ทุกอย่างที่เราได้ฟัง ได้เห็น ได้เจอ มันคือสัมผัสแห่งรส กลิ่นเสียงและความพึงพอใจ... 'เธอ' อยากไปสัมผัสมันกับฉันมั้ย
 

Death Note 2 : The Last Name


บทสรุปของฮีโร่สมุดโน้ต


ภาคต่อของหนังดัง ออกมารวดเร็วทันใจ ในช่วงเวลาทิ้งห่างจากภาคแรก Death Note (สมุดโน้ตกระชากวิญญาณ) เพียงไม่กี่เดือน หลังจากภาคแรกออกฉายในไทยเมื่อเดือนกันยายน โดยคนสร้างทีมเดิมและนักแสดงนำชุดเดิม เพิ่มเติมตัวละครหลักมาบางตัว

คนที่ไม่เคยดูภาคแรก ย้อนเรื่องราวให้ฟังคร่าวๆ ว่าหนังดัดแปลงจากการ์ตูนหรือมังงะ ของ โอบะ สึงุมิ คนเขียนเรื่องและภาพวาดโดย โอบาตะ ทาเคชิ เรื่องนี้ เป็นแนวตื่นเต้นผสมแฟนตาซี เรื่องของเด็กหนุ่มแสนฉลาดสองคนสองขั้วที่ชิงไหวชิงพริบกัน โดยทั้งคู่ต่างเชื่อมั่นในมันสมองและเจตนาดีของตนเองที่จะขจัดภัยอาชญากรรมให้สิ้นซาก โดยมี 'ยมทูต' และสมุดโน้ตที่สามารถกำหนดความตายให้คนที่ถูกเขียนชื่อลงในเล่มนั้นได้

ยางามิ ไลท์ (ทัตสึยะ ฟูจิวาระ แสดง) นักศึกษาวิชากฎหมาย ลูกชายของหัวหน้าหน่วยกองปราบอาชญากรรม ได้รับสมุดโน้ตจากยมทูตชื่อ ลุค และเขาใช้มันในการกำจัดอาชญากรและผู้ต้องสงสัยในคดีร้ายแรง ด้วยการจรดปากกาลงบนสมุด และคำนวณเวลาปลิดชีพให้เหมาะสมเท่านั้น ไลท์ถูกตั้งฉายาจากหน่วยสืบสวนกรมตำรวจว่า 'คิระ' แต่ขณะที่ทางการนำโดยพ่อของไลท์และหนุ่มลึกลับติดขนมหวานเขียนขอบตาดำผู้ฉลาดปราดเปรื่องชื่อ 'แอล' (เคนอิชิ มัตสึยามะ) กำลังตามหาตัวตนที่แท้จริงของคิระ โดยการขับเคี่ยวของทั้งสองฝ่ายในภาคแรกลงเอยที่ ไลท์ หลุดรอดจากข้อสงสัย ที่แอล พยายามไล่ตามจับเขาให้ได้คาหนังคาเขา

ในภาคนี้ ตัวละครเพิ่มความยุ่งเหยิงมากขึ้น เมื่อมี 'คิระ' คนที่สอง พร้อมสมุดโน้ตเล่มใหม่และยมทูตตาสีฟ้าสุดเซ็กซี่ชื่อ เร็ม มากำหนดความตายอย่างไร้รอย ทำให้ญี่ปุ่นปั่นป่วนไปทั้งเมือง

ไลท์กับแอล กลายมาเป็นเพื่อนร่วมงาน ตามแผนของไลท์ที่อยากเติบโตเป็นผู้ขจัดเหล่าร้าย แม้ว่าแอลจะยังไม่คลายความเคลือบแคลงในตัวเขาก็ตาม

การชิงไหวชิงพริบของคู่นี้ยังดำเนินต่อ และมีสาวคิกขุ 'มิสะ มิสะ' (เอริกะ โทดะ แสดง) หรือ คิระคนที่สอง มาช่วยผูกปมให้สองหนุ่มบริหารเซลล์สมองเหนื่อยหนักขึ้นอีก รวมทั้งตัวแปรใหม่อย่างยมทูตเร็ม ที่เบียดแย่งซีนจาก ยมทูตลุค คู่ซี้ตัวกินแอปเปิลของไลท์ ให้กลายเป็นตัวประกอบฉากไปอย่างสมบูรณ์ ทิ้งมุขฮาพาต๊องไว้กับภาคแรก

