสาระกันบ้างค่ะ

มดอยู่ในแวดวงความงามมาเกือบจะ 5 ปีละ สกินแคร์ เมคอัพ ลองใช้มามากมาย แต่วันนี้มานั่งนึกย้อนว่า เรามาดูแลตัวเองช้าไปไหมเนี่ย

มดเริ่มใช้สกินแคร์ เริ่มใช้บำรุงและกันแดด ตอน อายุ 19 ปี คือเรียนปี 2 ป.ตรี ค่ะ ก่อนหน้านั้นไม่เคยใช้อะไรเลย 555 บ้าไปแล้วผ่านมาได้ไงเนี่ย

และก็ใช้แค่ เจลล้างหน้า + ครีมบำรุง + กันแดด + แป้งเด็ก +ลิปกลอส แค่นี้เลย ใช้แบบนี้จนอายุ 25 ปี ตอนเรียนจบ ป.โท นั่นแหล่ะ อาจมีแต่งหน้าบ้างนิดหน่อยตามโอกาสแต่ประจำวันทุกวันก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ

ส่วนการแต่งหน้าจริงจังก็อายุ 27 แล้วนะ คือตอนเริ่มเขียนบล็อคค่ะ

มานึกย้อนไป ตอนนั้น มดเลือกใช้ครีมที่ให้ความขาวทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะซื้อกี่แบรนด์ก็จะเลือกที่เขียนว่า whitening ทั้งๆที่เราก็ไม่ใช่คนผิวคล้ำนะแต่เหมือนกับว่าเพื่อนใช้เราใช้ตาม แล้วเด็กๆ รู้สึกว่า ขาวใสเนี่ยแหล่ะ สวยสุดละ

ตอนนั้น whitening มาแรงมากค่ะ แล้วก็จะเน้นว่า ขอสำหรับผิวผสม-ผิวมัน จะได้คุมมัน หน้าจะได้ไม่มันๆๆๆๆ ทั้งๆที่ผิวเราก็ไม่ได้มันมากมายอะไร

จนอายุ 27 ปี ถึงเริ่มรู้สึกว่าการเลือกใช้ สกินแคร์นั้น ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับผิวเรามากกว่า คือ ต้องดูปัญหา ว่าผิวเราเป็นแบบไหน ไม่ใช่ขอขาวขอไม่มัน แค่นั้นมันไม่ใช่เลย

เพราะพอมีโอกาสได้ตรวจสภาพผิว ตอนอายุ 30 ปี แล้วพบว่าเป็นผิวผสม แต่ขาดความชุ่มชื้น แล้วก็ผิวไวต่อแสง รูขุมขนกว้าง มีริ้วรอยก่อนวัยด้วย ทำไมมันเยอะจังอ่ะ T T

อาจเป็นเพราะเราใช้ครีมที่ช่วยแต่เรื่องความขาว มาตั้งแต่เด็กรึเปล่าเนี่ย ที่สำคัญเริ่มมีริ้วรอยก่อนวัยเพราะเราไม่ได้สนใจดูแลผิวหน้าถูกต้องเท่าที่ควร

ส่วนเรื่องแต่งหน้า รู้สึกโชคดีที่แต่งหน้าช้าเพราะผิวตอนอายุ 27 ปี ของมด ถือว่าดีมากค่ะ ไม่มีปัญหาใดใดเลย ผิวใสจริงๆนะ แต่พอแต่งหน้ามากขึ้น อายุผิวที่มากแต่ไม่ได้ดูแลอย่างดี ผลมันก็แสดงออกชัดเจน



-ผิวตอนก่อนเริ่มแต่งหน้าแต่มีการใช้สกินแคร์แล้ว

ตอนนี้เลยเน้น สกินแคร์ บำรุงผิวมากมายค่ะ

มดเน้นเรื่องริ้วรอย ความแข็งแรงของผิวเป็นหลัก

ส่วนเรื่องขาวใสเป็นเรื่องรองลงมาไม่ได้ใช้ตลอดเวลา ใช้เสริมบ้างเวลาผิวดูหมองคล้ำ

แล้วก็เรื่อวสิวฮอโมนต์ที่ก็ต้องดูแลกันต่อไป เป็นเรื่องลำบากของผู้หญิงทุกๆเดือนเลยนะ


เลยอยากจะบอกเพื่อนๆว่า เราควรดูแลผิวตั้งแต่อายุยังน้อย และใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลริ้วรอยแห่งวัย ควบคู่ไปด้วย ค่ะ ผู้หญิงช่วง 20- 35 ปี เป็นช่วงที่ผิวจะเปลี่ยนหลายแบบมากเราควรจะ

