Group Blog
 
All blogs
 
พาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ จักรวาลทัศน์ของคนตะวันออก

ก่อนปีใหม่ มีโอกาสไปสวัสดีปีใหม่ที่บ้านคุณตา คุณยายเจ้า
ก่อนกลับคุณแม่เจ้า พาไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
ซึ่งขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท
บริเวณที่ตัดกับถนนกาณจนาภิเษก อำเภอเมือง จ.สมุทรปราการ

เอารถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถ รออยู่บริเวณนั้นก็จะมีรถบริการมารับ
ถ้าไม่ขึ้นรถก็สามารถเดินเข้ามาเองได้ แต่ก็ไกลพอสมควร แถมร้อน
ถ้ามีเด็กกับคนแก่ไป ขึ้นรถบริการจะสะดวกกว่า


บริเวณสะพาน ด้านหน้าประตูทางเข้า จัดตกแต่งไว้ร่มรื่นสวยงาม



รถบริการจะมาจอดด้านหน้าทางเข้า เพื่อซื้อตั๋วเข้าชมงาน
มี 2 ราคา 50 บาทไม่สามารถเข้าไปในตัวพิธภัณฑ์ได้
แต่ถ้าจะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ด้วยจะ ราคา 150 บาท
เจ้าหน้าที่จะบอกรอบในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ว่าได้รอบกี่โมง
ส่วนใหญ่ก็จะมีเวลาพอ ให้ได้ไหว้พระก่อนที่จะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์

พอซื้อตั๋วเสร็จก็จะได้ป้ายแบบนี้ ขึ้นรถคันเดิมเพื่อเข้าไปยังด้านใน



สองข้างของทางเข้า ก็จะมีร้านค้าขายอาหาร ของที่ระลึก
สังเกตความใหญ่โตของช้างเอราวัณ เทียบกับคนที่ยืนอยู่ด้านล่าง



ช้างเอราวัณสามเศียร เด่นเป็นสง่าจริงๆ



ร้านค้าก็จะออกแนวโบราณๆ



รถเข็นก็โบราณ ดู Classic ดี



ทางด้านขวามือ ก็จะมีพระพุทธรูปประจำวันเกิด



สามารถตักน้ำในอ่างด้านหน้า ไปสรงน้ำพระได้



รถราง ที่จอดเอาไว้ให้ขึ้นไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก



น้ำพุตรงบริเวณลานด้าหน้า



มองขึ้นไปอีกครั้ง เป็นช้างเอราวัณที่ใหญ่มาก
น้ำหนักของส่วนหัวหนักถึง 100 ตัน หรือแสนกิโลกรัมนั่นเอง =.=



ด้านในของท้องช้างเราสามารถขึ้นไปได้ เดี๋ยวเราจะได้ขึ้นไป



ตอนที่ซื้อตั๋ว เจ้าหน้าที่จะให้บัตรสีชมพูมาด้วย
เพื่อนำไปแลกดอกไม้ธูปเทียน เพื่อสักการะช้างเอราวัณ ซึ่งอยู่ด้านนอก
ด้านหน้าช้างเอราวัณใหญ่



จากนั้นก็นำดอกบัวไปลอย ที่ลอยจะอยู่บริเวณหลังน้ำพุที่เห็นด้านบน



ที่ลอยดอกบัว จะมีน้ำช่วยทำให้ดอกบัวไหลไป



จุดเผาใบเปลื้องทุกข์ ไม่รู้ว่าเป็นใบอะไรเหมือนกัน



รูปปั้นช้างเอราวัณ ด้านหน้าก่อนเข้าพิพิธภัณฑ์
ที่เห็นทรงช้างอยู่น่าจะเป็นพระอินทร์ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดูเชื่อว่า
ช้างเชือกนี้เป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง เมื่อพระอินทร์ต้องการจะเสด็จไปไหน ของพระอินทร์ เชื่อกันว่า
เอราวัณเทพบุตร ก็จะแปลงกายเป็นช้างเผือก ขนาดสูงกว่าภูเขาเอเวอร์เรสต์
มี ๓๓ เศียร แต่ละเศียรมีงา ๗ งา งาแต่ละงายาวถึง ๔ ล้านวา

