ภาค 1 บทที่ 1 ประวัติ การเกิด " ออฟชั่น " จนถึงปัจจุบัน


1 อ้างอิง 
1https://www.optiontradingpedia.com/history_of_options_trading.htm
2 https://www.optionstrading.org/history/
3 https://www.investopedia.com/articles/optioninvestor/10/history-options-futures.asp
 4 https://en.wikipedia.org/wiki/Option_(finance)
---------------------------------------------
ก่อน คริสศักราช 322
         อริสโตเติ้ลเคยเขียนบันทึก เศรษศาสตร์ ไว้ว่า ได้มีการซื้อหนังสือสัญญาเป็นหลักฐาน เพื่อไว้เรียกร้อง ( Contingent Claim ) โดยระบุว่าได้ซื้อสินทรัพย์ไว้ (โดยไม่ได้ซื้อจริงๆ ) อริสโตเติ้ลได้เอ่ยถึงว่า ปราชญ์ แห่ง มิลีตัส เป็นผู้คาดการณ์อนาคตเก่ง เก่งทางปรัชญาและคณิตศาสตร์ด้วย เป็น1ใน 7ปราชญ์กรีกโบราณ 
         ได้พยากรณ์ การเก็บเกียวมะกอกในปีหนึ่งว่าจะมีปริมาณมาก แล้วจะมีเงินมากถ้าเขาได้เป็นเจ้าของสวนมะกอก แต่เขาก็ไม่มีเงินมากจึงเกิดไอเดียอย่างหนึ่งที่จะสะสม มะกอกด้วยเงินจำนวนน้อย สร้าง Call Option ขึ้นมา ( น่าจะไปทำสัญญาซื้อมะกอกที่ ราคายังไม่สูงไว้ ว่าถ้ามันราคาสูงขึ้น เขาจะได้กำไรเพราะตกลงไว้ก่อนแล้วที่ราคาตอนที่มันต่ำ น่าจะเหมือน ฟิวเจอร์ แต่มีข้อผูกมัดมากกว่า และจ่ายเงินน้อยกว่าโดยจ่ายเงินให้เลยถ้าไม่ราคาสูงกว่านี้เขาก็จะไม่มาใช้สิทธิซื้อมะกอกให้กินเงินที่จ่ายไปเลย รายละเอียดแบบนี้น่าจะเป็นของใหม่กว่าแบบเดิมที่แค่ตกลงซื้อสินค้าล่วงหน้า และวางมัดจำไว้ ถึงเวลาไม่มาซื้อโดนปรับอีกมากมาย แบบฟิวเจอร์ ..........แต่แบบกำหนดไว้ว่าจ่ายเงินให้เลยเท่านี้ ถ้าไม่มาเอาก็ให้กินเงินนั้นไปเลย แบบนี้ใช้ทุนน้อยกว่าและ ไม่เสียหายมากถ้าไม่เป็นไปตามคาด ว่าราคาจะสูงขึ้น ) โดยสัญญานั้นให้ผู้ขายสัญญาเป็นคนเขียน เพื่อได้ไม่สามารถปฏิเสธหนังสือที่ตัวเองเขียนเองได้และได้รับเงิน จำนวนหนึ่งไปแล้ว.........เหลือแต่ว่าคนซื้อสัญญานั้นจะมาทวงสิทธิที่เขียนไว้ว่าจะขายมะกอกให้ในราคาในหนังสือไหมเท่านั้น...........ถ้าไม่มาทวงสิทธิ คนเขียนสัญญาก็ได้เงินฟรีไป
            แล้วปราชญ์แห่งมิลีตัส ก็ได้เงินมากมายเมื่อเอาของไปขายกับผู้ที่ต้องการมะกอกจริง
           สมัยนั้นยังไม่เรียก Option ต่อมา ปราชญ์แห่งมิลีตัสเลย ซื้อหนังสือ สัญญา หรือออกหนังสือสัญญา เองบ้าง โดยที่เจ้าของสวนมะกอกเองไม่เข้าใจระบบที่ปราชญ์แห่งมิลีตัส นี้คิดขึ้นมา ว่านี่คือระบบที่ต่อมาคือระบบของตลาด  Option ในปัจจุบัน 
          ในความจริงสมัยนั้นเจ้าของสวนเองรู้จักการ Cover call คือการประกันราคามะกอกว่าจะตกไว้ แล้วเมื่อมะกอกราคาตกก็ได้เงินจากการประกันนั้นไว้ 

