Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
26 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 

[CR] รีวิวศัลยกรรม ทำจมูก เสริมดั้งด้วยซิลิโคน ไม่ตัดปีกจมูก ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา

ทำศัลยกรรมจมูก อัพดั้ง
ที่โรงพยาบาล กรุงเทพพัทยา

มิถุนายน 2557


เมื่องานคิ้ว 3 มิติจบลงด้วยดี เราก็ไปต่อกันที่งานจมูก ซึ่งงานจมูก
นี่อยากทำมานานแล้ว แต่ก็อิดออด กลัวเลือด กลัวเจ็บ กลัวสารพัด
แต่เวลาใส่แว่น ไม่มีดั้งคอยซัพพอร์ท แว่นมันก็จะตกมากองที่แก้ม
ใครไม่ค่อยมีดั้ง คงเข้าใจปัญหานี้ดี
และเราก็ใส่คอนแทกเลนส์มา
ตั้งแต่อายุ 10 กว่าๆ ตอนนี้ 30 กว่าๆแล้ว บอกตัวเองว่า ไปเหอะ!!

แฟนไม่อยากให้ทำนะ เพื่อนก็รั้งไว้บ้างเพราะกลัวออกมาไม่ดี
แต่ก็อธิบายชักแม่น้ำทั้ง 10 มาจูงใจ 555 ในที่สุดก็อ่อนข้อกัน อิอิ

รีวิว ศัลยกรรม ทำจมูก

รูปพวกนี้เป็นรูปในอดีต ต่างเวลา ต่างสถานที่ อายุก็ประมาณ 20 ต้นๆ
- 27 ปี จะเห็นว่าดั้งมันก็แบนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
สมัยนั้น ไม่ได้สนใจ
เรื่องไฮไลท์/เฉดดิ้งด้วย เรียกว่าแทบไม่ได้แต่งหน้าเลย ละอ่อนจริง อิอิ


เช็คข้อมูลอยู่นาน ด้วยประการทั้งปวง ก็ตัดสินใจมาทำที่ BPH
(Bangkok Hospital Pattaya) - โรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา
โดยโทรไปจองคิวเพื่อจะ *คุย* กับหมอ ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้
ทำเร็ว เพราะเคยอ่านมาบ้าง ว่าบางคนต้องรอคิวกันเป็นเดือนๆ
ถ้ารอเป็นเดือนๆ ป่านนั้นคนโลเลอย่างอิฉันเปลี่ยนใจแน่ๆ กลัวเป็น
ทุนเดิมอยู่แล้ว 555 เราโทรไปวันอาทิตย์ที่ 1 มิ.ย. ได้คิวคุยวันที่ 2

นัดตอนเก้าโมงเช้า ฉายเดี่ยวค่ะ นั่งรอหน้าห้องซักพัก ก็ได้เข้าคุยกับ
นพ. กัมปนาท ตั้งอมตะกุล หมอเป็นเหมือนเสือยิ้มยาก พูดจาตรงไป
ตรงมา ตอบสั้นกระชับ ไม่หยอกเย้า ไม่ชวนให้เสียตังค์เพิ่ม คือเราชิน
กับคนบุคลิกแบบนี้จากการได้ทำงานกับชาวต่างชาติ แต่คำพูดของ
หมอ อาจจะตรงเด่เกินไปสำหรับคนไทยบางคน อย่าได้ตกใจค่ะ


คุยเสร็จ ลงมาจ่าย *ค่าคุย* กับหมอ 590 บาท เรียกว่า เป็นค่า
บริการทางการแพทย์ 190 บาท + ค่าตรวจรักษาอีก 400 บาท

ตั้งคำถามกันพอหอมปากหอมคอ ก็บอกหมอว่า ไม่อยากได้โด่งๆนะ
อยากได้สูงพอที่สวมแว่นแล้วแว่นจะไม่ตกมากองแค่นั้น
สรุป เราได้
คิวทำจมูกกับหมอวันที่ 5 มิ.ย.
โอว มีเวลานอนตื่นเต้นถึง 3 คืนเต็มๆ

รีวิว ศัลยกรรม ทำจมูก

วันที่ 5 มาถึง นัดหมอ 9.30 แต่พยาบาลนัดให้มา 8.15 น. เพื่อเตรียม
ตัวเตรียมใจค่ะ ไปถึงก็จ่ายเงินเลย ทำเสร็จจะได้ไม่เบี้ยว อิอิ ค่าใช้จ่าย
ศัลยกรรมจมูกเสริมซิลิโคน 15,000 บาท ไม่ตัดปีกจมูก
.. 

