LovE... 2 fLY, LovE... 2B free
 

เดินเล่น IKEA กันดีกว่า

พาเที่ยวคราวนี้มาแนวดูของแต่งบ้านกันบ้างดีกว่าค่ะ สืบเสาะหาจนพบว่าที่ญี่ปุ่นก็มี IKEA กับเค้าเหมือนกัน ขอไปเดินเล่นซะหน่อยเถอะ อุตส่าห์มีวันว่างทั้งที จากเวป IKEA เราเช้าไปดูสาขาที่ใกล้กับที่พักของตัวเองที่สุดก็คือ Funabashi การเดินทางก็ไม่ยากเลย ด้วยรถไฟอย่างเดียวก็ถึง ลงจากสถานีก็เจอเลย



ตัวตึก IKEA มี2ชั้น ชั้นบนเป็นShow room พวกห้องต่างๆ โต๊ะ ตู้ เตียง ส่วนชั้นล่างเป็นของเล็กๆน้อยๆ ของตกแต่งบ้าน ผ้าม่าน พรม อื่นๆ และ Storage พวกโต๊ะ เก้าอี้และของอื่นๆ สำหรับหิ้วกลับบ้านค่ะ 


เริ่มจากโซนห้องนั่งเล่นกันเลยค่ะ







ห้องนอน..



 





โต๊ะ ชั้นวางทีวี และ โซฟา...








 



ห้องครัว...


 




นี่เป็นแค่ตัวอย่างนิดๆหน่อยๆ ใครชอบของตกแต่งบ้านต้องไปเดินให้ได้เลยค่ะ ชั้นล่างไม่ได้ถ่ายภาพมานะคะ เดินเพลินจนลืมไปเลยค่ะ


อาหารของที่นี่ก็มีให้บริการ... น่ากินมั๊ยคะ



ท้ายสุดเป็นบริการส่งของภายในประเทศญี่ปุ่นค่ะ



 แถมนิดนึงค่ะ... บริเวณเยื้องๆกันมีห้างใหญ่ชื่อ Lala Port เผื่อถ้ามีเวลาเหลือจากที่ IKEA แล้วอยากเดินเล่นค่ะ บริเวณนี้มีร้านโดนัทชื่อดัง Krispy Kream ด้วยนะคะ และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Tokyo Hand แต่น่าเสียดายวันที่ไปดันเป็นวันหยุดประจำปีของห้าง อดเลย..


หวังว่าบล็อคคราวนี้คงถูกใจหลายๆคนนะคะ Smiley







 

Create Date : 09 มีนาคม 2553    
Last Update : 9 มีนาคม 2553 2:07:07 น.
Counter : 506 Pageviews.  

Strawberry trip@ naruto

หน้าหนาวปีนี้ ได้รู้สึกถึงความหนาวแบบเต็มๆ เพราะว่าได้อยู่ที่ญี่ปุ่น และความที่มีวันหยุดแถมยังได้เจอเพื่อน

เลยหาทริปสนุกๆที่จะเอามาอวดให้ได้อิจฉากันค่ะ


สมาชิกวันนี้มี 4คนค่ะ เราเริ่มต้นกันราวๆ 10โมง จากหอพักของเราไปที่สถานีนาริตะจากนั้นเปลี่ยนสายไป

JR line ปลายทาง naruto และแวะเปลี่ยนสถานีก่อนที่ sakura ไปกันง่ายมากๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง

ออกจากสถานีจะมีบู๊ทตั้งเด่นเป็นสง่า ให้เราเข้าไปติดต่อจากนั้นจะมีรถมารับไปที่ไร่สตอเบอร์รี่ ในใจแอบคิดภาพไป

ต่างๆนาๆ ว่าไร่จะเป็นยังไงน๊า .... สตอเบอร์รี่จะเยอะมั๊ย ... เราจะกินให้หน่ำใจเรย คอยดูเถอะ อิอิอิ


