Group Blog
All Blog
(SR) Review b.liv dump off drawn และ b.seen i'm wrinkle eraser treatment
สวัสดีครับผองเพื่อนที่น่ารักทุกท่าน กลับมาอีกแล้วกับการรีวิวเครื่องสำอางดีดี ที่ผมคัดมาลง blog ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันเพลินๆ ครับ

และวันนี้ก็มาถึงคราวของการรีวิวเซรั่มวิตามินซีแบบเข้มข้นกันบ้าง เพราะตอนนี้เราจะเริ่มสังเกตเห็นกันว่า หลายๆ แบรนด์ต่างรุกตลาดวิตซีเข้มข้นกันมากขึ้น จนทำให้มีกระแสะ "Vit C Fever" กลับมากันอีกแล้ว  ไม่เว้นแม้กระทั่ง Paula’s Choice แบรนด์สุดรักของผมก็หันมาร่วมเล่นตลาดนี้ด้วยเหมือนกันครับ  


หลังจากที่ครั้งหนึ่งผมเคยรีวิว D.I.Y Vit C จนเป็นกระแสที่ทำให้คนแห่ไปซื้อผงวิตซีมาผสมกันแบบขาดตลาด จนร้านวิทยาศรมออกอาการงงกันไปแล้ว  วันนี้ผมก็จะมีรีวิวเซรั่มวิตามินซีที่มีส่วนผสมน่าสนใจสุดๆ แถมราคาก็ถือว่าไม่แพงมากจนเกินไปเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ครับ 

หนุ่มๆ สาวๆ ท่านไหนที่รักในความงาม ความกระจ่างใส และต้องการห่างไกลจากริ้วรอย ต้องติดตามชมรีวิวนี้กันให้ดีดี กับ Deep Review  b.liv dump off drawn และ b.seen i'm wrinkle eraser treatment ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุดที่จะเข้ามาจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปเร็วๆ นี้ ครับ ใครสนใจสามารถเ้ข้าไปดูสินค้าได้ที่ www.hbm.co.th ก่อนนะครับ



การรีวิวสินค้า่ทุกครั้ง ผมจะยึดหลัก ส่วนผสม, ราคา, ปริมาณ, แพกเกจ และประสบการณ์หลังการใช้ส่วนตัวเป็นหลัก โดยยึดหลักการรีวิวอย่างตรงไปตรงมาครับ

และรีวิวในครั้งนี้ ผมได้จัดทำเป็นในรูปแบบของคลิปวีดีโอด้วย ใครที่อยากรับชมแบบอีกอรรถรส ก็สามารถคลิกเข้าไปชมกันได้่เลยนะค๊าบบบ




เรามาเริ่มรีวิวตัวแรกกันก่อน กับ  b.liv dump off drawn




นี่คือเซรั่มวิตซีสุดเข้มข้นถึง 15% แน่นอนว่าเราจะได้รับคุณประโยชน์จากวิตซีไปแบบเต็มๆ แถมยังมีส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องของการเป็น Anti-Aging มาแบบอลังการ ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาดแน่นอนครับ! 

Ingredients : 

Purified Water (Aqua), Vitamin C (L-Ascorbic Acid), Dipropylene Glycol, Hydroxyethylcellulose, Sodium Citrate, Citric Acid, Disodium EDTA, Pichia/Resveratrol Ferment, Lecithin, Soy Isoflavones, Polysorbate 80, Butylene Glycol, Aminoguanidine, Decarboxy Carnosine HCL, Boldo (Peumus boldus) Leaf Extract, Japanese Knotweed (Polygonum cuspidatum) Root Extract, Phenoxyethanol, Methylisothiazolinone




วิเคราะห์ส่วนผสม

b.liv dump off drawn เป็นเซรั่มที่ใช้ส่วนผสมของวิตซีในรูปแบบดั้งเดิมอย่าง Ascorbic Acid ที่ความเข้มข้นสูงถึง 15% ที่มาพร้อมกับค่า pH ประมาณ 3.5  ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว มันก็เลยสามารถแสดงแสนยานุภาพได้แบบจัดเต็ม! ในคุณสมบัติของวิตซี ไม่ว่าจะเป็น 

