Group Blog
 
All Blogs
 

Day 3 อุเอโนะ ฮาราจุกุ ชิบุย่า และส่วนที่หายไปของโตเกียวทาวเวอร์

วันอาทิตย์ที่ 3 พย. 51




โพยเที่ยววันนี้ครับ โผมมมม


ว่าแล้วก็ถ่ายรูปคู่กับบนถนนเส้นอุเอโนะ ด้านหลังเป็นร้านปาจิงโกะ และด้านในเป็นตลาดอเมโยโกะครับ

href="../data/pmee/picture/1210697141.jpg" target=_blank>
สิ่งที่เห็นในการมาประเทศนี้คือ . . . การ์ตูนครับ ทุก ๆ อย่างที่นี่พยายามแสดงออกด้วยการ์ตูนครับ


แล้วเราก็ชักภาพกับ อนุเสาวรีย์ ท่าน ไซโต้ ทากาโมริ เป็นซามุไรคนสุดท้ายในคุย จักพรรดิ์เมจิ ในเรื่อง Last Samurai ครับ


ซึ่งภายในสวนอุเอโนะ ที่มีพื้นที่มโหราฬมากครับ และนี่เป็นวัด Kiyimisu Kannon ครับ



Tosho-gu Shrine ท่อยู่ติดกับด้าน ตะวันตกติดกับถนนทางกลับไปโรงแรมครับ


มนุษย์กล่อง มิไช่แค่เห็นในการ์ตูน ของจริงรอบ ๆ และตามสถานีรถไฟนี่อย่างเยอะเลยครับ จำได้ว่าคืนเมื่อวานไปกดตู้เอายาคูลท์ 2 ขวด 70 เยนอ่าครับ


ที่พัก 6 คืนของเรา สนน.ราคา 6600เยน/คน/คืน ไม่มีอาหารเช้า ความสะอาดนี่ใช้ได้ครับ ขนาดห้องเล็กพอพอกับที่ 81China Town Hotel ขนาดประมาณ 4*4 เมตร ห้องน้ำในตัวครับ


เนื่องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง จากโปรแกรม เกิดผิดพลาดอย่างแรง แถวบ้านเรียกคิดมาก นะครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าเราจะเดินทางจาก อุเอโนะ เรานั่งรถไฟสาย yamanote สีเขียว มาลง Harajuku ได้เลยครับ ใช้เวลา ประมาณ 30 นาทีราคา 230 เยนครับ
แต่ผมดันนั่ง สาย ginza มาลง ometosandro ราคา 230 เยน 23 นาที เลยต้องเดินอีกซะเลย 5 5 5 โส-นะ-หน้า


หนึ่งในเส้นทางเข้าวัด เมจิจินจู ซึ่งผมว่าคนไทยที่ไปคงชินนะครับ อิอิ
ปล. jinju = ศาลเจ้า / Shrine = วัดเล็ก ๆ / Temple = วัด


สิ่งที่ผมชอบที่นี่คือ 3 5 7 คือเด็กที่มีอายุ 3 5 7 ขวบจะเอาลูก ๆ มาเข้าพิธีขอพรครับ เค้าก็พุทธ เราก็พุทธนะครับ น่าเอาเป็น ตัวอย่างจัง


ระหว่างทางไปวัดเมจิ ก็มาเจอ ร้านค้าของวัดครับ อยากบอกว่า ทางการสุด ๆ ครับ


อยากบอกว่าน่าซื้อแต่แพงอิ๋บอ๋าย


ตามธรรมเนียม . . . เราต้องเริ่มจากล้างมือซ้าย มือขวา แล้วบ้วนปากก่อนเข้าวัดครับ


วัดนี้เข้าฟรีครับ แต่เครื่องรางที่ขายแต่ละวัดก็จะไม่เหมือนกันนะครับ สนน.ราคา 500 เยน ไม่ถูกเลยนะครับ


วัดแห่งนี้มักจะมีคู่บ่าวสาวเข้าพิธีแต่งงานก็ตลอดเลยครับ


มิน่าหละ คนไทยและทุกคนทั่วโลกถึงอยากมา สวยไม๊ครับ





วันนี้เจอหลายคู่แต่งงานเลยนะคับ


กล่องรับบริจาคครับ ผมว่าเป็นเสน่ห์ดีนะครับ วิธีการภาวนาแล้วโยนเหรียญลงไป เค้าว่าเป็นเหรียญมีรู พวกเหรียญ 5 หรือ 50 เยนก็ดีครับ อิอิ


ไฮไลท์ของที่นี่ ครับ นั่นคือออออออ


การเขียนป้ายขอพร สนน.ราคาก็ 500 เยนครับ


ว่าแล้วก็เสียตัง เขียนจนได้สินะ อิอิ


จากนั้นเราก็ออกมาถึงสะพานข้ามทางรถไฟหน้าวัดเมจิ
เชื่อไมครับว่า .. . .


