Time may change my life, But my heart remain the same to you, Time may change your heart.. my love for you never change.
Group Blog
 
All Blogs
 

คอมฯ ใหม่

ได้คอมฯ ใหม่มา ด้วยงบ 1 หมื่นบาทถ้วน (ที่จริงแล้วหมื่นกะ อีกสองร้อยกว่าบาท แต่ผมกับเพื่อนอ้อนวอนสุดฤทธิ์ เพราะมีงบแค่หมื่นเดียว) แต่นี่ราคาไม่รวมมอนิเตอร์นะ เพราะผม มีแล้ว
หลังจากได้ใช้ก็พบว่า ถึงแม้จะมีทุกอย่างออนบอร์ด แต่สเปค มันไม่เหมือนสมัยที่ผมคร่ำหวอด อยุ่ในวงการคอมพิวเตอร์ประกอบแล้ว นี่เป็นเมนบอร์ด แบบ อเนกประสงค์จริง ๆ ในราคา 1,990 บาท ซึ่งผมถือว่าถูกมาก ๆ สำหรับอุปกรณ์ครบครันขนาดนี้ไม่ว่า จะเป็นการ์ดจอความจำ 224 MB ระบบเสียง 7.1 (เพิ่งเคย รุ้จักนี่แหละ) ที่ ต่อลำโพงไม่เป็น เพราะผมมีลำโพงแค่ 2 ตัว แถมด้วย harddisk 250 GB ราคาแค่ 2 พันกว่า บาท แรม 1 GB อีก 1 พันบาท
ทำให้ได้รู้ว่า เพียงแม้เราแค่หยุดก้าวซักวินาทีเดียว ก็เปรียบเสมือนว่า เรากำลังถอยหลัง เสียแล้ว ในโลกแห่งเทคโนโลยีนี้
แล้วสำหรับเรื่องอย่างอื่นล่ะ วัฏจักรมันเป็นอย่างนี้หรือเปล่า...
มันจะเหมือนกับเกมส์ คอมพิวเตอร์หรือเปล่า ที่เซฟ ไว้เท่าไหน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไป ตราบใด ที่หน่วยความจำยังอยุ่ เราสามารถ ที่จะกลับมาสานต่อจากเดิมได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่
เรื่องของความรู้สึก ถ้าเราหยุดก้าวหยุดสานต่อ.... มันจะคงอยู่อย่างนั้นหรือว่า ถอยหลังจากเราไป ตลอดกาล......




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2550    
Last Update : 19 สิงหาคม 2550 20:39:53 น.
Counter : 117 Pageviews.  

ถึงจะเดินถอยหลัง ก็ยังต้องออกแรง

นิยายจีนกำลังภายในส่วนใหญ่ที่ผมเคยอ่านมีตัวละครที่เป็นคนร้ายฝีมือสูงส่ง ทำเรื่องชั่วทุกอย่าง แย่งสุดยอดคัมภีร์แห่งยุทธจักร เพื่อจะได้เป็นจอมยุทธอันดับหนึ่งแห่งบู๊ลิ้ม

เมื่อได้คัมภีร์มา ก็ฝึกฝนอย่างหนักหน่วง จนกลายเป็นยอดฝีมือฝ่ายอธรรม ฝีมือร้ายกาจจนในช่วงต้นพระเอกมักต่อกรด้วยมิได้

คิดๆ ดูก็น่าขำ คนร้ายในนิยายช่างขยันขันแข็งเสียนี่กระไร ไม่ท้อถอย ฝึกฝนลมปราณวิชามารทุกวี่ทุกวัน ไม่ค่อยเห็นคนเลวที่ขี้เกียจ ตื่นสาย อู้การฝึกวิชา

พุดง่ายๆ คือ นิสัยอาจไม่น่าคบ พฤติกรรมอาจชั่วร้าย แต่เรื่องความขยันหมั่นเพียรไม่เป็นรองใคร!

มองในอีกมุมหนึ่งคือ แม้แต่คิดจะเป็นคนชั่วก็ยังต้องขยัน ยิ่งคิดจะชั่วมากก็ต้องยิ่งขยันมาก

ในนวนิยายเรื่อง อุ้ยเซี่ยวป้อ ของ กิมย้ง พระเอกเป็นคนขี้เกียจมาก ไม่ชอบฝึกวิชาการต่อสู้ อาจารย์คนหนึ่งของเขาจึงสอนวิชา 'หนี' ให้เขา หลักวิชานี้คือ ไม่ว่าคนที่จะมาทำร้ายมีฝีมือเก่งแค่ไหน ผู้ฝึกวิชานี้จะหนีพ้นได้เสมอ อย่างไรก็ตาม พระเอกซึ่งเป็นคนขี้เกียจก็ยังต้องฝึกฝนวิชานั้น


