Group Blog
 
All Blogs
 

บทส่งท้าย สิ่งที่ตกผลึกหลังจากที่ได้กลับมาแล้วครับ

ถ้าให้พูดถึงปะเทศนี้และความประทับใจคงต้องพูดกันจนลูกบวชเลยทีเดียวอ่ะครับงั้นเริ่มกันทีละอย่างดีกว่าครับ

ทำไมประเทศนี้จึงขอวีซ่ายาก
ผมว่าค่าใช้จ่ายในการ กิน การเดินทาง ที่พัก สถานที่ และที่สำคัญพฤติกรรมนักท่องเที่ยวครับ

ทำไมการศึกษาไทยถึงได้ตกต่ำและคุณภาพเยาวชนถึงต่ำลงทุกวัน
ผมได้เห็นข้าราชการหลาย ๆ คนที่ผมเจอตอนไปเที่ยวแล้ว ตอบได้คำเดียวว่า "สงสารคนไทย" ครับ ผมประทับใจแบบสุด ๆ กับการให้การศึกษาตั้งแต่ระดับประถมกันเลย และวัดทุก ๆ วัดที่ผมไป สถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว จะต้องเจอกับนักเรียน จนรู้สึกว่า การทัศนะศึกษาของเด็กญี่ปุ่นต้องมีเกรดด้วยแน่ ๆ
ผมเคยคุยกับราชการระดับ ซี 7-8 ที่ทำหน้าที่กับการศึกษา พูดถึงแนวทางการศึกษาไทยแล้ว ก็สงสารเด็กไทยมากมายครับ อย่างที่เห้นที่โอดะวาระ ขอโทษนะครับ คุณครูมารอรับเด็กหน้าสถานีรถไฟฟ้า กระทั่งที่เกียวโต เขาลูกสูง ๆ ชนิดใครขึ้นถึงยอดคงพักหลายนาทีเลยดีเดียวแต่เด็กพวกนี้ เดินจูงมือกันเป็นคู่ ๆ มีครูคอยเดินดูแล เดินกันไม่รู้ร้อนรู้หนาวกนเลย หรือกระทั่งตอนไป เท็มโปซานเด็กน่าจะประถมขึ้นรถไฟ ทั้งที่ที่นั่งว่างสุด ๆ แต่คุณครูและนักเรียนต้องถูกฝึกให้ยนตลอดเวลาเดินทางครับ

เค้าว่าคนที่นั่นเห็นแก่ตัวหรอ
ส่วนตัวผมว่า คนที่นั่นไม่ได้เห็นแก่ตัวเลยครับ ถึงแม้บนรถไฟคุณจะไม่มีทางได้เห็น ผู้ชายลุกให้หญิงนั่งแน่ ๆ หรือเด็กนั่งแน่ ๆ แต่ที่แน่ ๆ คนที่นั่นมีวินัย และ ไม่เห็นแก่ตัวชนิดชอบแซงคิว เดินชนไหล่ ขับรถแซงไปมา พอไฟเขียวรีบขับรถโดยไม่สนใจคนข้าม หรือกระทั่งทิ้งขยะลงถนน

ทำไมประเทศนี้ถึงเจริญจัง
คงต้องตอบยาว แน่ ๆ แต่ผมจะพยายามทำให้เข้าใจง่ายละกัน
แรกเลยนะ เอาตอนผมไปซื้อของร้านคล้ายวัตสัน ต้องตะลึงเพราะเชื่อไม๊ ตึกแถว 2 ห้อง พนักงานหน้าร้านกว่า 10 คน ไม่มียืนคุยกัน ไม่ยืนหน้าร้านสูบบุหรี่ ทำงานช้า ๆ ให้หมดเวลา ไม่เลย ๆ ๆ คุณจะเจอแต่ คำพูดว่า อิรัสเซมาเซะ ทุก ๆ ครั้งที่ผ่านพนักวานทุกคนที่พูดด้วยวาจายิ้มแย้ม และขอบคุณและโค้งงาม ๆ หลังจากซื้อของแม้ของขนาดแค่ 100 เยนก็ตาม หรือกระทั่งห้างใหญ่ ๆ อย่างบิคคาเมร่า คงประมาณบิคซีบ้านเรา ก็ไม่เคยเห็นพนักงานยืนคุยกัน เจอแต่พนักงานแต่ละคน จัดของ ยืนสาธิต เช็ด อธิบาย ต้องบอกว่า เจ้าของกิจการคนไทยหลายคนอายคุณภาพพนักงานกันไปเลย
ของใช้ส่วนใหญ่ต้องเรียกว่าคุณภาพสูง น่าหยิบน่าซื้อไปหมด รวมถึงการหีบห่อของแต่ละชิ้น ประเทศนี้มักจะบรรจงในการหีบห่อด้วยกระดาษอย่างสวยงามไม่มีที่ติจริง ๆ ครับ
ห้องน้ำ ของสถานที่ท่องเที่ยว ยกเว้นคนจีนเข้า สวยงาม อัตโนมัติ สะอาดกว่าโรงแรม 5 ดาวเสียอีก