- Whitening
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ทำให้ริ้วรอยเล็กๆ ตื้น/จางหายได้
- ลดความเสียหายจากแสง UV
- เป็นแอนตี้อ็อกซิแดนท์ 
- ฯลฯ 

แน่นอนว่า เซรั่มวิตซีแบบนี้ ในตลาดทั่วไป เราก็เห็นกันได้ค่อนข้างเกลื่อนอยู่แล้ว  แบรนด์ไหนๆ เขาก็ทำกัน แต่อย่างที่ผมบอกไปว่า ส่วนผสมที่น่าสนใจของb.liv dump off drawn ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ครับ  ส่วนจะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันต่อเลยครับ

เริ่มจากส่วนผสมที่มีชื่อว่า Pichia/Resveratrol Ferment  ที่สามารถช่วยเร่งการสังเคราะห์ *Collagen IV และให้ผิวสามารถต่อต้านการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถลดริ้วรอย ปรับสีผิวให้สว่างใส เพราะมันไปยับยังเอนไซม์ไทโรซิเนสที่กระตุ้นเม็ดสี  อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบต่างๆ บนผิวอีกด้วยครับ 



*หมายเหตุ Collagen IV คือ คอลลาเจนที่มีลักษณะเหมือนโครงข่าย ที่มีหน้าที่ช่วยยึดผิวระหว่างชั้น Dermis  และ  Epidermis หากไม่มี Collagen IV ก็จะทำให้ผิวเราเกิดความหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย เพราะไม่มีตัวที่มาช่วยพยุงผิวนั่นเองครับ



ส่วนผสมที่น่าสนใจตัวต่อมา คือ  Soy Isoflavones ซึ่งเราสามารถพบสารตัวนี้ได้ในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติคล้ายกับ Phytoestrogen หรือฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งจะมีประโยชน์มากหากเรารับประทานครับ  แต่เมื่อมันมาอยู่ในรูปแบบของส่วนผสมในเครื่องสำอาง  มันเลยมีคุณสมบัติที่ช่วยยับยั้งการลำเลียงถุงเม็ดสีเข้าเซลล์, ช่วยลดอักเสบของผิว และทำให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้นได้บ้างอีกด้วยครับ


ส่วนผสมที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งที่ผมขอหยิบยกออกมาบอกกล่าวด้วยความชอบใจ นั่นก็คือ  Aminoguanidine,Decarboxy Carnosine HCL ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจบอกว่า มันเป็นตัวที่ช่วยลดปฏิกิริยา Glycation ด้วยแน่ะ!!  แล้วเจ้า ปฏิกิริยา Glycation นี่มันคืออะไรล่ะ?? 



คำตอบคือ ปฏิกิริยาที่ร่างกายของเราทำให้น้ำตาลที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดไปเกาะกับโปรตีนในร่างกาย จนเกิดเป็นโมเลกุลชนิดใหม่ขึ้นมา เรียกโมเลกุลนี้ว่า Advanced Glycation End products (หรือเรียกย่อ ๆ ว่า AGEs) ยิ่งทานน้ำตาลเข้าไปมากเท่าไรก็มีเจ้า AGEs (ภาพด้านบน) มากขึ้นเท่านั้นล่ะครับ โดยเจ้า AGEs ที่สะสมมากขึ้นจะทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน แบบโดมิโนล้มต่อกันทั้งกองทัพเรียกได้ว่าประเมินมูลค่าไม่ได้เลย ส่งผลให้ผิวสูญเสียสภาพยืดหยุ่น (ภาพด้านล่าง)  ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและหย่อนยานขึ้นนั่นเอง




ปฏิกิริยา Glycation นั้น เกิดขึ้นที่ชั้นใต้ผิว การใช้เครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เ้ป็นการช่วยแก้ไขปัญหาได้ืทั้งหมด เราจึงต้องลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย จึงจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนครับ

และด้วยความน่าสนใจของส่วนผสมดังกล่าว เลยทำให้ b.liv dump off drawnนั้น จึงมีส่วนผสมและความน่าสนใจมากกว่าเซรั่มวิตซีในตลาดทั่วไปนั่นเองครับ



วิเคราะห์ราคาและปริมาณ
1,990 บาท / 25 ml.



