|
|
|
falling in love with the girl next door
ใครเคยดูหนังเรื่องนี้บ้างคะ
เมื่อคืนได้ดู ทางช่อง Hallmark ตอนตีหนึ่งได้ เล่นเอาวันนี้ตื่นสายไปราวน์เช้าช้าเลยทีเดียว เป็นหนังที่น่ารักมากกกกค่ะ ดูไปยิ้มไป ตลก โรแมนติก คอมเมดี้ ชนิดไม่มีตัวร้ายวิ่งมากรี๊ดๆให้รำคาญใจเล่น
ที่สำคัญ เราว่านางเอกพระเอกเคมีเข้ากั๊นเข้ากัน Cystal Allen กับ Ken Marino เล่นเอาเราอิจฉา(ไปทำไมวะ) ไม่ใช่นักแสดงใหญ่ทั้งคู่หรอกค่ะ แต่ว่าก็พอคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่บ้างอะไรบ้าง จากงานซีรีย์ต่างๆ ที่ทั้งสองคนเล่น
เรื่องประมาณว่า สองคนนี้กลับมาเจอกันที่บ้านเ้กิดตัวเอง หลังจากไม่เจอกันน้านนาน แล้วเรื่องก็ดำเนินไปตามหนังที่เดาได้ว่าทั้งสองคนก็รักกัน ทีนี้เรื่องของเรื่องคือ แม่ของทั้งสองคนไม่ถูกกันอย่างแรง ทั้งที่ืพ่อของทั้งสองบ้านนี่รักใคร่กลมเกลียว ตีกอล์ฟ ดื่มเบียร์ด้วยกันตลอดเวลา แทบว่าทุกซีนที่ออกมาจะต้องมีการดริ๊งแดรงค์ดรั๊งกันอย่างน้อยคนละขวดเสมอ
ไอ้ที่ไม่ว่าถูกกันนี่ก็ฮาเหอะ เพราะการห้ำหั่นกันในเีรื่องเราดูแล้วก็ขำ เช่น จัดปาร์ตี้ฮัลโลวีนบาบีคิวเหมือนกัน แย่งไปเชิญคนมางาน แย่งกันทำอาหารไปโบสถ์
พอความสัมพันธ์ของลูกๆรุดหน้า จนถึงขั้นลงหลักปักฐาน การจัดการบรรดาแม่ๆ ก็เลยกลายเป็นความวุ่นวายไป
เสน่ห์เรื่องนี้อยู่ที่ฉากน่ารักๆ ไม่หวานไป ไม่มากไม่น้อยของคู่พระนางตอนกำลังจะรักเนี่ยแหละมีเยอะจนอยากซื้อเก็บเป็นที่ระลึก แถมฉากทะเลาะกันของบรรดาแม่ๆ ก็แอบฮาตลอดเวลา เรียกว่าเป็นหนังสบายอารมณ์เหมาะกับหน้าหนาวเป็นที่สุดค่ะ
ใครไม่เคยดู แนะนำนะคะ บางที boy/girl next door นี่ก็น่ารักเกินห้ามใจเหมือนกัน
| Create Date : 08 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 8 พฤศจิกายน 2552 16:03:07 น. |
| |
|
|
|
|
หนีตามกันไปเพลินวาน
้โลกนี้ มันคงมีลมแห่งโชคชะตาอะไรสักอย่างคอยพัดให้เกิดเรื่องราวต่างๆึขึ้นมา
เราเชื่อเช่นนั้น