1.อย่าไปเน้นเรื่องขาวใสอย่างเดียวค่ะ ควรเน้นเรื่องความแข็งแรงของผิวและลดริ้วรอยก่อนวัยควบคู่ไปด้วย
2.ควรเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวเราโดยตรวจสภาพผิวทุกปี ว่าผิวเราเป็นแบบไหน
3.อย่าลืมทาครีมกันแดดตั้งแต่วัยรุ่น ผิวจะได้ไม่แก่ก่อนวัย
4.ขัดผิว มาร์คบำรุงผิวทุกสัปดาร์ เพื่อให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพหลุดออกไปคะ
5.ดื่มน้ำวันละ 2 ขวดใหญ่++
6.นอนไม่เกินเที่ยงคืน และนอนให้พอ 7-8 ชม.
7.งดบุหรี่ สุรา น้ำอัดลมไปเลยจะดีมาก
8.นวดหน้าเข้าสปาบ้างก็ดีนะ

แล้วเพื่อนๆ คิดเห็นยังไงกันบ้าวคะ อยากรู้จังเลยว่าส่วนใหญ่ใช้ สกินแคร์กันยังไง แล้วตอนนี้ดูแลผิวกันแบบไหนเอ่ย

มาแชร์กันนะ




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2554 16:53:25 น.  

Diary: Mix & Match FashionTips การเลือกกระเป๋า Balenciaga ให้เข้ากับ Dress ตัวสวย

เมื่อวันที่ 26 พค.54 มดได้แวะไปที่งาน Mix & Match Fashion Tips ที่จัดโดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ Reebonz.com



ซึ่งมีวิทยากรเป็น ภ.ญ.นันทวดี พิทยาพิบูลย์พงศ์ Managing Director สถาบัน Body Liftup และ คุณระพี ชูสุวรรณ หรือ Alwaysfluke เพื่อนมดเอง

หลายคนที่ยังไม่รู้จัก Reebonz.com ลองเข้ามาอ่านที่นี่ก่อนค่ะ

Reebonz.com คือ อะไร มาทำความรู้จักไปพร้อมกันนะ

วันนั้นที่ไปจุดสำคัญคือ ทาง Reebonz.com บอกว่าจะมีการนำกระเป๋า ที่ขายอยู่ในเวบมาโชว์ และขายในราคาพิเศษ มี Balenciaga ที่มดชอบด้วยนะ เลยแวะไปซักหน่อย ไม่ใช่อะไรค่ะ มดจะไปดูว่ากระเป๋าเป็นของแท้รึเปล่า

ซึ่งพอไปถึงงานก็ มดก็เพลิดเพลินเลย Balenciaga มากันเยอะมาก Fendi Tod's Gucci อีกมากมาย

เดินดูเล่นพักนึง ฟลุค ก็มาค่ะ ฟลุคบอกว่าวันนี้จะสอนการ Mix & Match ทั้ง เรื่องการแต่งหน้าและแต่งตัว

มดเลยนึกสนุกอยาก Mix & Match ตัวเองบ้าง

วันนั้นมดใส่ Dress ลูกไม้สีดำ ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ ที่ชอบใส่ Dress หวานๆ มักคิดว่าควรถือกระเป๋าใบเล็ก แต่สำหรับมด มดว่าก็ไม่จำเป็นเสมอไปนะคะ จะใบเล็กใบใหญ่ เราต้องดูที่แบบและสีด้วย ถ้านำมา Mix & Match แล้วโดยรวมทั้งตัวแล้วดูโอเค ก็สามารถใช้ได้ทั้งนั้นค่ะ

มดเลือกกระเป๋า 2 ขนาด มาถือให้ดูกันนะ



-เลือก Balenciaga First สีเหลือง หมุดธรรมดา RH มาลองถือดู สีเหลืองตัดกับชุดลูกไม้สีดำ กำลังงาม หมุดสีดำก็เข้ากับชุดได้พอดี



-พอถือออกมาแล้ว เข้ากันได้เลย ขนาดกำลังดีเลยนะ

แต่ว่าในวันนั้นมดใส่ รองเท้า สีชมพูค่ะ กระเป๋าเหลือง รองเท้าชมพู ดูแปลกไปนิดนะ เลยเลือก Balenciaga Work สีชมพูโทนเดียวกับรองเท้ามาถือดูค่ะ