เป็นช้างที่มีพละกำลังมากที่สุดและพระอินทร์โปรดปรานมากที่สุด



บริเวณนั้นมีให้เขียนคำปฏิญาณ ทำดีเพื่อพ่อด้วย
ในจุดนี้เจ้าหน้าที่จะขอคืนบัตรที่ติดหน้าอก



จากนั้นพอได้เวลารอบเข้าชม ก็จะมีเจ้าหน้าที่พาชม
ซึ่งการเขาชมจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ บาดาล โลกมุษย์ สวรรค์
ซึ่งส่วนแรกที่เข้าไป เป็นส่วนของเมืองบาดาล ส่วนนี้ห้ามถ่ายรูป
จะบอกประวัติผู้สร้าง ประวัติการสร้าง และของเก่าแก่ที่เจ้าของสะสมไว้
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกถ้วยชามเบญจรงค์ และของเก่าอื่นๆ

ผู้สร้างที่นี่คือ คุณล็ก วิริยะพันธุ์ สานต่อโดยคุณพากเพียร วิริยะพันธุ์
เจ้าของวิริยะประกันภัน เมอร์เซเดสเบนซ์ ธนบุรีประกอบรถยนต์
และยังเป็นผู้ก่อสร้างเมืองโบราณด้วย

หลังจากชั้นจากชั้นบาดาลก็มาต่อที่ชั้นโลกมนุษย์
ซึ่งจะอยู่บริเวณตัวอาคาร ที่เป็นฐานรองรับตัวช้าง



บนเพดานด้านบนเป็นกระจกสี เป็นงานศิลปะในวัฒนธรรมตะวันตก
ผู้ออกแบบและวาดภาพบนกระจกสีนี้ ชื่อ Jakob Schwarzkopf ชาวเยอรมัน



งานศิลปะในชั้นโลกมนุษย์นี้ จะเป็นปูนปั้นประดับเบญจรงค์



ซึ่งเป็นฝีมือของอาจารย์สำรวย เอมโอษฐ์ ช่างเมืองเพชรบุรีและทีมงาน



ภาพที่เห็นเมื่อมองขึ้นไปบนเพดาน



เสาด้านในซึ่งมีสี่ต้น ประดับด้วยดีบุกดุนลาย
จากฝีมือช่างชาวนครศรีธรรมราชและช่างเชียงใหม่



เสาแต่ละต้นถ่ายทอดเรื่องราวศาสนาสำคัญของโลก ประกอบด้วย
ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาฮินดู และศาสนาพุทธนิกายมหายาน
(ประวัติเจ้าแม่กวนอิม) ซึ่งแต่ละต้นจะใช้ระยะเวลาในการทำงานประมาณสามปี
เสาทั้งสี่จึงเป็นเสาแห่งความกตัญญูและเสาสี่ศาสนาค้ำจุนโลก



ศิลปะในชั้นโลกมนุษย์ เป็นปูนปั้นประดับเบญจรงค์
ถ้าสังเกตดีดี จะพบว่าจะพบช้อน ฝาถ้วยชา ถ้วยชาจีน ประดับอยู่



ช้อนเบญจรงค์ และส่วนอื่นๆ ก็ได้มาจากช้อน ฝาถ้วยชา
ถ้วยชาจีน นำมาตัดโดยใช้คีมปากนกแก้ว ให้ได้กับขนาดที่ต้องการ
ซึ่งเครื่องถ้วยเบญจรงค์ เป็นของที่สั่งทำใหม่ทั้งหมด
ส่วนใหญ่จะสั่งทำที่ประเทศไทย แต่บางส่วนก็มาจากประเทศจีน
ความโค้งของผิวถ้วยก่อให้เกิดมิติของพื้นผิว กลมกลืนด้วยโทนสี
ที่ไล่เรียงกันไป ทำให้งานปูนปั้นประดับเบญรงค์มีความงดงามแปลกตา