ราคาเมื่อเทียบกับปริมาณ และเมื่อกลับไปดูความน่าสนใจของส่วนผสมแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเป็นราคาที่ไม่แพงจนเกินไปครับ เพราะโดยปกติเซรั่มวิตซีแบบนี้จะราคาสูงกันมากๆ อยู่แล้ว (ส่วนใหญ่ราคา 1,500 - 5,000 บาทกันเลย) เนื่องจากต้องใช้ส่วนผสมและเทคโนโลยีต่างๆ ในการ คงประสิทธิภาพของวิตซีไว้ให้นานที่สุด เพราะ Ascorbic acid มันเสื่อมสลายง่าย เมื่อสัมผัสกับอากาศ, น้ำ และแสง ดังนั้นราคาแบบนี้จึงถือว่าไม่แพงจนเกินไปครับ



วิเคราิะห์แพกเกจ



ต้องบอกว่า b.liv dump off drawn นั้นออกแบบตัวแพกเกจมาในรูปแบบที่ค่อนข้างแปลกตา  เมื่อเปิดกล่องออกมา จะมีลักษณะดังภาพข้างบนครับ  คือ เราต้องมาประกอบร่างเอาเอง โดยทำการแกะตรงฝาขวดออก แล้วเอาฝาที่แหลมๆ ยัดใส่เข้าไปครับ  



วิธีการใช้คือ ให้เราทำการ ดึง! จุกยากออก จากนั้นเทออกด้วยการคว่ำลง เนื้อเซรั่มก็จะค่อยๆ หยดลงในปริมาณที่เท่าๆ กันตลอด ดังนั้นเราจึงสามารถกะปริมาณในการใช้แต่ละครั้งได้อย่างแม่นยำ ตรงตามชื่อผลิตภัณฑ์นี้ที่บอกว่า dump off drawn นั่นเอง




ปล. ส่วนตัวชอบบีบให้มันไหลลงมาพรวดเดียวเลย เพราะสะใจดี


ข้อสังเกต ถึงแม้ b.liv dump off drawn จะสามารถกะปริมาณในการใช้แต่ละครั้งได้อย่างแม่นยำ  แต่ผมพบปัญหาคือ  ตัวเซรั่มหยดออกมาช้าไปหน่อย  ส่วนตัวผมแก้ไขด้วยการบีบตรงปลายหลอดเลย ไหลออกมารวดเร็วสะใจกว่าครับ  อ้อๆ ภายหลังจากการใช้แนะนำให้เก็บเข้าตู้เย็นไปเลยนะครับ จะได้ใช้ตัวนี้ได้นานๆ หน่อย



ประสบการณ์ภายหลังจากการใช้

เนื้อเซรั่มใส เกลี่ยงาย ให้ความรู้สึกบางเบา สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้มาก่อน อาจจะรู้สึกแสบยิบๆ ในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นอาการปกติของผลิตภัณฑ์ที่ค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ ไม่ต้องแปลกใจนะครับ 



ส่วนตัวผมใช้ b.liv dump off drawn นี้ค่อนข้างโหดนิดนึง คือ วิธีใช้บอกให้ 2 – 3 หยด แต่ผมว่ามันไม่ทั่วหน้าเท่าไหร่ ผมเลยใช้ทั้งหมด 8 หยด  โดยแบ่งเป็น หน้าผาก, แก้มซ้าย, แก้มขวา และ ตรงจมูกลงมาคาง ส่วนละ 2 หยด รวมเป็น 8 หยดพอดี สะใจสุดๆ อิอิ

และผลหลังการใช้มา 1 เดือน แบบสุดโหดที่ใช้ทั้งเช้าและเย็น บอกเลยว่าข้างประทับใจมากครับ เพราะหน้าดูเนียนกระจ่างใสขึ้น จนมีเพื่อนทักเลย  รอยสิวก็หายไวขึ้น แต่ผมก็ยังมีสิวขึ้นประปรายตลอดเหมือนเดิมนะครับ เนื่องจากช่วงนี้ซุกซนไปลอง make up ของเกาหลีหลายตัวเลย อิอิ


Pro
- ใช้ส่วนผสมของวิตซีเข้มข้น 15% ให้คุณประโยชน์แบบครบถ้วนตามคุณสมบัติ
- มีส่วนผสมที่ช่วยกระตุ้นการสร้าง และลดความเสื่อมของคอลลาเจน ทั้งสารที่ช่วยต้านการอักเสบที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์เดียวกันในตลาด
- แพกเกจสามารถกะปริมาณการใช้งานได้อย่างแม่นยำ และคงประสิทธิภาพของสารบำรุงได้ดี
- ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์