แล้วก็ถึง ภาพไร่สตอเบอร์รี่ของชั้น ทำงัยจึงกลายเป็นเต็นท์สตอฯไปได้ แล้วมันจะสนุกอย่างที่เพื่อนบอกมั๊ยเนี่ย

เอาน่ามาถึงแระ ยังไงก็ต้องเข้าล่ะ




จัดการจ่ายตังค์เรียบร้อย คนละ 1500 เยน ได้จานมานึงอันกับนมข้นหวานกระปุกเล็กจิ๋ว เราจะอยู่กินกันนานแค่ไหนก็ได้

จนกว่าจะพอใจ แต่เมื่อดูเวลารถไฟแล้ว ซักชั่วโมงนึงน่าจะพอดีๆสำหรับพวกเราแหล่ะ เราเริ่มต้นด้วยการเดินไปตามทางเล็กๆ

เด็ดกินๆไปเรื่อยๆ สนุกกับการหาสตอเบอร์รี่สีแดงสด ลูกใหญ่ๆ รสชาดหวานๆ เข้าปากโดยไม่ได้สนใจเพื่อนๆเลย อิอิ






สำหรับเราแล้วนับว่าคุ้มค่ะทริปนี้ กินไปเยอะแล้วก็สนุกมาก.... แถมเดินทางไม่เหนื่อยด้วย








 

Create Date : 18 มกราคม 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2553 0:18:46 น.
Counter : 243 Pageviews.  

เกียวโต เที่ยววันเดียวยังไงก็ไม่หมด

มาแล้วค่ะ.... เรื่องไปเที่ยวเกียวโตครั้งแรกในชีวิต (แอบดองไว้นานนิดนึง)



โชคดีที่ได้ไปบินโอซาก้าในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี หลังจากที่แพลนแล้วก็ได้ข่าวดีจากเพื่อน


ว่าเราจะไปเจอกันที่โอซาก้าเย้ๆ เที่ยวคราวนี้ไม่เหงาแล้ว ดีจัง พอรู้ว่าเพื่อนจะไปด้วย


ก็เลยนั่งหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตซะครึ่งคืน  หลังจากสรุปสถานที่และการเดินทาง


พร้อมด้วยตารางเวลารถไฟ จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาถามพนักงานบ่อยๆ


แล้วเวลาการเดินทางจะได้สั้นลง แถมสะดวกขึ้นอีกเยอะๆ


แล้วเราก็นั่งเฝ้ารอเวลาให้วันที่นัดมาถึงเร็วๆซะที





ทันทีที่จบการทำงานไฟล์ กรุงเทพ-โอซาก้า พร้อมๆกับการอดนอนมาอีกค่อนคืน


เมื่อก้าวเท้าเข้าห้องพักได้ รีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนโดยทันที


ตอนแรกนึกไว้ว่าจะให้เวลาแค่ ครึ่งชั่วโมง แล้วออกเดินทางกันก่อน 8.30 น.


แต่แล้วในความเป็นจริง เมื่อมีผู้ร่วมทริปเพิ่มขึ้นมา เวลาที่ใช้ไปก็ต้องมากขึ้นไปด้วย


นื่องด้วยเหตุผลต่างๆ เอาเหอะ ทำไงได้ คนเยอะขึ้นอาจจะสนุกขึ้นก็ได้


วันนี้คาดหวังไว้เยอะเลยเซ็งไปหน่อยนึง เลิกบ่นดีกว่า ...





การเดินทางไปเกียวโตใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมง จากโรงแรมที่เราพัก 


เราเลือกใช้รถไฟ(1590เยน) เนื่องจากถูกกว่า การนั่งรสบัส(2300เยน)


และเราไม่ต้องกลับไปเริ่มต้นที่ Airport กว่าจะไปถึงที่เกียวโต


และเดินซื้อตั๋วรถบัสรอบเมืองแบบ 1 Day pass (500 เยน)


ก็ปาไปเกือบเที่ยง เพราะฉะนั้นเวลาที่เหลือก่อนที่วัดจะปิด


และแสงในหน้าหนาวจะหมดก็เหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมง สถานที่ๆเลือกมาแล้ว


บางที่ก็ไม่ได้ไป เอาที่ๆขึ้นชื่อ ซึ่งได้แก่


วัดน้ำใส วัดเงิน วัดทอง


รายละเอียดการเดินทางขอไม่ลงนะคะ


เนื่องจากมันเปลี่ยนแปลงตามความสะดวกของแต่ละบุคคล


P1040317 P1040322


จากสถานีออกมาก็จะพบกับ โตเกียวทาวเวอร์ แวะซื้อบัตร 1 day และขึ้นรถแถวๆนี้



วัดแรก Kiyomizu-deraหรือวัดน้ำใส ไฮไลท์ของที่นี่ คือตัวระเบียงวัด


ที่สร้างโดยการใช้ท่อนซุงมาขัดกันจนเป็นโครงสร้าง โดยที่ไม่มีการใช้ตะปู


ยึดตอกท่อนซุงเลยซักตัว และ สายน้ำ3 สายที่ใครไปใครมา


จะต้องมาดื่ม เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่า จะโชคดีเรื่องการงาน สุขภาพ และความรัก


 แต่ว่าจะเป็นสายน้ำเส้นไหนอันนี้ไม่ได้ถามคนญี่ปุ่นค่ะ


ลืม... สำหรับค่าเข้าที่นี่ สนนราคา 300 เยน



P1040339 P1040345 P1040346 P1040349 P1040359 P1040352 P1040361 P1040393 P1040395 P1040400 P1040404 P1040405 P1040416



อ่อ .. ลืมไปอย่างวัดนี้ตั้งอยู่บนเขาค่ะ เมื่อขึ้นไปที่ระเบียงไม้ เราจึงสามารถมองเห็นวิวของ


เมืองเกียวโตได้ไกลเชียว และแน่นอนค่ะ เรามองเห็นเกียวโตทาวเวอร์ด้วย


P1040344


มาดูบรรยากาศบริเวณรอบนอกมีของขายเพียบๆค่ะ มีสาวๆ แต่งตัวกันเป็นไมโกะ


กันเยอะแยะเลยค่ะ แต่ที่จริงแล้วเป็นบริการรับแต่งตัวให้นักท่องเที่ยวค่ะ


สนนราคาประมาณ 10,000 เยนต่อ ครั้งรึว่า เป็นชม. ไม่แน่ใจ


P1040328 DSC05004 P1040427 P1040433 P1040435



มาดูสถานที่แห่งต่อไปค่ะ เราไปกันที่ วัดเงิน Ginkakuji ค่าเข้า 500 เยน


น่าเสียดายว่าช่วงที่ไปนั้น กำลังทำการปรับปรุงอยู่ เลยไม่ได้เห็นอาคารที่เป็น


วัดเงินแบบเต็มๆ เค้าว่ากันว่า อาคารนี้หรือพลับพลาเงิน


ถูกสร้างโดยโชกุนท่านนึง ตั้งใจจะสร้างให้คู่ชีวิตของท่าน โดยจะห่อคุมอาคาร


ทั้งหลังด้วยเงิน แต่ท่านได้จากไปเสียก่อน ทำให้การสร้างได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น


อาคารที่เราเห็นจึงเป็นแค่เพียงแผ่นไม้สีน้ำตาลเท่านั้น



P1040440 P1040442 P1040483


นอกจากนี้เรายังเห็นสวนหินแบบเซ็นอยู่ในบริเวณนี้อีกด้วยค่ะ 



P1040445 P1040459 P1040466 P1040467 P1040471



และสถานที่สุดท้ายของวันนี้ นั่นคือ วัดทองหรือKinkakuji ค่าเข้า 400เยน


โชคยังดีที่เราไปยังเปิดอยู่ แสงก็ยังมีอยู่นิดหน่อย อย่างน้อยก็ได้รูปมาอวดกัน


ช่างเป็นที่ๆควรจะมาจริงๆค่ะ บอกได้คำเดียวว่าสวยมากกกกก


นอกจากตัวอาคารที่ถูกล้อมไว้ด้วยทองแล้ว สระน้ำที่อยู่รอบอาคารนั้น


ยังสะท้อนเงาของวัดทอง ทำให้สวยขึ้นไปอีก แต่อยู่ได้ไม่ถึง 10 นาที


รอบๆตัวช่างมืดลงอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่จะได้เดินดูอย่างเต็มตา