ความโหดและภาพรุนแรงในภาคนี้มีมากกว่าภาคก่อน รวมทั้งอารมณ์ตึงเครียดอึดอัดที่เพิ่มมาจากช่วงฉากตามหาตัวคิระทั้งสอง ที่แอลจับสาวใสมิสะมาทรมาน ส่วนตัวละครคิระคนหนึ่งหรือไลท์ เพิ่มดีกรีความเหี้ยมมากขึ้น และคนดูมีโอกาสได้เห็นตัวละครแอลมากขึ้น ชัดขึ้น ทั้งในแง่ปริมาณการออกจอและการปฏิบัติการหักเหลี่ยมคู่ปรับ

สีสันสำคัญของเรื่องอย่างตัวยมทูต ซึ่งทางผู้สร้างทุ่มทุนมหาศาลไปกับงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิก (CG) ในคุณภาพเดียวกับการสร้างตัว 'กอลลัม' ในหนัง Lord of the Rings ภาคนี้ไม่โดดเด้งมากนัก เนื่องจากตัวละครในการดำเนินเรื่องมีมากขึ้น โดยเฉพาะยมทูตลุคกับลูกแอปเปิลสีแดงแทบจะถูกลืม เมื่อยมทูตเร็ม ผมทองตาสีฟ้าเสียงทุ้มนุ่มนวลอารมณ์อ่อนไหวปรากฏตัวพร้อมกับคิระคนใหม่

บทบาทของยมทูตภาคนี้เน้นไปที่บทสรุปของเรื่อง ขณะที่ระหว่างการขมวดและคลี่คลายปมเน้นตัวละครมนุษย์มากกว่า หนังมีความพยายามที่จะดึงอารมณ์ดราม่า ความขัดแย้งในใจของตัวละครเอก ที่เป็นทั้งพระเอกและผู้ร้าย แต่ภาพรวมกลับไม่เป็นโซนสีเทาอย่างที่ผู้ชมบางท่านอาจจะคาดหวัง เพราะเรื่องมุ่งหน้าไปสู่บทสรุปด้วยการฉายความดำจัด ขาวจัดของตัวละครสองขั้วให้เห็นแบบไม่เหลือเยื่อใยให้กับอีกฝ่าย

ธรรมะย่อมชนะอธรรมในที่สุด แต่ผู้หลงผิดนั่นช่างไม่น่าให้อภัยเสียนี่กระไร




 

Create Date : 10 มกราคม 2550    
Last Update : 10 มกราคม 2550 18:10:55 น.
Counter : 193 Pageviews.  

Fried Dragon Fish ครั้งแรกของ อาซาโน่ กับ ชุนจิ อิวาอิ

หนังสร้างเพื่อฉายทางทีวีของ ชุนจิ อิวาอิ นานหลายปี ก่อนที่เขาจะโด่งดังกับ Love Letter และ All About Lily Chou-Chou
ชุนจิกำกับ ให้ ทาดาโนบุ อาซาโน่ เป็นพระเอก ในบทมือปืนผู้โดดเดี่ยว
ชื่อหนัง
Fried Dragon Fish
ดูรูปไปก่อนละกัน รายละเอียดเรื่องตามมาทีหลัง
หนังเรื่องนี้ดูแล้ว เข้าข่าย เดียวดายแต่โรแมนติก เช่นกัน









 

Create Date : 04 มกราคม 2550    
Last Update : 22 มีนาคม 2551 15:35:33 น.
Counter : 209 Pageviews.  

ทาคุยะ คิมูระ ใน เจป๊อปไอดอลกับแรงดึงดูดทางเพศ(1)

หนึ่งในหลายเหตุผลที่ ทาคุยะ คิมูระ ได้รับเลือกให้ร่วมทีมนักแสดงระดับห้าดาวของเอเชียในหนังเรื่อง ' 2046 ' คือความโด่งดังในฐานะดาราชายขวัญใจหรือ ไอดอลหมายเลขหนึ่งของวงการบันเทิงญี่ปุ่น แบบยาวนานนับสิบปี



และเมื่อคิมูระเข้ามาสวมบทหนุ่มญี่ปุ่นผู้เดินทางบนรถไฟสาย 2046 จนหลงทางหัวใจไปหลงรักหุ่นยนต์สาวความรู้สึกช้า(เฟย์ หว่อง)ตามท้องเรื่องนิยายซ้อนในหนัง เสน่ห์ล้นเหลือของคิมูระมีส่วนไม่น้อยให้หนังดรามาเดียวดายโรแมนติกของหว่อง กาไวเรื่องนั้นมีเซ็กซ์แอพพีลท่วมท้นบนจอ (นอกเหนือจาก 'จางจืออวี้')

