Time may change my life, But my heart remain the same to you, Time may change your heart.. my love for you never change.
Group Blog
 
All Blogs
 

โครงการปล่อยกะเหรื่ยงไทย ไว้ในเปรู....ภาคจบ

กลับบ้านกันดีกว่า..

วันสุดท้ายของการทำงานซะแร้ววว วันนี้ต้องทำงานหนักหน่อย เริ่มด้วย มื้อเช้า แบบ อเมริกาโน่ เหมือนเดิม (ไม่อร่อยเหมือนเดิม ) แต่วันนี้เริ่มด้วยการเพิ่ม ไข่ดาว กะ เบคอน แล้ว ก็ ฮอทดอก ซะหน่อย ปิดท้ายด้วย โยเกิร์ต 1 แก้ว เหอ ๆ วัยรุ่นไทยสดใสด้วย โยเกิร์ต แล้ว ก็ไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ (ดูรูป เพราะเป็นภาษาสเปน) เหมือนจะจับใจความว่า สตาร์วอร์ส เค้าจะสร้างภาคต่อจากภาค 3 ใหม่ (มั้ง อ่านไม่ออกน่ะ แต่กลิ่นมันว่ายังงั้น รอดูต่อไป) นั่งรอเจ๊กุย อยู่ เก้าโมงกว่า ยังไม่มาอีก เก้าโมงเกือบครึ่งถึง จะโผล่มาได้ พร้อมกับรถส่วนตัว ฮุนได รุ่นไร ก็ไม่รู้ พร้อมจะไปทำงานกันได้ โก โก โก ลุยเลยเจ๊....



หลังจากทำงานสำรวจห้างเปรูแล้ว ก็พบว่าราคาพอ ๆ กันกับสินค้าเมืองไทย ไม่แตกต่างกันมาก และแล้ว ก็ อาหารกลางวันดีกว่า วันนี้เจ๊กุย ทิ้งท้ายด้วยไป บุฟเฟต์ ริมทะเล เหอ ๆ แต่ว่าเค้ากินกัน 3 รอบ มีรอบ appetizer ,main dish
แล้วก็ dessert แต่ข้าพเจ้า appetizer ก็ จะตายแล้ว ไอ้เรามันเด็กบ้านนอก กินบุฟเฟต์ไม่ค่อย เป็นหรอก แต่ถ้า หมูกะทะละก็ พอไหว นะ... ตอนแรกตกลงกะเจ๊กุย ว่าจะให้พาไปซื้อของฝากประมาณ local ของเปรู แต่ดันไปจำได้ว่าเครื่องบินออกตอนสี่โมงเย็น กว่าจะกินข้าวกันเสร็จ ก็บ่ายสองแล้ว เจ๊กุย เลยต้อง บึ่งฮุนได คู่ใจไปเอากระเป๋า ที่ออฟฟิศ รีบแทบตาย แต่ พอดูตั๋ว จริง ๆ หกโมงเย็น นี่ฝ่า...
เซ็งเลย ไปหน้าแตกอยู่ที่โน่น แถม ของฝากก็ไม่ได้อีก มาซื้อที่สนามบิน ก็ แพง ซะเหลือเกิน (พี่จะเอาเงินไปสร้างอนุสาวรีย์หรือไงกันเนี่ย)


มาถึงเรื่องหน้าแตกรอบสองกันดีกว่า ก็ไอ้ตั๋วเครื่องบินนี่อีกล่ะ ก็ฟอร์แมต ของ KLM มันเป็นมาตรฐาน พิมพ์ไว้เลยว่า ช่องที่นั่งจะพิมพ์ตรงไหน ชื่อใครตรงไหน แต่พ่อเจ้าประคุณที่เปรู นี่สิ ดันไปใช้ฟอร์แมต ไหนก็ไม่รู้ ดันพิมพ์ที่นั่งไปอยู่ ซะข้างล่าง ไอ้เราก็ไม่รู้เรื่อง (ความจริงเค้าบอกแล้ว แถมวง ด้วยปากกาให้ด้วย แต่ฟังไม่รู้เรื่องน่ะ) ขึ้นเครื่องก็เลย นั่งที่ผิดตามระเบียบ (ดันมีที่ว่างให้นั่งด้วยนะ) ทะเลาะ กับฝรั่งแป๊ปนึง เราแพ้เช่นเคย ก็ตั๋วมันดันพิมพ์แบบนั้นทำไมเล่า