ปลาอานนท์
ตามความเชื่อ เชื่อว่าปลาอานนท์เป็นปลาที่เกิดขึ้นมาตอนสร้างโลกใหม่ๆ
ปลาอานนท์รับหน้าที่แบกรับน้ำหนักของโลกไว้ เมื่อปลาอานนท์ขยับตัว
จะทำให้โลกเกิดแผ่นดินไหว จึงสร้างปลาอานนท์มาช่วยแบกรับน้ำหนัก



บันไดทางขึ้นสวรรค์



ดูกันชัดๆ ศิลปะแบบปูนปั้นประดับเบญจรงค์ สังเกตที่หูช้าง



จากชั้นล่างต้องขึ้นบันไดขึ้นมา เพื่อขึ้นสู้ชั้นสวรรค์
ซึ่งเป็นในส่วนของท้องช้าง ซึ่งที่นี่ต้องขึ้นบันไดมาก่อน
จึงจะมีลิฟท์บริการอยู่ทางด้านขวา ส่วนบันไดจะอยู่ทางด้านซ้าย
ซึ่งทั้งสองส่วนทั้งลิฟท์และบันได เป็นส่วนขาหลังของช้างเอราวัณ
ส่วนขาหน้าทั้งสองของช้าง ก็เป็นท่อแอร์ สายไฟ และท่อประปา



เรียกว่าอะไรจำไม่ได้แล้วค่ะ



หลังคาที่เห็นจากด้านบน มีเทพอยู่บนยอดด้วย



เมื่อขึ้นมาชั้นนี้จะเห็นกระจกสีชัดขึ้น
เป็นงานศิลปะในแนวทางกึ่งนามธรรมแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับโลกมนุษย์
ประกอบด้วยทวีปทั้งห้าอยู่ตรงกลางมีดวงอาทิตย์ส่องแสง
และให้พลังงานแก่สรรพชีวิต ทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยจักรราศี 12 ราศี
และบริเวณขอบนอกสุดเป็นภาพมนุษย์ที่แสดงอากัปกิริยา
ใช้สีเป็นตัวแทนของธาตุทั้ง 4 สีเหลืองคือดิน สีแดงคือไฟ สีขาวคือลม
และสีฟ้าคือน้ำ เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ภายในชั้นโลกมนุษย์
มีแสงสว่างสอดส่องเข้ามาผ่านเพดานกระจกสี ดั่งความดีงามที่ส่งมายังโลกมนุษย์  



ทางขึ้นชั้นวสรรค์ เป็นขาหลังขวาของช้างเอราวัณ



ฝาพนังบริเวณบันได ก็จะเป็นภาพวาดเหล่าเทวดานางฟ้าบนสวรรค์



เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนก็จะเป็นโถงเล็กๆ บริเวณหน้าลิฟท์
มีกระจกใส สามารถมองเห็นข้างล่างได้



บริเวณโถงเล็กๆ



จากนั้นจะมีบันไดขึ้นไปด้านบน



บนหลังคา ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในส่วนของท้องช้างแล้ว
เป็นสวรรค์และจักรวาล มีภาพจิตรกรรมสีฝุ่นสุริยจักรวาล
วาดโดย Jakob Schwarzkopf คนเดียวที่ทำกระจกสีชั้นโลกมนุษย์
จิตรกรรมสุริยจักรวาลเป็นภาพขอบฟ้าอันเวิ้งว้าง ประกอบด้วยดวงดาวต่างๆ
ทางช้างเผือก กลุ่มอุกกาบาต ดาวหาง ซึ่งอยู่ร่วมกันในจักรวาล
และเราก็คือสิ่งมีชีวิตเล็กๆในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล

ภาพอุกาบาตเด่นที่สุด เนื่องจากมีการปิดทองคำเปลวที่ภาพ
ซึ่งเป็นเทคนิคโบราณของเยอรมัน



ภายในมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ประดิษฐานอยู่



จากนั้นก็ลงมาด้านล่าง เป็นอันจบการชมพิพิธภัณฑ์



บริเวณราวจับ เวลาขึ้นลงบันได



ออกมาเดินดูรอบๆ กันบ้าง



รอบๆ ฐานของช้างเอราวัณ



สามารถเดินได้โดยรอบ



ฟ้าใสๆ



ด้านข้างจะปลูกต้นไม้และจัดสวนไว้ร่มรื่น
ที่เห็นแขวนอยู่คือหลอดไฟ



มองผ่านยอดต้นไม้ขึ้นไป



วันนั้นมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายด้วย เป็นภาพเมื่องานลอยกระทง



ศิลปะในสวน



เป็นสัตว์ในเทพนิยาย



หรือสัตว์ในป่าหิมพานต์



ร่มรื่นดี



ถังขยะ



มีโอ่งใบใหญ่ๆ ตั้งประดับอยู่หลายใบ



พาโนรามา



ช้างเอราวัณ จริงๆ จะต้องมี 33 เศียร
แต่เนื่องจากหากสร้างตามจำนวนจะทำให้ไม่สวยงาม
จึงลดเหลือ 3 เศียรตามที่คนไทยนิยมสร้างกัน



ความสูงของช้างเท่ากับ อาคาร 14 ชั้น น้ำหนักรวม  250 ตัน
เป็นช้างหุ้มด้วยแผ่นทองแดง วิศวกรผู้ออกแบบใช้คานโครงเหล็ก
ที่เรียกว่า Truss คอยค้ำและดึงน้ำหนักของหัวช้างให้   
ถ่ายน้ำหนักลงมาที่ขาช้างทั้งสี่



อีกมุมบริเวณทางออก



พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ



การเดินทาง จากบางนาตรงมาทางปากน้ำ
เลยแยกถนนเทพารักษ์มา จะอยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงศาลากลางจังหวัด
ถ้ามาจากทาง ถ.ศรีนครินทร์เลี้ยวขวาเข้าถนนเทพารักษ์ ถึงสุขุมวิทเลี้ยวซ้าย
พิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางซ้ายมือ

นอกจากนี้สถานที่ที่คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ สร้างขึ้นก็ยังมี
เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม ที่พัทยา


ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม อย่าลืมแวะมาอีกนะคะ


Create Date : 10 มกราคม 2552
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 13:26:17 น. 6 comments
Counter : 2712 Pageviews.

 
ขอเที่ยวด้วยคนนะคะ ยังไม่เคยไปเลยค่ะ
ดูแล้วสวยงามน่าไปเที่ยวสักครั้งจังเลยค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 10 มกราคม 2552 เวลา:11:23:59 น.  

 
น่าเที่ยวดีค่ะ ดูมีอะไรเยอะดี


โดย: ก้าวไปตามใจฝัน วันที่: 10 มกราคม 2552 เวลา:17:13:28 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

อยากไปเหมือนกันครับ
ดูราคาแล้วคุ้มค่าจริงๆเลย

ข้างในก็อลังการมากๆๆ

..................................................
ชวนมาเที่ยววัดพระธาคุลำปางหลวงที่บล๊อคนะ


โดย: chalawanman วันที่: 10 มกราคม 2552 เวลา:18:20:42 น.  

 
สวยมากจริงๆค่ะ....


โดย: ratana_sri วันที่: 19 มกราคม 2552 เวลา:18:06:40 น.  

 
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=charade-hunter&date=29-05-2010&group=7&gblog=20

สวัสดีค่ะ เดินทางผ่านที่นี้ทุกวันพญาอาราวัณยืนตระหง่านตลอดเวลา ภาพสวยมากค่ะดูจากหลายภาพเราต้องเคยไปยืนที่ที่เดียวกันมาแล้วแน่ๆ


โดย: พรานอักษร วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:20:31:36 น.  

 
แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม


โดย: attractions (loveyoupantip ) วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:11:02:05 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
bombik
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





จำนวนผู้เข้าชม
Friends' blogs
[Add bombik's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.