ระหว่างอ่านหนังสืออย่างคร่ำเคร่ง อยู่ๆ ก็เปิดเว็บ Roundfinger หลังจากไม่ได้เข้าไปนาน เหมือนกับเป็นจังหวะชีวิตอะไรสักอย่างที่พี่ๆน้องๆในนั้นกำลังนัดชวนกันไปเที่ยวหัวหินหนึ่งวันถ้วนพอดี
เราลงชื่อไปโดยไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ไม่ได้สนใจว่าใครจะไปบ้าง รู้สึกแค่ว่า จังหวะชีวิตนี้ เราพร้อม เราว่าง เค้าว่าง
ีมีเวลา มีสถานที่ มีคนร่วมทาง ีครบสามสิ่งที่ก่อให้เกิดความทรงจำ
ลงชื่อเสร็จ ก็โทรชวนเพื่อนตายไปหนึ่งคนถ้วน ซึ่งใจง่ายพอกัน(ฮา) เพื่อนเราไม่รู้จัก เพลินวาน ด้วยซ้ำ แต่ก็ตกลงจะไปด้วยกัน
แผนไม่ต้องวาง เราไม่เคยเชื่อในแบบแผนอะไร ถ้าเทีี่ยวแบบมีแผนแล้ว "ความประหลาดใจ" จะเกิดขึ้นได้ไง
นั่นเป็นเหตุให้ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราก็ได้ไปเดินอยู่ ในชุดพีเรียดย้อนสมัยที่ทำให้คนมองตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัย ยันตลาดหัวหิน จับผลัดจับพลู เจอตำรวจ เจอแม่ค้า เจอคนแปลกหน้ามาทัก เจอเพื่อน เจอคนในบอร์ดมากมาย
พบมิตรภาพที่ไม่ได้คาดฝัน เห็นพลังหนุ่มสาว ไฟฝันที่ยังแรงกล้า เราเดินมารู้จักกัน แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ณ ฉากที่เพลินวาน ภาพหัวหินเมื่อสามสิบปีก่อน หญิงสาวในชุดพีเรียดสองคน กับ หัวใจที่ไม่คาดหวังอะไร
...กลับบ้านพร้อมหัวใจที่อิ่มเต็ม
| Create Date : 13 ตุลาคม 2552 |
| Last Update : 13 ตุลาคม 2552 23:12:36 น. |
| |
|
|
|
|
ก่อนเป็นหมอ 101
ไม่ได้ลงไม้ลงมือเขียนหนังสือมานานแสนนานนนน จนบ้านแห่งนี้ร้างซะฝุ่นจับหนาเตอะ วันนี้ฤกษ์งามยามดี ครึ้มอกครึ้มใจช่วงก่อนสอบ ที่มันมักจะเป็นเวลาที่หัวสมองไร้สาระโลดแล่นเยอะที่สุด หลังกรำหนังสือมากว่าสี่ชั่วโมง การมากวาดบ้านถูกบ้านที่รักแห่งนี้ก็ท่าจะดีเหมือนกัน
วันนี้เสนอตอน ก่อนเป็นหมอ 101
คอร์สเรียนที่นิสิตแพทย์ผู้กว้างขวาง(ทางร่างกาย)อย่างดิฉันได้่ประมวลสรุปมาแล้วแว้วแว้วว่าจำเป็นสุดสุดหยุดไม่อยู่ นอกเหนือจากความเสียสละและหัวใจดวงใหญ่ที่มีใจรักคนไข้ที่พึงมีอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ควรมีในครอบครองก่อนสอบไม่น้อยไปกว่ากันค่ะ!