Con
ในเบื้องต้นต้องสั่งซื้อผ่านทาง www.hbm.co.th ก่อนที่จะมีการจำหน่ายหน้าร้านทั่วไปเร็วๆ นี้

สรุปความพึงพอใจ





เสริมเทคนิคการใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

- แนะนำให้ใช้เซรั่มนี้เป็นตัวแรกหลังจากทำความหน้าสะอาดหน้าเสร็จ และผิวหน้าต้อง แห้งสนิท โดยต้องทาทิ้งไว้นาน 10 – 15 นาที หลังจากนั้นก็สามารถทาครีมตัวอื่นๆ ได้ตามปกติ

- สามารถใช้ร่วมกับ AHA หรือ BHA ทีมีเนื้อผลิตภัณฑ์แบบ Liquid ได้ โดยทาเซรั่มทับได้เลย เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทั้งสอง มีค่า pH ทีเป็นกรดอ่อนๆ เหมือนกัน



<<สรุป>>

ถ้าใครได้ติดตามผมรีวิว ผมจะเน้นย้ำมาตลอดว่า ต่อให้ข้อมูลทางทฤษฎีจะดีเลิศแค่ไหน แต่ผลลัพธ์สุดท้าย จะดีหรือไม่ ประสบการณ์หลังการใช้ของแต่ละบุคคล จะเป็นตัววัดผลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ



b.liv dump off drawn นั้น เป็นเซรั่มวิตซีที่มีส่วนผสมที่ค่อนข้างแตกต่างกับผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันในตลาด  ทั้งยังปราศจากน้ำหอม และโอกาสการระคายเคืองต่ำแบบนี้ จึงน่าหาลองมาใช้กันดูนะครับ




มาต่อกันที่ตัวที่ 2 ครับ สำหรับคนที่กำลังหา Eye Cream เพื่อช่วยบำรุง, ลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตาตา ผมมีอีก 1 ตัวมาแนะนำ นั่นก็คือ 

b.seen i'm wrinkle eraser treatment




ต้องออกตัวก่อนนะครับว่า ปกติผมจะไม่ใช้ Eye Cream ครับ เพราะครีมบำรุงผิวทั่วไปที่ส่วนผสมดีดี ก็สามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่เมื่อไหร่ที่เรามีปัญหาใต้ตามากยิ่งขึ้น การใช้ครีมบำรุงที่แก้ไขปัญหาเฉพาะ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาได้ไม่มากก็น้อยครับ

Product Claim : ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตา ด้วยส่วนผสมจากเซลล์ต้นกำเนิดของแอปเปิ้ล ช่วยทำให้ริ้วรอยหรือผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณรอบดวงตากลับมาดูเรียบเนียนจนคุณต้องประทับใจ


Ingredients 

Water (Purified Aqua), Aloe barbadensis (Aloe Vera) leaf extract, Silica, Butylene glycol, Placental protein (Placental extract), Hydrolyzed soy protein, C12-15 alkyl benzoate, Glycerin, Squalane, Apple (Malus domestica) fruit cell culture, N-hydroxysuccinimide, Chrysin, Palmitoyl Oligopeptide, Palmitoyl Tetrapeptide-7, Oat (Avenasative) kernel extract, French rose (Rosagallica) flower extract, Damask rose (Rosadamascene) flower oil, Galactoarabinan, Dioscorea villosa (Wild yam) root extract, Tea (Camellia oleifera) seed oil, Cetearyl glucoside, Behenyl alcohol, Shea butter (Butyrospermum parkii), Alaria esculenta extract, Glyceryl stearate, Vitamin E (Tocopheryl acetate), Sodium hyaluronate, Chlorphenesin, Allantoin, Fragrance



วิเคราะห์ส่วนผสม

b.seen i'm wrinkle eraser treatment เป็น Eye cream ที่มีส่วนผสมของสาร Active ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงใ้ห้กับผิวรอบดวงตามมาให้แบบอลังการหลายตัวมากครับ  ทั้งนี้ยังสามารถแบ่งได้เป็นคุณสมบัติในการเติมเต็ม, ให้ความชุ่มชื้น, อำพราง และบรรเทาอาการบวมใต้ตามาให้ด้วย ถือเป็นครีมที่มีส่วนผสมที่น่าสนใจและน่าจะตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการหา Eye Cream ดีดีมาใช้ครับ



