Group Blog
 
All blogs
 

เลื่อนตัวเองขึ้น แต่..อย่าลดคนอื่นลง


อาจารย์คนหนึ่งชวนลูกศิษย์เดินไปตามชายหาด ช่วงหนึ่งของการสนทนา



อาจารย์ใช้ไม้เท้าขีดเส้นสองเส้นลงไปบนผืนทราย
เป็นเส้นคู่ขนาน ยาว 5 ฟุต และ 3 ฟุต ตามลำดับ

อาจารย์กล่าวว่า "เธอลองทำให้เส้น 3 ฟุต ยาวกว่าเส้น 5 ฟุต ให้ดูหน่อยสิ"

ลูกศิษย์หยุดคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจลบรอยเส้นที่ยาว 5 ฟุตนั้น
ให้สั้นลงจนเหลือเพียง 1 ฟุต จึงทำให้เส้น 3 ฟุตโดดเด่นขึ้นมา
แล้วศิษย์ก็สบตาอาจารย์พลางขอความเห็นว่า
"เช่นนี้ ใช้ได้หรือยังครับ"

อาจารย์เขกหัวศิษย์เบา ๆ แล้วบอกว่า
"คนที่คิดจะยกตนเองให้สูงขึ้นโดยการทำร้ายคู่แข่งนั้น
ไม่ใช่วิธีที่ดี ดังนั้นถ้าเลือกใช้วิธีนี้ชีวิตเธอก็มีแต่จะล้มเหลวไม่พัฒนา
ทางที่ดีควรเลือกวิธีที่จะยกตัวเองขึ้น โดยไม่ไปลดคนอื่นลง"


แล้วอาจารย์ก็ขีดเส้น 2 เส้นให้เท่าเดิม คือ 3 ฟุต และ 5 ฟุต
แล้วอาจารย์ก็สาธิตให้ดู

ด้วยการขีดเส้น 3 ฟุตให้ยาวขึ้นเป็น 10 ฟุต แล้วกล่าวว่า
"จงอย่าคิดว่าคู่แข่งของเธอคือศัตรู
แต่ให้คิดว่าเป็นครูของเธอ ที่เธอจะต้องพัฒนาตนเองให้เทียบเท่าหรือดีกว่า"


เขาคือคนสำคัญที่จะทำให้เธอได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม
หากไร้คู่แข่งแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีศักยภาพในการทำงานขนาดไหน
ไม่มีอัปลักษณ์ก็ไม่รู้จักสวยงาม

นักสู้ที่ดีมักชื่นชมคู่ต่อสู้ที่เข้มแข้ง
เพราะคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอจะทำให้ชัยชนะของเขาไม่ยั่งยืนยง

ดังนั้นเมื่อได้พบกับคู่แข่งที่แกร่งและฉลาดล้ำ
ก็ยิ่งทำให้เรารู้จักขยับตัวเองขึ้นไปให้สูงส่งยิ่งขึ้น

คนที่พยายามจะเลื่อนตัวเองขึ้นไป โดยการฆ่าน้อง ฟ้องนาย และขายเพื่อน
ถึงแม้จะทำให้สำเร็จ แต่นั่นก็เป็นความสำเร็จที่ปราศจากเกียรติคุณ
ไม่อาจเอ่ยอ้างได้อย่างเต็มภาคภูมิ

การเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยวิธีที่ไม่ชอบธรรม
กับการเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยปล่อยให้คนอื่นได้ก้าวไปตามวิถีทางของเขาอย่างเสรีนั้น
ย่อมมีผลลัพธ์ที่ต่างกัน

การเลื่อนตัวเองขึ้นพร้อมกับลดคนอื่นลง
เธออาจจะชนะ แต่ก็มีศัตรูเป็นของแถม
แต่การเลื่อนตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง
เธออาจเป็นผู้ชนะ พร้อมกับมีเพื่อนแท้เพิ่มขึ้นมากมาย

และหนึ่งในนั้นอาจเป็นคู่แข่งหรืออดีตศัตรูของเธอเองด้วย
เป็นสังคมแห่งความสำเร็จบนพื้นฐานของมิตรภาพโดยแท้




 

Create Date : 19 กันยายน 2553    
Last Update : 19 กันยายน 2553 22:03:12 น.
Counter : 909 Pageviews.  