1. อุปกรณ์อ่านหนังสือสอบ ประกอบไปด้วย สถานที่ปลอดผู้คน ยิ่งห่างไกลเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น ประมาณบ้านหนองยายแดง หรือลงใต้ไปเลยก็เป็นไอเดียที่ดี เนื่องด้วยการเดินทางที่อาจจะลำบากทำให้เวลาอ่านหนังสือลดลง หรืออาจมีเหตุอื่น เช่น ต้องวิ่งหนีหลบระเบิดหลบกระสุนปืนที่อาจทำให้เสียสมาธิได้ ก็พออนุโลมให้เลือกสถานที่ใกล้เคียงมหาลัย พอไหวฮ่ะ
 ไอพอดเพลงแจ๊ซอันน่าตกหลุมรัก กับหนังสือที่น่าอ่าน
อุปกรณ์ของหมูหวาน มีมากมายค่ะ โน้ตบุ๊ค ปากกาหลากหลายสีสัน ไอพอด น้ำชา ขนมเค้ก แล้วก็โต๊ะ เก้าอี้ แอร์ พัดลม แล้วยังต้องมีคนหน้าตาดีนั่งข้างๆด้วยค่ะ น่าจะหมดแล้วเนอะ อ้ออ ขาดผ้าคลุมหัวเอาไว้ก่อกวนสมาธิตัวเองค่ะ อันนี้คือของจำเป็นค่ะ ไม่มีจะอ่านไม่ได้เป็นอันขาดเชียว รู้สึกชีวิตมันขาดหายอะไรไป เหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายยังไม่ถูกเติมเต็มน่ะค่ะ ส่วนของที่เป็น optional คือ ชีท หนังสือ เล็คเชอร์ตัวเองค่ะ :)
 หนังสือแสนรัก ปกเรียบกริบไม่เคยเปิด กับไอพอดเยินๆ ฟังทุกวัน
2. อารมณ์ขัน คุณหมอในอนาคตต้องอยู่เคี่ยวกรำในโรงพยาบาลนานค่ะ หากไม่รู้จักใช้อารมณ์ขันซะบ้าง ก็อาจต้องแอดมิทตัวเองเข้าไปนอนแผนกจิตเวชเล่นๆสองสามคืน แบบนี้ไม่ได้การค่ะ เราต้องหา option อื่น เอาไว้เพิ่มพูนอารมณ์ขันของตัวเองบ้างอะไรบ้าง แนะนำว่าหาจากเล้าไก่จะง่ายที่สุดค่ะ
แต่น่าเสียดาย เพราะว่าเหตุการณ์ไข้หวัดนกระบาด ทำให้ไม่สามารถเข้าไปเก็บอารมณ์ขันยามเช้ามาเก็บไว้เผื่อแผ่เพื่อนได้เหมือนเคย เราเลยอยากประยุกต์ใช้เป็นคนชื่อไก่แทน เพราะน่าจะมีสิ่งคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง ถ้าไม่มีเพื่อนชื่อไก่แต่มีเพื่อนชื่อห่านให้ลองสังเกตดูว่าจะทดแทนกันได้มั้ยนะคะ เรื่องนี้ไม่มีประสบการณ์ตรงเหมือนกัน
ถ้าใครไร้เพื่อนฝูงแล้วล่ะก้อ อย่าเสียใจไป เราก็มีวิธีมานำเสนอเหมือนกันค่ะ เริ่มจากไปในที่ไกลจากมหาลัยซะก่อน อย่าให้ใครตามมาเห็นเข้าได้ เนื่องจากสิ่งที่กำลังจะทำ เป็นสิ่งแปลก เดี๋ยวคนจะกลัวฮ่ะ
ว่าแล้วก็ตรงดิ่งมายังร้านกาแฟชื่อดังย่านสีลม... สั่งเครื่องดื่ม นั่งจุมปุ๊กอ่านหนังสือ รอจังหวะที่ไม่มีใครเห็น อย่าลืมระวังด้านนอกร้านที่อาจมองเห็นในร้านได้ง่ายนะคะ !!
