UPGRADE YOUR VOICE TO BE PROFESSIONAL SINGER.....

 
 

ปิดทำการบล็อกนี้แล้วครับ

คือ ผมไม่อยากเข้ามาดู เข้ามาเพิ่มใดๆ อีกต่อไปในนี้ จะให้มันคงที่ไว้อย่างนี้ตลอดไป ถ้าทาง bloggang จะปิดไปก็ให้เป็นตามที่สมควร อย่างไรก็ดี บทความที่ผมเขียนขึ้นยังเป็นลิขสิทธื์ของผม กรุณาอย่านำไปทำอะไรโดยไม่ได้ขออนุญาต จะใช้ทำอะไรให้เมล์มา ที่ kiment@gmail.com สำหรับผู้ที่ติดต่อผมโดยตรงทั้งเมล์และ MSN ก็จะส่งบทความใหม่ตามบทเรียนไปเรื่อยๆ อีกที

ขอบคุณทุกท่านที่เห็นว่าเป็นบทความที่มีประโยชน์





Free TextEditor

 

Create Date : 04 ตุลาคม 2552
Last Update : 4 ตุลาคม 2552 1:01:40 น.  


ความหมายของคำว่า Professional voice

Professional voice แปลว่า เสียงของมืออาชีพ
คนที่จะมี เสียงของมืออาชีพ มีความหมายได้สองนัย ได้แก่ 



  • นัยยะแรก--เป็นการกล่าวถึงการใช้เสียงของผู้ใช้เสียงเป็นอาชีพ ได้แก่ นักร้อง ครู นักพูด โฆษก 

  • นัยยะที่สอง--ได้แก่ผู้ที่มีการฝึกฝนการใช้เสียงมาอย่างดี อาจไม่ได้มีอาชีพเฉพาะ มักทำงานเป็นนักร้อง ครูสอนร้องเพลง


รูปแบบการสร้างมืออาชีพทางเสียงที่มีในปัจจุบัน



  1. เรียนในระบบ มีถึงระดับปริญญาโท--ในกรณีของผู้ใช้เสียง และมีถึงระดับ Post-docteral (เหนือกว่าปริญญาเอกอีก 1 ระดับ) สำหรับแพทย์เฉพาะของเฉพาะทาง

  2. เรียนนอกระบบ  เรียนตามโรงเรียนสอนร้องเพลง เรียนตัวต่อตัวกับอาจารย์สอนร้องเพลง เรียนการใช้เสียงเพื่อการพูดในที่ชุมชน เป็นต้น


เส้นทางชีวิตของการเป็นมืออาชีพในการใช้เสียง



  1. อยู่เฉยๆ พอร้องได้ หน้าตาดี==>เจอแมวมองเอาไปทำเพลง==>เรียนร้องเพลงก่อนหรือหลังออกอัลบั้ม==>professional voice

  2. ร้องเพลงดีโดยไม่ต้องฝึก==>ประกวดร้องเพลงชนะ==>ได้ทำเพลง==>เรียนเพิ่มเติม==>professional voice

  3. เรียนร้องเพลงทั้งในระบบและนอกระบบ==>มีทักษะการสอนที่ดีหรือสามารถเป็นศิลปินได้จนมีชื่อเสียง ==> professional voice

  4. พอมีทักษะในการใช้เสียง==>เรียน speech pathologist ==> ต่อ voice coacher ในต่างประเทศ

  5. พอมีทักษะในการใช้เสียง==>เรียน แพทย์ ==> เรียนเฉพาะทางหูคอจมูก ==> เรียนเฉพาะของเฉพาะ vocal art medicine (ได้เป็น voice coacher ไปในตัว)






Free TextEditor

 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2552
Last Update : 31 พฤษภาคม 2552 22:49:26 น.  


laryngo-acoustic interaction, occlusion effect และการร้องเพลง


Laryngo-acoustic interaction and singing performance

laryngo-acoustic interaction คือปรากฏการพิเศษที่เกิดระหว่างหูกับกล่องเสียงตอนเรา เพราะหูคนเราเนี่ยจะทนฟังเสียงได้แค่ระดับใดระดับหนึ่งเท่านั้น มิฉะนั้นจะเป็นปัญหากับหู จนทำให้หูหนวก ดังนั้นมนุษย์เราแม้จะแปล่งเสียงได้ดังสุดๆ ก็จะถูกจำกัดระดับเสียงไว้ที่ระดับหนึ่ง

