Group Blog
 
All Blogs
 

Phase 3 แม่ชีลอยน้ำ พลังแห่งศาสนาหรือเทคนิค???

28 กันยายน 2549

วันที่สามของการพักผ่อน ที่ กาญจนบุรี สำหรับอาหารบุฟเฟ่รสชาดพอใช้ได้แต่บริเวณที่กิน แจ่มมากเลยครับ แผนการเที่ยวของวันนี้ เราเลือกเที่ยวไฮไลท์ของกาญครับ เริ่มจาก สะพานข้ามแม่น้ำแควครับ


และแล้ว เราก็ถ่ายรูปในจุดที่ใครต่อใครก็มาถ่าย หุหุ


ว่าแต่รถไฟรางข้ามแม่น้ำแคว 20/คน นั่งได้ราว 15 นาที ก็ไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เลย ดูจากรถคันที่ถ่าย มีญี่ปุ่นนั่งเพียง 2 คนเท่านั้นครับ ที่เหลือก็เดินเอามันครับ


พอข้ามสะพานมาก็มาสะดุดช้าง จ้องจะกินตัวนี้ ซะจริง ๆ


ข้าง ๆ สะพาน กับพิพิธภัณท์สงคราม


มอไซ 2 แถวยังกะในหนังเลย


ตัดผมกันไม๊ครับ อิอิ


หรือจะทำฟันดีหละ


อ่ะไรก็ไม่เห็นภาพเท่า ปูนปั้นแบบนี้เลย ดูจากเชลยศึกใส่แค่ผ้าเตี่ยวกันอุจจาดเท่านั้นเอง


จากนั้นเราเดินทางต่อไปตามทาง 323 อีก 19 กิโล สู่ปราสาทเมืองสิงห์ครับ โดยมีค่า เข้าคนละ 20 และ รถคันละ 50 ครับ อยากบอกว่า บรยากาศข้างในร่มรื่นมาก ๆ เมื่อเที่ยบกับปราสาทตามกรุงศรีที่มีแต่อิฐกับหินอ่ะครับ


ด้านหน้าปราสาทที่ 1 ครับ


ตามเจ๊มาเล๊ยยยยย




ซุ้มประตู หรือโคปุระ เพิ่งรู้นะเนี่ย อิอิ


พระรูปนี้คงได้รับอิทธิพลมาจากพม่า นะครับ


ปราสาทหลังที่ 2 อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ สภาพนั้นพังทลายจนเกือบไม่เหลืออ่ะไรแล้ว


สภาพ ที่กรมศิลปากรบูรณะใหม่ ซึ่ง ตามโครงสร้างทั้ง 2 ปราสาทเหมือนกัน โดยปราสาท ที่ 2 นั้น สร้างหลังปราสาทแรกครับ


จากนั้นเราเลือกเส้นทางรองเล่นซะหลงไป สอง สามรอบ กว่าจะถึงจุหมายของเรา สู่. . . วัดมังกรทองครับ


ทางขึ้น สวย และสูงงงงง มากครับ


พอขึ้นมาจะเห็นสิงโตครับ

จากนั้นเราลงมาดู การแสดงแม่ชีลอยน้ำ วันนี้คนน้อยมาก เรียกว่าไม่มีคนจะดีกว่า ยังนึกว่ามาผิดวัดซะอีก การแสดงจะต้องซื้อบัตรเข้าชมคนละ 10 บาท แต่. . . เมื่อไม่มีคนก็ต้องเหมารอบ ตั้ง 200 แหละ เอา วะ มาละนี่ ตามนี้เลยครับ . ....