มาดูกันที่คุณสมบัติที่ช่วยให้การเติมเต็มผิวกันครับ โดย b.seen เน้นเอาส่วนผสมของ stem cell ของ Apple มาเป็นจุดเด่นอย่าง Apple (malus domestica) fruit cell culture ซึ่งมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับสารในตระกูล Retinal ต่างๆ อย่างพวก Palmitoyl Oligopeptide, Palmitoyl Tetrapeptide-7 ที่มีส่วนช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลเจน เสริมประสิทธิภาพการซ่อมแซมผิวให้ดีขึ้น อันจะส่งผลทำให้ริ้วรอยต่างๆ ดูลดเลือนลง นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังใช้ส่วนผสมของ Placental protein ซึ่งเป็นสายโปรตีนที่มีขนาดเล็ก ง่ายต่อการดูดซึมและการนำไปใช้ของเซลล์ผิว จึงมีส่วนช่วยให้ความชุ่้มชื้น และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้่น อันจะส่งผลให้ริ้วรอยต่างๆ ลดลงในอนาคตอีกด้วยครับ


คุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น ซึ่งทางแบรนด์นั้นจัดเต็มมากในการเติมควาึุ่มชุ่มชื้นให้กับผิว โดยเป็นการรวมส่วนผสมจากพืชต่างๆ มาแบบเต็มที่ เพราะเมื่อไหร่ที่ผิวเรามีความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ เซลล์ผิวก็จะฟูอิ่ม เต่งตึง กระชับ มีสุขภาพดี

คุณสมบัติที่ช่วยอำพราง ซึ่งเป็นผลทางคอสเมติกอย่าง Silica จะช่วยกระจายแสง ทำให้ความหมองคล้ำดูลดเลือนลงได้ชั่วคราว





- ส่วนผสมในการช่วยบรรเทาอาการบวมของใต้ตาที่น่าสนใจอย่าง N-Hydroxysuccinimide จะช่วยกระตุ้นให้ระบบหมุนเวียนเลือดรอบดวงตา มีส่วนช่วยลดอาการบวมได้ครับ 

เนื้อครีมนี้ เป็นเบสน้ำ และใช้ Galactoarabinan เป็นตัวที่ทำให้เนื้อครีมเนียนขึ้น  ดังนั้นภายหลังจากการใช้ จึงยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าใต้ตาดูนุ่ม เนียน ลื่นขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น Eye Cream ตัวนี้จึงมีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งผลทางคอสเมติก และผลในการบำรุงนั่นเองครับ



วิเคราะห์ราคาและปริมาณ
1,900 บาท / 15 ml.

ราคา เมื่อเทียบกับ ปริมาณ และเมื่อกลับไปดูความน่าสนใจของส่วนผสมนั้น ผมราคาค่อนข้างถูกด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับ Eye Cream ที่ขายกันตามเคาเตอร์แบรนด์ทั่วไป ที่ขายกันตั้ง 1,500 Up  (บางแบรนด์เป็นหมื่น) 



วิเคราะห์แพกเกจ



จะบอกว่า แรกเห็นแพกเกจตัวนี้แล้วออกอาการตกใจไปไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะทางแบรนด์เล่นออกแบบฝาปิดเป็นรูปลูกลูกตา คือ เข้าใจนะว่ามันเป็น Eye Cream แต่ไม่เห็นต้องสื่ออะไรมากมายขนาดนี้เลย มันดูสยองนะ 55555 

แต่พอดูโดยรวมนั้น ถือว่าแพกเกจผ่านครับ เพราะจับแน่น กระชับมือ สามารถเก็บและรักษาสารบำรุงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แถมหัวปั๊มก็กดง่ายมาก สามารถกะปริมาณการใช้ได้ง่ายสุดๆ ครับ