ถ้าเราพูดหรือร้องปกติจะไม่มีปัญหาอะไรครับ
แต่ปัญหาจะเกิดเมื่อมี 3 สิ่งเปลี่ยนแปลงไป

1.การได้ยิน คือ ถ้าการได้ยินที่หูเราเปลี่ยนไป การเปล่งเสียงก็จะต่างไปจากเดิมด้วย

1.1 กรณีหูเสียจากประสาทหู จะทำให้เราออกเสียงดังขึ้นเพราะเราจะได้ยินเสียงตัวเองน้อยลง เช่น คนหูหนวกจะพูดดังมาก
1.2 กรณีหูเสียจากมีสิ่งอุดกั้นในหู (occlusion effect ) เช่น ขึ้หูอุดตันรูหู จะทำให้มีเสียงก้องเกิดในหู ทำให้ได้ยินเสียงตัวเองมากกว่าปกติ ก็จะทำให้พูดเสียงเบาลง เปรียบได้กับการเอานิ้วอุดหูตัวเอง ซึ่งเราจะได้ยินเสียงตัวเองมากขึ้นนั้นเอง


2.เสียงพื้นหลัง เสียงจากสิ่งแวดล้อมเป็นอีกอันหนึ่งที่ทำให้การเปล่งเสียงของเราผิดแปลกไป เราเรียกว่า background noise

2.1 เสียงพื้นหลังรอบตัวดัง จะทำให้เราพูดหรือร้องเสียงดังขึ้น ในประเด็นนี้ต้องระวังเพราะจะทำให้เราเส้นเสียงเสีย และความดังที่มากขึ้นจะทำให้ร้องผิดคีย์ และผิดทะเบียนเสียง(register)เลยทีเดียว
ประเด็นนี้ผมจะเน้นตอนไปบรรยายกับพวกกรีนพีชมากเพราะเขาไปพูดเรี่ยไรอยู่ริมถนนที่มีระดับเสียงเฉลี่ยที่ 80 dB ในขณะที่เวลาจะพูดกันให้ได้ยินในระยะ 80 cm(1 ช่วงแขน) นั้นอยู่ที่ 60 dB ดังนั้นจะต้องพูดที่ระดับ 140 db จึงจะคุยกันรู้เรื่อง
ดังนั้นไปร้อง karaoke ก็ควรปรับเสียงในระดับที่พอดีนะครับมิฉะนั้นจะร้องดังเกินไป ร้องได้แค่ไม่ถึง 10 เพลงก็แหบแล้ว (มาตรฐานคือร้องได้ 50 นาทีต่อเนื่อง ถ้าเพลงละ 5 นาทีก็ 10 เพลง)

2.2 เสียงพื้นหลังเบาเกินไป อันนี้เกิดเฉพาะกับนักร้องนะครับ เนื่องจากเพลง backing tract เบาเกินไปก็จะทำให้เราใช้พลังไม่เต็มปอด ทะเบียนเสียงที่ออกมาก็จะเปลี่ยนไปซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาดังต่อไปนี้ได้อีก (เป็น occlusion effect อีกแบบหนึ่ง แต่ไม่มีการถูกอุดหูตรงๆ)
2.2.1 ปัญหากับคนชอบร้องเพลงในห้องน้ำ เพราะจะรู้สึกว่าเวลาร้องในห้องน้ำจะเพราะมาก แต่พอไปร้องจริงไม่ได้อย่างคิด ก็เพราะเสียงสะท้อนกลับในห้องน้ำทำให้เราร้องเสียงเบานะครับ พอร้องเสียงเต็มจึงทำไม่ได้
2.2.2 ปัญหาของคนฝึกร้องหน้าคอมหรือที่แคบอื่นๆ อธิบายคล้ายร้องในห้องน้ำ แต่เกิดจากเสียงที่สะท้อนกลับตรงๆ
2.2.3 ปัญหาของคนร้องเพลงกับหูฟังแบบอุดหูทุกประเภท การร้องในขณะอุดหูอยู่เราจะร้องเบาลง ได้ยินเสียงตัวเองทุ้มกว่าปกติซึ่งเกิดจากการสั่นของกระโหลก จะทำให้เวลาร้องจริงทำได้ไม่ดี

อย่างไรก็ดีการอัดเสียงในห้องอัดอาจต้องใช้เพราะต้องแยกแทรคของเสียงร้องออกจากเสียงดนตรี แต่เสียงที่จะเข้าหูเขาจะใส่เสียงร้องที่ร้องออกมาให้ได้ยินด้วย ซึ่งจะทำให้ตรวจสอบเสียงร้องของตัวเองได้ดีขึ้น