คุณจะเชื่อไหมถ้าหากเราจะบอกว่า ความเย้ายวนและเสน่ห์ดึงดูดทางเพศนั้นไม่ได้มาจากฝีมือการแสดงอันโดดเด่นเหนือใคร แต่น่าจะเป็นเพราะเหตุผลของแรงดึงดูดทางเพศจากตัวของคิมูระมากกว่า


คิมูระเป็นตุ๊กตาศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง 'แฟนคลับ' กับ'ป๊อบสตาร์' ในโลกที่การเสพความบันเทิงเน้น 'การชม' เทียบเท่าหรือมากกว่า 'การฟัง' เทคโนโลยีที่สนองตอบความรื่นรมย์ผ่านโสตรับภาพและเสียงของแฟนเพลงรุ่นปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ และแน่นอนเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับการเติบโตของ 'ดาราป๊อปของญี่ปุ่น' ที่เรารู้จักในชื่อ เจ-ป๊อป(J-Pop)


ทาคุยะ คิมูระ หรือ ที่แฟนๆในญี่ปุ่นเรียกด้วยความเสน่หาว่า 'คิมุทากุ' เริ่มโด่งดังมาพร้อมทีมเด็กสเก็ตบอร์ดและแดนเซอร์ของวงบอยแบนด์รุ่นพี่ที่ชื่อ Hikaru Genji ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ก่อนจะมีวงของตัวเองในชื่อ SMAP ย่อมาจาก Sport Music Assembly People

ด้วยการตลาดที่ชาญฉลาดและประสบความสำเร็จอย่างสูงของ จอห์นนี่ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ บริษัทจัดการศิลปินซึ่งรับผิดชอบ 'ปลุกปั้น' ภาพลักษณ์ทุกอย่าง ทั้งบนเวทีและนอกเวที ตั้งแต่ต้นยุค 1990 มาจนถึง SMAP ยังคงเป็นซูเปอร์บอยแบนด์ยอดนิยมนิรันดร์กาลของญี่ปุ่นทุกวันนี้ (ตั้งแต่สมาชิกวงเป็นวัยรุ่นจนปัจจุบันขึ้นเลขสามกันแล้ว) พร้อมทั้งสมาชิกวงมีรายการทีวีโชว์ของตัวเองอย่าง SMAPXSMAP

มีงานแสดงละครทีวี มีงานหนัง งานถ่ายโฆษณาและอื่นๆ อีกมากมาย ที่มากพอจะทำให้สมาชิกคนหนึ่งของ SMAP เป็นผู้ที่ต้องเสียภาษีสูงสุดในวงการบันเทิงญี่ปุ่นทีเดียว

แต่ประเด็นที่เราสนใจความสำเร็จด้านรายได้ระดับปรากฏการณ์ของวงนี้ อยู่ที่ปัจจัยแห่งความโด่งดังของหนุ่มๆบอยแบนด์ที่ยืนระยะมายาวนานนั้นไม่ได้อยู่ที่ 'พรสวรรค์' ด้านดนตรีแบบเข้าขั้นอัจฉริยะหรืออะไรทำนองนั้น

ทว่ามันล้วนเป็นปัจจัยอื่นๆ งานไซด์ไลน์อื่นๆนอกเหนือจากการร้องเพลงต่างหากที่ทำให้ SMAP เป็นซูเปอร์ไอดอลของชาวแดนอาทิตย์อุทัย

ไอดอล หรือ ไอโดรุ ในภาษาญี่ปุ่นนั้น เป็น “บุคคลต้นแบบ” ที่วงการบันเทิงญี่ปุ่นสร้างขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการขายผลงานทุกอย่าง โดยใช้ตัวตนหรือบุคลิกภาพส่วนบุคคลที่โดดเด่นของดารานักร้องแต่ละคน ดังที่ แอนดรูว์ เพนเตอร์ นักวิชาการวัฒนธรรมศึกษา สรุปไว้ว่า "ไอดอล(ของญี่ปุ่น) ไม่ใช่นักร้องที่ดีมากนักในแง่เทคนิคการร้อง แต่สิ่งที่พวกเขาขาย ไม่ใช่ทักษะความสามารถ ทว่าเป็นบุคลิกภาพโดดเด่นที่ให้ผลน่าพึงพอใจกว่าบุคลิกธรรมดาของคนที่เราเห็นได้ทั่วไปแน่นอน”

