การตำหนิผู้อื่นเป็นบาปเสมอไปหรือไม่



** ถาม – หลังจากใฝ่ธรรมะมาระยะหนึ่ง เวลาต้องย้อนกลับไปเถียงกับใครแล้วรู้สึกเหมือนผู้ร้ายเลยค่ะ อยากถามว่าถ้าการถกเถียงกันเป็นบาป เป็นความผิด อย่างนี้แปลว่าถ้าเห็นใครทำผิดก็ไม่ควรต่อว่าอะไรเลยหรือ?



** ตอบ - คืออย่างนี้นะครับ สำรวจกันดูดีๆ ตั้งต้นขึ้นมาการถกเถียงมักยืนพื้นอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า ‘ถ้าแกไม่ผิด ก็แปลว่าข้าผิดน่ะซี’ หรือ ‘ถ้าแกไม่เลว ก็แปลว่าข้านี่เองที่เลว’ พอรู้สึกกันเสียอย่างนี้ จึงไม่มีใครอยากยอมใคร เพราะไม่มีใครอยากได้ชื่อว่าเป็นคนผิดหรือเป็นคนเลวนั่นเอง

สรุปให้สั้นคือตอนคนเราเถียงกัน มักมีความโลภอยากเอาชนะมากกว่ามีเมตตาอยากเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก หรืออยากช่วยกำจัดความเห็นผิดของอีกฝ่าย เริ่มขึ้นมาก็มีการตั้งท่า ‘กูถูกแน่ๆ’ เสียแล้ว ด้วยความเคยชินชนิดนี้แหละที่จะทำให้คนมีธรรมะในหัวใจรู้สึกผิด เพราะธรรมะไม่มีกู มีแต่เหตุผล ธรรมะไม่มีความหนักอก มีแต่ความโปร่งเบา ธรรมะไม่มีผู้ชนะ มีแต่เพื่อนร่วมทุกข์เสมอกัน ควรกอดคอช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

อย่างไรก็ตาม หากจะถอนเท้าเต็มตัว ไม่โต้เถียง ไม่ขัดแย้งกันเลย ก็มิใช่วิสัยที่เป็นไปได้ การอภิปราย การโต้แย้ง การคัดค้านนั้น แม้แต่พระพุทธองค์ท่านก็ทรงกระทำ หาได้นิ่งเฉยไม่โต้ตอบใครเลยเมื่อเขาพูดผิด หาได้ขวนขวายน้อยเมื่อภิกษุในพระธรรมวินัยละเมิดกฎ ท่านติเตียนภิกษุที่หย่อนความเพียร หรือกระทั่งขับไล่ภิกษุทุศีลด้วยซ้ำ ไม่เลี้ยงไว้ทำความเสียหายแก่หมู่สงฆ์โดยรวมเลย

ในทางศาสนานั้นพระองค์ให้ยึดถือพุทธลีลาเป็นแบบอย่าง คือสนับสนุนให้พุทธบริษัทช่วยกันปกปักรักษาศาสนา ใครเข้ามากล่าวตู่พระศาสดา ถ้าแก้ได้ก็แก้ไป ใครเข้าใจผิดพระสัทธรรม ถ้าไขได้ก็ไขไป มีข้อแม้คือต้องทำไปด้วยความรู้ที่ถูกต้อง และทำด้วยความเห็นตามจริง ทำด้วยความรู้สึกอันเป็นเมตตา

นี่ก็เป็นในทำนองเดียวกับการถกเถียงทางโลก คุณจะไม่รู้สึกว่าเป็นผู้ร้ายแน่ๆ ถ้าหากมีเมตตาเป็นที่ตั้ง

แต่ของแบบนี้พูดง่ายทำยาก เพราะความเมตตาเป็นธรรมชาติของจิต แต่ไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ ขอให้ฝึกแผ่เมตตาไปเถอะครับ ฝึกขณะพูดนั่นแหละ ยังไม่ต้องนั่งสมาธิก็ได้ พูดไปก็สังเกตไปว่าใจเราหนักหรือเบา ถ้าหนักทึบอึดอัด ให้แปลไว้ก่อนว่านั่นไม่ใช่การพูดด้วยเมตตา แต่ถ้าเบาสบาย ให้นับไว้เป็นคะแนนสะสมหนึ่งแต้ม

พอสั่งสมได้ครบสิบแต้ม ลองตรวจใจดูอีกที คุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน และอาจไม่รู้สึกผิดอีกเลยก็ได้




Create Date : 17 กรกฎาคม 2549
Last Update : 13 กันยายน 2549 2:37:45 น.
Counter : 516 Pageviews.

0 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - โจน :: กะว่าก๋า
(8 ม.ค. 2564 06:29:08 น.)
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี สองแผ่นดิน
(2 ม.ค. 2564 21:16:12 น.)
4 วัน 3 คืน เที่ยวกระบี่ ดินแดนแห่งธรรมชาติจากผืนป่าสู่ท้องทะเลงาม (ตอนที่ 4: ทัวร์สี่เกาะ+ทะเลแหวก) เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
(12 ม.ค. 2564 22:12:33 น.)
✿ ✿ Food For Fun :: Hot Wok Return #55 :: อาหารผู้สูงวัย "แกงจืดผักกาดขาวม้วนไส้หมูสับ" ✿ ✿ เนินน้ำ
(12 ม.ค. 2564 08:30:50 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Lunla.BlogGang.com

animE'
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]