ดังนั้นการซ้อมร้องเพลงที่ดีควรทำในห้องที่ไม่มีเสียงก้อง ไม่มีสิ่งขวางกั้นที่สะท้อนเสียงได้ในระยะ 2 เมตร (อาจมีแต่ต้องเป็นวัสดุอะไรที่ไม่สะท้อนเสียงได้ เช่น ม่านผ้า หรือบุกันเสียงสะท้อน) โดยเปิดเพลงแบบรอบทิศหรืออย่างน้อยสเตอริโอ โดยไม่ต้องใส่อะไรกับหู


2.3 Front sound effect ปัญหาของเสียงพื้นหน้านั้นจะเกิดเวลาที่เราขึ้นไปร้องบนเวทีที่มีลำโพงอยู่ล้ำหน้าคนร้องและไม่มี backing tract จริงๆ อยู่ข้างหลัง ซึ่งจะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงร้องของตัวเอง อีกทั้งเสียงด้านหน้ายังมีการสะท้อนกลับซึ่งเสียงที่ส่งไปแล้วค่อยสะท้อนกับมาจะ delayed กว่าปกตินิดหน่อย
ดังนั้นในสถานที่ปิดที่นับจากหน้าเวทีที่มีลำโพงไกลตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไปนักร้องจะเกิดปัญหาจากการสะท้อนด้วยทันที โดยที่นอกจากไม่ได้ยินเสียงตัวเองแล้ว เสียงที่พอจะได้ยินก็จะผิดไปจากคีย์เดิมเนื่องจากการกำธรของเสียงทำให้ความถี่เปลี่ยนไป ทำให้ทั้งร้องเพี้ยน-ร้องตะเบ็ง-หรือร้องผิดท่อนผิดตอนไปเลยเพราะมันไม่ได้ยิน ความมั่นใจจะหายไปมากเลยครับ


วิธีแก้ก็คงจะเคยเห็นอยู่ โดยมีการแก้ไขโดยคำแนะนำสมาคมนักร้องอาวุโสในสหรัฐอเมริกา (โอเปร่าอยู่ยุโรป แต่ลำโพงมันเกิดในสหรัฐนิ) เริ่มจาก
วิธีที่ 1 การเอานิ้วอุดหูตัวเอง อันนี้ไม่ได้ เสียบุคลิก เสียงที่ได้ยินก็ทุ้มกว่าเสียงจริง จะทำให้เสียงจริงออกเป็ดๆ (hyponasality)ไปนิดได้ แล้วใครมันจะอุดหูได้ทั้งเพลง
วิธีที่ 2 เอาของมาอุดหู อันนี้พอได้เพราะไม่เสียบุคลิก แต่เหมาะเฉพาะในคนที่เชื่อมั่นตัวเองว่าคุมเสียงได้ดีเท่านั้นนะครับ ปัจจุบันอุปกรณ์ที่ดีที่สุด คือ ฟองน้ำอุดหูประเภทที่ไม่มี wax ครับ ในห้องตลาดมีขายอยู่ ห้ามใช้แบบมี wax กับแบบพลาสติกนะครับเพราะจะอุดกั้นเกินไปทำให้เราร้องเบาและเสียงเป็ดมากขึ้นด้วย
วิธีที่ 3 เอาหูฟังมาอุดหู อันนี้ต้องเป็นหูฟังไร้สายที่เอาเสียงที่เราร้องจริงกลับเข้ามาในหูด้วยนะครับ ซึ่งเป็นมาตรฐานการขึ้นคอนเสิร์ตในระดับโลกในปัจจุบัน
ตอนดู AF ที่ผ่านมาผมก็ขำมากเพราะช่วงแรกเห็นเอากระดาษชำระมาอุดหูกันใหญ่ พวก voice trainer ก็ไม่สอนกันเลย


3.การอัดเสียงร้อง อันนี้สุดท้ายครับเพราะบางคนอาจจะไม่รู้ว่าเสียงที่เราร้องไปกับเสียงที่คนอื่นได้ยินไม่เหมือนกัน วิธีการให้รู้แน่ชัดว่าเสียงจริงๆตัวเราเป็นอย่างไรก็ให้เอากระดาษแข็ง A4 ตัดครึ่งบังไว้ที่หน้าใบหูตัวเองทั้งสองข้างแล้วฟังเสียงที่ร้องนั่นแหละครับเสียงที่คนอื่นจะได้ยิน และจะเป็นเสียงที่อัดลงคอมลงเครื่องเสียงด้วย เผื่อจะได้ปรับปรุงเสียงเดิมให้ดีขึ้นได้ครับ