ฉะนั้นสิ่งที่เห็นจากเจป๊อปไอดอลจึงเป็นภาพเชิงแฟนตาซี แบบดีเกินจริง สวยเกินจริง หล่อเกินจริงสมบูรณ์เกินจริง

ซึ่งในกรณีของบอยแบนด์ SMAP ว่ากันว่าพวกเขาสาธิตให้เห็นว่าสามารถเป็นได้ทุกอย่าง ผ่านทางรายการทีวี SMAPXSMAP รายการวาไรตี้โชว์ที่ให้สมาชิกของวงรวมทั้งคิมูระทำกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ปีนเขายันทำกับข้าว ชนิดที่ไม่มีอะไรที่หนุ่มๆ หล่ออ้อนแอ้นเหล่านี้จะเป็นไม่ได้

แน่นอนการเกิดขึ้นของป๊อปไอดอลภายใต้นโยบาย 'เด็กหนุ่มหน้าตาดีเท่านั้น' ของจอห์นนี่ส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน้น 'ใช้ประโยชน์' จากรูปลักษณ์และเป็นแกนกลางในการพัฒนาตัวศิลปินให้เป็นต้นแบบแห่งจินตนาการเสพสุขที่ปลุกเร้าด้วยแรงเสน่หา ผลักดันสู่การครอบครองด้วยการเสพ ภาพ-เสียง
ซึ่งล้วนต้องผ่านกลไกการซื้อขายสินค้าภาพลักษณ์ที่ ป็อบไอดอลเป็นผู้ขายและแฟนคลับเป็นผู้ซื้อนั่นเอง

ฟาเบียง ดาร์ลิง-วูล์ฟ ตั้งข้อสังเกต(ในบทความ SMAP, sex, and masculinity: constructing the perfect female fantasy in Japanese popular music วารสาร Popular Music and Society ฉบับเดือนตุลาคม 2004) ถึงปัจจัยด้าน 'เรือนร่าง' ที่มีผลต่อความสำเร็จของบอยแบนด์วงนี้ไว้ว่า

เพราะพวกเขาสามารถ “ดึงดูด” แฟนเพลงเพศหญิง ด้วยการเป็นชายในฝันสมบูรณ์แบบของหญิงสาวอ่อนวัยหลายล้านในแดนอาทิตย์อุทัย (โดยไม่ต้องนับทั่วเอเชีย)

โดยเฉพาะรายของ ทาคุยะ คิมูระ ที่ได้รับการโหวตจากนิตยสารผู้หญิงขายดีอันดับหนึ่งของประเทศให้เป็น สุดยอดหนุ่มเซ็กซี่ น่ากอดที่สุดแห่งปี ปีแล้วปีเล่า จนกระทั่งช่วงสองสามปีหลังเขาก็ได้ตำแหน่ง หนุ่มเซ็กซี่ตลอดกาล ไปครอง

แน่นอนคิมูระยั่วยวนแฟนเพลงด้วยบุคลิกภาพที่ถูกมาดหมายให้มา 'ทรมานใจหญิง' ตั้งแต่ต้นนั้น บริหารเสน่ห์ทั้งในฉบับนักร้อง ลีลาบนเวทีพร้อมเครื่องแต่งกายที่ต้องเผยเรือนร่างของเขาทุกทีไป และการเป็นดาราละครหนังดรามาโรแมนติก ซึ่งลงเอยด้วยการเป็น “นายแบบปก” ที่ฮ็อตสุดๆ แห่งทศวรรษ 90 ทีเดียว

และบัญชีรายได้แสนล่ำซำยาวนานนับทศวรรษของ
SMAP ไม่ได้มาจากการสนองตอบจินตนาการเสน่หาของหญิงสาวเท่านั้น

หนุ่มใสไร้ริ้วรอยเหล่านี้ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนสินค้าแฟรนไชส์ที่แตกไลน์ออกจาก 'ตัวตน' ของพวกเขาที่เป็นเพศเดียวกันก็ไม่ใช่ ตรงข้ามก็ไม่เชิงด้วย อย่างไรนั้น ในตอนหน้าเรามาว่ากันต่อ
.............
หมายเหตุ เขียนโดย เบ็ตตี้ บลู จาก et -BizWeek ฉบับวันที่ 8 กันยายน 2548




 

Create Date : 03 มกราคม 2550    
Last Update : 8 มกราคม 2550 1:47:47 น.
Counter : 475 Pageviews.  