จากวัดเดินไปถึงหน้าสถานี Jr Harajuku ข้ามถนนไปก็เจอแล้วครับ Harajuku หรือเราเรียกว่า Takeshita Dori หรือ ถนนสายวัยรุ่นหลุดโลกแซงทางโค้งไป 2 กาแลคซี่ครับ






แบบว่าเยอะมากครับ ถนนแค่ 200 เมตรแต่อัดไปด้วยร้านรวง กว่า 400 ร้านครับ ปล.แก่แล้วครับ ไม่อินเทรนละครับ


เค้าว่าถ้าเรามาที่นี่ห้ามพลาดเครบครับ แต่ราคานี่ โอ๊ 4-500 เยน เลยนะครับ



พอสุดซอย takesita เราก็ข้ามถนน ไป สู่ Omete Sandro ครับ อ่าค่อยรู้สึกเหมือนเราหน่อยครับ อิอิ
ถ้าเปรียบ 2 ที่นี้ ที่แรกเหมือน ลิโด้ สยาม ที่นี่เหมือนสยามดีสครับ หรูซะ คิดดูสิครับ กางเกงยีนส์สวยมั๊ก ๆ ตัวนึงแค่ 18000 เยนเองคร๊าบบบ ซี๊ดดดด


แล้วเราก็มาโผล่ถนนสายยุโรปครับ อยากบอกว่าสายนี้สวยมากครับ และยังอุดมไปด้วย Shop หรู เพียบครับ


ผมหละเบื่อที่นี่จริง ๆ เลย เลี้ยงหมาทั้งที เลี้ยงซะถูก เฮ้อออออออออ







ไม่น่าเชื่อว่า สะพานขนาดความยาวเพียง 150 เมตร จะดังระดับโลกด้วยเด็กพวกนี้ครับ ที่เราเรียกว่า CosPlay = การแต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูน ครับ


จากนั้นเราเดินต่อไปยังทิศใต้บนถนน Meji Dori
Dori = ซอย



เมื่อเข้าสู่ ชิบุย่าก็จะพบตึก นี้กะ ดีสนี่ย์สโตร์
อ้อ DisNey Store มีทุก ๆ ชุมชนห้างดัง ใน ในญี่ปุ่นนะครับ อย่างเช่นที่เจอ ๆ มีทั้ง อิเคบุคุโร่ ชินจุกุ ชิบุย่า โอไดบะ หรือกระทั่ง ชินไซบาชิและนัมบะ ครับ จึงไม่จำเป็นต้องเที่ยวดีสนี่และซื้อจากที่นั่นเหมือนฮ่องกงครับ แต่จะเป็นคนละ คอลเลคชั่นครับ


ถึงละครับ 5 แยกชิบุย่า เป็น แยกที่มีคนสันจรมากที่สุดในโลกนะครับ ตึก Q Front ซึ่งเป้นตึกแรก ๆ ที่มี ทีวีจอยักษ์แห่งแรก ๆ ของโลก


ถ้าให้เลือกซื้อเสื้อผ้า แนะนำที่นี่เลยครับ ที่ 5 แยก ณ.ตึก 109 ชิบุย่า ในราคาที่หยิบได้ครับ และไม่แนวเกินครับ


หนึ่งในจุดชมวิวราคาถูก อันดับต้น ๆ ของแยกนี้ครับ
StarBucks ผมว่ายี่ห้อนี้ในญี่ปุ่นนี้มีดีแค่เหมือนเป็นร้านกาแฟสดริมทางเหมือนบ้านเราครับ ไม่ได้หรูหราเหมือนบ้านเราครับ สนน.แก้วละ 200 เยนซึ่งถูกกว่าบ้านราแต่อร่อยกว่าครับ



กว่าจะได้ 2 รูปนี้ต้องอาศัยความหน้าก้านสูงมากครับ เพราะต้องเบียดไปขอตั้งถ่ายนานมากครับ อิอิ


อ่ะ ซักรูปครับเดี๋ยวเค้าหาว่าเอารูปชาวบ้านมาลง อิอิ



"ฮาชิโกะ" สุนัขยอดกตัญญู ที่รอคอยเจ้าของมันที่เป็นอาจารย์ที่ถูกภัยสงครามนานเป็นปีปีจนมันแก่ตายไป