อัมสเตอร์ดัม รอบสอง
หลังจากดูหนังเล่นเกมส์บนเครื่องครบ 13 ชม. ก็มากึง อัมสเตอร์ดัม จนได้เวลาประมาณบ่ายสอง เครื่องต่อไปออกกี่โมงหว่า?? เหอะ ๆ ๆ สองทุ่มสี่สิบห้า แล้วตรูจะไปทำไรฟระเนี่ย...... เดินเล่น นอนหลับ อ่านหนังสือ ก็แล้วก็ยังไม่มีไรทำ (ตอนนั้นไม่รู้ว่ามี วีซ่าวันเดียว ไม่น่าโฮ่เลย ก็อย่างว่า ข้ามันกะเหรี่ยงนี่หว่า) และแล้ว ก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องจนได้ สองทุ่มครึ่งแล้วถอดข้าวของเตรียมตัวตรวจเช่นเคย .... ผ่านฉลุย (ก็ผ่านเครื่องตรวจมาหลายรอบแล้วนิ อิ อิ) มานั่งดู คนอื่นเค้าถูกตรวจกันอย่างถึงพริกถึงขิงดีกว่า... เหอะ ๆ

อันนี้ถ่ายตอน 3 ทุ่ม (ยังสว่างอยู่เลย แล้วจะมืดกันกี่โมงเนี่ยสหาย)

ขาสุดท้ายเนี่ย กระวนกระวาย กว่าทุกครั้งเพราะว่า อยากจะกลับบ้านจะแย่แล้ว กินข้าวก็กินไม่ลงมันเบื่อมั่ก ๆ อาหารฝรั่งเนี่ย... ที่พอคุยกันได้ก็ ไวน์แดงนี่แหละ เหอ ๆ จัดมา 1 ขวดเล็ก หลับยาวไป 6 ชม.รวด ตื่นมาอีกทีจะถึงแล้ว รู้งี้ กินทุกไฟล์ท ดีกว่า เหอ ๆ..... มาถึงสุวรรณภูมิ รู้สึกดีใจแล้วก็ภูมิใจ เพราะสนามบินเราสวยกว่าที่อัมสเตอร์ดัม แล้ว ก็ ลิม่า มาก... ดูภูมิฐานแล้วก็ทันสมัยในตึกเดียวกัน รู้สึกภูมิใจมาก แต่ก็ต้องมาห่อเหี่ยวกับการจัดการภายใน ที่มมันดูจะไม่สะดวกไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะสายพานลำเลียงกระเป๋า (จะสูงไปถึงไหน ใครเอาของแตกได้ใส่กระเป๋ามา ก็ทำใจไป) หรือป้ายบอกทางที่ ไม่รู้จะหวงไปทำไม หรือกลัวเดินถูก สุดท้ายก็มายืน ยิ้มแห้ง ๆ กับ สีปูนดิบ ความจริงสีนี้สวยนะ ถ้า ไม่มีคราบน้ำ เป็นวง ๆ อ่ะ เหอ ๆ ๆ
แต่ยังไงก็ ประเทศไทย เอาใจช่วยกันไป .... กลับมาถึง ก็ดีใจสุด ๆ ยังไง ก็ บ้านของเรา นี่นา... ในที่สุดก็จบสิ้นซักทีโครงการปล่อยกะเหรี่ยงไทยที่เปรู......




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2550 2:22:43 น.
Counter : 155 Pageviews.  

