Bloggang.com : weblog for you and your gang

<<="WiTh LoVe and SquAlor"=>>

Group Blog

 
<<
พฤษภาคม 2549
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 พฤษภาคม 2549

 
All Blogs

 

 

"หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว"คุณภาพที่แปรผันตามจำนวนหน้า



One Hundred Years of Solitude : หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ถ้าพูดกันตามหัวข้อที่ว่าคุณภาพแปรตามจำนวนหน้า อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับหนังสือดี เล่มโตเล่มนี้ จริงๆแล้วเราก็ยังอ่านไม่จบหรอกค่ะ คงต้องให้เวลาพอสมควร แต่ความประทับแค่ครึ่งเล่มนั้นก็การันตีหนังสือได้แล้ว แค่เราการันตีคงไม่เพียงพอ รางวัลโนเบลเลยมาช่วยอีกแรง ซึ่งการที่ กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ได้รับรางวัลโนเบล มีคนว่ากันว่าเขาได้รับจากหนังสือเล่มนี้โดยตรง!!และได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกต่อนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่

ต่อไปขอยกมาจาก manger online นะคะ ขอบคุณที่มาด้วย
"หนังสือเล่มนั้นก็คือ One Hundred Years of Solitude (ฉบับภาษาไทยใช้ชื่อว่า “หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว”) ของกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ นักเขียนเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมจากประเทศโคลัมเบีย

โดยเค้าโครงคร่าว ๆ แล้ว นิยายยิ่งใหญ่เรื่องนี้เล่าถึงจุดเริ่มต้นกระทั่งสิ้นสุดของบรรดาตัวละครในตระกูลบูเอนดิยาหลายชั่วอายุคน (รวมระยะเวลาทั้งสิ้นในเรื่อง ครอบคลุมประมาณหนึ่งร้อยสี่สิบสามปี) พร้อม ๆ กันนั้นก็บอกเล่าถึงจุดกำเนิด ความรุ่งเรือง เสื่อมโทรม จวบจนล่มสลายในบั้นปลายท้ายสุดของเมืองที่ชื่อว่า “มาคอนโด” ควบคู่ไปด้วย

ตลอดความยาวของนิยายร่วม ๆ เจ็ดร้อยหน้า เต็มไปด้วยตัวละครและเหตุการณ์มากมาย จุดใหญ่ใจความของ One Hundred Years of Solitude อาจสรุปคร่าว ๆ ได้เหลือเพียงแค่ว่า สะท้อนถึงชะตากรรมวิถีชีวิตของตัวละครหลาย ๆ ชั่วอายุคนที่มีลักษณะวนเวียนมาบรรจบซ้ำเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับว่า “ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น” ได้อย่างมหัศจรรย์พันลึก

ถัดมาก็คือ การแทรกใส่รายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ นานาที่เต็มไปด้วยความ “เหนือจริงแบบสมจริง” เข้ามา จนทำให้นิยายเรื่องนี้มีสีสันโลดโผนน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

“ความเหนือจริงแบบสมจริง” นั้น ถือได้ว่าเป็นลักษณะเฉพาะตัวของวรรณกรรมแถบถิ่นละตินอเมริกา อธิบายอย่างรวบรัดก็คือ เต็มไปด้วยรายละเอียดมหัศจรรย์สารพัดชนิด ที่เข้ามาพัวพันข้องเกี่ยวกับวิถีชีวิตของตัวละคร (ยกตัวอย่างเช่น ผู้คนทั้งเมืองเกิดอาการนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี เกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องไม่ยอมหยุดถึง 4 ปี หรือวิญญาณของคนตายสามารถปรากฏตัวติดต่อสื่อสาร กระทั่งถึงขั้นใช้ชีวิตร่วมอยู่ในโลกของคนเป็น)

เงื่อนปมสำคัญของ “ความเหนือจริงแบบสมจริง” ก็คือ เมื่อไรก็ตามที่เกิดเหตุการณ์ “ไม่ปกติ” ขึ้น บรรดาตัวละครก็ยังเผชิญหน้ากับ “ความแปลก” เหล่านั้น ด้วยความรู้สึกเป็นปกติ หรืออาจจะเอะใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับ “สติแตก” (ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ควรจะรู้สึกเช่นนั้นนะครับ) ต่อความผิดเพี้ยนทั้งหลายทั้งปวง

