Google
Group Blog
 
All blogs
 
โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า

                ในยุคที่สังคมสับสนวุ่นวาย ทุกอย่างที่มีแต่ความเร่งรีบร้อนรน ต่างคนต่างวิ่งหาสิ่งต่างๆที่คิดว่าทำให้เป็นสุขมาปรนเปรอให้กับชีวิตตัวเอง มีแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง ขาดความเมตตาทั้งต่อคนใกล้ตัวและคนอื่นๆ ไม่นับสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาร่วมโลกเดียวกันกับเรา แต่จริงๆแล้วเรากำลังกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวที่สุดหรือเปล่า


                วันนี้ได้รับรู้เรื่องที่ทำให้ต้องสะท้อนใจถึงสองเรื่องในเวลาไล่เรี่ยกัน


                เรื่องแรก คนใกล้ตัวเล่าให้ฟังว่า มีคนมาโพสต์ให้อ่านเรื่องสุนัขที่โดนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตเพราะความโมโหของคนเป็นพ่อ แน่นอนว่าจะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้ นอกจากสุนัขไปกัดลูกของคนๆนั้น และก็แน่นอนว่าถ้าเป็นลูกเรา เราก็ย่อมโมโห โกรธ หรือจะอะไรก็แล้วแต่ อารมณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่น่าสะท้อนใจคือ เมื่อเกิดอารมณ์แล้ว คนเราขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ต้องการ “เอาคืน” กับสัตว์ซึ่งคิดได้ไม่เท่ามนุษย์ เราไม่ได้อยากเขียนเรื่องนี้เพื่อตำหนิใครหรอกค่ะ เพราะสุนัขก็ตายไปแล้ว เด็กบาดเจ็บไปแล้ว พ่อทำร้ายสุนัขไปแล้ว เรียกอะไรคืนมาไม่ได้อีก แต่เป็นสิ่งที่เราฟังแล้วไม่สบายใจ


                เรื่องที่สอง ดูละครทีวีฝรั่งเรื่องหนึ่งประเภทสืบสวนสอบสวน ตัวร้ายของตอนนี้ทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่ง ด้วยการข่มขืนเหยื่อจำนวนหลายคน และมีการวางแผนทำเป็นขั้นตอน เรียกว่าไตร่ตรองมาแล้วอย่างดี มีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกหนึ่งคน ออกล่าเหยื่อแบบมีกระบวนการ แต่กรรมนั้นมีจริง เมื่อคนร้ายไปกระทำกับลูกสาวนายตำรวจระดับสูงผู้หนึ่ง คนเป็นพ่อที่ไหนจะรับได้ หากรู้ว่าคนร้ายอาจจะหลุดคดีเพราะหลักฐานไม่พอที่จะเอาผิด ผู้เป็นพ่อก็เลยจัดการจบชีวิตคนร้ายใจโฉดนั้นเสียด้วยตัวเอง นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างของความโกรธจนขาดสติเช่นกัน ไม่มีใครเถียงว่า หากมีคนทำเช่นนี้กับลูกของเรา เราจะไม่โกรธได้ยังไง เพราะเราก็ยังเป็นคนธรรมดามีรักโลภโกรธหลง แต่การตัดสินใจฆ่าคนอื่น เป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือเปล่า อันนี้น่าคิดกว่า


                ทั้งสองกรณีนี้อาจจะเปรียบเทียบกันไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ พ่อทั้งสองคนรักลูกอย่างยิ่ง เมื่อมีใครมาทำร้ายลูกของเขา ก็ต้องมีการแก้แค้น แม้ว่าการกระทำนั้นจะถึงกับต้องเอาชีวิตอื่นมาทดแทนก็ตาม หลังจากเกิดเรื่องแล้ว คนที่เป็นพ่อจะรู้สึกอย่างไร สบายใจขึ้น ที่ได้ล้างแค้น หรือ รู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม ใครจะบอกได้นอกจากตัวคนๆนั้นเอง


                อุทาหรณ์จากกรณีแบบนี้คือ ความโมโหทำให้เราขาดสติ ทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องมีเหตุผลอันสมควรมารองรับ คนที่กระทำการล้างแค้นเช่นนี้ นับว่าเป็นคนที่ป่วยทางใจ


                หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งร้อน วิ่งไปตามทางแห่งกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง มองเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น ไม่มีอะไรได้อย่างใจเรา ทุกคนทำผิดหมดยกเว้นตัวเอง แสดงว่าคุณกำลังป่วยด้วยโรค “ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง” เข้าแล้วล่ะค่ะ เมื่อไหร่ที่เริ่มจะเกิดอาการอัตตาพองโตแบบนั้น แนะนำให้หยุดทบทวนสักนิด เติมความ “เมตตา” ลงไปในอากาศที่เรากำลังหายใจ และเพิ่มคำว่า “ให้อภัย” ไว้ในพจนานุกรมชีวิตด้วยก็ดีค่ะ






Free TextEditor


Create Date : 12 ตุลาคม 2551
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 23:28:07 น. 2 comments
Counter : 87 Pageviews.

 
หมอเป็นจิตแพทย์เหรอ ^^"

ทำไมรอบๆตัวผมจิตแพทย์เยอะจัง

เอ๊ะ.. หรือผมเป็นโรคจิตล่ะเนี่ย


โดย: aston27 วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:16:04:59 น.  

 
เปล่าหรอกค่ะ เป็นหมอรักษาโรคทั่วไปค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นโรคจิตหรือเป็นโรคอื่นๆจะดีกว่านะพี่


โดย: อย่างไรก็ดี วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:21:34:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อย่างไรก็ดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อย่างไรก็ดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.