โครงการปล่อยกะเหรื่ยงไทย ไว้ในเปรู....ภาค2

PERU --- LAND OF KING

ไม่รู้จริงหรือเปล่า แต่หน้าสนามบินเค้าเขียนไว้ยังงั้น เอาเป็นว่าเชื่อตามเค้าไปก่อนละกัน เหอะ ๆ
ช่างเป็นโชคดีจริง ๆ ที่บริษัทที่อยู่ที่ลิม่า เค้าจองแท็กซี่ไว้ให้ พอออกมาจากสนามบิน ก็มีป้ายชื่อรออยู่ (เกิดมาเพิ่งเคยมีป้ายชื่อนี่แหละ) พอหลังจากแสดงตัวแล้ว ก็เดินเชื่อง ๆ ตามแท็กซี่ไป 55+ พอเห็นรถเท่านั้นก็ ตาโต อุวะ เบ็นซ์ซะด้วย ตรูนี่หรูไม่ใช่เล่นแฮะ (จริง ๆ เป็นบริษัทต่างหากที่หรู) สอบถามราคาค่าจ้าง ก็ 23 เหรียญฮะ ไม่ใช่น้อย ๆ นะเนี่ย... ระหว่างนั่งก็ดูข้างทางไป ก็ คล้ายกะไทยเหมือนกันแฮะ เพียงแต่ ถนนกับตึกมันออกจะเก่า ๆ ไปหน่อย (เหมือนโดน คอรัปชั่น มั้ง) โรงแรมอยุ่ในเขตเมืองที่เค้าเรียกว่า San Isidro ลงมาก็ ทิปไป 1 เหรียญ (มากไปป่าวหว่า แต่ถ้าทิปเงิน Soles ก็ยังคำนวณไม่ถูก ช่างมันเถอะ)
โอ้โห โรงแรมหรูไม่ใช่เล่นแฮะ กี่ดาวก็ไม่รุ้ล่ะ(เค้าวัดกันยังไงหว่า ไอ้ดาวเนี่ย) เข้าไปก็เจอ น้องนางหน้าแฉล้มยื่นหน้าสวย ๆ ตาโต จมูกโด่ง เข้ามาถาม ภาษาอะไรไม่รุ้ คล้ายภาษาอังกฤษ สำเนียงเสปน เหอ ๆ "I don't understand Spanish" เราก็ว่าไปยังงั้น เหอะ ๆ น้องเค้าก็ว่า เค้าก็รู้ว่าไม่เข้าใจ เมื่อกี้ก็พูดอังกฤษนะ เค้าว่างั้น แหง่วววว แล้วไมตรูไม่รู้เรื่องฟระเนี่ย เหอะ ๆ ชีวิตเริ่มลำบากแระ คุยไปคุยมาก็พอฟังได้ ก็ได้ห้อง 409 มา มีเด็กขนกระเป๋า (จริงๆ ไม่เด็กหรอก น่าจะ 40) ขนกระเป๋ามาให้พร้อมสาธิต วิธีการดูทีวี กะการใช้สายแลน (มือโปรมากเหอ ๆ) ก็เลยทิปไปอีก 5 Soles (แบ้ง 1 US หมดแล้วล่ะ) พอมาคำนวณดู มันมากกว่า 1 US อีกนี่หว่า ช่างมันเถอะ อาบน้ำนอนดีกว่า 555+


บรรยากาศหน้าโรงแรม


อ่า ลืมบอกไปว่าโรงแรมชื่อ PLAZA del BOSQUE ( 55+ เพิ่งรู้ว่ามัน 5 ดาวนี่หว่า.. ไม่เชื่อก็นับดูซิ )

กลางคืนไม่ได้ออกไปไหนเพราะเหนื่อยมาก นั่งเครื่องมาเป็นวัน ก็ต่อเน็ตแชทกะเพื่อนทีทำงานว่า มาถึงแล้ว... บรรยายความเหนื่อยเล็กน้อย แล้วก็เข้านอน พอหยิบมือถือมาจะตั้งนาฬิกาปลุก เหอ ๆ แบตหมด แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย นอนผิดเวลายังงี้แล้วพรุ่งนี้จะตื่นยังไงเนี่ย เหอๆ หันซ้ายหันขวา เจอ dictionary ที่ยืมเค้ามา โอ้ว จ๊อด ตั้งปลุกได้ด้วย ไหนจ๊อด ลองฟังเสียงซิ '''''''''''........'''''''''''' เหมือนมันไม่เต็มใจจะส่งเสียง เอ้า ยังดีกว่าไม่มีฟระ เอามันวางไว้ข้างหูนี่แหละ เหอะ ๆ