เราก็ต้องอำลาออกมาซะแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า เราจะต้องกลับมาที่นี่อีกแน่ๆ


P1040491 P1040496 DSC05048




ที่จริงแล้ว เราตั้งใจว่าจะไปกิออนในตอนกลางคืน แต่ว่า ในตอนนั้นสติคงจะไม่มีแล้ว


คิดแต่หาทางจะกลับไปนัมบะ ต่อรถลูกเดียว จนลืมว่าตั้งใจจะนั่งรถบัสกลับ


แถมยังหลงทางอีกต่างหาก แต่ก็ยังไม่เข็ดที่จะเที่ยวและครั้งหน้าถ้ามีโอกาส


จะเก็บสถานที่เที่ยวในเกียวโตให้หมดเลย คอยดู ...









 

Create Date : 18 มกราคม 2553    
Last Update : 18 มกราคม 2553 21:20:14 น.
Counter : 957 Pageviews.  

ย้อนวัย ไป Sanrio Puroland

 

ก่อนจะอ่านบล็อคคราวนี้ กรุณาเปลี่ยนโหมดเป็นเด็กสดใส กุ๊กกิ๊กไร้สาระโดยด่วน ไม่งั้นคุณคงไม่สนุกไปกับการเที่ยวครั้งนี้ซักเท่าไหร่ เพราะที่ๆจะพาไปนั่นคือ Sanrio Puroland   ชื่อสถานที่ก็บอกอยู่แล้วว่า "ซานริโอ" คงไม่ต้องพูดอะไรมาก ลุยกันเลยดีกว่า ขยิบตา 

 

sanrio puroland อยู่ที่ Tama Center เดินทางไม่ยากเท่าไหร่ เพียงแต่ใช้เวลาค่อนข้างมากนิดนึง เนื่องจากที่พักเราอยู่นอกเมือง ใกล้กับสนามบินนาริตะ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ  เราออกเดินทางตั้งแต่ 8โมงเช้า และแวะทานอาหารจึงเสียเวลาไปเยอะ จำเวลาที่ไปถึงไม่ได้ค่ะ  ลิงค์เส้นทางการเดินทาง http://www.puroland.co.jp/english/access.html บางช่วงทางเวปจะมีส่วนลดให้ หากอยากไปลองแวะเข้าไปดูนะคะ เผื่อจะได้ตั๋วถูก สนนค่าตั๋วก็ 4,100 เยน ถ้าไม่คิดเป็นเงินไทยก็จะเที่ยวสนุกกว่านะคะ (คิคิ)  ที่นี่ สร้างรอยยิ้มให้เราตั้งแต่ประตูทางเข้าเลยค่ะ น่ารักจิงๆ  ขอเล่าด้วยภาพ (อีกแล้วนะคะ) 



 


ที่นี่เป็นindoor เหมาะแก่การพาเด็กเล็กๆมาเที่ยว ตามด้วยรูปใน Kitty House และ พาเหรดค่ะ

 

   

   

   


 

อันนี้เป็นส่วนของ Cinnamon ค่ะ น่ารักสุดๆ เทใจให้หมดเลย หัวใจสีแดง 

 

  

 

   

 

 

ตามด้วยการล่องเรือ เพื่อดูความน่ารักสดใสของตัวการ์ตูนต่างๆ น่ารักมากมาย 

 

 

 

 

 

 

 

 


