Google
Group Blog
 
All blogs
 

ของเล่นวัยเด็ก พ่อแม่ และการเติบโตทางใจ

วันนี้แวบไปอ่าน blog คุณ Aston27 มาอีกแล้ว
ตอนนี้เหมือนงานประจำ ไล่อ่านไปเรื่อยๆ วันละสองสามเรื่อง
ทำตัวเหมือน stalker ยังไงก็ไม่รู้ แต่อ่านแล้วสนุกดีค่ะ
ถ้าพี่เผอิญมาอ่านเจอ อย่าตกใจนะ ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงไรเลย นอกจากชอบฟังเพลง แล้วก็อ่านเรื่องวิปัสสนา

blog ที่อ่านวันนี้ เกี่ยวกับที่พี่เขาเล่าเรื่องของเล่นวัยเด็กค่ะ
เอา link มาแปะไว้ด้วย เผื่อใครอยากอ่าน

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aston27&date=30-11-2006&group=2&gblog=78

เรามานึกๆดูว่า เรามีของเล่นอะไรบ้างตั้งแต่เด็กๆ
รู้สึกว่า มีเยอะจนละอายใจ เพราะว่าเล่นทิ้งเล่นขว้าง

ถึงตอนนี้ ต้องบอกว่า หายไปหมดแล้วอะ

บางทีการมีอะไรมาก ได้มาไม่ยาก ก็เลยทำให้เห็นคุณค่าน้อย ทั้งๆที่พ่อแม่ต้องทำงานหนัก หาสิ่งของพวกนี้มาให้เรา

อ่านเรื่องของคนที่มาตอบใน blog แล้ว ต้องบอกว่า เรานี่ แย่จิง

แต่มีเรื่องที่เหมือนๆกับหลายๆคน คือว่า เราชอบอ่านหนังสือ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นอารมณ์แบบต้องไปหามาอ่านอย่างยากเย็นเลย อยากได้เล่มไหน บอกพ่อแม่ เขาก็ซื้อให้
ทุกอาทิตย์จำได้ว่า ต้องไปร้านหนังสือ แล้วเราก็เลือกหนังสือใหม่ 1 เล่ม
เขาไม่เคยห้ามอะไรเลย แม้แต่การ์ตูนญี่ปุ่น เราก็มีหมดเกือบทุกเรื่องที่เราอยากอ่าน

ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ ที่ "ให้" จนไม่เคยรู้สึกว่าขาดอะไร และก็ไม่เคยบังคับให้เรียนอะไร ไม่บอกว่าต้องทำอะไร สอบได้คะแนนไม่ดี ก็รับฟัง อกหักยังช่วยปลอบใจเลย
รู้สึกเหมือนพูดกับเขาได้ทุกเรื่อง ทั้งสองคน วันที่แย่ที่สุดของเราหลายๆที ก็ได้พ่อแม่นี่แหละ ปลอบใจ
ถ้าจะมีอะไรที่บอกสำหรับคนเป็นพ่อแม่ได้ เราว่าการ support จากพ่อแม่สำคัญยิ่งกว่าของใครๆ
เด็กๆไม่ได้โตแต่ตัว เขาต้องพัฒนาทางใจได้ด้วย
หากเขาไม่เคยรู้จักความรัก เขาจะรักใครเป็นได้อย่างไร

เริ่มต้นด้วยของเล่น มาจบที่ความรักได้ไงหว่า
ไปนอนดีกว่า




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 1:46:08 น.
Counter : 59 Pageviews.  

Circumcision กับการเปลี่ยนนิสัย

เริ่มต้นชื่อเรื่องได้น่าหวาดเสียวสำหรับผู้ชายบางคนมากเลยเนอะ


อันที่จริงจะเขียนเรื่อง “เปลี่ยน”


น่าตกใจกว่าเดิมไหมเนี่ย จะแนะนำให้เปลี่ยน............กันเลยเหรอ


ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ Smiley


ได้ดูเรื่อง sex and the city (รอบที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว) แล้วเกิดแรงบันดาลใจ


ตอนที่ดูเนี่ย เขาพูดถึงเรื่อง “การเปลี่ยน” หรือ “change” ไว้ได้อย่างน่าสนใจ Smiley


ความสัมพันธ์ของตัวเอกในเรื่องนี้แต่ละคน ก็เหมือนผู้หญิงทั่วโลก เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวเสียใจ Smiley


แต่ถึงยังไง ก็ขาดคนข้างกายไม่ได้ ยิ่งเป็นชายหนุ่มระดับ AAA ที่นางเอกมีไว้ในครอบครอง (แบบคิดไปเอง) อย่าง Mr.Big แล้วเนี่ย จะปล่อยให้หลุดมือไปก็ใช่เรื่อง หรือตัวเอกอีกคนที่พบชายในฝันระดับห้าดาว แล้วก็คิดฝันว่าจะได้อยู่คู่กันไปชั่วกาลนาน


จริงหรือที่คนเราจะพบเจ้าชายในฝันชนิดไม่มีที่ติอะไรเลย Smiley


เมื่อความสัมพันธ์ของพวกนางเอกทั้งหลายดำเนินไปถึงจุดหนึ่ง ปรากฏว่า ผู้ชาย AAA ก็มีอะไรที่ไม่เข้าตาผู้หญิง AAA อย่างเราได้แฮะ