จ่ายเสร็จก็เข้าห้องหมอค่ะ ถ่ายรูปก่อนขึ้นเขียง.. วันนั้นกลัวมาก 
ถามหมอว่า ทำให้สลบได้ไหม แบบตื่นมาดั้งโด่งเลยไรงี้ หมอตอบ
ว่า ได้ แต่ต้องนัดใหม่ เพราะต้องงดน้ำ/อาหารก่อนผ่าตัด เอ่อ 
พอได้ยินคำว่า นัดใหม่ ชั้นไม่ใส่เกียร์ถอยหลังแน่ ทำวันนี้เลยค่ะหมอ 
เป็นไงเป็นกัน หึหึหึ มันจะเจ็บแค่ไหนกันเชียว (ทำเป็นเก่ง) 555

รูประหว่างถ่ายทำไม่มี เพราะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วต้องฝากของไว้
ด้านนอก ถึงแม้จะเอากล้องเข้าไปได้ก็คงไม่มีกะจิตกะใจถ่ายแน่ อิอิ
เราต้องเปลี่ยนเสื้อ-กางเกง สวมรองเท้ายางของ รพ. ค่ะ ไม่ต้องถอด
ชุดชั้นใน เปลี่ยนเสร็จ เดินไปล้างมือ ล้างหน้า
(ไม่ต้องแต่งหน้าไปให้
เปลืองแป้งค่ะ ยังไงก็ต้องล้างออกหมด
) เช็ดมือ/หน้าให้แห้ง แล้วส่อง
กระจกดูหน้าตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย เพราะอีกไม่นาน มันจะไม่ใช่แบบนี้


เสร็จก็เข้าห้อง นอนรอหมอ เสียงชีพจรเต้นเร็วและดังมาก -.- พยาบาลห่ม
ผ้าให้และเอาผ้าปิดตา เรานอนนิ่งเป็นหินเลย 555 หมอมาแล้ว !! มาถึง
ไม่พูดมาก แค่คำว่า *เจ็บหน่อยนะ ถ้ายาลงคอก็กลืนเลย และอย่า
กลั้นหายใจพูดจบก็ฉีดยาตรงสันจมูก และปีกจมูก พยาบาลช่วย
กดแขนขาเราไว้ อ๊าก เจ็บว้อย ! เสร็จแล้วก็นอนรอ เราทดลองขยับ
ปีกจมูก เฮ้ย ยังขยับได้ อ้าว ไม่ชาหรือนี่ ชักหวาด ยาออกฤทธิ์แน่นะ
555 นอยจริงอะไรจริง ระหว่างนอนรอ ได้ยินเสียงหมอตัดๆอะไรข้างๆ

วินาทีระทึกใจก็มาถึง ตอนเสกของเข้าจมูก ไม่เจ็บอย่างที่คิด แต่มันน่ากลัว
รู้ตัวเลยว่า เกิดอะไรกับจมูก หูได้ยินทุกอย่าง น้ำขมๆไหลลงคอ ณ. จุดนั้น
เราย้อนเวลากลับไม่ได้แล้ว ถอดใจมาก กำมือแน่น ภาวนาถึงหลวงปู่โต
พระเจ้า และเจ้าแม่อุมา
(เอ็งภาวนาถึง 3 ศาสนาเลย?).. เสียงอุปกรณ์ต่างๆ
เงียบไป พยาบาลเอาคลิปที่หนีบเท้าออก เห้ยฉันตายยัง ฮ่าๆ เสร็จแล้วหรือ