ทาคุยะ คิมูระ ในตอน ‘เจป๊อปไอดอลกับแรงดึงดูดทางเพศ’

การก้าวมาจากเด็กหนุ่มหน้าตาดี มีลีลาการเคลื่อนไหวด้วยทักษะการเป็นนักกีฬา(สเก็ตบอร์ด)และทักษะการเต้น สู่ตำแหน่ง “สุดยอดหนุ่มเซ็กซี่ น่ากอดที่สุดตลอดกาล” ตามผลโหวตของนิตยสารยอดนิยมในหมู่สาวญี่ปุ่น ทาคุยะ คิมูระ แห่งวงซูเปอร์บอยแบนด์เจป๊อบ SMAP ก่อนจะขยับขยายขายเสน่ห์ไปในสายงานด้าน “ตอบสนองโสตประสาท” ที่เสพด้วยหูควบคู่กับดวงตาทั้งเป็นนายแบบและพระเอกละครทีวีและภาพยนตร์ แน่นอนสัมฤทธิผลด้วยเทคนิค “ยั่วยวน” หรือการชูเสน่ห์ดึงดูดทางเพศของตัวคิมูระ และเพื่อนพ้องในวงก็เช่นเดียวกัน


ภาพแล้วภาพเล่าของกลุ่มบอยแบนด์วงนี้ปรากฏทั้งในมิวสิควิดีโอ การโพสท่าถ่ายรูป กิจกรรมในรายการทีวีที่ต้องมีการอวดเนื้อหนังอย่างน้อยหนึ่งครั้งของแต่ละคน เรื่อยมาจนถึงเมื่อพวกเขาก้าวมาเป็น “ดารานักแสดง” เรือนร่าง(เปล่าๆ)ของคิมูระก็ยังเป็นส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่าการแสดงสีหน้า แววตา




ฟาเบียง ดาร์ลิง-วูลฟ์ อ้างในงานศึกษาปรากฏการณ์ของ SMAP เหนือขอบเขตดนตรีป๊อปสู่ความเป็น “จินตนาการทางเพศอันสมบูรณ์แบบของผู้ชมเพศหญิง” ว่า เป็นผลของการจัดหีบห่อแห่งเสน่ห์ภายนอก โดยเน้นเรือนร่างที่โปร่งบาง แต่ไม่ผอมแห้ง กล้ามเนื้อที่เรียงตัวบนกรอบโครงสร้างที่เหมาะพอเจาะระหว่างความเป็นหญิงและความเป็นชาย
สถิติที่ส่งเสริมความเชื่อข้างบน มีตั้งแต่ การถ่ายรูปนู้ด(แบบปิดบังของสงวน)ของคิมูระลงในนิตยสารยอดนิยม ซึ่งผลก็คือนิตยสารเล่มนั้นขายหมดยกแผงตั้งแต่วันแรกที่วางขาย และการเล่นตลกกับอารมณ์เร้าทางเพศในละครทีวี ที่คิมูระแสดงต้องมีฉากเปิดเนื้อเปล่าเปลือย ให้นักแสดงคนอื่นได้แทะโลมทั้งแบบจริงจังและกึ่งตลกอยู่เสมอ จนเป็นจุดขายที่รับรองว่าละครฮิตแน่นอน
ชัดเจนว่าเขายอมให้ตัวเองเป็น “เป้าหมายแห่งอารมณ์ปรารถนา” ของผู้เสพภาพเหล่านั้น


นอกจากนี้คิมูระและ SMAP ยังบริหารเสน่ห์ตัวเองได้เข้าข่ายผู้ชาย(ในฝัน)ยุคใหม่ที่ ดาร์ลิง-วูล์ฟบอกว่าเป็น new man ideal ผู้ชายยุคนี้ต้องเผยด้านอ่อนไหว ซึ่งในท่าทางการโพส หรือการแสดง และกิจกรรมที่ออกหน้ากล้องนั้นฉายส่วนของความอ่อนโยน อารมณ์ที่แฟนเพศหญิงรู้สึกมีส่วนร่วม อาทิ การเข้าครัว ทำกับข้าว จนถึงการแต่งตัวแบบไร้เพศ สมาชิกวง SMAPและคิมูระ สวมกระโปรงหรือชุดของผู้หญิงออกจอบ่อยครั้งโดยไม่รู้สึกแปลกแยก