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจิปาถะประสาผู้ชาย เช่น สูบซิการ์บนที่นอน เรื่องไม่สนใจฟังเรา มัวแต่จะมี sex ก่อนไปทำงานตอนเช้าให้ได้ หรือแม้แต่เรื่องที่ชายคนนั้นไม่ได้ทำ circumcision! หรือ ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายนั่นเอง


อ่านแล้วอย่าเพิ่งตกใจค่ะ สำหรับผู้หญิงบางคน เธอก็ไม่ชอบอวัยวะชนิดมีหนังมากพอเอาไปทำกระเป๋าอีกใบ! อ้อ เธอคนนี้เปรียบไว้ได้น่าสนใจว่า หน้าตาของอวัยวะชิ้นนั้นเหมือนสุนัขพันธุ์ชาเป่ยยังไงยังงั้นเชียว


แต่ทว่า เมื่อพวกเธอเหล่านั้น พยายาม “เปลี่ยน” คนของเธอ ด้วยการ หาเรื่องทะเลาะบ้าง จิกกัดด้วยคำพูด ขอให้มี sex เฉพาะกลางคืนเวลาที่ยังไม่ง่วง หรือแม้แต่บอกให้ไปขลิบหนังออกซะ!


ก็กลายเป็นว่า ชายหนุ่มเหล่านั้นก็เปลี่ยนให้ค่ะ แต่เพียงไม่นาน ก็กลับมาเป็นแบบเดิม (ยกเว้นคนที่โดนเฉือนไปซะแล้ว แต่รายนี้ ขออนุญาตนำสิ่งของส่วนบุคคลออกไปให้สาวๆทั่วไปได้เชยชมด้วย)


ในที่สุด สาวๆก็ได้ข้อสรุปว่า อย่าพยายามเปลี่ยนใครเลย เพราะแม้แต่ตัวเองก็เปลี่ยนไม่ได้ แต่ทำใจให้เคยชินน่ะพอไหว


ถ้าทนไม่ไหว รับไม่ได้ เช่น จะเอาของใช้ส่วนตัวไปแชร์สาวอื่นด้วย ก็เลิกกันไปซะ เสียใจเสียดายน้อยกว่า มัวแต่ยึดมั่นถือมั่นกับอวัยวะ เอ๊ย กับสิ่งที่ไม่ยั่งยืน ไม่คงที่ แปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลาไปทำไมกันเนอะ Smiley 






Free TextEditor




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2551    
Last Update : 28 ตุลาคม 2551 16:09:31 น.
Counter : 51 Pageviews.  

นิรันดร นานแค่ไหนสำหรับรัก

ได้ข้อความนี้มาจาก series สุด hip เมื่อหกเจ็ดปีก่อน (อย่าเดาอายุคนเขียนล่ะ) เรื่อง Sex and the city


เริ่มจากตอนที่นางเอกได้รับเชิญไปงานแต่งงานของคนที่ไม่สนิทนัก ให้ช่วยแต่งกลอนสำหรับวันแต่งงาน แล้วขอร้องให้ไปอ่านด้วยตัวเอง กลอนก็ว่าไว้ยังงี้ค่ะ


His hello was the end of her endings


Her laugh was their first step down the aisle


His hand would be hers to hold forever


His forever was as simple as her smile


He said she was what was missing


She said instantly she knew


She was a question to be answered


And his answer was I do


อ่านดูแล้วเป็นบทกลอนที่ไม่ได้ใช้คำลึกซึ้งเกินไป ทุกคำเป็นภาษาอังกฤษชนิดอ่านออกแปลได้ แต่รวมกันแล้วได้ความหมายลึกซึ้ง


เคยคิดว่า ถ้าเพื่อนขอให้ช่วยเขียนอะไรในวันแต่งงาน เราจะเขียนอะไรดี


อยากเขียนอะไรง่ายๆ แต่กินใจแบบนี้


ทุกทีไปงานไหนๆ ก็เขียนแต่ว่า


“ขอให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้นอยู่ตลอดกาล ขอให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นรักนิรันดร์”


มาจากเพลงเก่ามากแล้วเพลงหนึ่งของปั่น Smiley


หลังๆเนี่ย เขียนทีไร ก็ชักจะไม่ค่อยเชื่อที่เขียนแล้วค่ะ เพราะ “ความรัก” หลายๆคู่กลายเป็นความรักที่มีวันหมดอายุ


รักที่ว่าจะนิรันดร์นั้น ก็แสนสั้นไม่เกินห้าปีสิบปี Smiley


ยังเชื่อว่า “ความรัก” มีอยู่จริง แต่ก็ดับลงจริง เหมือนทุกอย่างในโลกนี้ที่เกิดและดับตลอดเวลา Smiley


ระหว่างการเดินทางของ “ความรัก” ต่างหากที่สำคัญว่า เราจะดูแลกันและกันอย่างไร


เพื่อที่ว่า วันหนึ่ง เมื่อมันจบลง เราก็จะยังดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันนัก


สมกับที่เคยสัญญากันไว้ว่า จะดูแลกันไปชั่วนิรันดร์ แม้นิรันดรของแต่ละคู่จะมีระยะเวลาไม่ถึงชั่วชีวิตก็ตาม Smiley






Free TextEditor




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2551    
Last Update : 28 ตุลาคม 2551 15:29:19 น.
Counter : 42 Pageviews.  


อย่างไรก็ดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อย่างไรก็ดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.