ซักพักห้องก็เงียบ หมอ/พยาบาลหายไปไหน กลัวผีนะ!!.. นอนซักพัก
ก็มีเสียงเปิดประตู พยาบาลเอาถุงเจลเย็นมาให้โปะ ประมาณ 15 นาที
ก็ลุกไปเปลี่ยนเสื้อ มึนหัวมาก อุ๊ย เจอกระจกด้วย ! ภาวนาขอให้
กระจกสะท้อนภาพดีๆ เมื่อเห็นหน้าตัวเองใจก็ตกไปอยู่ตาตุ่มทันที 
อีนี่ใครจ๊ะนายจ๋า ?! 
ทำไมมันใหญ่เหมือนลูกชมพู่ผ่าครึ่งอย่างนั้น ตรูจะเป็นลม 
คิดถึงคำของเพื่อนว่า เดี่ยวมันจะยุบเอง สาธุเหอะ ฉันจะรอวันนั้น

เปลี่ยนชุดแล้วเดินออกไปห้องโถง คนมองหน้า ฉันน่าจะพกปิ๊บมาด้วย ฮ่าๆ
เดินไปหาแฟน แฟนมองอย่างอึ้งๆ กรุณาอย่าออกความเห็น !! ยังไม่อยากฟัง

พยาบาลเอาถุงยาพร้อมแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวยังไง เสร็จแล้วก็ลุกจะ
กลับบ้าน คุณพระ ฉันเป็นลมและหน้ามืดถึง 4 รอบ แฟนต้องวิ่งไป 7-11 
ซื้อขนมและน้ำหวานมาให้จิบ รอบที่ 5 พยายามลุกช้าๆ ก็โอเค ..

รีวิว ศัลยกรรม ทำจมูก

ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน หน้าสด แต่สภาพ..ไร้อารมณ์ 555 
นี่ฉันทำอะไรลงไป (พึ่งนึกได้?) คือ จมูกทั้งหนาทั้งบาน 
แถมมีรอยเข็มฉีดยาตรงสันอีก (วงกลมขาวๆ)

รีวิว ศัลยกรรม ทำจมูก

กลับมาบ้าน ทานอาหารและยาทันที ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ อาการ
ปวดหนึบๆเริ่มมาละ เริ่มประคบเจลเย็น และส่องกระจกทุก 5 นาที
เหมือนโรคจิต นอยนิดๆ กลัวว่ามันจะไม่ยุบ 555 เราได้ยาปฏิชีวนะ 
ยาลดปวดลดไข้ อุปกรณ์ประคบเย็นร้อน ยาลดอาการฟกช้ำ บวม 
อักเสบ และขี้ผึ้งแต้มจมูก

review ศัลยกรรม ทำจมูก

นอนพักไป 2 ชั่วโมง ตื่นมาทานยา ประคบเย็น อิ 3M ที่โรงพยาบาลให้มา
มันหนักมาก คือประคบแล้วเจ็บจมูกอ่ะ
เราก็เลยเอาเจลว่านหางจระเข้ของ
Nature republic มาเทใส่ถุง 2 ชั้น พับๆ เอาเทปซีลถุง เอาถุงไปแช่เย็น
แล้วเอามาประคบ มันเบาแล้วสบายหน้าก็เยอะ ไม่หนัก ไม่เจ็บ ไม่ปวด

review ศัลยกรรม ทำจมูก

ตอนบ่ายแก่ๆ ตรงสันจมูกเริ่มมีสีแดงอมม่วงขึ้นมาละ โอย รับสภาพไม่ได้
ใต้ตาก็บวมอีก อย่างกับคนพึ่งไปชกกับใครมา สาธุ เวลาผ่านไปเร็วๆเถิด

สัปดาห์แรก นอนหนุนหมอน 2 ใบ + หมอนเด็กทารกอีก 1 ใบ เลยค่ะ
ทำองศาประมาณ 40' เอ่อ คอจะหัก.. เอาผ้านวมมาม้วนเป็นหมอนข้าง
กันดิ้น อย่าพึ่งนอนตะแคง ล็อคตัวเอาไว้ กันไม่ให้ใครละเมอเอาแขน
มาฟาดหน้าด้วย
.. เกาะกำบัง สำคัญมากค่ะ ป้องกันไว้ก่อน