เตรียมตัวไหว้ครู พร้อมการแสดงส่วนตั๊ว ส่วนตัวของผมครับ


ระวัง . . . เตรียมตัว


ลอยแล้วครับ ~~~ โอ้แม่เจ้า


ไม่ไช่แค่ลอยนะครับ ยังทำท่าทางต่างๆ ด้วย









ลืมบอกไปครับว่าน้ำนั้นลึกกว่า 2 เมตร 50 เลยทีเดียวอ่ะครับ

จากนั้นเราก็เดินทาง ต่อไป จริงแล้วจะไปถ้ำแก้วเพื่อดูหินย้อยหลากสีแต่ . . . เห้นวัดทางขวาที่โดดเด่นเสียเหลือเกิน วัดนั้นคือ วัดถ้ำเสือครับ



ศาลาด้านหน้า ก่อนขึ้นข้างบนครับ


ขณะนี้เรา อยู่ที่ The Peak เพื่อไป Peak Galeria


ปั๊ดดดด โธ่ เมืองไทยก็มีรถกระเช้าราง สนนราคา ขึ้นลง คนละ 10 บาทเท่านั้นครับ


ตอนนั่งรถ สั่นดุบ ๆ ๆ ยังเสียว ๆ เลย


สูงพอตัวเหมือนกันนะครับ





องค์พระประธาน ใหญ่และสวยมากครับ


ไม่ไช่แค่สถานที่ องค์พระ แต่ข้างบนกับทุ่งนานี่สิ สวยจริง ๆ


โอ้ โห วัดนี้อลังการงานสร้างมาก เพราะสามารถเห้นวัดนี้ได้ไกลเป็นสิบกิโลเลย ขนาดทางเข้ากันดานซะขนาดนั้น


ถ้าอยากวัดกำลังขา ต้องลองขึ้น บรรไดนี้ดูครับ หุหุ


ก่อนกลับ ครับ ...


สุดท้ายและท้ายสุด จากรูปนี้อยากบอกเพียงว่า. . . ถ้ามีพระที่ขยันแบบนี้ คงไม่มีข่าว คาว พระหรอกครับ




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2549    
Last Update : 1 ตุลาคม 2549 2:26:13 น.
Counter : 1083 Pageviews.  

Phase 2 ย้อนรอย เส้นทางมรณะ

27 กันยายน 2549

วันที่สองของการเที่ยวในหน้าฝนที่น่าเบื่อ เพราะ แทบถ่ายไม่ได้เพราะกลัวกล้องพัง เช้าวันที่ 2 ต้องตื่นเช้ามาทานข้าว ชอบ ที่รีสอร์ทนี้ตรง รายการอาหารที่นี่ เรียกว่า ติไม่ได้ ให้เต็ม 10 อร่อยกว่าร้านอาหารดัง ๆ เสียอีก ดังนั้นแล้วจึงทำให้พุงที่โต 6 เดือน ตอนนี้เป็น 7 เดือนแล้ว แย่ะมัด ลองคิดดูสิ ก็เล่นกับข้าว 5 อย่าง น้ำแกง 1 ถ้วย ข้าวหอมมะลิ ที่ไม่ธรรมดาก็คือ ไม่อั้นครับอยากเติม ๆ ไป โอว ๆ ๆ ๆ แล้วยังมีตบท้ายด้วย ผลไม้ 2 อย่าง

ลองคิดดดูสิครับ 4 มื้อ หลัก ๆ ไม่อ้วนให้รู้ไป อ่ะ ต่อ ๆ รูปวันที่สองดีกว่า ...


วันนี้อาหารเช้าจากเจ้านี่ . . .เอ้ย~ เจ้านี่รอขอกินอยู่เลย


ที่นี่คือโรงอหารอีกจุดนึง จากโรงอาหารใหญ่ ซึ่งน่าจะเป้นจุดที่สวยที่สุดของที่นี่เพราะอยู่ริมแม่น้ำแควครับ


ด้วยความอ่อนในการถ่ายรูปจึงได้ภาพไม่โดนเล๊ยยยย

หลังจากที่ทานข้าวจนอิ่ม เวลา 9.30 น. มีรถตู้ ของทางรีสอร์ทนำเที่ยวรอบ ๆ ครับ ดังต่อไปนี้


อยากบอกว่าจำชื่อไม่ได้แต่เป็นน้ำตกที่อยู่ภายในบริเวณรีสอร์ท ครับ


อนุสรณ์สถาน เซอร์เอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นเพื่อนของเจ้าของที่นี่ ที่สำคัญเป็น หนึ่งในผู้สร้างทางรถไฟสายมรณะ เป็นคนชาวออซซี่ได้กลับมาเที่ยวเมืองไทยได้ล่องแพ และขึ้นมาหาเบียร์กินจนเป็นที่ถูกคอกับเจ้าของที่นี่และได้มอบรูปภาพ และ สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับความโหดร้ายของของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อเชลยศึกไว้ ซึ่งในตอนนี้ ชายผู้นี้ไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว แต่ได้ทำการลอยอังคารอัฐฐิไว้ ณ. ริมน้ำแห่งนี้