รู้ไหมว่า..hi 5 มีไว้เพื่อ..


เห็นเกิดกรณีกันจาก hi5 หลายกรณี ได้ fwd mail เลยเอามาให้อ่านเล่นๆ

จับชู้ของเรา
จับชู้ของกิ๊กเรา
จับชู้ของกิ๊กเพื่อนเรา
จับชู้ของเพื่อนรัก
จับชู้ของเพื่อนที่โรงเรียน
จับชู้ของเพื่อนที่มหาลัย
จับชู้ของเพื่อนที่ทำงาน
จับชู้ของเพื่อนแถวบ้าน
จับชู้ของเพื่อนของเพื่อน
จับชู้ของศัตรูแล้วไปบอกมัน


จับตาดูแฟนเรา
จับตาดูแฟนเก่า
จับตาดูแฟนเก่าของแฟนเรา
จับตาดูแฟนใหม่ของเขา
จับตาดูแฟนใหม่ของแฟนเก่าเรา
จับตาดูแฟนเพื่อน
จับตาดูแฟนเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ
จับตาดูแฟนเก่าของแฟนเพื่อน
จับตาดูแฟนน้องชาย
จับตาดูแฟนพี่สาว
จับตาดูแฟนของญาติสนิท
จับตาดูแฟนของญาติห่างๆ


มองหาอนาคตแฟนใหม่เรา

ทุกสิ่งเป็นไปได้ใน hi5

ปล. 1. hi5 จัดว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดของแฟนหลวง เนื่องจากชู้รักมักมากมักนิยมเอารูปคู่ของตน และแฟน ผู้อื่นมาโพสต์ไว้




 

Create Date : 15 มกราคม 2551    
Last Update : 15 มกราคม 2551 0:13:16 น.
Counter : 494 Pageviews.  

ธรรมก่อนนอน..เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา


มีเรื่องวุ่นวายไม่จบไม่สิ้นซะที คิดว่าจะจบแล้วก็ไม่ยอมจบ
บางทีคิดอะไรไปก็ปวดหัวเปล่าๆ เจอคนเลวก็ต้องทำใจ
ก็พยายามคิด พยายามมองในด้านดี (ที่ไม่เคยจะเห็น)
อย่างคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ

มองแต่ในแง่ดีเถิด..

ก็มาคิดทบทวนใหม่
อย่างน้อยเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ชม ที่ช่วยให้จำนวนคนที่เข้าชมเพิ่มขึ้น




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2550 2:43:57 น.
Counter : 3184 Pageviews.  

การ์ตูนโดเรมอนตอนจบ

การ์ตูนโดราเอมอนตอนจบ
ดูแล้วน่าจะมีใครเขียนขึ้นมา เพราะลายเส้นไม่ใช่แบบที่คุ้นเคย






































รูปภาพจาก teenee.com




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2550    
Last Update : 31 ตุลาคม 2550 16:38:27 น.
Counter : 1574 Pageviews.  

อยู่เป็ดโสด ดีกว่ามีสามี(ผัว)เลว

ได้รับ forward Mail มาจากเพื่อนรัก อืม...
แต่เราไม่ได้เป็นโสดแล้วนิ...
อ่านเพลินๆ ดีลองอ่านดูค่ะ


บทความโดย นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ในฐานะผู้ชายดีๆ ที่หายากคนหนึ่งผมรู้สึกเห็นใจสตรีเพศจริงๆครับ…
ช่วงเวลาในการเลือกคู่ของเธอทั้งหลายช่างสั้นยิ่งนัก พราะช่วงอายุขัยของวัยสาว
เริ่มผลิบานเมื่อประมาณ 13 ปี แล้วมาสุดเขตแดนเมื่อวัยสามสิบ…

วันเกิดครบรอบ 30 จึงเป็นตัวเลข! แห่งความสะเทือนขวัญ
ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก… หลายคนไม่อยากพูดถึง
คนอื่นก็ไม่ควรเอ่ยปากด้วย… ถือเป็นมารยาทสังคมอย่างหนึ่ง
ยกเว้นพวกมีวาจาเป็นอาวุธ ที่ชอบถามว่า 'ปาอะไรเอ่ยที่ผู้หญิงกลัวที่สุด '
เฉลย ' ปาเข้าไปสามสิบยังไม่มีผัว ' …
ใครดันถาม มันผู้นั้นสมควรตาย