มาร์เกซใช้ลักษณะเหนือจริงดังกล่าว ทำให้นิยายของเขา มีเสน่ห์ดึงดูดชวนติดตามอย่างล้นเหลือ พร้อม ๆ กันนั้นก็ดูเหมือนว่าจะทำหน้าที่สำคัญคือ “แต้มเติมสีสัน” ขับเน้นขยายความ “ส่วนที่เป็นจริง” ให้เข้มข้นเด่นชัดขึ้น (เช่น แทนที่จะบอกว่าตัวละครกำลังตกอยู่ในภาวะเศร้าโศกเสียใจ ก็อาจจะใส่รายละเอียดเหนือจริงบางอย่าง ให้ตัวละครเลิกพูดหยุดยิ้มไปชั่วชีวิต เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงระดับของความรันทดถึงขีดสุด เป็นต้น)

นอกเหนือจากการใช้ความเหนือจริงเพื่อขับเน้นสิ่งต่าง ๆ ให้มีลักษณะสุดขั้วสุดโต่งแล้ว ดูเหมือนว่ามาร์เกซยังใช้ความเหนือจริงเหล่านี้ เพื่อหวังผลในเชิงเปรียบเปรยอุปมาอุปไมย (คล้าย ๆ กับผมรู้สึกร้อนมาก แต่พูดให้เกินจริงว่า “ร้อนราวกับแดดกำลังจะเผาเมฆให้กลายเป็นถ่านเถ้า” อะไรทำนองนี้ล่ะครับ) ให้เห็นถึงสภาพความเป็นมาเป็นไปในประวัติศาสตร์ของประเทศแถบละตินอเมริกา

ที่ยอดเยี่ยมมากอีกอย่างก็คือ มาร์เกซเขียนนิยายเรื่อง One Hundred Years of Solitude ด้วยลีลาการเดินเรื่องแบบรวบรัดฉับไว มีความเคลื่อนไหวคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา และเล่นกับการเหลื่อมซ้อนของมิติเวลา (เช่น กำหนดให้ 2 หรือ 3 เหตุการณ์เกิดขึ้นเหลื่อมซ้อนในช่วงเวลาไล่เรี่ยใกล้เคียงกัน) รวมถึงการสลับตำแหน่งบอกเล่าผลลัพธ์ก่อน แล้วจึงค่อยย้อนกลับไปเล่าตั้งแต่เริ่มต้น (ลักษณะเช่นนี้ศัพท์ทางวรรณกรรมเรียกกันว่า foreshadow นะครับ)

ฟังดูแล้วก็เหมือนกับว่า จะเป็นนิยายที่ซับซ้อนอ่านยากเข้าใจยาก แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น One Hundred Years of Solitude เป็นวรรณกรรมอมตะขึ้นหิ้งคลาสสิคอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมเห็น “อ่านง่าย” และสนุกชวนติดตามเหลือเกิน (ความน่าเหน็ดเหนื่อยเพียงอย่างเดียวก็คือ ตัวละครและเหตุการณ์ช่างเยอะแยะมากมายเหลือเกิน มิหนำซ้ำชื่อตัวละครในตระกูลบูเอนดิยา ยังนิยมตั้งชื่อลูกหลานตามชื่อบรรพบุรุษ ส่งผลให้เกิดสภาพ “ชื่อซ้ำ” กัน)

พ้นจากนี้แล้ว ก็กล่าวได้เต็มปากว่า One Hundred Years of Solitude เป็นนิยายที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และหยิบยื่นประสบการณ์อัน “สุดพิเศษ” ที่น่าประทับใจจนลืมไม่ลง (ผมคิดว่าปัญหาเดียวที่ทำให้บางท่านอ่านนิยายเรื่องนี้แล้วงุนงงไม่รู้เรื่อง อาจเกิดจากความพยายามที่จะตีความ “ส่วนที่เหนือจริง” ซึ่งผมไม่คิดว่ามันจะทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ แต่มองว่ามันเป็นแค่การขยายความเพิ่มสีสันในเชิงเปรียบเปรยเสียมากกว่า)

ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบนิยายเรื่องนี้ อย่างน้อยที่สุดนี่เป็นนิยายที่สมควรได้ลองอ่านสักครั้งในชีวิต เพื่อจะได้พบว่า “เรื่องพิลึกพิลั่นอย่างนี้ก็มีในโลก"


เดรดิต manger online ขอบคุณอีกทีค่ะ เรามีความรู้สึกแบบนี้แหละ แต่เราเขียนให้เข้าใจด้วยถ้อยคำสวยๆไม่ค่อยเป็นอ่ะ

ย้ำอีกที หนอนหนังสือทั้งหลาย ผู้นิยมหนังสือดีมีคุณภาพ นักอ่านทุกท่าน หรือใครก็ตาม ถ้ามีเวลาอย่าลืมสละมาเพื่อเล่มนี้นะคะ

 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2549
Last Update : 11 พฤษภาคม 2549 13:02:49 น.
9 comments
Counter : Pageviews.