เนื่องด้วยการ์ดเต็มจึงถ่ายได้แค่นี้เองครับ แต่อยากบอกว่า ณ.ตึก Tokyu ห้องใต้ดิน อุดมไปด้วยของกินแบบถล่มทลาย แต่ถ้าอยากได้ของถูกให้ไปหลัง 2 ทุ่มครับ เค้าจะเลหลังขายแบบลด 50 % แบบไม่มีกั๊ก เลยได้ ซาสึมิปลาโอ กะปลาแซลม่องมาอย่างละจาน 2 อย่าง ไม่ถึง 1000 เยนเลยครับ อยากบอกว่า โค ตะ ระ อร่อย แต่ไม่มีรูปนะคับ อิอิ

ปล. เนื่องด้วย Hdd Reader สุดห่วยของผมชำรุดจึงทำให้ ภาพที่สวยมาก ๆ จาก Tokyo Tower ไปด้วยครับ คาดว่าไปอีกครั้งคงไม่พลาดครับ
อ่ะนำทางต่อครับ
จาก Shibuya เรานั่ง Ginza line สีส้ม 2 ป้าย 160 เยน ไปลง Aoyama Itchome
แล้วนั่ง สาย Oedo line สีแดง 3 ป้าย ไปลง Akabane bachi 180 เยน พอออกมาแล้วเดินตามถนนใหญ่ จะเห็น ทาวเวอร์จากทางซ้ายมือไกล ๆ ได้ชัดเจนครับ
สนน.ค่าเข้า 820 เยน สำหรับชั้นปรกติ
และ1420 เยน สำหรับชั้นสูงสุด ซึ่งไม่ได้ขึ้นเพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจครับ ส่วนเวลาขึ้นไม่เกิน 9.30pm นะครับ เพราะเค้าจะไล่ลงตอน 10.00pm แน่นอนครับ อิอิอิ

ส่วนขากลับ เราก็นั่งจาก ทางขึ้นทางเดิมกลับอุเอโนะได้เลยครับ ราตรสวัสดิ์




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2551 14:37:15 น.
Counter : 4628 Pageviews.  

Day 2 อุเอโนะ อิเคบุคุโร่ ต่อชินจุกุ ครับ




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2551 0:11:36 น.
Counter : 544 Pageviews.  

Before




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2551 23:29:49 น.
Counter : 277 Pageviews.  

Day 1




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2551 23:29:34 น.
Counter : 368 Pageviews.  

Day 11 เกียวโตฝั่งตะวันออก คร๊าบบบบบ





โพยวันนี้ครับ

วันนี้วันจันทร์ครับ ผมเลี่ยงการไปเมืองท่องเที่ยววันหยุดเลยมาวันนี้ครับ เพราะว่าพี่พี่เค้าบอกมาว่า อย่าไปวันหยุดเพราะการเดินทางในเกียวโตต้องอาศัย รถเมล์เป็นหลักครับ เพราะรู้ซึ้งสภาพรถติดและคนขับรถชาวญี่ปุ่นที่แสนนุ่มนวล เชื่องช้า และใจเย็นสุด ๆ ไปเลยครับ

วันนี้เราจะเดินสายเที่ยว เกียวโตในแถวตะวันออกครับ โดยเริ่มจาก วัด Ginkakuji ครับ


ว่าแล้วก็ขอลองเลยดีกว่าครับ อุด้งเทมปุระ รสชาดดี 300 เยน เป็นร้านในสถานีรถไฟชินโอซาก้า ครับ แต่ต้องยืนกินนะครับ อ่ะ รีบกิน รีบจ่าย รีบไป อิอิอิ



เช่นเดียวกับเมื่อ 3 วันก่อนครับ CitiBus 500 เยนตลอดสาย ยืนกระจาย ทุกรอบ



หลังจากได้ตั๋วแล้วเราก็ไปรอ รถสาย 5 / 17 หรือ 100 ก็ได้ครับ นั่งประมาณ 30 นาทีก็ถึงละครับ เราต้องลงป้ายที่ชื่อว่า . . .

Ginkakuji Michi ครับ












หลังจากลงจากรถเมล์แล้วเราเดินตามฝูงชนได้เลยครับ จะมีร้านรวงริมทางสัก 100 เมตรก็ถึงประตูเข้าวัดละครับ

สนน.ราคาอยู่ที่ 500 เยนครับ



























หลังจากเต็มอิ่มกับบรรยากาศสวนญี่ปุ่น ซึ่งแตกต่างกับ คินคะคุจิโดยสิ้นเชิง ผมว่าที่นี่เค้าจงใจให้ตัววัดเองไม่ไปข่มความสวยงามของสวนภายในนี้ ไม่เหมือนกับวัดทองซึ่งจะเด่นในตัววัดเองนะครับ

จากทางที่ออกจากวัดเงินเรากลับทางเก่าจะมีป้ายบอกทาง . . .