-Balenciaga Work สีชมพู นี้ มีขนาดใหญ่กว่า First มากเลย อีกทั้งหมุดขนาดใหญ่ RGGH ที่ดูแมนๆหน่อย แต่โชคดีที่หมุดเป็นสี rose gold ซึ่งเข้ากับสีของสร้อยที่มดใส่มา เลยดู Match กันได้



-พอนำมาถือและดุโยรวมทั้งชุดแล้ว ถึงกระเป๋าจะใบใหญ่ แต่ด้วยสีชมพู ที่ Match กับรองเท้า และหมุด RGGH ที่ Match กับสร้อย จึงทำให้กระเป๋าใบใหญ่ไม่เป็นปัญหากับชุด Dress เลยค่ะ

เห็นไหมคะว่า จริงๆแล้ว Fashion นั้นไม่มีกฎตายตัว การ Mix & Match และตัวเราใส่แล้วมีความมั่นใจ มีความสุขแค่นั้นก็ตอบโจทน์ทั้งหมดได้แล้วค่ะ

ตอนนี้ http://www.reebonz.com มี event ใหม่ๆมาเพียบเลย ใครสนใจก็ลองกดเข้าดูกันนะคะ





 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2554 14:02:23 น.  

Reebonz.com คือ อะไร มาทำความรู้จักไปพร้อมกันนะ

สวัสดีเพื่อนๆทุกคนค่ะ วันนี้มดมาแปลกนิดนึงตรงที่ จะมาเล่าถึง web นึงนะ

Reebonz เป็น website ที่ขายสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมของผู้หญิง ผู้ชาย แล้วก็เด็กค่ะ มีอยู่ในหลายประเทศเลย ที่ดังๆ ก็ใน สิงค์โปร์ เพื่อนมดที่อยู่ที่นั่นบอกว่าคนซื้อของในเวบนี้กันเยอะ นอกจากนั้นยังมีขายแพคเกจทัวร์ ท่องเที่ยวด้วยนะ

จริงๆ เวบที่ขายสินค้าเหล่านี้ก็มีอยู่มากมาย แต่บังเอิญว่า มดได้เห็นโฆษณาเวบนี้ใน Facebook ก็กดเข้าไปดูตามปกติ ส่วนใหญ่ก็เข้าไปดูกระเป๋าค่ะ แบรนด์ที่ไม่พลาดเลยก็คือ Balenciaga ซึ่งมดชอบมากเป็นการส่วนตัว เห็นสีที่ถูกใจเป็นต้องซื้อเก็บไว้

หลังจากดูมาเรื่อยๆ พบว่า จุดเด่นของ Reebonz คือ การสื่อว่าทุกคนสามารถใช้ของแบรนด์เนมได้ ในราคาที่ถูกกว่า shop และสามารถผ่อนได้ 0% อันนี้น่าสนใจ

แต่มดก็ยังสงสัยอีกอยู่ดีว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นของแท้ 100% ถึงบางสินค้าจะถูกกว่า shop แต่ก็แพงกว่าฝากหิ้วมา อยู่ดี

เก็บความสงสัยไว้พักนึง ก็ได้ทราบข่าวว่าทาง Reebonz ได้รับสมัครตัวแทนของเวบ Brand influencer ในการบอกเล่าและประชาสัมพันธ์เวบให้รู้จักกันอย่างถูกต้อง มดก็เลยเข้าไปสมัครดูค่ะ เข้าไปพูดคุยและสัมภาษณ์ถึงมุมมองเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์เนม การใช้สินค้าต่างๆ ของมด

แต่จริงๆ แล้วที่มดเข้าไปก็เพื่ออยากจะรู้ว่า สินค้าที่นำมาขายเนี่ยเป็นอย่างไร ของจริง 100 % รึเปล่า เหมือนอยากเข้าไปพิสูจน์เองว่า เวบนี้เชื่อถือได้ขนาดไหน นั่นแหล่ะค่ะ เพราะในอนาคตถ้าเจอสินค้าชิ้นไหนราคาโดนๆ ก็น่าซื้อในเวบนี้

หลังจากมดได้พูดคุยกับทาง Reebonz ผ่านไป 2 อาทิตย์ ก็มีการติดต่อมาว่า ทางเวบเลือกมดในการเข้าไปเป็นตัวแทนเวบค่ะ เป็นงานใหม่อีกงานนึงที่มดได้ทำช่วงนี้นะ