แล้วอาการที่กลัวจะตื่นไม่ทันก็หายไป เพราะอาการ Jet Lag มันมาเยือนซะก่อน ตื่นทุก ๆ 3 ชม. เหมือนบนเครื่องเลย ตื่นมาไม่ง่วง ไปนั่งเล่นเน็ต ซักพักง่วงอีกละ สลับอย่างนี้ทั้งคืน ตกลงว่า สะโหลสะเหล จนถึงเช้า.....

ตอนเช้าประมาณ 9 โมง ก็มีคนมารับ ชื่อ Juan (อ่านว่า คฮวน ประมาณนี้) นั่งรถไปเค้าก็บอกว่า เนี่ยจองโรงแรมไว้ให้ใกล้กับที่ทำงานมาก ๆ ไม่เกิน 5 นาทีถึง นัยว่า พรุ่งนี้เอ็ง มาเอง ก็ได้นะ.... เหอ ๆ มาถึงที่ทำงานที่ลิม่า ก็ทักทายกันตามระเบียบ ก็ได้เจอคนที่จะดูแลเรา ชื่อ Giuliana....


มาถึงอาหารกันดีกว่า อาหารที่นี่ก็ประมาณอาหารเม็กซิกัน + อาหารอเมริกัน รสชาติก็โอเค แต่ออกจะมัน ๆ นมเนย และที่สำคัญ จานใหญ่ มั่ก ๆ (ถึงว่าตัวเบ้อเริ่มกัน) แต่เจ๊กุยบอกว่า ปกติคนเปรูเวียน นี่กินข้าวกันนะ แต่คงไม่มากเท่าคนไทยละม้างง เรามันเจ้าแห่งข้าวอยู่แล้นน...



อันนี้เป็นร้านอาหาร ชื่ออะไรไม่รู้เขียนยาก


อาหารขึ้นชื่อของชาวเปรู Ceviche (รูปเอามาจาก wikipedia เพราะว่าลืมถ่ายมาล่ะ)



อันนี้เป็นร้านอาหารริมทะเล วิวสวยดี แต่ทรายกะน้ำไม่น่าเล่นเลย...


มุมนี้สวยดี เป็นไฮไลท์ของ หาดเลย


อันนี้ถ่ายจากบนเหว สูงน่าดู


อันนี้เป็นร้านอาหารวันก่อนกลับบ้าน เป็นบุฟเฟต์


อันนี้วิวภูเขา


กลับมาดูวิวรถติดใน ลิม่าดีกวา



อย่างที่บอกว่าบรรยากาศที่นี่คล้าย ๆ บ้านเราหลายอย่าง เช่นยี่ห้อรถยอดนิยม ก็ยังเป็นโตโยต้า แต่อาจจะมีรุ่นที่บ้านเราไม่ค่อยมี เช่น PRADO , RAV4 แล้วก็รถเกาหลีที่นี่ค่อนข้างนิยมเยอะ เช่น ฮุนได , แดวู นอกนั้นก็คล้าย ๆ เมืองไทย ส่วนแท็กซี่รถจะคล้าย ๆ นิสสัน NV เยอะ แต่สภาพจะเก่า ๆ ไม่เหมือนไทย มีแต่ใหม่ ๆ





กลับมาดูบรรยากาศภายในเมืองลิม่าอีกครั้ง


คราวหน้าจะเป็นการผจญภัยขากลับ แล้วล่ะ เป็นภาคจบ...




 

Create Date : 16 เมษายน 2550    
Last Update : 16 เมษายน 2550 22:11:32 น.
Counter : 163 Pageviews.  