(ซึ่งเวลาเราจะปรับเสียงตัวเองก็มีวิชาว่าด้วย Fach of voice ที่น่ารู้อีกวิชานึงนะครับ เอาไว้ใช้เวลาต้องการร้องเพลงหลายๆ fach หลายๆ timbre ได้ในคนเดียว โดยเรียนรู้การปรับอวัยวะในช่องคอเป็นหลักซึ่งในที่นี้คงสอนไม่ทัน ไว้วันหลังครับ)

สุดท้ายของคุณ ฮาทซึ ที่กระผม 'ment ว่ามีปัญหา occlusion effect เนื่องจากผมพบว่ามี delayed การออกโน้ตเล็กน้อยในระดับเท่าๆกันทั้งเพลง ซึ่งจะเกิดจากการร้องในที่ก้อง/มีสิ่งกั้น/หรือใส่หูฟังขณะร้องครับ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัยด้วย


อีกอย่างผมก็จะเข้าฟังและอ่านบล็อกคุณ ฮาทซึเรื่อยๆ เพราะผมเองก็สอบได้แค่ระดับสาม ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น สอบสองไม่ผ่าน เผื่ออ่านของคุณฮาทซึทุกๆวันไปเรื่อยๆ อาจจะฮึดไปสอบตอนแก่แล้วก็ได้ครับ เพื่อเป้าหมายอิคคิวนะครับ

 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 31 พฤษภาคม 2552 22:53:27 น.  


ขอโทษมิตรรักทุกท่่าน มาชี้แจงเรื่อง โรงเรียนสอนเวชศาสตร์การร้องเพลงออนไลน์ของผม

คือ ตอนเมื่อหลายเดือนก่อนที่ผมขันแข็งเขียนเนื้อหาออนไลน์นั้น ปัจจุบันก็กำลังเขียนอยู่ครับ ไม่เคยหยุดเลย

ทว่า ไม่ได้เอามาลงเนื่องจากมีท่านที่เคารพท่านหนึ่ง ขอให้ผมเอาเนื้อหาพวกนี้มาลงเป็นหนังสือก่อน เพราะจะได้ให้ผมมีผลงานที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ อ้างถึงได้ ไม่ใช่เคยคนใช้เน็ตเป็นเท่านั้น

ผมก็เคารพที่ท่านบอกและได้ติดต่อสำนักพิมพ์ไว้แล้วเพื่อส่งต้นฉบับ โดยผมได้ปรับภาษาสำหรับคนทั่วไปที่จบ ป.6 ก็น่าจะเข้าใจได้ คาดว่าจะปรากฎตัวมาเป็นหนังสือสักเล่มในไม่เกิน 3 เดือนนับจากนี้

สำหรับในเน็ต ผมจะยังมาโพสต์ต่อไปนับแต่วันนี้ เพราะผมได้ทำต้นฉบับส่วนของผมเสร็จแล้ว เหลือให้โรงพิมพ์ไปสานต่อ อีกอย่างต้องทำ VCD ออกมาด้วย ก็คงวุ่นวายอีกสักพัก

เดี๋ยวพรุ่งนี้ดึกๆจะมาเขียนเรื่อง groove นะครับ อยากเขียนมานานแล้ว

 

Create Date : 03 มิถุนายน 2551
Last Update : 3 มิถุนายน 2551 22:07:36 น.  


ประกาศการเปลี่ยนแปลง

ขอเลื่อนการเปิดโรงเรียน Professional voice เป็น 31 มีนาคม 2551 เนื่องจากประสบปัญหาด้านเวลา

ขอประทานโทษด้วยครับ

 

Create Date : 17 มีนาคม 2551
Last Update : 24 มีนาคม 2551 8:56:45 น.  


1  2  3  4  
kimanatomy
 

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

Blog นี่สำหรับคนรักการร้องเพลงครับ โดยเฉพาะคนที่อยากรู้แบบเป็นวิชาการ
โดยอิงทฤษฎีการร้องเพลงคลาสสิกร่วมกับเวชศาสตร์การใช้เสียง
ถ้ายากไปแต่อยากเข้าใจก็ถามมาได้ครับ(e-mail,MSN)
zorroporn@hotmail.com

PRODUCED AND COPYRIGHT BY
SURAPORN KORNTONG,MD,FRCOT

ฺBEST VIEW BY INTERNET EXPLORER


ThaiBlog.info

[Add kimanatomy's blog to your weblog]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com