>||| ข้อดีของการ 'ไม่มี...' |||<

ระหว่างนั่งรถและมองผ่านหน้าต่างออกไป
ทำให้ฉันได้คิดอะไรดีดีได้หลายสิ่งหลายอย่าง
เรื่องที่ทำให้เผลอยิ้มกับตัวเอง (โชคดีที่ไม่มีใครสังเกต)
เชื่อแล้วว่า 'การเดินทาง' ทำให้เราได้ 'คิด' มากขึ้น...จริง ๆ






วันนี้ ฉันได้เรียนรู้ที่จะ 'ยิ้ม' ให้กับความว่างเปล่า
และมองเห็นข้อดีของสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น อย่างเช่น...




' ข้ อ ดี ข อ ง ก า ร ไ ม่ มี . . . '

ไม่มี 'เงิน' ...
มันทำให้คนเราเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างพอเพียงมากกว่าฟุ้งเฟ้อ
ได้รู้จักคุณค่าของเงิน และรู้ถึงความยากลำบากที่จะได้มันมา
มันทำให้เงินดูมีค่ามากกว่าเศษโลหะหรือกระดาษยับ ๆ แผ่นนึง
ลองคิดดูสิว่า เหรียญห้าบาทเล็ก ๆ ที่คุณถืออยู่
มันดูยิ่งใหญ่แค่ไหนสำหรับคนที่ไม่เคยมี


ไม่มี 'รถ' ...
มันทำให้เราได้มองทัศนียภาพสองข้างทางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
และสามารถคิดอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้นระหว่างที่สังเกตการณ์
ลองเปรียบเทียบดูสิว่า ระหว่างเวลาที่คุณขับรถ นั่งอยู่ในรถ
หรือเดินอยู่บนฟุตบาท อย่างไหนที่คุณจะจดจำเส้นทางได้มากกว่ากัน
ถ้าเส้นทางนั้นไม่อันตรายจนเกินไปนะ หรือถ้าคุณไม่รีบร้อน
ลองหันมาเดินทางด้วยเท้าดูก็ไม่เลวนะ


ไม่มี 'คอมพิวเตอร์' ...
มันช่วยให้เรามีเวลาจัดการกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น สำหรับบางคน
โดยเฉพาะคนที่ชอบใช้เวลาส่วนใหญ่คลุกอยู่หน้าคอม(อย่างฉัน)
ลองไม่แตะมันดูสักวัน แล้วดูว่าเวลาวันนั้นของคุณช่างเหลือเฟือ
คุณสามารถอ่านหนังสือได้หลายจบ ซักผ้ากองโต จัดห้องนอน ฯลฯ
เทียบกับวันที่อยู่กับมัน เวลา 24 ชั่วโมงก็ผ่านไปแค่พริบตาเดียว


ไม่มี 'โทรศัพท์มือถือ' ...
ง่าย ๆ ที่ฉันคิดได้ตอนนี้คือ เราจะจำเบอร์โทรศัพท์ได้มากขึ้น
เวลาที่ไม่สามารถกดเรียกดูแล้วสั่งโทรออกจากเครื่องได้
ไม่มีทางไหนที่จะทำได้มากกว่าไป จดหรือจำเบอร์ไปกดที่ตู้สาธารณะ
ฉันคนนึงล่ะที่พิสูจน์มาแล้ว ฉันจำเบอร์โทรศัพท์ได้เพิ่มขึ้น
หลังจากที่โทรศัพท์นอนนิ่งสนิทอยู่พักใหญ่ 555+


ไม่มี 'ผู้ช่วย' ...
อาจรวมถึงพี่น้อง เพื่อนฝูง ญาติสนิท มิตรสหาย คนรู้ใจ ฯลฯ
ใครก็ตามที่มักจะยื่นมือเข้ามาช่วยคุณสะสางเรื่องบางเรื่อง
หรือบางครั้งก็ง่ายเสียจนคุณแทบไม่ต้องออกแรงแม้แต่นิดเดียว
รู้สึกยังไงเวลาที่ไม่มีพวกเขา เหงาใช่ไหม อ้างว้าง บ้างครั้ง...ทรมาน
ฉันเป็นคนหนึ่งที่มักต้องอยู่ในสภาวะเหล่านั้น และไม่ขอโทษใคร
บางครั้งต้องขอบคุณที่เขาปล่อยให้ฉันได้อยู่คนเดียวบ้าง
ฉันได้เรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง ไปไหนมาไหนคนเดียวได้
จากที่เมื่อก่อนไม่เคยทำ มันอาจเจ็บปวดและเหงาบ้างบางอารมณ์
แต่นานวันเราก็จะแกร่งขึ้น...เรื่อย ๆ

(แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะอยู่คนเดียวได้ตลอดเวลานะ)

ไม่มี 'แฟน' ...
อันนี้ชัดเลย ฉันว่าทุกคนก็ตระหนักดีว่ามันดียังไง
ถึงแม้ว่าบางครั้งเราก็ร่ำร้องอยากจะมีอย่างใครเขา
แต่เอาเข้าจริง ๆ ลองคิดดูดี ๆ สิว่า มันจะดีกว่าไหม
ถ้าเราไม่ต้องมานั่งจับผิดว่าใครจะนอกใจ
ไม่ต้องทะเลาะกับใครบางคนแล้วกลับมานั่งร้องห่มร้องไห้
บอกตัวเองว่า "ฉันไม่น่าพูดใส่เขาแบบนั้นเลย" มันไม่ช่วยอะไร
หรือแม้กระทั่งการตั้งคำถามว่า "เราเป็นอะไรกัน" จะให้ตอบจริงหรือ?
และที่สำคัญคือ... "เราไม่ต้องเลิกกับใคร" จริงไหมล่ะ?
ถ้าคุณยังไม่มีแฟน ก็คิดไว้เถอะว่าคุณน่ะโชคดีแค่ไหนแล้ว
คุณมีอิสระ มีชีวิตรายล้อมด้วยผู้คนมากมาย ไม่ผูกติดกับคนคนเดียว
แล้วคุณจะเอาคำว่า "แฟน" มาจำกัดโลกให้แคบลงทำไม!


Ps. 'เพื่อนที่รู้ใจ' ต่างหาก...ถ้าคุณคิดจะหาไว้สักคน ^^




Create Date : 18 ธันวาคม 2552
Last Update : 18 ธันวาคม 2552 22:11:16 น.
Counter : 270 Pageviews.

2 comments
🍡เ ค ย กั น มั้ ย จ๊ ะ🍡 โอน่าจอมซ่าส์
(23 ก.พ. 2564 04:49:47 น.)
เป็นของตาย นาฬิกาสีชมพู
(19 ก.พ. 2564 08:27:59 น.)
:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - “ผมเพียงแต่จะบอกว่า...” :: กะว่าก๋า
(12 ก.พ. 2564 06:08:26 น.)
พุทธสุภาษิต บาลี ไทย อังกฤษ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
(9 ก.พ. 2564 08:47:55 น.)
  
It's so true ka.

Have a good evening ka.
โดย: CrackyDong วันที่: 18 ธันวาคม 2552 เวลา:22:40:18 น.
  
ดีค่ะ มองโลกในแง่ดี แต่ทางที่ดีกว่าคือ มองว่ามันไม่มีแต่มันมี แล้วรู้จักใช้ความมีนั้นให้เกิดแระโยชน์มากที่สุด
โดย: Chulapinan วันที่: 19 ธันวาคม 2552 เวลา:18:03:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

News-cleolus.BlogGang.com

CleOluS
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]