โครงการปล่อยกะเหรื่ยงไทย ไว้ในเปรู....ภาค1

เอ้าได้ไปแล้วต่างประเทศอ่ะ จัดปายยย ---> เปรู
และแล้วมันก็มาถึงจนได้ หลังจากอ้อนวอน แกมบ่น กะลูกพี่ไปซะนานว่า คนอื่นเค้าไปต่างประเทศกันหมดแล้วเมื่อไหร่จะถึงทีผมซักที (ใจจริงอยากไปเทรนที่เกาหลีมากกว่า)
เหมือนลูกพี่จะรู้ว่าเราอยากจะไปกะเค้ามั่ง ก็เลยจัดมาให้ "ซูดาน" เหอะ ๆ ประเทศไรวะเนี่ย เหมือนโซมาเลียเลย search ดูใน google อากาศร้อนแห้งแล้ง เซ็งเลยกรู
แต่อย่างว่าอ่ะนะ คนมันมีบุญ.... ตกลงแล้วทริปซูดานลูกพี่ก็เลยได้ไปเอง โทษฐานที่เป็นเมเนเจอร์ อ่ะนะ อิ อิ อย่างว่าแหละ คนมันมีบุ๊ญญ มีบุญ...
เหมือนลูกพี่จะรู้ว่า เราเยาะเย้ย อยู่ในท่าทีและแววตา ทริปต่อมาก็เลยจัดมาด้วยความมั่นใจและรวดเร็ว "เฮ้ยงานเปรู นี่ ก็ไอ้เจ๋งไง" และแล้วก็มองมาด้วยแววตามุ่งมัน และเยาะเย้ยกลับ.... (บุญตรูหมดแล้วหรือไงเนี่ย.. ที่ฝรั่งเศสไอ้โจ้ไป, ปอร์ตุเกส ชอยน้อยไป ทีเปรูล่ะเป็นกรูซะได้
ไอ้ตั้ม กะ ไอ้โจ้ ก็ช่วยกันให้ความรู้เกี่ยวกับเปรูกันใหญ่
ตั้ม --- เฮ้ย ได้ข่าวว่ามันมีทหารถือปืนเดินกันในเมืองใช่ป่าววะ?
โจ้ --- เฮ้ย เมื่อวานกรู ดูข่าว เห็น มีนักศึกษาประท้วงกันใหญ่ เลย แถวโรงแรม ที่มึงจะไปพักหรือเปล่าวะ?
พี่กฤษณ์ --- เฮ้ย เปรู น่ะ โรงแรม ดีกว่า ซูดานเยอะ..สบายกว่า (แน่ละซิ เอากรูไปปล่อยแล้วนิ)
...... ตามมาด้วยเพื่อน ๆ อีกมากมายที่ให้กำลังใจ ... เฮ้ย มันอยุ่ตรงไหนของโลกวะเปรูน่ะ? , มียิงกันหรือเปล่าวะ? , เฮ้ย แกไปแล้ว เอาชีวิตรอดกลับมาซื้อของฝากด้วยนะ... เหอะ ๆ ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะ



ด้วยความเอื้อเฟื้อจากเพื่อน ๆ และ น้อง ๆ ก็พยายามหาตั๋วให้ได้ไปกันใหญ่ ด้วยคำสั่งตามสไตล์เกาหลี "เร็วที่สุด ถูกที่สุด" โดยไม่รู้ว่าอะไรมันจะพร้อมหรือไม่ ดีที่ไอ้อ้วนมันมีกิ๊กอยู่ agency เลยหาตั๋วที่เหมาะกับความต้องการแบบนี้ได้มา แต่กว่าจะได้มาก็ต้องเลื่อน schedule กันสองรอบ เลยโชคดี (หรือร้ายฟระ) ได้ไป 7 -13 เม.ย กลับสงกรานต์พอดีเลย เอาวะดีกว่า ไปช่วงวันหยุด...