หยิบแก้วกระดาษที่เขามีวางไว้ให้เผื่อกินน้ำเปล่า แล้วก็รอจังหวะพนักงานร้านเผลอ หยิบดินสอปากกาขึ้นมาระบายสีให้สวยงามฮ่ะ
แล้วถ่ายรูปมาอวดเพื่อนค่ะ :)
 นี้เป็นภาพแก้วกาแฟที่ถูกใส่ร้ายค่ะ เพราะความจริงมันเป็นแก้วชอคโกแลตต่างหากกก
แม้ไม่ีมีใครขำด้วย แต่หมูหวานก็ไม่เสียใจค่ะ นั่งอ่านหนังสือต่อไปปป ยังไงตอนนี้โลกสดใสขึ้นมากว่าเดิมหน่อยนึงเนอะ
| Create Date : 24 กันยายน 2552 |
| Last Update : 30 กันยายน 2552 0:35:31 น. |
| |
|
|
|
|
พรุ่งนี้จะปอกผลไม้
ดิฉันปอกผลไม้ไม่เป็นค่ะ
แฮ่ สารภาพไปแล้วค่อยหายใจหายคอได้คล่องหน่อย
มันคงดูแปลกที่ผู้หญิงที่ทำการบ้านการเรือนเป็น ไม่มีที่ติทุกกระเบียดนิ้ว ปอกผลไม้ไม่ได้
แกะกุ้ง แกะปูนี่ก็พอไหวหรอกนะ แต่ผลไม้นี่ขอคิดหนักแป๊บนึง
โอเค มันอาจจะไม่แปลกถ้ามองว่านี่มันเป็น พศ. ไหน แล้วผลไม้รถเข็นนี่หาง่ายประหนึ่งแมลงสาบในห้องน้ำข้างล่าง ทำให้ผู้หญิงที่อยากกินผลไม้จานด่วน ผลไม้หายาก ผลไม้จากเขาสูงเสียดฟ้า เก็บยาก ขนยาก ปีนยากแค่ไหน รวมถึงผู้หญิงที่ปอกผลไม้ไม่เป็น ก็สามารถเดินลงจากหอ ควักตังจ่าย แล้วก็สามารถอิ่มหนำสำราญได้ทันที
มีคนเคยถามว่า ต่อไป ถ้ามีลูกเกิดมันอยากกินอะไรขึ้นมา แม่เป็นซะแบบนี้ลูกมันไม่อดตายเหรอ
(ไม่ถามถึงตัวพ่อมัน เนื่องจากลูกอาจเป็นลูกบุญธรรม 55+)
ดิฉันก็ตอบได้ฉาดฉานเลยค่ะว่า โฮ้ย เดี๋ยวนี้ร้านอาหารเยอะแยะจะตายไป จะเลี้ยงลูกด้วยแกงถุง ผลไม้รถเข็นนี่แหละ ฉลาดแน่ เดี๋ยวว่าว่างๆจะเขียนหนังสือมาแข่งกับหนูดีสักหน่อย
อยู่ไปอยู่มา เจ้าพ่อเกิดอยากกินมะม่วงขึ้นมากลางดึก
โอ๊ย สนุกกันใหญ่ เพราะท่านแม่หลับไปแล้ว แต่ถึงไม่หลับคุณนายก็คงไม่ลุกขึ้นมาปอกให้หรอก แถมยังอาจจะบ่นอีกหลายประบุงข้อหากินตอนดึกๆ
ไม่ได้การแล้ว ในฐานะลูกสาวคนโปรด (แต่งตั้งเอง) เราต้องปอกมะม่วงให้พ่อกิน!
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป มะม่วงก็เสร็จวางเรียบร้อยอยู่ในจาน สวยเท่าที่มะม่วงที่น่าสงสารลูกหนึ่งจะสวยได้
ไอ้เราก็ยิ้มแฉ่ง วิ่งเอาไปอวด แต่ท่านพ่อเกิดหมดความอยากเสียแล้ว รอนานเกิ๊น ก็เลยไล่ให้เอาไปแช่ ปลอบด้วยถ้อยคำประมาณว่า พ่ออยากกินแบบที่มันเย็นจัดๆน่ะลูก
โห ก้มหน้าน้ำตาไหล เอาของไปเก็บใส่ตู้เย็น กระฟัดกระเฟียดงอนพ่อไปครึ่งวันได้ โดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่องรู้ราวสักนิด
นี่เองเป็นที่มาของมิชชั่นในวันพรุ่งนี้ ฝันเล็กๆ แต่ทำจริง พยายามจริง พรุ่งนี้โลกจะไม่เหมือนเดิม มหาอำนาจจะเปลี่ยนขั้ว ค่าเงินจะผันผวน หมอลักษณ์ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆความเปลี่ยนแปลงจะเกิดมี เพราะเด็กผู้หญิงคนหนึ่งปอกผลไม้เป็น ฟันธง!