ที่มดตัดสินใจทำ ก็เพราะ อยากนำเสนอให้หลายๆคน ที่ชอบแบรนด์เนม เหมือนมด แต่ไม่มีกำลังซื้อในการจ่ายเงินสดในคราวเดียว ให้ได้รู้ถึงอีกช่องทางนึงที่ ซึ่งมดเข้าใจอารมณ์ที่ว่า การที่คนเราอยากมีกระเป๋าดีดีซักใบที่ใช้ได้ไปนานๆ และมีราคาเมื่อเวลาผ่านไป นั้นเป็นยังไง



-เปิดเวบมาจะเจอหน้าตาแบบนี้ มีการแบ่งเป็น event ของสินค้าแต่ละแบรนด์ ซึ่งจะมีระยะเวลาด้วยนะ เหมือนเป็นการจัด event ราคาพิเศษขึ้นมาเป็นช่วง ใครเจอราคาดีก็โชคดีไป ถ้าเลยกำหนด event นั้นๆ ก็หมดไปค่ะ



-ส่วนด้านล่าง จะมี event ที่จะเกิดขึ้นบอกไว้ มีนับเวลาถอยหลังด้วยว่า อีกกี่วันจะมา เป็นการบอกล่วงหน้าให้คอยติดตามกัน



-ช่วงนี้มี event ของ Balenciaga ก็กดเข้าไปดู จะมีกระเป๋า แบบต่างๆ พร้อมทั้งราคา ที่ลดแล้ว จะมีการบอกเลยว่า สามารถผ่อน 0% ได้ในราคากี่บาท/เดือน ส่วนใหญ่ใบสวยๆ ก็จะ sold out ทั้งนั้นเลย



-ส่วน ด้านบนก็จะเป็นเหมือนเวบขายของทั่วไปค่ะ มีที่ลงทะเบียนและก็ลงชื่อเข้าใช้ แล้วก็ตะกร้าสินค้าของเรานะ

วันนี้ ก็มาเล่าคร่าวๆ เผื่อใครไม่เคยรู้จักลองเข้าไป ดูเล่นๆกัน

สรุป ข้อดี และ ข้อเสียเบื้องต้น ที่พบคือ

ข้อดีที่

-ทุกคนสามารถใช้ของแบรนด์เนมได้ถึงไม่มีเงินสดเป็นก้อน ถ้าอยากมีของดีดีใช้ซักใบ คุณก็ผ่อนได้ ในอัตรา 0 %

ข้อเสีย

-ราคาบางชิ้น ถูกกว่าใน shop ไทย แต่ก็แพงกว่าการฝากหิ้วมาอยู่ดี

บล็อค นี้ถือเป็นงานงานนึง ฉะนั้นมั่นใจได้ว่า มดไม่ได้เปิดโชว์ในหน้ารวมแน่นอนค่ะ

เล่ามาตั้งเยอะ มาดูหน้าตาของ http://www.reebonz.com กันค่ะ จิ้มลงไปดูเลย




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2554    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2554 6:11:02 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  
CinnamonGal
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 314 คน [?]




Cinnamongal Tirawat






มดเริ่มเขียน Blog เพราะชอบเครื่องสำอางมาก ชอบปาดหน้าตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ พอๆ กะ ปาดหน้าเค้ก จบปริญญาโท Landscape design แต่ชีวิตพลิกผันมาทำร้าน Bakery เล็กๆ อยู่ที่หัวหินชื่อ Euro Bakery Guesthouse มีเขรอะหมู เป็นสมุนที่ภักดี

ฝากไว้ให้คิด:อย่าเชื่อจนหมดใจ ถ้าคุณไม่ได้ลองด้วยตนเอง


lozocat Popular Vote & 2nd Home Decor & Pet Blog, 2nd Best Beauty Blog 2554 & 3rd Beauty & Shopping Blog 2010


ได้ Popular Vote
Home Decor & Pet Blog
จาก Thailand Blog Awards 2012

ได้ Popular Vote
และรางวัลที่ 2 Home Decor & Pet Blog
จาก Thailand Blog Awards 2011

ได้รางวัลที่ 3 Beauty & Shopping Blog
จาก Thailand Blog Awards 2010

พร้อมกับ ที่ 2 Best Beauty Blog 2554
จาก Bloggang Popular Awards 2554


ติดต่องานหรือส่งคำถามที่

mycinnamongal@hotmail.com
cinnamongalblog@gmail.com

..........................................................................

Advertisment



..........................................................................



Update YouTube TheCinnamongal



New Review



New HowTo Tutorial


......................................................................

What's NEW






....................................................................
Update ทุกเรื่องราวความสวยความงามก่อนใคร ที่
FB Cinnamongal.com Fanpage นะคะ







Friends' blogs
[Add CinnamonGal's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.