รถไฟที่ปลดระวางแล้ว จากสถานีรถไฟมักกะสัน มาเติมเต็มที่นี่ เค้าว่าค่าขนส่ง ล่อไปเป็นล้านเลยครับ


หนึ่งในปรัชญา ที่ยังใช้ได้ถึงคุณค่าของชีวิต


ภาพแสดงถึงการทำโทษเชลยศึกที่ทำงานหนักไม่พอ


ที่พักในสมัยปี พศ.2486 ท้ายซ้ายเป้นโรงครัว และที่เหลือคือกระท่องผ่าตัด


สภาพค่ายโรงพยาบายที่ช่องไก่ ผู้ป่วยโรคค่อย ๆ ตายจากไป อย่างทรมาน


หนึ่งในโรคร้ายที่มาจากความสกปรกคือ อหิวาตกโรค เยียวยาโดยใช้น้ำเกลือเข้าเส้นเลือดโดยเอามาจากขวดและท่อยางจากเครื่องใช้หูฟัง



ต่อจากโรคข้างบน คือโรคแผลเน่าเปื่อย ที่ระบาดอย่างหนักโดยไม่มียารักษาและผ้าพันแผลเลย


ขาเทียมในสมัยนั้น ซึ่งการรักษาโรคนี้ต้องตดสถานเดียว และโอกาศรอดเพียง 20% เท่านั้นเอง


เตียงผ่าตัดจำลองขึ้นมาในสมัยญี่ปุ่นแพ้สงครามแล้ว


และ. . .เป็นเพียงแค่เศษส่วนเดียว จาก พิพิธพันธ์แห่งนี้ สงสัยว่าต้องเสียตังมาพักเพื่อดูเอาเองนะครับ อิอิ
จากนั้น เราก็เดินทางออกมาจาก อนุสรณ์ทางรถไฟสายมรณะ อ่ะ พอละ ๆ มาดู อ่ะไร สบายตามั่งดีกว่า


ต้นไก่ฟ้า ส่วนใหญ่มันจะไปอยู่บนต้น ปีนถ่ายมะไหวครับ


ต้น มิกกี้เมาส์ ครับ


เค้าเรียกว่า กุหลาบหินหรือเปล่าครับ


อันนี้ไม่รู้ครับ ใครรู้ช่วยบอกทีครับ


ส่วนต้นนี้ก็ไม่รู้จักเหมือนกันครับ 5 5 5


เมื่อเสร็จการทัวร์รอบ ๆ โฮมพุเตยแล้ว ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง จึงได้จัดกระเป๋าเพื่อเช็คเอาท์เตรียมอำลาที่นี่ สถานีต่อไป คงไถล ไปเรื่อย ๆ จากที่นี่ ไช่แล้ว .. . น้ำตกไทรโยกน้อย


น้ำตกไทรโยกน้อย อากาศอบ แต่น้ำเย็นเจี๊ยบบบบบ ปล.ที่นี่มีเกี๋ยวเตี๋ยวน้ำตกของแท้ด้วยแหละ


จากนั้น จึง เดินตามเส้นทางขึ้นเหนือไปทาง ตะวันออกเฉียงเหนือสู่ น้ำตกเอราวัณครับ


สู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณครับ มีค่าเข้าคนละ 40 บาท และรถยนต์คันละ 50 บาทครับ


น้ำเย็นเชี๊ยบบบบบ สีกำลังน่าโดดซะจริง


ปลาพลวงครับ ปลาพลวง ลวก ปิ้งได้ ตัวละ 5000 เองครับ


เนื่องด้วยเรา กว่าจะมาถึงก็ปาเข้าไปเกือบ บ่าย 3 กว่า ๆ แล้ว จึงไปได้แค่ชั้น 3 เอง เพราะเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะจับโยนออกไป ครับ จุดหมายต่อไปของเรา คือ เขื่อนศรีนครินทร์ ครับ