วันที่ 2

review อัพดั้ง ทำจมูก

โดนแฟนล้อแต่เช้าเลย ว่าเราหน้าเหมือนเจ้าตัวนี้ 555 เออ ขอบใจนะ
จมูกบวมไปหมด แต่รอยเข็มฉีดยาเริ่มจางลง วันนี้ทานวิตามินซี
กับสังกะสี เผื่อร่างกายจะฟื้นฟูเร็วขึ้น .. อยากทานไอติมฟรุตเทเร่ด้วย
แต่อ้าปากไม่ค่อยจะได้ เลยต้องเอาส้อมตัดไอติมคำเล็กๆ อนาจ 555

review อัพดั้ง ทำจมูก

ช่วงบ่ายๆของวันที่ 2 .. รอยช้ำตรงสันจมูกเริ่มหายไป แต่ขยายความ
ช้ำมาบริเวณหัวตาแทน สีแดงๆม่วงๆ จมูกบวมและบานมาก
อ๊ากกกกส์
แต่วันนี้ก็ทำตัวเหมือนเมื่อวาน ทานอาหาร ทานยา ประคบ พักผ่อน
และที่ขาดไม่ได้ คือหยิบกระจกขึ้นมาส่องทุกๆ 5 นาที





วันที่ 3

ทำจมูก โรงพยาบาล กรุงเทพพัทยา

รอยช้ำตรงสันจมูกหายไปแล้ว แต่มาบวมตรงแก้มแทน แก้มข้างๆ
ปีกจมูก
กดเนื้อแก้มตรงนั้นแล้วมันดึ๋งๆตามนิ้วเลย ดีที่บริเวณใต้ตา
ไม่มีรอยช้ำ แดง/ม่วง แต่สภาพรวมๆ เหมือนคนร้องไห้และอดนอน
(ได้ข่าวนอนหลับสนิทมาก) รวมๆแล้วจมูกดูดีขึ้น ไม่มีสีช้ำๆ

ทำจมูก โรงพยาบาล กรุงเทพพัทยา

ยังบวม และบาน แต่ดีกว่าวันแรกๆเยอะ

ทำจมูก โรงพยาบาล กรุงเทพพัทยา

แอบเอาแว่นกันแดดมาลองใส่ไม่กี่วินาที เห้ยยย มันไม่ตกมากองที่
แก้มอีกแล้ว 555 วันนี้ออกไปนอกคอนโด สั่งส้มตำ พริก 2 เม็ด
(ปกติทานตำปู พริก 5 ปลาร้าด้วย) วันนี้ทรมานปาก เพราะส้มตำจืดมากๆ
+ ทรมานจมูก เพราะมีน้ำมูกใสๆไหลออกมา เอาไงหล่ะทีนี้ ไม่ได้
พก cotton bud มาด้วย แง๊ เอาทิชชู่ซับๆเอา ก็เค้าห้ามทานเผ็ดนิ สม!




วันที่ 4

ทำจมูก โรงพยาบาล กรุงเทพพัทยา

สภาพรวมๆดูโอเค จมูกไม่มีรอยช้ำใดๆหลงเหลือ คือ เรารอให้มัน
มีสีม่วงๆไง จะได้ประคบอุ่น แต่นี่มันไม่ม่วงเลย เลยไม่รู้จะประคบ
อะไรดี ปกติเค้าประคบเย็นก่อน 2-3 วันแรกเพื่อลดความบวม
แล้วถ้ามันม่วงจึงประคบอุ่น ไล่เลือด แต่ก็ดี.. ขอบคุณหมอที่มือเบา




วันที่ 5

ทำจมูก โรงพยาบาล กรุงเทพพัทยา

ไม่ต่างจากวันที่ 4 มากนัก

ทำจมูก ศัลยกรรมตกแต่ง

จมูกมันแผลบเลย ไม่ได้แต่งหน้ามานาน หน้าได้พักจริงๆ ฮ่า




วันที่ 6

ทำจมูก ศัลยกรรมตกแต่ง

ไม่ได้มโนไปเองใช่ไหม ว่าสันมันเป็นรูปเป็นร่างขึ้น




วันที่ 7

ทำจมูก ศัลยกรรมตกแต่ง

อ้าว วันที่ 7 ลืมถ่ายรูป ฮ่าๆๆ มัวแต่ตื่นเต้นว่าวันรุ่งขึ้นต้องไป
ตัดไหมมั๊ง ได้รับ SMS จากโรงพยาบาลว่าวันพรุ่งนี้มีนัดนะฮ๊าฟ
แหม ไม่ลืมหรอกค่ะ นั่งนับวันถอยหลังกันเลยทีเดียว