| Create Date : 18 มีนาคม 2552 |
| Last Update : 18 มีนาคม 2552 1:30:18 น. |
| |
|
|
|
|
อยากมี นาทีที่ยิ่งใหญ่ สักครั้ง
เคยคิดว่า ความฝันมีสิทธิ์เป็นจริงกับโอกาสที่หยิบยื่นให้เป็นครั้งคราว
เมื่อก่อนถ้าถามว่า ความฝันของเราคืออะไร ก็คงตอบไปว่าเป็นนักดาราศาสตร์ เป็นนักประวัติศาสตร์ ไล่เรื่อยมาจนสุดท้ายคำตอบที่ดังก้อง ชัดเจนที่สุดในหัวใจก็คือ นักเขียน
ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำตามฝันสักครั้ง แต่ว่าแต่ละครั้งก็แลกมาด้วยความเหนื่อยยาก เสียอกเสียใจก็หลายครั้งอยู่ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อเข้ามหาลัย ความฝันนี้ก็ค่อยๆจืดจางลงไป ด้วยภาระหน้าที่อันมากมายที่ต้องรับผิดชอบ บวกกับความตื่นตาตื่นใจในสังคมใหม่ที่ทำให้เพ้อ
ฝันครั้งใหม่ของเราเริ่มต้นด้วยความเป็นจริงมากขึ้น นั่นก็คือ เป็นหมอที่ดี
หากการเรียน ไม่เคยแตะต้องเนื้อหัวใจเราได้แม้สักครั้งเดียว เรียนมันก็เรียนได้เรียนไหวอยู่ แต่ความสุขระหว่างเรียนเลคเชอร์ยังไม่เคยทำหัวใจสูบฉีดได้เหมือนกับเวลาเขียนหนังสือได้เลย
โอกาสที่ถูกหยิบยื่นมาครั้งแล้วครั้งเล่าที่เราลองคว้า แต่พอคว้าไม่ถึง ลองครั้งใหม่ก็ไม่ถึงอีก มันทำให้จิตใจเกิดการต่อต้าน หากไม่ได้ก็ไม่ต้องการรับอะไรเศษๆที่จะมีคนหยิบยื่นให้อีก นิสัยแย่ๆแบบนี้ เราก็กลัวเหมือนกันว่าวันหนึ่งมันจะเกิด defense mechanism บางอย่างทำให้เราหลงลืมความฝันดั้งเดิมของเราไป
แล้ววันหนึ่ง ก็กลับมานึกได้ว่า ทำไมต้องรอโอกาสที่คนจะหยิบยื่นให้ จะเป็นไปได้ไหมถ้าจะลองเดินตามฝันไปด้วยก้าวเดินของเราเอง
หนทางขึ้นคงจะยาก แต่มันคงทำให้เกิดความภูมิใจมากกว่า หนทางไปอาจจะไม่ถึง แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในขีวิต เราก็เคยได้ลองทำอะไรตามหัวใจตนเอง แบบที่ไม่ต้องขึ้นอยู่กับครอบครัว พ่อแม่ น้อง เพื่อน หรือแม้กระทั่งไอดอลของเรา
อยากเป็นหมอก็ต้องเรียนหมอ อยากเป็นนักเขียน ก็คงต้องเขียน
สมการง่ายๆ เริ่มต้นครั้งที่หนึ่งแล้ว หวังว่าคงมีครั้งที่สองสามสี่ตามมา
| Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2552 |
| Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2552 23:39:10 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|