วิดีโอที่ Badz Badz Maru กะลังเล่นกะเด็กค่ะ น่ารักสุดๆ น่าตาโคตรกวน เย้ยหยัน


 

 

 

และสุดท้ายท้ายสุดก่อนอำลาค่ะ รูปเด็กน้อย หน้าตาน่ารัก จิ้มลิ้มเชียว และลูกโป่งที่นู๋อยากได้ ขยิบตา

 

   



ไม่รู้คุณๆจะอมยิ้มไปกับการเที่ยวครั้งนี้ด้วยมั๊ย ขอให้มีความสุขทุกคนนะคะ บ๊าย บาย Smiley









Free TextEditor




 

Create Date : 30 กันยายน 2552    
Last Update : 1 ตุลาคม 2552 0:01:22 น.
Counter : 296 Pageviews.  

National Museum @ Ueno Park

มาบินสิบวัน เที่ยวไปซะ3ที่  ขอแนะนำที่นี่ สำหรับคนที่ชอบอะไรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ค่ะ และที่นี่อยู่ไม่ไกลเลย การเดินทางก็แสนง่าย เพียงแค่มาที่ Ueno จะโดยรถไฟสาย Keisei หรือ JR ก็สามารถ แค่เดินมาในบริเวณของ Ueno Park เราก็จะพบกับ Ueno Zoo และ Museum ต่างๆ  หากมาเร็วกว่านี้ซัก 1 เดือน จะได้มาชมต้นซากุระในสวนแห่งนี้ ในวันนี้จะพาไปที่ National Museum of Nature and Science สนนค่าเข้าก็อยู่ที่ 600 เยน ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย 


 


 


บริเวณทางเข้ามีปลาวาฬขนาดใหญ่(เท่าตัวจริง) ซึ่งน่าดึงดูดอยู่ไม่น้อย เมื่อเดินผ่านเข้ามาอีกนิดหน่อยก็จะได้เจอกับ หัวจักรรถไฟค่ะ

 

 



 

หลังจากเข้ามาในตัวอาคารแล้วจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ Japan Gallery และ Global Gallery ซึ่งก่อนที่เราจะตะลุยเข้าไปในสองส่วนที่ว่านี้ มีห้อง Theater 360 เป็นการฉายวิดีโอเกี่ยว Dinosaurian World ซึ่งแน่นอนค่ะ จอนั้นเป็นแบบรอบทิศทางหรือ 360 องศา น่าตื่นตาตื่นใจดี เห็นจอลักษณะแบบนี้ทีไร นึกถึงท้องฟ้าจำลองทุ๊กที (ทำไมบ้านเราทำแบบเค้าไม่ได้น๊า??) วิดีโอที่ฉายดีมากๆ เห็นแล้วชอบสุดๆเลยล่ะ ที่เหลือขอไม่อธิบายนะ ดูรูปแล้วกันค่ะ




 

 























Free TextEditor




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2552    
Last Update : 20 กันยายน 2552 1:53:01 น.
Counter : 389 Pageviews.  

1  2  3  
 
 

twenty9feb
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวเองหน่อยนึง

ชื่อบล็อค twenty9feb นี้เราเอามาจากวันเกิดค่ะ รู้สึกตัวเองเป็นคนประหลาด เกิด 29 กุมภา (ขออุบอิบปีพศ.ไว้นะคะ ^^)

ก่อนหน้านี้เขียนบล็อคไว้ที่อื่น แต่มีเหตุทางใจเล็กน้อย ทำให้ย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ค่ะ

ช่วงนี้พยายามย้ายบล็อคเก่าๆมาไว้ที่นี่ค่ะ เรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่ อย่าเพิ่งเริ่มเบื่อนะคะ จะอัพบล็อคให้เสร็จไวๆค่ะ จะได้ดูเรื่องใหม่ๆอัพเดทกัน

เพื่อเป็นกำลังใจ อ่านแล้วฝากเม้นไว้หน่อยนะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนที่คนที่เข้ามาอ่านค่า ^^ : Users Online
[Add twenty9feb's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com