สิ่งที่ผมอิจฉาคนที่นี่หรอครับ
ระบบขนส่งมวลชน ครับ ต้องบอกว่า ผู้นำเค้ามีวิสัยทัศน์แบบสุด ๆ ไปเลยครับ เค้ามีรถไฟใต้ดินเมื่อปี 1950 ก็จริง แต่เค้าก็เพิ่งมี รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นเมื่อไม่มี่ปีที่ผ่านมานี่เอง แฟนผมเค้าก็ถามนะครับ ทำไมนะ ญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิตรถยนต์แต่กลับรถไม่ติดเลย เพราะระบบรถไฟรางครับ ผมมองว่าเค้ามองแต่ละเมืองให้มีรถไฟวิ่งรอบเมืองเสียก่อนแล้วค่อยเชื่อมเมืองต่อเมืองเป็นเส้นตรงซึ่งมันก็ง่ายจริง ๆ ครับ และก็เห้นคนใส่สูทผูกไทร์ ใส่โรเล็กซ์นั่งรถไฟอย่างไม่เขินอายเหมือนคนไทยหลายคนที่เป้นแค่ลูกเป็ดหาเงินไม่เป็นต้องเลิศต้องหรูไว้ก่อนครับ
ซึ่งผมแค่เสียดายเมืองไทยมีศักยภาพพออยู่แล้วเรื่องการท่องเที่ยวแต่ระบบท่องเที่ยวบ้านเราไม่เป็นมังคุดเอาเสียเลย ถ้าจะเลียนแบบ แนะนำญี่ปุ่นดีกว่าครับน่าลอกการบ้านที่สุดแล้วครับ
อีกอย่างรถไฟบ้านเค้าตรงต่อเวลายิ่งกว่า CEO บ้านเราเสียอีกครับ




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2551    
Last Update : 26 มิถุนายน 2551 4:22:27 น.
Counter : 464 Pageviews.  

Day 14 ฉลามวาฬและการลาจาก



โพยวันนี้ไม่มีแล้วครับ วันนี้ตื่นแต่เช้า เอากระเป๋าไปฝากที่เค้าท์เตอร์โรงแรมไว้ก่อนครับ เพราะ โรงแรมที่ญี่ปุ่นเช็คเอาท์ได้ไม่เกิน 10 โมงเช้าแน่นอนครับ

โปรแกรมของเราวันนี้จะไป ไคยุคัง อวาเรียมครับ เป็นเพราะอยากเห็นฉลามวาฬมาก ๆ เนื่อจากค่อนข้างผิดหวังกะการดำน้ำแล้วไม่เคยเจอซักกะทีเลยครับ อิอิ

วิธีการไปนะครับ
เรานั่งสาย Osaka loop จากสถานี Osaka มาลง Bentencho ครับ
แล้วต่อ สาย Osakacity Chuo มาลง Osakako ครับ
เช่นกันครับ เราสามารถซื้อบัตรลิงค์ที่ราคา 290 เยนครับ








Kaiyukan Aquarium อยู่ในย่าน Tempozan ซึ่งเราต้องเดินจากสถานีถนไฟประมาณ 1 กม ครับ สนน.ค่าเข้า 2000 เยนครับ




















จบแล้วครับ ผมว่า อควาเรียมแห่งนี้สวยในระดับนึงเลยครับ ความอลังการอยู่ที่แท็งขนาดความสูงตึก 3 ชั้นให้พี่หลามวาฬ สมใจอยากละครับ หุหุ

โปรแกรมต่อไปตอนแรกเราจะไป รินกุ เอาท์เลท แต่ของฝากยังไม่ครบเลยครับ เลยกลับไปยังย่าน ชินไซบาชิอีกครั้งนึงครับผม





เนื่องด้วยเครื่องบินจะออกในเวลา 6 โมงเย็น ดังนั้นแล้วผมต้องออกจากโรงแรมไม่เกินบ่าย 3 ไม่งั้นตกเครื่องแน่ ๆ ครับ

แต่ที่แน่ ๆ ผมจะกลับไปอีกแน่ ๆ ครับ ซาโยนาระ




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2551    
Last Update : 26 มิถุนายน 2551 3:48:26 น.
Counter : 324 Pageviews.  