มาละก็ต้องปักเสาไว้เป็นหลักฐาน


องค์พระ ด้านเหนือสุดของเขื่อน


เขื่อนนี้จะทำการกั้นน้ำจากแม่น้ำแควใหญ่ และทำการปล่อยน้ำออกจางปล่องนี้เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าครับ


วันนี้น้ำในเขื่อนค่อนข้างสูงมาก(หรือปรกติ???) ดูจากเกจน้ำอยู่ที่ 156


หลังจากที่ออกจากเขื่อนศรีนครินทร์ ฝนก็กระหน่ำซัมเมอร์เซลแบบไม่ลืมหูลืมตา จึงไม่สามารถเที่ยวได้แล้ว เซ็งจริง ๆ จึงได้ ลู่เข้าตัวเมือง หาอ่ะไรลงท้องเสียที

ว่าแล้วเราก็เลือก กินร้าน ชุก กะ โดน เพราะ ร้านนี้ดังที่สุดแล้วครับ แต่เสียดายจังที่ไม่ได้ถ่ายรูปร้านเอาไว้ ส่วนเรื่องราคากับรสชาดถือว่าใช้ได้ ผมว่าร้านนี้ เจ้าของร้านค่อนข้างหัวพัฒนาดีจัง อย่างเช่น สั่งอาหารด้วย Pocket pc ผ่าน wireless lan หลังคาแพเปิดได้ยังกะสนามบอลเมืองนอก แถมด้วย plasma 50" หรูจริง ๆ แต่ต้มยำเห็ดโคนหม้อนึงเกือบ 300 แหนะ

หลังจากที่อิ่มจังตังหายไป 700 ก็คิดว่าจะหาแพนอน แต่เหมือนจะหาไม่ได้ดังใจ สุดท้ายลงเอยที่ โรงแรมริเวอร์แคว ห้องพิเศษ 1290 + บุฟเฟเช้า (ลืมถ่ายรูปมาอีกแล้ว) แต่ ภาพรวมดี น่านอนดีครับ เสียตรงด้านหน้าโรงแรมเป็นเธค เสียงจะดังมาก แต่มนเพลียมาก ๆ เลย หลับละ คร๊าบบบบบบบบบบบบบบ




 

Create Date : 30 กันยายน 2549    
Last Update : 1 ตุลาคม 2549 0:54:03 น.
Counter : 621 Pageviews.  

Phase 1 ลางบอกเหตุวันฟ้าหม่น

โอ๋ ๆ ๆ ๆ อย่าเพิ่งตกใจกับหัวข้อนะครับ อาจจะเวอร์ไปหน่อยที่เค้าบอกว่า จะไปช่วงนี้จริงหรอ ดูพยากรณ์อากาศบ้างไม๊ พายุโซนร้อน . . . เข้ามาสูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับ น้ำเหนือเริ่มไหลลงสู่ภาคกลาง ทำให้ จ. อยุธยาบางส่วนจมกว่า ครึ่งเมตรแล้ว

ปั๊ดโธ่. . . รู้รึเปล่าว่าความอยากเที่ยว + ความงก เพราะไปซื้อ แพคเกจโฮมพุเตย 2 วัน 1 คืน มาให้ ท่านแม่ แต่ท่านไม่นิยมนั่งรถไกล ๆ เลยต้องไปซะเอง

26 กันยายน 2549

ออกเดินทาง 9.30 น. ตามทางด่วนขั้นที่เท่าไรไม่เคยรู้ ลงพระราม 2 สุดพระราม 2 ชิดซ้าย เพื่อเลี้ยวขวาเข้าเส้นบางแค แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้น เพชรเกษมที่แสนรถติด


เลยแวะไหว้พระปฐมเจดีย์ซะเลย



ความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังบอกถึงการสร้างประปฐมเจดีย์องค์ปัจจุบันทับองค์พระปฐมเจดีย์องค์ก่อน



อีกภาพ. . .อีกหลายด้านกำลังบูรณะอยู่ครับ



ลืมทำหน้าหล่อเลย มีแมวมองอยู่ อิอิ



พระพุทธรูปปรางค์ห้ามญาติ(หรือเปล่า) แต่งามมาก สังเกตุดี ๆ จะมีเส้นลวดเค้าไว้กันนกเข้าไปทำรังด้วยครับ