 

ขอถามด้วยความเกรงใจ ...
ตรงไหนเป็นข้อความจาก Manager
ตรงไหนเป็นข้อความของจขบ. คะ?

อ่านแล้วงง ในวงเล็บมีทั้ง ค่ะ ทั้ง ครับ

แนะนำให้เปลี่ยนสีฟ้อนต์ เพื่อให้อ่านง่ายค่ะ

 

โดย: ยาคูลท์ IP: 58.136.98.93 11 พฤษภาคม 2549 4:57:52 น.  

 

เห็นด้วยกับข้างบนค่ะ
อ่านไปๆ ก็งงว่าอันไหนความคิดคุณ
อันไหนคือเอามาจากผู้จัดการ

และขอบคุณที่คุณบอกที่มาของบทความ

คุณภาพที่แปรผันตามจำนวนหน้า
หมายความว่า ยิ่งหน้ามากขึ้นยิ่งอ่านสนุกขึ้นใช่ไหมคะ

 

โดย: grappa 11 พฤษภาคม 2549 8:10:18 น.  

 

มีคนบัญญัติศัพท์ magical realism ไว้อย่างตรงตัวและเข้าใจง่ายกว่านี้ว่า สัจจนิยมมหัศจรรย์ ค่ะ เราว่า magical มันไม่ใช่ความ "เหนือ" จริงนะ

 

โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) 11 พฤษภาคม 2549 12:38:18 น.  

 

ให้เปลี่ยนสีฟร้อนใช่มั้ยค่ะ จัดห้ายยยย
ที่จริงของ จขบ.เขียนนิดหน่อยเอง เหอๆ

 

โดย: Demontage 11 พฤษภาคม 2549 12:57:33 น.  

 

ลืมบอกไปคุณภาพแปรตามจำนวนหน้าจะหมายความตามคุณ grappa บอกก็ได้ หรือจะบอกว่าคุณภาพของหนังสือมีคุณภาพมากๆเหมือนความหนาของหนังสือก็ได้ค่ะ เอาเป็นว่าหนังสือดีล่ะกันเน้อ

แล้วก็ขอบคุณที่ติงกันมาค่ะ ปรับปรุงให้แล้วหวังว่าคงดีขึ้น

 

โดย: Demontage 11 พฤษภาคม 2549 13:06:39 น.  

 

เอ่อ...เท่าที่ทราบมา
จำนวนหน้าที่เพิ่มขึ้น(จากเมื่อก่อนที่เคยพิมพ์มาแล้ว)เพราะมีการเปลี่ยนฟอร์น ปรับช่องไฟตัวอักษร
แต่คนที่เคยอ่านเล่มเก่า+เล่มใหม่ บอกว่าไม่ต่างกัน
แต่...เราก็ยังไม่ได้อ่านอ่ะ

 

โดย: สายลมอิสระ 11 พฤษภาคม 2549 20:18:09 น.  

 

เล่มนี้ได้ยินกิตติศัพท์มานาน แต่ก็ทำใจให้อยากอ่านไม่ได้เลยไม่ว่าจะได้รับคำวิจารณ์ที่ดีขนาดไหน รู้สึกว่าไม่ใช่แนวมั้งคะ

 

โดย: L.I.R.A. 12 พฤษภาคม 2549 9:42:57 น.  

 

ถ้าชอบหนังสือแนวหนักหัวกินแรงแบบนี้ แนะนำให้อ่าน "อ่าน(ไม่)เอาเรื่อง" ของอ.ชูศักดิ ภัทรกุลวณิชย์ค่ะ ไม่ใช่นิยาย แต่เป็นรวมบทวิเคราะห์วรรณกรรมหลากหลายตระกูลอย่างน่าสนใจและอ่านสนุก มีวิเคราะห์เรื่องนี้ด้วยค่ะ

 

โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) 13 พฤษภาคม 2549 19:55:51 น.  

 

ไปหยิบยืมห้องสมุดมาอ่าน เพิ่งจบเมื่อเร็ว ๆ นี้ ชอบมาก ตอนนนี้กำลังหาซื้อเก็บไว้ .......

 

โดย: นนท์ IP: 124.121.45.173 16 มิถุนายน 2550 19:59:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Demontage

Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

<<="OrdiNary OnE"=>>

"Life is like a box of chocolates... you never know what you're gonna get" --Forrest Gump(1994)--


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com


 
Friends' blogs
[Add Demontage's blog to your weblog]
Links