ตอนเรียนหนังสือเป็นนักเรียนนักศึกษา คุณพ่อคุณแม่ก็สอนนักสอนหนาว่า
' อย่าริรักในวัยเรียน ' 'ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี จบแล้วค่อยมีแฟน '
ทั้งๆ ที่ ไอ้ตอนเรียนหนังสือมีโอกาสพบปะเพศตรงข้ามมากหน้าหลายตา
ก็หาได้สนใจไม่ เป็นคนประเภท ' รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน '
ทุ่มเทชีวิตให้แก่การศึกษา…เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา
เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

หลังจบการศึกษา ประกอบสัมมาอาชีวะ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่างเลือกสรร
ควานหา ผู้จะมาเป็นเจ้าบ่าวในอนาคต ตั้งสเปกว่าต้องได้แฟนหนุ่มประเภท
ซูเปอร์เพอร์เฟค อย่างวิลลี่ แมคอินทอชหรือจอห์นนี่ แอนโฟเน่ หรืออย่างน้อยๆ
ก็ต้องมาดแมนแฮนซั่ม หล่อล่ำดำขรึม ถึงจะได้มาตรฐาน…
ไอ้ประเภทหุ่นอัฟริกา หน้าติมอร์ อย่าได้สะเออะหน้ามาให้เห็น…
ไม่มีทางได้แอ้มหรอก...

จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ความรักไม่มีวี่แววคืบหน้าแม้วันเวลา ผ่านไป…
เพราะที่ทำงานทั้งห้องมีผู้ชายอยู่แค่ 5 คน เจ้านายก็! มีเมียแล้ว…
ไม่อยากตกเป็นภรรยาบุญธรรม สองคนดันเป็นเกย์…
อีกคนยังลังเลอยู่ว่าจะเป็นดีหรือเปล่า… คนสุดท้ายเป็นชายแท้
แต่กำลังถูกแย่งตัวระหว่างเกย์สองคนอยู่ ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สาม…
นั่งรถมาทำงาน ก็สองชั่วโมงครึ่ง กลับอีกสองชั่วโมงสี่สิบนาที กลับถึงบ้าน
หมดสิ้นกำลัง ขอนอนเอาแรงก่อน...

ขณะที่งีบหลับอย่างสนิท ภาพในความฝันที่เธอเห็นคือ
สถาบันการศึกษาที่เธอจบมา… แหล่งที่มีเพศตรงข้ามชุกชุม
เธอหวนรำลึกนึกถึงผู้ชายดีๆ ที่เขาเคยอุตส่าห์มาเฝ้าตามจีบ ตามง้อตามตื้อ
แล้วเราเล่นตัวจนเคยตัว ในที่สุดผลประโยชน์ตกอยู่ที่เพื่อนสนิทเป็นที่เรียบร้อย…

แหม ! ไม่น่าเลย ยิ่งคิดยิ่งเสียดายจริงจริ๊ง…
ตื่นพอดีเจอโลกแห่งความจริงดำเนินชีวิตไปแต่ละวัน ยิ่งเข้าหน้าหนาว
ซองสีชมพูกลิ่นหอมๆ จากเพื่อนๆ เริ่มทยอยมา ตามหลังซองกฐินซองผ้าป่า
ที่เพิ่งหมดฤดูกาล…

