ไปเที่ยวหลวงพระบางกันครับผม(ตอน 4)
ในที่สุดผม ก็มีแรงกลับเล่าต่อกันอีกทีนะครับ หลังจากผ่าน ช่วงที่เรียกได้ว่า ผมเหงา มาซะที ไอ้ความเหงานี่มันก็แปลกๆ นะครับ นานๆมันก็มาทีแต่เวลามันมาที มันช่างหงอย ซะจริง ไปเที่ยวกันต่อครับ หลังจากได้พักผ่อนนอนหลับสนิทก็เริ่มเข้าสู่วันใหม่กันครับ กับอาหารเช้าอันแสนจะง่ายเพื่อนผมมันเห้นรูปนี้มันด่าเลย ว่า มึงไปตั้ง หลวงพระบาง ไปกินข้าวไข่เจียวเนี่ยนะมึง แต่ผมจำๆได้นะครับ ว่าอร่อยใช้ได้เลยแฮะ หรือจะเพราะอาหารตาก็ไม่รู้
แฮะ ๆน้องที่เอามาเสริพ น่ารักมาก วิวสวยจริงๆ

หลังจากนั้น ก็เตรีบมตัว เที่ยวไปดูวัดวาอาราม ตามที่ได้ตั้งใจกันครับ อันดับแรก ที่ผมมองหาก็คือ แผนที่ครับผม แฮะๆไม่งั้นไปไม่ถูก หลังจากเดินดุ่มๆ ไปตามย่านที่ ชาวต่างชาติพักอยู่ผมก็ได้แผนที่ แผ่นใหญ่มาแผ่นนึง รายละเอียดใช้ได้ แต่เท่าที่ดูจากแผนที่ หลวงพระบางเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มากนะครับ เนื้อที่ส่วนที่เป็นตัวเมือง ดูแล้วไม่น่าเกิน 2000 ไร่ แต่มันก็คงจะใหญ่เกินไปที่ผมจะไปเที่ยวให้ทั่วภายใน วันเดียว ผมไม่มีเป้าหมายอะไรแต่แรกอยู่แล้ว ตามน้ำ แค่ไหนก็แค่นั้นอยู่แล้ว แหละครับไปครับไปเที่ยวกันดีกว่า หลังได้แผนที่แล้วต่อไปก็คือ จักรยานครับ ได้เสือภูเขา มาคันหนึง ได้เวลาตะเวนละครับ เริ่มจากนี้นะครับ ผมประทับใจมาก

ผมรู้สึกทึ่งในฝีมือทางช่างเขาจริงๆ มันเยี่ยมมาก แต่ละวัดล้วน งดงาม



ต่อด้วยนี่ครับ วัดที่ผมเห้นใน โปสเตอร์ ฝีมือช่างไม้เยี่ยมมาก

แต่สิ่งนึงที่ทำให้ผมคิดได้อย่างนึงคือในอนาคต มันจะเป็นอย่างไร เพราะเท่าที่ดู ในแต่ละวัด ขาดการดูแลเอาใจใส่ เท่าที่ควร สิ่งสำคัญทางวัฒนธรรมหลาบๆสิ่งไม่ได้ถูกดูแลให้สมกับคุณค่าของมันเลย


วันนั้นทั้งวันผมตะเวนไปตามวัดต่างๆมากซะจนบอกได้ว่า มากกว่าทั้งชีวิตที่ผมอยู่ที่เมืองไทยเสียอีก
นี่เป็นวัดที่อยู่บนยอดเขากลางเมืองหลวงพระบางครับ จำไม่ได้ว่าบรรไดกี่ขั้นแต่จำได้ว่าหยุดพัก ตั้ง สามรอบครับ

นีเป็นพระสถูปเจดีย์ที่ว่ากันบรรจุ พระธาตุเอาไว้ครับ ขับวนหาอยู่นานในที่สุดก็เจอ


และที่นี่ ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ที่เคยเป็นวังของเจ้ามหาชีวิตนะครับ
ผมเรียกถูกไหมครับ
แต่จำไม่ได้ว่าเขาเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรครับ

แต่มีสิ่งที่ผมงงมากที่สุดก็คือ เวลาเปิดปิดทำการของหน่อยงานในลาวเนี่ยครับ มันกี่โมงอะครับ ตอนผมไป ปิดหมดเลย
หลังจากตะเวนไปทั่วแล้วมารู้ตัวอีกที ก็นู่น เกือบ 17.00 แล้วครับ ตอนเอาจักรยานไปคืนแล้วเดินกลับไปที่พัก เรียกได้ว่าแทบจะเดินไม่ไหวกันเลย พอถึงห้องที่พัก กะจะนอนพักแป็บนึงผมดันหลับไปเลย ตื่นมาอีกทีก็ เกือบ 19.00 คราวนี้ละครับ หิวมาก

ได้เจ้านี่และเบียร์ 2 ขวดช่วยมีแรงขึ้นมาเยอะเลย ผมเลยได้เดินตลาดตอนค่ำของเขา มีสิ่งของมากมายขาย ทั้งของที่ดูก็รู้เลยมากจากไทยและก็มาจากประเทศอื่นก็มี แต่คนขายของ น่ารักเพียบเลย
แต่ผมพลาดสุดที่เรื่องนี้แหละครับ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยซักใบ
เลยไม่มีบรรยากาศยามค่ำคืนของตลาดที่หลวงพระบางมาให้ชมกันหลังจากเดินได้ซักพัก ก็ได้เวลากลับไปที่พัก และแล้วก็ทำตามประเพณีนิยมของผมก็คือ การดื่มเบียร์กับอ่านหนังสือ นะครับ
ราตรีสวัสครับ ผม



Create Date : 13 กันยายน 2550
Last Update : 14 กันยายน 2550 0:29:16 น.
Counter : 553 Pageviews.

4 comments
พูดไม่ได้หรือครับ? ป้าทุยบ้านทุ่ง
(10 ก.ย. 2564 12:13:14 น.)
เที่ยวเมืองรอง ระนองอีกครั้ง : ภารกิจเก็บตะวันที่เกาะพยาม สายหมอกและก้อนเมฆ
(9 ก.ย. 2564 16:18:45 น.)
นิทรรศการอารยธรรมวิวัฒน์ : ลพบุรี-ศรีรามเทพนคร (ภาคผนวก) ผู้ชายในสายลมหนาว
(8 ก.ย. 2564 11:29:38 น.)
8 กย 64 ตะพาบ 285 - ครั้งแรก mcayenne94
(8 ก.ย. 2564 19:46:09 น.)
  
ตามไปเที่ยวค่ะ
ตั้งใจว่า ช่วงปีใหม่จะแบ็คแพ็กไปลาว...
มีไข่เจียวอย่างนี้ ถึงไหนถึงกันค่ะ
โดย: ดอกหญ้าสีน้ำเงิน วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:16:15:04 น.
  
รออยู่นานว่าเมื่อไหร่จะมาต่อภาค 4 ...ฮ่ะๆๆๆ

ความเหงามันอยู่กับเราไม่นานหรอกค่ะ
ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากไปวุ้ยยยยย นิว่าจะไปมันซะเดือนหน้า แต่ควานหาสตังค์แล้ว... ขอคิดหนักๆอีกทีค่ะ.....


รออ่านต่อนะคะ
โดย: NiToRiA วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:17:44:57 น.
  
ตามไปเที่ยวต่อค่ะ หุหุ ที่ลืมถ่ายภาพตลาดค่ำเพราะมัวแต่มองสาวเพลินรึเปล่าคะ รออ่านอยู่หลายวัน คนเขียนมัวแต่เหงาอยู่นี่เอง ความเหงาอยู่กับเราไม่นานหรอกค่ะ ความจริงต่างหากที่เราต้องอยู่กับมัน สู้ ๆ ค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ ^ ^
โดย: som som วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:19:35:52 น.
  
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
โดย: ตติตา วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:21:13:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Lyonheartz.BlogGang.com

lyonheartz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]