ศาลาองค์พระคู่เจดีย์นครปฐม


เวลาได้ล่วงเลยไปถึงเที่ยงเศษ กลัวจะไปกินข้าวฟรีไม่ทันบ่าย 2 จึงเดินทางต่อ ~~>ผ่านสมุทรสาคร ~~>ผ่านรชบุรี ~~>ผ่านเข้าสู่กาญจนบุรี เร็วมาก แต่จากกาญจน์ เข้าเส้นทาง ถนน หลวงเบอร์323 จากตัวเมืองกาญจน์ สู่ อ.ไทรน้อย อยากบอกว่า โค ตะ ระ ไกล ... หายเลย กว่าจะไปถึงจุดหมายได้ ล่อไปเกือบ 2 โมง ครึ่ง สังเกตุดี ๆ ต้องผ่าน น้ำตกไทรโยกน้อยก่อน แล้ววิ่งไปอีก 7-10โล ไกล้ๆทางเข้าจะเป้น โรงเรียน บ้านพุเตย และวัดพุเตยครับ ส่วนทางเข้าค่อนข้างชันหน่อย ถึงชันมาตรฐาน


แล้วเราก็มาถึง โฮมพุเตย แว๊วววววว



อาหารมื้อแรก ถึงจะเลยเวลาไปเกือบ ชั่วโมง แต่ทางรีสอร์ทเห้นความอดโซของเราไม่ไหว คงกลัวว่า เดี๋ยวมันจะกินพนักงานแทน









นับว่า โชคดีจริง ๆ เมื่อวันก่อนโทรไปจองห้อง เค้าบอกว่าไม่มีแบบติดแม่น้ำ ตอนมาถึงได้นี่เลย . . . ห้อง เบอร์ ๕ ริมน้ำแถมมีเก้าอี้แขวน อีก ชอบจริง ๆ แต่ ติตรงสภาพห้องค่อนข้างโทรม ถึงมีฝักบัวเบบเอาท์ดอร์ ว่าแต่ใครละครับจะกล้าไปอาบ ลองดูรูปต่อไปสิครับ ตัวแบบนี้แต่ รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ทวด ลูห หลาน พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา เต็มห้องเลยขนาดคนไม่กลัวอย่างผมยัง...บรื๋อเลย ส่วนอ่างน้ำที่ทำจากไม้ไอเดียดีแต่ เรื่องงานทำความสะอาดไม่ได้เรื่องเลย แต่ริมระเบียง นี่แจ่มมาก + อากาศร้อนชื้น สายแดดออก บ่ายฝนตก แต่อบมาก รวม ๆ ถือว่า ใช้ได้ครับ
คะแนนที่พัก
ความสะอาดภายนอก 9
ความสะอาดภายใน 7
ที่นอน 6
ห้องน้ำ 5
บรรยากาศ 9
ความปลอดภัย 9
ราคา 8
การบริการ 9
สรุปคะแนน = 7.75


ทากจัง รุ่นหลานกำลังน่าอุ้ม



หนึ่งในฉากเก้าอี้ในเรื่องอุ้มรักงัย


หูกวางครับแต่ฉากหลังงามจริง ๆ


สระน้ำอยู่ทางกราบขวา ใกล้ที่พักเจ้าของครับ


ไม่แน่จัยว่า มันคือ ดอกหน้าวัวหรือเปล่า


สระน้ำพร้อมเรือถีบและเรือพาย(ซึ่งไม่ได้อยู่ในรูป)


อยากบอกว่ามาสระน้ำเพราะอาหารว่างปรากฏว่าไม่เห้นเจ้าหน้าที่ซักคนเลยหง่าวเลย


ดังนั้นแล้ว จึงแฮ๊บจักรยานไปปั่นรอบ ๆ ดีกว่า


อ๊ะ !!! หรือจะขี่ม้าเลยดี




 

Create Date : 30 กันยายน 2549    
Last Update : 30 กันยายน 2549 19:35:19 น.
Counter : 627 Pageviews.  


meecom
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add meecom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.