ขณะที่รูปลักษณ์ที่สะโอดสะองอ้อนแอ้น ผิวเนื้อเกลี้ยงเกลานั้น เป็นองค์ประกอบที่หนุนเสริมความเป็น “ภาพแห่งความฝัน” สำหรับชายเจ้าเสน่ห์ตามแบบที่ว่ากันว่าสังคมญี่ปุ่นสืบทอดทัศคติความงามแบบ “ผู้ชายสวย” มาจากยุคโบราณ และยังคงเป็นทัศนคติที่แฝงอยู่ในจินตนาการเพศของเด็กสาวแดนปลาดิบ ผู้เติบโตมากับการ์ตูนชายรักชาย(ซึ่งทำเพื่อขายตรงกับคนอ่านเพศหญิง ไม่ใช่กลุ่มชายรักชายในชีวิตจริง) หรือ Shojo Manga

ถึงกระนั้น สัดส่วนของลักษณะชายชาตรีก็ต้องมีไว้ในตัวพวกเขา กรณีของคิมูระนั้นถูกจัดวางอย่างง่ายดายในภาคของตัวละคร “เด็กเกเร” ที่เขาแสดงในละครทีวี ซึ่งนอกจากจะใช้เรือนร่างงดงามไว้ให้คนดูแทะโลมแล้ว เขายังมีความเถื่อนหรือความเข้มแข็งที่มักถูกสื่อผ่านความรุนแรง นั่นคือการเป็นพระเอกที่แอ็คชั่นได้ ควงอาวุธอันตรายแบบคล่องแคล่ว หน้าสวยแต่เมื่อถึงบทเหี้ยม ก็โหดไม่ยั้งเช่นกัน

แฟนๆผู้เสพงานเสนอภาพลักษณ์ของคิมูระและสมาชิกในวงคนอื่นๆส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง(บ่งบอกได้จากคะแนนโหวตของผู้อ่านนิตยสารแนวผู้หญิงที่ยกให้คิมูระเป็นขวัญใจมาต่อเนื่องกว่าสิบปี) จึงยิ่งเห็นชัดถึงแรงดึงดูดทางเพศ
ดาร์ลิงวูล์ฟเน้นย้ำในงานศึกษาว่าสิ่งที่ทาคุยะ คิมูระและสมาชิกวง SMAP เป็นนั้น ไม่มีอะไรเทียบได้ เพราะแม้พวกเขาจะเป็นแค่สุดยอดในญี่ปุ่นและอาจจะขยายบ้างในแถบเอเชียโซนตะวันออก แต่เมื่อมองถึงระยะการยืนเป็นป๊อบไอดอลและสถานะ “เซ็กซิมโบล” หน้ากล้องของพวกเขาแล้ว ไม่มีบอยแบนด์วงใดเฉียดใกล้เลย

วันนี้ คิมูระ ทาคุยะและเพื่อนวงเดียวกันวัยขึ้นเลขสาม แต่งงานมีครอบครัวเป็นคุณพ่อลูกหนึ่งแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นไอดอลอันดับต้นๆของญี่ปุ่น ในขณะที่เสน่ห์ดึงดูดระหว่างเพศของพวกเขาถูกแปรไปใช้ให้เหมาะสมกับกาละเทศะและวัย เช่นการเสนอภาพของคิมูระเป็นหนุ่มเซ็กซี่ที่แตกต่างไป จากเดิมเป็นหนุ่มโสดสะท้านใจสาว ก็ปรับให้เป็นแฟมิลี่แมนเจ้าเสน่ห์แทน
“”””””””””
ทาคุยะ คิมูระ รับบท ทัค ใน '2046' ปี 2004 และกำลังมีงานออกฉายในญี่ปุ่นเดือนธันวาคม 2006 เรื่อง Bushi no Ichibun
เขียนโดย ‘เบ็ตตี้ บลู’ เดือนกันยายน 2005
.........




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2549    
Last Update : 8 มกราคม 2550 1:48:05 น.
Counter : 670 Pageviews.  

 
 

Pukkei
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยากบอกรักวันละหลายเวลา
[Add Pukkei's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com