Day 13 Universal Studio ถ้าไม่ไปคงเสียดายแย่เลยครับ




วันนี้ไม่มีโพยนะครับ เพราะวิธีการไป จากที่พักของผมย่าน อุเมดะ หรือเรียกกว่า โอซาก้า นั้น ง่ายมาก ๆ เลยครับ ตามนี้เลยครับ >>>

นั่งสาย JR Osaka จากสถานี Osaka ลงสถานี Nishikujo แล้วเรานั่ง
สาย JR Yumesaki ไปลง Universal City ครับ เนื่องงงง ด้วย บัตรเบ่ง JR Pass หมดไปแล้วครับ แต่ไม่แคร์ครับ วันนี้เรานั่ง ชิลล์ ๆ ราคา 170 เยนครับ เราสามารถซื้อตั๋วต่อเนื่องได้เลยนะครับ












mg src = http://www.bloggang.com/data/pmee/picture/1213988249.jpg>

หลังจากที่ลงรถไฟแล้วเราต้องเดินอีกประมาณ 200 เมตร ซึ่งผ่านร้านค้ามากมายในสไตล์ทันสมัย มาถึงหน้าประตูเข้าครับ

ค่าเข้า USJ อยู่ที่ 5800 เยนเท่ากับที่ Disney เลยครับ แต่ฟาสพาสของที่นี่ต้องซื้อเพิ่มนะครับ มี 2 แบบ คือ พาส 4 อย่าง 3000 เยน และ 7 อย่าง 4500 เยน ครับ ซึ่งแต่ละอย่างมีระบุในตั๋วและใช้ได้เพียงครั้งเดียวแต่จะซื้อกี่ใบก็ได้ครับ
















ที่แรกเราเข้าไป JAWs ครับ เป็นการนั่งเรือแล้วมีฉลามโผล่มาทำลายเรือเราไปเรื่อย ๆ ครับ อยากบอกว่ามันส์ ครับ



โด่เอ๊ย แค่ซุปเปอร์สแปรส แบบเดียวกะที่สวนสยามแน่ ๆ


ทำไมเค้าใส่กันฝนด้วย แถมแพงอีกตะหาก เสื้อครุมบาง ๆ ชุดตั้ง 300 เยน บ้ารึป่าว . . .

พอเข้าไปเล่นถึงกะตะลึง ครับ แต่ละฉาก ไดโนเสาร์ เอฟเฟค ไม่มีหวง ยังกะในหนัง ทุ่มทุนสร้างขนาดนั้น แต่ฉากจบนี่ โคตะระมันส์เลย ทั้งเสียว ทั้งเปียกและเทะ ไปเลยครับ 5 5 5








สถานีต่อไป คือ หนังเรื่อง BlackDraf ครับ เป็นการแสดงคล้ายกับในหนังเลยครับ ฉากต่อฉาก มีเล่นแผ่นดินถล่มกับคนดูด้วยครับ แต่ที่แน่ ๆ ไฟแรงมาก ๆ เล่นซะที่เปียกมาแห้งเลย 5 55






สถานี Back to The Future เสียเวลาต่อคิวร่วม ๆ ชั่วโมงเลยครับ คิวยาวจริง ๆ แต่มันส์ครับ เค้าเป็นฉาก 3 มิติ แสง สี เสียง ให้เราไปนั่งรถ ย้อนเวลาไปช่วยพระเอกเหมือนในหนังเลยครับ เล่นเอาปวดกาโหลกกันไปข้างเลยครับ









สถานีนี้ ก็ไม่ธรรมดาเลยครับ เป็นโชว์ ยังกะดูหนังเรื่องนี้อยู่เลยครับ นักแสดง แสดงดีมากครับ อยากบอกว่า โชคดีนะที่ไม่นั่งเก้าอี้ผิด ไม่งั้นเปียกยับแน่ ๆ เพราะมี คนขับเจ็ทสกีขับปาดน้ำใส่คนดู ซะงั้น 5 5 5






