สังคมไทย ทำไมต้องรอแค่อัศวินขี่ม้าขาว
ทุกวันนี้
เพื่อน ๆ หลายคนน่าจะเคยคิดหรือสงสัย
ทำไมปัญหาในสังคมไทยของเราเยอะเหลือเกิน
เปิดทีวี เปิดหนังสือพิมพ์ ทำไมมีแต่ข่าวที่ดูแล้วชวนหดหู่ใจ

ข่าวม๊อบ ข่าวจี้ปล้น ข่าวข่มขืน ข่าวของขลัง ข่าวทุจริต ข่าวดาราทำเรื่องฉาวๆ

ทำไมประเทศไทยที่หลายคนบอกเป็นประเทศที่มีความสุขและน่าอยู่ที่สุดของพวกเรามีแต่เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น

หลายคนก็คิด คิดแล้วก็บ่น บ่นแล้วก็ทะเลาะกัน ว่าเป็นเพราะคนนู่น เป็นเพราะคนนี้

เหตุเกิดจากคนนั้นเริ่ม เหตุเกิดจากฝ่ายนี้เริ่ม เหตุจากตอนนั้นไม่ยอมทำ ตอนนั้นไม่วางแผน หรืออะไรบลา ๆๆๆ

แล้วก็มานั่งหาว่าใครจะมาเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยชาติ
มารอว่าเมื่อไหร่พ่อหลวงของพวกเราจะออกมาแก้ปัญหาชาติ

แล้ววันเฉลิมที ก็จะพากันใส่เสื้อเหลืองกัน แล้วก็จะบอกว่าทำดีเพื่อในหลวง รณรงค์กันเป็นพัก ๆ
สุดท้ายผ่านวันมหามงคลมา 1 วัน ปัญหาก็เหมือนเดิม
ยังแบ่งแยกแบ่งฝ่ายกันเหมือนเดิม

ต้องเปลี่ยนที่พวกเราทุกคนครับ
ว่าอย่ายึดติดว่าจะให้ใครมาเป็นฮีโร่หรือจะมาคอยแก้ปัญหาให้
ทุกวันนี้เรารอแต่ให้คนนั้นมา คนนี้มาเพื่อจะแก้ปัญหาให้เรา
พอเรายึดติดกับบุคคล แล้วถ้าไม่สมดังใจก็จะเกิดความผิดหวัง
เรารอแต่ให้ในหลวงทรงออกมาบำบัดทุกข์ มาแก้ไขปัญหา
ท่านมีลูก 65 ล้านคน จะให้แก้ถูกใจทุกคนก็คงเป็นไปไม่ได้
หรือ
เราหวังแต่ให้คุณทักษิณ ให้คุณชวน ให้คุณสุรยุทธ์ ให้คุณอภิสิทธ์มาทำให้ชาติเจริญ
แล้วคนไทย 65 ล้านคน จะทำให้ถูกใจทุกคนก็คงไม่ได้

ปัญหาทั้งหมดต้องแก้ที่พวกเราทุกคนครับ ต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเอง
ต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกที่ดี
รู้จักคำว่าประโยชน์ของส่วนรวม
รู้จักคำว่าอดทนอดกลั้น
รู้จักคำว่าขยันหมั่นเพียร ทำงาน
รู้จักหาการหาเงินอย่างสุจริต ไม่คิดแค่ว่าทีคนนั้นก็โกง คนนี้ก็โกง หรือคิดกันว่ามีแบบนี้มาตั้งนานแล้ว

เราคิดต่างกันได้แต่ต้องไม่แตกแยก
ต้องช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อทำให้สังคมน่าอยู่
ต้องช่วยกันประคับประคองให้ชาติของเราไปรอด
บางครั้งพวกเราต้องยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวมบ้าง
ทุกวันนี้ที่สังคมเรามีปัญหาเพราะทุกคนต่างนึกถึงปัญหาของตัวเอง
ทำให้บ้านเมืองไม่สามารถพัฒนาไปได้มากเท่าที่ควร

เอาง่าย ๆ แค่เรื่องในห้องสีลม
เพื่อน ๆ หลายคนจบมาใหม่ ๆ หางานทำ
สิ่งแรกที่ถามหาคือเงินเดือนและสวัสดิการที่จะได้รับ
ทำไปซักพักก็เริ่มบ่นว่าทำแล้วไม่คุ้ม หรือทำให้คนอื่นรวย
มีปัญหาต่าง ๆ ในที่ทำงานมาเล่าให้ฟัง ทนไม่ไหวบ้าง
จะเปลี่ยนงานบ้าง แล้วก็บอกว่าสังคมไม่เป็นธรรม

งานทุกอย่างมีคุณค่าในตัวของมันเองครับ
อยู่ที่เรามองเห็นมันหรือไม่
เวลาที่ผ่านไปคือประสบการณ์ที่จะพัฒนาศักยภาพในตัวของเราครับ
ไม่มีงานอะไรที่ได้เงินมาง่าย ๆ นอกจากรอมรดก ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องนึง

หลายคนชอบมองที่ตอนจบ ว่างานนั้นเงินเยอะ งานนี้เงินเยอะ อยากทำบ้าง อยากเป็นบ้าง
แต่ไม่มองว่าก่อนที่คนจะมาถึงจุดนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง
ต้องแลกกับอะไรหลายอย่าง ต้องอ่านหนังสือ ต้องค้นคว้า ต้องทำการบ้าน ต้องใช้เหงื่อและพลังงานกว่าจะไปถึงจุดที่หลายคนอยากเป็น
สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้มาอย่างลำบาก มันจะมีคุณค่าเวลาเรากลับไปมองมัน