Welcome to fly with KLM

และแล้ววันเดินทางที่รอคอยก็มาถึงนั่งแท็กซี่จากหอมาถึงที่สุวรรณภูมิ โดยราบรื่น ทุกอย่างถูกเตรียมการมาพร้อม (มั้ง) เข้าเช็คอินที่เคาร์เตอร์ KLM ก็เจอยิงคำถามเลย "ไปคนเดียวเหรอคะ? -- ครับ(เห็นกี่คนล่ะเจ๊) , ครั้งแรกใช่มั้ย? -- ครับ (หน้าตากรูไม่น่านั่งเครื่องหรือไง) , ไปทำอะไรคะ -- ติดต่อธุรกิจครับ (อิ อิ หรูไว้ก่อน ตามที่พี่บอยสอนมา) มีกระเป๋ามั้ยคะ -- ไม่มีครับ (ก็ไอ้รุ่งมันบอกว่า กระเป๋า แค่นี้เอาไปไว้บนเครื่องก็ได้นี่) หลังจากนั้นก็วุ่นวายกันใหญ่ ประมาณว่า เฮ้ย มันจะไปตั้งสามสี่วันมันไม่มีกระเป๋า ว่ะ มารุม กันใหญ่ ต้องเปิด invitation letter กับ บัตรพนักงาน กันให้วุ่นวายไปหมด... เฮ้อ เหนื่อย...อย่างว่า ครั้งแรกก็งี้แหละ ตกลงแล้วกระเป๋าเสื้อผ้าก็ต้องเอาไปไว้ใต้เครื่องเพราะเค้าให้เอากระเป๋าขึ้นเครื่องได้ใบเดียว (แล้วก็ไม่บอกแต่แรก)


ก่อนเข้า gate ก็มีการตรวจสิ่งของ ก็สงสัยอยุ่ว่าทำไมบางคนถอดกระทั่งรองเท้ากะเข็มขัดฟระ แว่นตาด้วย ส่วนเราไม่เห็นต้องถอดอะไรซักอย่าง พอเครื่องดังเค้าก็มาค้นเองแหละได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจคนเดียวเงียบ ๆ ระหว่างรอก็เจอกะฝรั่งพลัดถิ่นเต็มไปหมด หน้าตาแต่ละคนบ่งบอกเลยว่าเนเธอร์แลนด์สุด ๆ พวกมันลงอัมสเตอร์ดัมกันหมดแน่ ๆ กูมาไม่ผิดทางแล้ว กะคนไทยเล็กน้อย
พอขึ้นเครื่องไป ก็เจอกะแอร์โฮสเตส หน้าตาบรรยายไม่ถูก ประมาณว่าผู้หญิงตัวใหญ่ ๆ หน้าตาสแกนดิเนเวียร์ หุ่นมีพุง (ที่สำคัญ แก่ด้วย) ประมาณนี้ (ถึงว่า KLM ไม่ได้สายการบินดีเด่น เพราะแอร์นี่เอง )
แต่เค้าก็บริการดีสมกับเป็นสายการบินมีชื่อมานาน ทั้งน้ำทั้งอาหารไม่มีขาด


มาถึงสนามบิน Schipol ที่อัมสเตอร์ดัมอากาศหนาวมาก ประมาณ 6 องศา ตอนเช้า ตอนสาย ๆ แดดออกแล้วก็ประมาณ 12 องศา

นั่งเครื่องเค้ามาแล้ว ก็ถ่ายไว้เป็นหลักฐานซะหน่อย....



นี่อีกรูป จัดปายย...