สถานีนี้สุดห่วยมากครับ เป็นโชว์แบบเด็กดูอ่าครับ


ส่วนสถานีนี้ ตัวละครนี้ เป้นฉากคนวาดการ์ตูน เจ้านก นี้ขำได้ที่ดีครับ


อันนี้ยกให้เป็นเครื่องเล่นสุดห่วยแห่งวันได้เลยครับ ถ้า เพื่อน ๆ มาที่นี่ให้ตัดไปเถอะครับ เว้นแต่มีฟาสพาสอ่ะครับ เพราะ ติงต๊องมากครับ ให้ปั่นจากไป ดูฉากตุ๊กตาไปเรื่อย ๆ โอย ต่อคิว 1 ชม เพื่อ ดูของปังยาอ่อน 3 นาที เครียด ๆ ๆ ๆ


สถานี นี้พอมันส์ครับ แต่ไม่เท่าไร แต่ก็เอาหนะ สนุกดี อิอิ


Spider Man สถานีนี้ถือว่าเด็ดสุดและรอนานสุด ๆ เหมือนกันครับ เกือบ ๆ ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว ต้องบอกว่า โคตรคุ้มค่าเสียเวลาเลยครับ


ไก่งวงครับ ใหญ่มากมาย แต่ยอมครับ เพราะ อร่อยมาก ๆ แต่แพงอิ๋บอ๋าย






ประมาณ 5 โมง เริ่มการแสดง merries chrismas ครับ ต้องมารอตั้งแต่ 4 โมงเศษ เลยครับเพราะถ้ามาจองช้ากว่านี้ อาจหลอนได้ครับเนื่องจากมีประสพการณ์ที่ดีสนี่ย์มาแล้นครับ อิอิ แต่อยากบอกว่า ไม่ไช่ ขี้ ๆ สวยตะลึงกันเลยครับ






การแสดงต่อไปเป็นคิวของ ปีเตอร์แพนครับ ไกลสักหน่อยเพราะกว่าจะหาที่นั่งได้ ดูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรเพพราะไม่เคยได้ดูการ์ตูนเค้าเลย 5 5 5 แต่แสงสีนี่สวยสดจริง ๆ ครับ










วันนี้สนุกมากครับ มีข้อแนะนำนิดนึงครับ ถ้าคิดว่ามาวันหยุดแล้วไม่อยากเสียเวลารอมาก แนะนำซื้อ บัตรด่วนคุ้มกว่าอ่ะครับ

เดี๋ยวเรากลับทางเดิมสู่ Hotel Kinki เตรียมเก็บของเข้ากระเป๋าพรุ่งนี้ต้องกลับแล้วครับ อยากบอกว่า ไม่อยากกลับเลยครับ แต่ 13 วันนี้เร็วมากจริง ๆ ครับ

ราตรสวัสดิ์ ครับ




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2551    
Last Update : 26 มิถุนายน 2551 3:18:09 น.
Counter : 545 Pageviews.  

Day 12 นาระ เมืองแห่งกวาง และ บิ๊ดคาเมร่า อิอิ




โพยวันนี้ครับ วันนี้เราจะไป นาระกันครับ

เมืองนาระเป็นเมืองหลวงเก่าครับ สิ่งที่จะพบแน่ ๆ ที่เมืองนี้คือกวางครับ และวัดที่คนไปมากสุดคือวัดพระใหญ่โทไดจิครับ

แต่ที่แน่ ๆ คนไปทัวร์ไม่ได้เจอสวนที่มีแต่กวางแน่ ๆ ครับ

วิธีการไปนะครับ >>> นั่งสาย JR Yamatoji จากสถานี Osaka ลง Nara ครับ ระหว่างทางจะเห็นทุ่งนาเต็มไปหมดเลยครับ นั่งประมาณ 55 นาที และมาทุก ๆ ครึ่ง ชม.ครับ



นั่ง มาเกือบ ชม.ก็ถึงสถานี นาระ แล้วครับ






เราเลือกเติมพลังง่าย ๆ ก่อนลุยครับ ผมว่า อร่อยมากเลยทีเดียว ละก็ถูกมากครับ ตกชุดละ 500 เยน เองครับ
จากนั้นเราก็เดินตามป้ายบอกทางมาตรง ๆ สักประมาณ 200 เมตร ก็ถึงวัด Kofukuji Temple ละครับ











จากวัด kofukuji คราวนี้เราต้องเดินอีกระยะนึงเลยครับ ผ่านสวนสาธารณะที่ดูแลอย่างดีและ เค้าบอกว่า ในนาระเนี่ยมีกวางกว่า 3000 ตัวเลี้ยงอิสระโดยไม่มีใครรังแก และไม่ต้องกักขัง ครับ















เราเดินเรื่อย ๆ ให้ขนมกวางไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไกลพอตัวเลยครับ สัก 3 กม. ได้ ก็ถึง ศาลเจ้า Kasuga Taisha Shrine ครับ

ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พศ. 1253 ศาลเจ้านี้จะเชื่อเกี่ยวกับความรักอ่ะครับ










ลืมเลยครับ ค่าเข้าวัดนี้ สนน. 500 เยน พร้อมแผ่นพับตำนานของที่นี่ครับ จากนี้เราเดินอีกไม่ไกล ก็ถึงละครับ วัดพระใหญ่ Todaiji Temple ครับผม






















วัด Tofdaiji Temple ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปี พศ. 1286 และ หลังใหญ่ถูกบูรณะสร้างใหม่ขึ้นในปี 2249 ครับ สนน.ค่าเข้า 500 เยน ครับ



รู้สึกว่า ผมจะเดินเพลินจนล่วงเลยเวลา 4 โมง เย็นแล้วครับ โปรแกรมต่อไปเราจะไปย่าน อุเมดะ ที่โอซาก้าครับ โดยเรานั้งสาย JR Yamatoji จากสถานี Nara ลง Osaka ครับผม


ตามเคยอีกแล้วครับ HDD Card Reader ทำพิษ รูปผมหายยันเย็นเลยครับ ฮือๆๆๆๆๆ




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2551    
Last Update : 21 มิถุนายน 2551 1:32:38 น.
Counter : 491 Pageviews.  

Day 10 ฮิโรชิม่าขากลับ กะพาไปกินราเมนสุดอร่อยย่าน Osaka ครับ










มีคนเค้าบอกไว้ว่า (บอกอีกแล้ว) ถ้ามาฮิโรชิม่า ไม่ได้กิน พิซซ่าญี่ปุ่นหรือ โอโคโนมิยากิ ก็เหมือนมาไม่ถึง อยากบอกว่าที่เลือกร้านนี้เพราะดูหน้าร้านขลังดีครับ แถมคนเกือบเต็มร้านเลย เอาวะที่นี่แหละ ราคา ตกชิ้นละ 600 เยนครับ ซัดไปคนละอัน ส่วนรสชาดบอกได้คำเดียว "ดีกว่ากินดินหละวะ" เพราะหิวด้วยหละครับ 5 5 5 ส่วนพี่คนทำนี่แก บรรยากาศดูเบสบอลไปทำไป รู้สึกวันนี้ทีมฮิโรชิม่าแข่งอ่ะครับ คนดูเต็มเลย อิอิ

หลังจากที่ออกมาจากกินเพียงแป๊บเดียวก็ 2 ทุ่มแล้ว ร้านค้าเริ่มปิดกันหมดครับ ที่ฮิโรชิม่าปิด 2 ทุ่มครับกระทั่งร้าน Loft ก็ตามครับ สรุปโดนบังคับกลับละครับ

ขากลับเราโดนฝนเล่นงานเล็กน้อยถึงปานกลางแต่ก็ไม่ยั่นครับ หน้าด้านลุย นั่งรถราง มาถึงสถานี hiroshima เตรียมกลับโอซาก้าครับ

วิธีการกลับ ผมนั่ง Shinkansen Hikari เวลา 20.45 ถึง Shin Osaka เวลา 22.20 น. ครับ และนั่งสายอ่ะไรก็ได้อีก 1 ป้ายมาลง สถานี Osaka ครับ





หิวแน่ ๆ ครับ โอโค 1 ชิ้น มันจะพอบรรเทาหิวหรือ ต้องที่นี่ครับ

จากรูปแรกหันหลังไปครับ หันไปปุ๊บ เจอร้านราเมนตรงหัวมุมครับ เล็งไว้ตั้งแต่วันแรกละครับ เห็นคิวแล้วสะท้าน 10 คนขึ้นตลอด มาวันนี้ ฟรุ๊คครับ คิว 1 คน จัดเลยครับ ราคาพอตัวเลยครับ ชามแรก 800 เยน ชาม 2 นี่ 1200 เยนครับ แต่อยากบอกว่าน้ำซุปแกนี่ยังกะกินกระดูกหมูทั้งอันลงไปเลยครับ เข้มสุด ๆ ขนาดพิมอยู่ยังเอิ๊ก ๆ เลยครับ ส่วนหมูสามชั้นนี่เรียกว่า ละลายในปาก แทบไม่ต้องเคี้ยวเลยครับ ยกสองมือเลย

จากนั้นเราก็เดินในแหล่งโลกีย์สักพักแล้วเข้านอนละครับ ฝันดีครับ




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2551    
Last Update : 4 มิถุนายน 2551 4:05:28 น.
Counter : 617 Pageviews.  

1  2  3  4  

meecom
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add meecom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.