พระพยอมท่านให้คติไว้ครับ คาถาเศรษฐีจตุคำ

ขยันหา
ขยันเก็บ
เลือกคนคบ
เลือกวิธีใช้
ทำแบบนี้ รวยแน่ครับ

อะไรที่ได้มาง่าย ๆ เราจะไม่เห็นคุณค่าของมันครับ
บางคนชอบเอาเปรียบคนอื่น ด้วยการหยิบเล็กหยิบน้อย
พบช่องทางโกงก็ทำเพื่อให้รวยเร็ว
สุดท้ายเงินที่ได้มาก็จะหมดไปอย่างง่าย ๆ เหมือนกัน

เราโกงเงินมา 100 เราก็ใช้หมด 100 เพราะมันได้มาง่าย
เราทำงานได้ 100 เราไม่กล้าใช้ 100 เพราะมันหามาด้วยหยาดเหงื่อของเรา

อยากให้ช่วยกันทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุดครับ
ยอมสุขน้อยลง ยอมเจ็บปวดบ้าง ถ้ามันทำให้ส่วนรวมก้าวไปข้างหน้าได้
น่าจะดีกว่าไหมครับ

ปลูกฝังให้พวกเราทุกคน ช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและอย่ามองว่าเป็นงานของคนใดคนหนึ่ง เราต้องช่วยกันสอดส่องผิดปกติช่วยตำรวจ ช่วยกันแจ้งเบาะแสสิ่งผิดปกติแก้ทหาร ช่วยเก็บขยะบ้างลดงานคนกวาดถนน อย่ารอว่านี่เป็นงานตำรวจ เป็นงานหมอ เป็นงานครู เป็นงานคนเก็บขยะ ถ้าทุกคนช่วยกันดูช่วยกันทำ ภาระงานแต่ละคนก็จะลดลง แถมคุณภาพก็จะดีขึ้นเยอะครับ

เปลี่ยนค่านิยมที่ว่า ทำอะไรได้ตามใจคือไทยแท้ ให้เป็น ทำอะไรมีวินัยคือไทยแท้ครับ

ช่วยกันสร้างสังคมให้น่าอยู่ โดยสอนปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ๆ เลยว่า สังคมที่น่าอยู่ คือสังคมที่ทุกคนนึกถึงความสุขของตัวเองให้น้อยที่สุด และอยากทำให้เพื่อนมนุษย์มีความสุขมากที่สุด จะทำให้เราไปไหน เราจะมองโลกในแง่ดีขึ้น และรู้จักเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันครับ

ปัญหาของคนไทยคือชอบนั่งรอดูเพื่อนเริ่มทำดีครับ
และก็หวังว่าจะมีฮีโร่ขี่ม้าขาวมาแก้ไขปัญหาให้ครับ

สุดท้ายนะครับ ต่อให้น้ำมันจะเน่าหรือดำสนิทแค่ไหน ถ้าทุกคนช่วยกันเติมน้ำใส ๆ ไปคนละแก้ว 2 แก้ว ซักวันมันก็ต้องดีขึ้นครับ



Create Date : 08 ตุลาคม 2550
Last Update : 8 ตุลาคม 2550 23:02:36 น.
Counter : 489 Pageviews.

1 comments
การเมืองที่เจ็บแล้วจำคือคน...เจ็บแล้วทนคือ... Princezz Matcha Latte
(20 มี.ค. 2562 03:25:25 น.)
No. 769 การเมือง กับศาสนาไปด้วยกันได้...จริง ? ไวน์กับสายน้ำ
(15 มี.ค. 2562 04:56:26 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 223 :: กะว่าก๋า
(5 มี.ค. 2562 06:14:15 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 221 :: กะว่าก๋า
(4 ก.พ. 2562 06:08:34 น.)
  
เป็นข้อเขียนที่ตรงใจมากที่สุดในรอบหลายๆ เดือน

คนไทยก็เป็นอย่างนี้แหละครับ เรามักจะได้ยินคำถาม "ทำแล้วได้อะไร"
มันคือหัวใจของคนไทยเลยก็ว่าได้ ถ้าจะดูให้ชัดๆ ก็ดูที่แวดวงนักการเมืองนั่นแหละ

ไม่ทันไร หาง โผล่กันเป็นแถว เพื่อประเทศชาติกันจนน้ำลายสอ
ผมฟันธงเลยว่า "มันชั่ว" กันหมด ต่างกันแค่ชั่วมากชั่วน้อยเท่านั้นเอง

สำหรับผม ผมเลือกพวกชั่วน้อย คือ ชั่วแต่ก็ยังทำคุณงามความดีแก่บ้าน
แก่เมืองด้วย
ที่สำคัญต้องเห็นเป็นรูปธรรม ไม่ใช่บอกแต่ปาก

"เราคิดต่างได้ แต่ไม่ควรแตกแยก"

ไอ้พวกที่ทำให้คนไทยแตกแยกน่ะก็มี สื่อสัดนั่นแหละคร๊าบ
โดย: chengake วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:12:57:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Piggygang.BlogGang.com

สาลิกาเริงร่า
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]