วันที่ 8 - วันตัดไหม

ทำจมูก ธรรมชาติ

1 อาทิตย์ผ่านไป เร็วไหม? ไม่นะ เวลาเดินช้ามาก ส่องกระจกไปแล้ว
ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้ง
555 วันนี้มีนัดตอน 8.15 ไปถึงก็วัดความดัน
ชั่งน้ำหนัก แล้วรอเข้าพบ.. อ้าว วันนี้หมอไม่มา พยาบาลจะตัดไหมให้
ขึ้นไปนอนรอบนเตียง (ในห้องหมอ) แล้วพยาบาลก็เปิดไฟเพื่อหา
ไหม ซึ่งนางบอกว่า หมอเย็บลึกมาก ในที่สุดก็เจอ.. กำมือแน่น กลัวอ่ะ
ทุกอย่างก็เสร็จภายใน 3 วินาที *จึ๊ก* นิดเดียว แล้วก็กลับบ้าน
เห้อ จบ!!




วันที่ 9

ทำจมูก ธรรมชาติ

วันนี้ลองใช้เลนส์ 24-105mm ถ่ายรูปดูบ้าง เก็บเอาไว้เทียบกับสภาพ
จมูกตัวเองอีก 1 เดือน - 1 ปีข้างหน้า ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม




วันที่ 17

ทำจมูก ธรรมชาติ

ผ่านไป 2 อาทิตย์ กับอีก 3 วัน .. เราว่าพอใจแล้วหล่ะ ดั้งไม่สูงมาก
สันสูงพอที่จะใส่แว่น/แว่นกันแดดได้ ไม่บวมไม่ช้ำ ไม่อักเสบ
โอเคเลย
ไม่มีอาการแทรกซ้อน เช่นเลือดออก ติดเชื้อ สันจมูกเอียง ปลายจมูกแดง




ดูแลผิวหน้า 1 สัปดาห์แรก

รีวิว ศัลยกรรม ทำจมูก

ทำจมูกเสร็จ ไม่ได้แต่งหน้าเลยค่ะ แค่ทาครีมบำรุง แตะด้วยฮาดาละโบะ
และ Tony Moly
(แตะนะ ไม่ตบ เจ็บ!) ตอนกลางคืนใช้ไบโอออย จะเน้น
การทำความสะอาดมากกว่า ล้างโฟมที่จมูกไม่ได้เลย เพราะแตะแล้วมัน
เสียวแปล๊บ เจ็บดิ ! ก็เลยใช้สำลี ชุบไบโอเดอร์มาเช็ดหน้า แล้วตามด้วย
โทนเนอร์ La Roche-Posay Effaclar Lotion อีกที เช็ดเบามือที่สุด

1 สัปดาห์ผ่านไป ทาแป้งผสมรองพื้นบางๆ เวลาล้าง เอา Biore Perfect
Mild Cleansing Liquid มานวดหน้าผากและแก้มเบาๆ ใช้ฟองน้ำ
ชุบน้ำเช็ด Biore ออก ไม่ใช้ฝักบัว
ส่วนปาก ใช้ Maybelline ขวดสีม่วง
เช็ดลิป 
แล้วตามด้วยไบโอเดอร์มาขวดสีเขียวแล้วโทนเนอร์ วันที่ไม่ได้
แต่งหน้าเลยก็จะล้างด้วย Cetaphil Oily Skin Cleanser เบาๆ ใช้กระดาษ
ทิชชู่ซับหน้าเบาๆ ทีจะจุด ไม่แปะเช็ดทั้งหน้า กลัวโดนจมูก

ในรูจมูก ใช้ก้านสำลีที่ราดด้วยน้ำเกลือ (Saline Solution) 
ทำความสะอาด แล้วตามด้วยขี้ผึ้งที่หมอให้มาแต้ม ไม่ได้ยุ่งกับ
ด้านในจมูกมาก กลัวเลือดออกหรือติดเชื้อที่สุด 