พอไปในงาน ดันเจอคำถามสะกิดใจอีกว่า
'เมื่อไรจะถึงคิวแจกการ์ดของตัวบ้างล่ะ'...
'โถ! การ์ดแต่งงานน่ะพิมพ์เสร็จแล้ว
เหลือแต่ชื่อเจ้าบ่าวที่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใคร
เพราะครั้งนี้เขาเปลี่ยนระบบเลือกตั้งใหม่ ยังงงๆ เรื่องปาร์ตี้ลิสต์อยู่เลย'
เอ๊ะ…เกี่ยวอะไรกัน!…ในใจก็คิดว่า ' ก็ฉันอยู่เป็นโสดนี่มันไม่ดียังไง
หนักกระบาลใครรึเปล่า' เคยตั้งคำถามกันไหม…ว่าทำไมต้องแต่งงาน(กันด้วย!)…
คำตอบจากเพื่อนๆ ที่แต่งงานแล้วหรืออยากจะแต่งงานอาจมีหลากหลาย…
'อยู่คนเดียวมันว้าเหว่ อยากมีใครสักคนไว้แก้เหงา ' …
รายนี้เห็นผู้ชาย เป็นตัวคลายเหงา
'รายได้ไม่พอใช้ หาคนช่วย (หาเงิน) ' …ผมกลัวมาช่วยผลาญเงินมากกว่า
'อยากมีลูก ก็ต้องหาพ่อก่อนสิ '… เกิดได้ลูกแล้วจะทิ้งพ่อรึเปล่าเนี่ยะ
'โรงงานพร้อมแล้ว ขาดผู้ประกอบการ'… เจ้าของคำตอบกำลังหาผู้ร่วมลงทุนฯลฯ

อันว่า ' ชีวิตคู่ ' อยู่ไปเพื่อสิ่งใด ?
ชีวิตคู่ คือ การเติมเต็มซึ่งกันและกัน ดังนั้นเมื่อมีชีวิตสมรสแล้ว
ครึ่งหนึ่งของ ชีวิตเราจะหายไป ในส่วนที่ขาดจะมีครึ่งชีวิตของอีกฝ่าย
มาเติมแต่งแห่งพื้นที่ว่างนั้น ขณะที่ครึ่งชีวิตของเราที่หาย ก็มิได้สูญสลายไปไหน
มันก็ไปเติมที่ว่างของคู่เรานั่นเอง จุดมุ่งหมายของ! การแต่งงานคือ
การใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขมากขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อเป็นสามีภรรยาแล้วต้องมีความสุขมากกว่าตอนอยู่คนเดียว
ถ้าตอนอยู่ด้วยกันแล้ว มีแต่ความทุกข์ ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน
ก็ไม่รู้ว่า จะแต่งงานไปหาพระแสงดาบคาบค่ายที่ไหน…
อยู่คนเดียวมันส์กว่า ชีวิตคู่ต้องเกื้อกูลกันและกัน ความก้าวหน้าของสามี
ภรรยาต้องมีส่วน อย่างน้อยก็ปลอบใจในยามที่สามีเครียดจากการงาน
ชีวิตภรรยาถ้าไม่คิดเอาดี ในทางโลกก็เจริญในทางธรรม
กำลังใจต้องได้จากสามีเช่นกัน อย่างน้อยก็อย่าหาทุกข์มาสุมเพิ่ม…
ถ้าคู่รักของเราประกอบมิจฉาอาชีวะ ติดเหล้า เล่นการพนัน โกงบ้านกินเมือง
ชีวิตอีกฝ่ายก็เหมือนตก นรกทั้งเป็น

เพราะฉะนั้นเวลาเลือกแฟน แทนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตา
ฐานะการเงิน ยี่ห้อรถเก๋งที่ใช้อยู่ ฯลฯ
เปลี่ยนเป็นเงื่อนไขแค่สองข้อที่จำแสนง่าย คือ
หนึ่ง - สุขใจยามอยู่ใกล้ชิด
สอง - คู่ช่วยคิดชีวิตก้าวหน้า
เพราะชีวิตคู่คือการเติมเต็มชีวิตแก่กันและกัน
หาใช่เป้าหมายเพื่อการเสริม เพิ่มความเสียว
เพราะอยู่คนเดียวก็เสียวได้ ไม่ง้อใครให้เสียเวลา
ไม่เสียชาติเกิดหรอกครับ ถ้าคุณจะใช้ชีวิตเป็นโสด

ถือคติประจำใจว่า 'อยู่เป็นโสด ดีกว่ามีผัวเลว'




 

Create Date : 11 กันยายน 2550    
Last Update : 11 กันยายน 2550 0:54:23 น.
Counter : 747 Pageviews.  

1  2  

bombik
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add bombik's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.