ผู้คนในโลกของความจริงไม่ค่อยขยันเช่นนั้น โดยเฉพาะในโลกที่ 'ความสำเร็จของชีวิต' แปลว่า 'ความสบาย'

แต่ความสบายกับความขี้เกียจเป็นคนละเรื่องกัน

หลายคนอยากสบายโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ทำงานหนึ่งชิ้นสองชิ้น ก็บ่นว่าเหนื่อย ทำงานเกินเวลาสักนาทีก็บอกว่าชีวิตไม่ยุติธรรม ทำงานในสายที่ไม่เคยลอง ก็บ่นว่าอยากลาออก

กลายเป็นวัฒนธรรมขี้บ่นที่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก

ค่านิยมที่นิยมในโลกปัจจุบันคือ ทำงานน้อยได้เงินมาก ได้กำไรเร็ว จัดเป็นหลักการตลาดชั้นเลิศ ลงทุนลงแรงต่ำ ได้รับค่าตอบแทนสูง ลงทุนวันนี้ได้กำไรในวันพรุ่งนี้ ถือว่าเก่ง ลงทุนเช้าได้เงินบ่ายถือว่าเยี่ยม

การตีเหล็กเป็นเครื่องมือเครื่องใช้แต่ละชิ้นต้องใช้ความร้อนสูงจัด ผ่านการตีจนเป็นรูปร่างที่ต้องการ แล้วจึงปล่อยให้เย็นตัวลง กลายเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่มีค่า

ความสบายที่มาจากความลำบากมีคุณค่ากว่าความสบายที่เดินทางมาถึงมือง่ายๆ



วิลเลียม เจมส์ นักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่แห่งอเมริกาในรอยต่อศตวรรษที่ 19-20 บอกว่า มนุษย์ส่วนใหญ่ถูกโปรแกรมให้รู้สึกเหนื่อยเมื่อถึงเวลาเหนื่อย มนุษย์เราใช้พลังน้อยกว่าที่มีอยู่จริง เขาบอกว่า หากคุณผลักความเหนื่อยออกไปอีกสักนิด คุณจะได้งานมากกว่าเดิม อย่างไม่น่าเชื่อ

แน่ละ ความหมายของ วิลเลียม เจมส์ มิใช่ต้องการให้คนทำงานจนตายคาที่ แต่ให้ลองทดสอบดูว่า บางครั้งการยอมแพ้เกิดจากใจไม่สู้ ไม่ใช่กายไม่พร้อม

เราอาจไม่ต้องทำถึงขนาดขยันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งอาจมากเกินพอดี แต่คำถามคือแค่ไหนคือความพอดี เท่าไรคือความเหมาะสม

บางคนทำงานได้มากมายกว่าจะเหนื่อย บางคนทำนิดเดียวก็ 'รู้สึก' เหนื่อยแล้ว บางคนไม่ทำอะไรเลย ก็ยังเหนื่อย

ผมไม่เคยเห็นใครที่ขยันแล้วชีวิตฉิบหาย ตรงกันข้าม คนที่ชีวิตพังหลายส่วนใหญ่เกิดจากความขี้เกียจ ความเขลา และความโลภ

ไม่มีใครตายไปเพราะทำงานหนัก

ไม่มี ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเห็น

ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องลงแรง

ถึงจะเอนกายนอนพัก ก็ยังต้องออกแรงเขยื้อนกาย ถึงจะเดินถอยหลัง ก็ยังต้องออกแรง จะยกธงขาวยอมแพ้ก็ยังต้องออกแรงยกธง





วินทร์ เลียววาริณ



******************************************************************

หลายวันก่อนได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ ข้อเขียนนี้มา พออ่านแล้ว ก็เลยไปเสิร์ซหาชื่อคนแต่งดู ก็พบว่าเป็นคุณวิรทร์ เลียววาริณ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีคนมาเคาะหัว

"หลายคนอยากสบายโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ทำงานหนึ่งชิ้นสองชิ้น ก็บ่นว่าเหนื่อย ทำงานเกินเวลาสักนาทีก็บอกว่าชีวิตไม่ยุติธรรม ทำงานในสายที่ไม่เคยลอง ก็บ่นว่าอยากลาออก กลายเป็นวัฒนธรรมขี้บ่นที่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก"

ข้อความนี้เหมือนทำให้เราต้องมามองย้อนหลังไป... จริงหรือเปล่า? เป็นคำถามในช่วงระหว่างวันนั้น...

ไม่รู้ซิ... นี่คือคำตอบในวันนั้น

ข้อเขียนนี้อาจจะเป็นแค่มุมมองของคน คนหนึ่ง

อาจจะไม่ใช่ความจริงของชีวติก็ได้

แต่ทุกวันนี้ผม(พยายาม)ไม่บ่นแล้วนะ.....




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2550    
Last Update : 19 สิงหาคม 2550 20:02:25 น.
Counter : 112 Pageviews.  


anotherhand
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add anotherhand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.