รีวิว ศัลยกรรม ทำจมูก

รูปสภาพแสงใกล้เคียงกัน 3 รูปแรก ใช้ Canon 60D ถ่ายปี 2013
รูปสุดท้าย ใช้ Canon 70D ถ่ายปี 2014 ค่ะ ก่อนทำและหลังทำ




คำแนะนำ

ไปทำจมูก ไม่ต้องแต่งหน้าจัดไปค่ะ ก่อนทำ ต้องล้างหน้าอยู่ดี โดยใช้
สบู่เหลวที่โรงพยาบาลจัดให้ ไปหน้าสดดีกว่า พอกลับบ้านจะได้ไม่ต้อง
ล้างหน้ามากมาย นอนพักสบายๆได้เลย
ใส่เสื้อที่มีกระดุมก็ดีค่ะ นึกสภาพ
ถอดเสื้อคอเต่าแล้วมันเกี่ยวปลายจมูก นรกชัดๆ ฮ่าๆ


สำรวมกาย - ทำอะไรช้าๆ อย่าพึ่งออกกำลังกายกระโดดโลดเต้น ถ้าคัน
จมูกหรือมีน้ำมูกไหลขึ้นมาก็อย่าเอานิ้วแหย่ ใช้ก้านสำลีสะอาดๆ ช่วย จะได้
ไม่สกปรก/ติดเชื้อ ถ้าอยากสระผมจริงๆ เงยหน้าเท่านั้น อย่าก้มหน้า..

สำรวมวาจา - คืออย่าพึ่งไปหาเรื่องใคร ยิ่งถ้าคู่อริรู้ว่าเราพึ่งไปทำจมูกมา
มันอาจจะชกจมูกทำร้ายเราได้ ไว้หายดีค่อยไปต่อปากต่อคำค่ะ 555

สำรวมใจ - เรารู้ว่าคุณจะฟุ้งซ่าน กังวล นอย นอนไม่หลับ แต่พยายาม
ข่มตาหลับ ฟังเพลงเบาๆ ชมนกชมไม้ไรพวกนี้ค่ะ อะไรก็ได้ที่คลายกังวล


งดอาหารรสจัด เพราะจะทำให้น้ำมูกไหล มันสั่งน้ำมูกไม่ได้หน่ะสิ แถม
เชื้อโรคยังปลิวมาติดจมูกเปียกๆได้ดีกว่าจมูกที่แห้ง ..
งดอาหารกลิ่นฉุน
เช่นกะเพรา ตอนเค้าผัดพริกแล้วเกิดฮัดเช้ยขึ้นมา คุณเอ๋ย นรกแตก

เครื่องดื่มแอลกอฮอลจะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น เราไม่อยากให้เลือด
มาสูบฉีดแรงๆแถวแผลผ่าตัด ..
อาหารที่คนโบราณห้ามไว้ เช่นอาหารทะเล
ปลาร้า แหนม หน่อไม้ดอง กะปิ เราคาดว่ากรรมวิธีการผลิตพวกของหมักดอง
อาจจะไม่สะอาด ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ก็เลี่ยงไว้ก่อน หายแล้วค่อยจัดหนัก


2 วันแรก ประคบเย็น ครั้งละ 5-15 นาที วันละ 5-6 ครั้ง วันที่ 3 จึงค่อย
ประคบอุ่น.. เวลานอน หนุนหมอน 2-3 ใบ เรารู้ว่าคนที่ไม่ชิน มันจะทรมาน
แต่ยิ่งสูงยิ่งไม่บวมค่ะท่องไว้ ^^ อ้อ ทานยาให้ครบค่ะ โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ




ใครที่กำลังตัดสินใจ ทำหรือไม่ทำดี
หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยได้บ้าง โชคดีค่ะ




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2557
0 comments
Last Update : 26 มิถุนายน 2557 10:52:44 น.
Counter : 1930 Pageviews.

ซาสี่สีส้ม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 94 คน [?]








free counters












Friends' blogs
[Add ซาสี่สีส้ม's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.