Path Of Philosophy หรือ เส้นทางนักปราชย์ ครับ












เส้นทางนักปราชน์ จบลงที่ระยะทางกว่า 2 กม. เราก็มาถึงจุดหมายต่อไปคือ วัดนันเซ็นจิ ครับ









วัด Nunzenji ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พศ. 1817 เพื่อเป็นวังของจักรพรรดิ์คะเมะยามะ ก่อนจะเปลี่ยนเป้นวัดจนถึงปัจจุบันครับ สนน.ค่าเข้าชม 500 เยน ครับ




หลังจากโดนฝนเล่นงานเกือบ ชั่วโมง เล่นไปไหนแทบไม่ได้แถมยังอยู่ในตัววัด หนาวก็หนาวฝนก็ตก โอ้ ไข้แทบจับ จากนั้นเราจึงเดินทางต่อไปจุดหมายคือ ศาลเจ้าเฮอัน ครับ


เอาราคาน้ำมัน ณ.เดือน 11 / 2007 ที่ญี่ปุ่นมาฝากครับ















ศาลเจ้า Heian ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พศ.2438 เพื่ออุทิศให้แก่จักพรรดิ์องค์แรกและองค์สุดท้าย เพื่อฉลองเกียวโตครบ 1100 ปี ครับ

เป้าหมายต่อไปคือวัด คิโยมิสึ หรือวัดน้ำใสที่คนไทยรู้จักมั๊ก ๆ ครับ วิธีไปจากศาลเจ้าเฮอัน จากป้ายรถเมล์ตะกี้นี้ด้วยสาย 100 ครับ (Kaihain Biju - Kiyomizu Michi) นั่งแปบเดียวสัก 6 ป้ายก็ถึงละครับ แต่วันนี้โชคดีครับ มีพี่สาวที่เป็นแอร์คนไทยพาคุณพ่อมาเที่ยวช่วยบอกทางเพิ่มอีกครับ ผมบอกแล้ว คนไทยใจดีครับ




เมื่อลงรถเมล์แล้วเดินอีกนิดนึงจะมีป้ายบอกทางเข้าแคบ ๆ 1 ทางเดินรถเข้าไปครับ ผมว่าทางนี้น่าเป้นทางลัดมากกว่าครับ อิอิ






ถนนเส้นนี้อัดแน่นไปด้วยร้านค้ากว่า 200 เมตร ก็มาถึงละครับ












วัด KiyomizuDera Temple ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พศ.1312 และถูกเสนอเป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ขอลโลคยุคใหม่ ปี 2008 ด้วยครับ แต่แห้วซะ

และที่วัดแห่งนี้คนไทยที่ซื้อทัวร์และไม่ซื้อทัวร์ต้องจัดเป็นโปรแกรมหลักเมื่อมาเกียวโตแน่ ๆ วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดน้ำใสเพราะมีน้ำที่ใหลออกมาจาก 3 รู ได้แก่ การศึกษา ความรัก และ สุขภาพครับ สนน.ค่าเข้า 300 เยนครับ









หลังจากจบโปรแกรม คิโยมิสึ เราก็เดินกลับทางเดิม ดุ่ย ๆ ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ เกือบ ๆ 2 กม. จนถึง ย่า กิองครับ Gion ครับ


หลังจากเดิน ย่านกิอองสักครูรู้สึกว่าตัวเอง จนเหลือเกินหรือว่า ค่ากินเค้าแพงสุดโต่งไปเลยแน่ ๆ เลย



แล้วเราก็เดินเข้าซอกย่าน PonChoko หลอนอีกแล้วครับ เพราะวันฝนตกเมาะแมะก็ได้ครับ



เนนนนนนนนนนนนนนนนนนนื่อง จาก เจ๊แกอยากได้แนวเสียตัวค์ จึงกลับไปเดิน ย่านซานโจ ที่ 2 วันก่อนมาไม่ค่อยทันอีกรอบครับ อิอิ






จบโปรแกรมวันนี้แล้วครับ วันนี้ เราเหนื่อยน้อยเลยหลอน คันเซนสักรอบก่อนบัตรเบ่งหมดอายุ ไปลงสถานีชินโอซาก้าแล้วต่อรถไปลงโอซาก้าอีกทีครับ ไปนอนก่อนนะครับ ฝันดีครับ




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 18 มิถุนายน 2551 0:51:22 น.
Counter : 788 Pageviews.  

1  2  3  4  

meecom
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add meecom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.