ประสบการณ์หลังการใช้

เนื้อครีมใช้เบสน้ำ และใช้ Galactoarabinan เป็นตัวที่ทำให้เนื้อครีมเนียนขึ้น ทำให้รู้สึกว่าใต้ตานั้นนุ่มเนียนขึ้นทันที และยังมีส่วนผสมของสารที่ช่วยกระจายแสง เลยทำให้ใต้ตาที่คล้ำ ดูสว่างขึ้นเล็กน้อยครับ

ผลหลังการใช้คือ ผิวใต้ตามีความชุ่มชื้นยืดหยุ่นขึ้น และรู้สึกว่ารอยเล็กๆ ดูจางลงด้วยครับ ส่วนปัญหาริ้วรอยต่างๆ ที่ชัดเจนกว่านี้ ยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร เนื่องจากส่วนตัวยังไม่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาครับ คงต้องรอให้เพื่อนๆ ที่มีปัญหาลองใช้ดู แล้วมารีวิวให้ฟังกันได้นะครับ






Pro
- เป็น Eye Cream ที่ช่วยทั้งผลทางคอสเมติก และ ในทางบำรุงผิวได้ครบ
- ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดริ้วรอย และเสริมสร้างผิวให้แข็งแรง
- ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณสมบัติ


Cons
- มีส่วนผสมของน้ำหอม
- ในเบื้องต้นต้องสั่งซื้อผ่านทาง www.hbm.co.th ก่อนที่จะมีการจำหน่ายหน้าร้านทั่วไปเร็วๆ นี้

สรุปคะแนนความพึงพอใจ





<<สรุป>>

b.seen i'm wrinkle eraser treatment  ถือเป็น Eye Cream ที่น่าสนใจ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่อาจจะดูสยองนิดๆ แต่ส่วนผสมข้างในนั้นก็อัดแน่นมาด้วยสารบำรุงดีดีหลายตัว สามารถประชันกับครีมตามเคาเตอร์แบรนด์ได้อย่างสบายๆ ครับ

Eye Cream จะไม่จำเป็นเลย ถ้าหากว่าเราบำรุงผิวด้วยเครื่องสำอางดีดี แต่ถ้าหากว่าเรามีปัญหาเฉพาะจุด เช่นใต้ตาบวม หมองคล้ำ การใช้ Eye Cream ก็มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ครับ แต่เพื่อนๆ ก็อย่าลืมโลกแห่งความเป็นจริงนะครับว่า เครื่องสำอางไม่ใช่การแก้ไขปัญหาทุกอย่าง  การรักษาริ้วรอยรอบดวงตา, รอยบวม หรือ ความหมองคล้ำที่ดีนั้น เราต้องรักษาที่ต้นเหตุ เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชม., ไม่ขยี้ตา รวมไปถึง ไม่ใช่เครื่องสำอางที่รบกวนผิวรอบดวงตามากเกินไป เพียงเท่านี้ ผิวรอบดวงตาของเราก็จะสดใสตราบนานเท่านานครับ



อย่าลืมนะครัวว่า ทฤษฎีและข้อมูลต่างๆ ที่ผมรีวิว เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการประกอบการตัดสินใจ  การใช้เครื่องสำอางจะเกิดผลดีหรือไม่ “ประสบการณ์เฉพาะของแต่ละบุคคล” จะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างดีที่สุดครับ

Sponsor Item by www.hbm.co.th


ขอให้มีความสุขกับการเลือกเครื่องสำอางที่รักของเพื่อนๆ นะครับ


ด้วยความปรารถนาอย่างดียิ่ง
ไตเติ้ล wisdom of social




Create Date : 09 ตุลาคม 2556
Last Update : 9 ตุลาคม 2556 15:30:08 น.
Counter : 5316 Pageviews.

2 comments
  
เคยได้ใช้ vit c และ eye ของยี่ห้อนี้ค่ะ

vit c เค้าเคลมว่า ลดรูขมขน แต่ใช้ไปคิดว่าเรื่องรูขุมขนนี่ไม่ได้ช่วยอะไรค่ะ

ส่วน eye นี่ โดยส่วนตัว ชอบมาก
โดย: me-o วันที่: 9 ตุลาคม 2556 เวลา:13:27:12 น.
  
หาซื้อได้ที่ไหนคะ?
โดย: spm IP: 110.169.101.191 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:0:43:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

wisdom of social
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]



Title Wisdom OfSocial

เข้ามา follow FB คลิก
ที่นี่ได้เลยครับ















images by uppicweb.com