ข้างในสนามบิน ตรง Gate F2


ลงเครื่องมา หกโมงเช้ากว่า ๆ กว่าจะทำตัวเป็นกะเหรี่ยงสำรวจสถานที่ + หา Gate ที่ต้องไปเจอ ก็หมดไป ชั่วโมงฝ่า ๆ แล้ว
หลายคนคนอาจจะถามว่าทำอะไรนักหนาหาแป๊ปเดียวก็เจอแล้ว --- ก็กรูมันกะเหรี่ยงนี่ฝ่า กว่าจะเดินท่อม ๆ + กระเป๋าก็หนัก กว่าจะสำรวจหน้าตา สิ่งของอีก ก็เลยนาน แถมต้องไปห้องน้ำอีก
ห้องน้ำที่นี่ดีกว่าที่ สุวรรณภูมิ หลายขุม เติบ.. แค่โถอึราดน้ำอัตโนมัติก็กินขาดแล้ว ต้องก้มตัวหลบเซ็นเซอร์ซะหลายรอบ กว่า จะราดน้ำออกมาได้ ถือว่าสะดวกดี แถมมีน้ำยา ให้เช็ดฝาชักโครกอีก ถือว่าสะอาด สุด ๆ ที่น่าแปลกใจที่สุดก็เห็นจะเป็นโถฉี่ จะมีรูปแมลงวัน 1 ตัวไว้ในโถ ขนาดเท่าของจริง ไม่รู้เอาไว้ทำอะไร นัยว่า คงจะเอาไว้เล็ง 55+ โถผู้หญิงมีหรือเปล่าไม่รู้ (ผู้หญิงเค้าเล็งกันป่าวหว่า อิ อิ) ไม่ได้ถ่ายรูป มาอ่ะ ลืมไปเลย มัวแต่วุ่นกะการใช้ชักโครกอัตโนมัติ กะ แปรงฟัน


และแล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ตอน สิบโมงกว่า ๆ ระหว่างนั้นก็มีฝรั่งมาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกฏใหม่ของยูโรป เรื่องการพกของเหลวขึ้นเครื่อง ต้องใส่ถุงแบบ Re-sealable ก็เลยต้องขอมา 1 อันใส่ roll-on ให้อินเทรนด์กะเค้าซักหน่อย

และแล้วความสงสัยตอนตรวจสิ่งของที่เมืองไทยก็ถูกเปิดเผยที่นี่ว่าทำไมเค้าถอดกันเยอะจังฟระ... ก็ที่นี่เค้าห้ามเครื่องตรวจดังเด็ดขาด ดังเมื่อไหร่ กลับไปถอด ดังอีกถอดอีก จนกว่าจะเหลือแค่เสื้อกะกางเกง แถมลูบไล้ซะมีอารมณ์เชียว ทุกซอกทุกหลืบ (นี่ถ้านิ้วเฮียแกเข้ารูตูดกรูได้ คงเอาเข้าไปแล้วล่ะ)
ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูอีก เพราะมันแต่เสียว + เคลิบเคลิ้มอยู่ เหอ ๆ
ถึงเวลาขึ้นเครื่องก็ได้ขึ้น Boeing 777-200 ซึ่งดีกว่าเครื่องแรกซึ่งเป็น 747-400 เหมือนแอร์เอเซียนั่นแหละ แต่เครื่อง 777 นี่แรงกว่าแล้ว ก็หรูกว่ากันมาก เพราะมีทีวีให้ดูแต่ละที่นั่ง ดูหนังเล่นเกมส์ได้ด้วย เพราะคราวนี้ใช้เวลาเดินทางนานมาก 13 ชั่วโมงกว่า ๆ (เล่น Tertrist กะดูหนังเรื่อง Udon + Mr.Bean จนจบ ยังไม่ถึงเลย เหอ ๆ)
หลังจาก 13 ชั่วโมงกว่า ๆ ก็มาถึง ลิม่า เวลา สี่โมงเย็นครึ่ง


เครื่องบินอีกละ


บรรยากาศสนามบินที่ Lima


หลังจากลงเครื่องก็ไปที่ immigration ก็เจอกะน้องเจ้าหน้าที่ (น้องจริง ๆ หน้าตาเด็ก ๆ แถมสวยอีกต่างหาก) ต้อนเข้าไปยังเคาน์เตอร์ ก็ไม่มีปัญหาอะไร (นึกแล้วว่า invitation letter ได้ใช้แค่ที่สุวรรณภูมิแค่นั้น ที่อื่นไม่เห็นเค้ามีปัญหาอะไรกัน แค่บอกว่ามาทำอะไรแค่นั้น)
และแล้ว ตรูก็มาถึงจนได้ เปรู.... ติดตามต่อภาคสองของกะเหรี่ยงไทยในเปรู ตอนต่อไปนะครับ




 

Create Date : 13 เมษายน 2550    
Last Update : 14 เมษายน 2550 16:08:24 น.
Counter : 126 Pageviews.  


anotherhand
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add anotherhand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.