----------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------
ในสมัยผมยังเด็กได้อ่านตำรากฏหมาขของพ่อบ่อยๆๆ เคยสงสัยว่าทำไมหนังสือสัญญาเกือบทุกชนิดของไทยตอนท้ายมักจะมีประโยคว่า
            ก่นอลงลายมือชื่อ คุ่กรณีทั้งสองฝ่ายได้อ่านหรือฟังข้อความทั้งหมดในสัญญานี้เข้าใจถูกต้องตรงกันแล้วจึงลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยาน
                 และจะมีช่องหนึ่งให้ลงชื่อ ................พยาน (ผู้พิมพ์และอ่าน )
--------- เพิ่งจะเข้าใจกฏหมายไทยที่มาจากตำรากฏหมายของต่างประเทศ ที่มีรากเง่ามาจากคนโบราณที่คิดค้นกันไว้ 
               คนโบราณจึงกำหนดให้คนให้สัญญาเป็นคนเขียนสัญญาเอง จะได้ไม่มีข้อบิดพริ้ว เพราะตัวเองมาสัญญากับเข้าไว้เองว่าจะทำอย่างไร 
  ดังนั้นก่อนเซ็นต์สัญญาอะไร โปรดอ่านเองให้ถี่ถ้วนทุกประโยค เพราะกฏหมาย เน้นว่าท่านเข้าใจสัญญาทุกอย่างแล้วจึงลงชื่อต่อหน้าพยาน 

             ดังนั้นออฟชั่นจึงเน้นที่คนขายเป็น Write แปลว่าคนเขียนสัญญา หรือคนขายสัญญา และเน้นให้คนซื้อจะใช้สิทธิหรือไม่ใช้สิทธิก็ได้ ( Excercise )............คนขายไม่มีสิทธิใช้สิทธิ แต่ต้องรอรับการใช้สิทธิของคนซื้อนั่นเอง 
             ดังนั้นตั้งแต่เริ่มต้น คนขายออฟชั่นเป็นผู้พิมพ์สัญญาหรือให้สัญญา เป็นคนขายสัญญาให้ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาว่าคนซื้อได้ซื้อของในสัญญาไปแล้วราคาเท่าไร โดยเขาได้เงินค่าเขียนสัญญาพรีเมี่ยมไปแล้ว
และถ้าคนถือสัญญาจะมาเอาของราคาดังกล่าวเขาก็จะขายของให้ในราคาที่ตกลงไว้ 
                สัญญาคอล จึงจะมีค่าเมื่อราคาสินค้าได้สูงกว่าราคาในสัญญา แล้วคนซื้อสัญญาไว้ก็เอาสัญญามาทวงสิทธิซื้อของราคานั้น 
       (แล้วเอาไปขายเลยก็จะกำไร หรือจะถือต่อไปก็ได้ ในสมัยใหม่ เลือกที่จะเอากำไรเป็น เงินก็ได้( เลือก ใช้สิทธิเป็น Cash ) หรือจะเลือกเอาของเช่นการเทรดค่าเงิน ก็จะได้เงินนั้นไป (เลือก Spot )

------------------------------------------------------------------------------
............ หลักการแต่โบราณนี้ก้ได้มีการทำกันต่อมาจนปี 1636 เกิด ฟีเว่อร์ ดอกทิวลิป พันธุ์หนึ่ง มีราคาสูงมาก ดอกทิวลิปถูกสั่งจาก ตุรกีและฮอลแลนดื จำนวนมากในศตวรรษที่ 17 เป็นสัญญลักษณ์ของความมั่งคั่งและสวยงาม 
           ทิวลิปได้กลายเป็นแฟชั่นเสื้อผ้าต้องมีลวดลายเป็นดอกทิวลิปหรือบนหน้าปัทม์นาฬิกา
ความต้องการดอกทิวลิปนั้นเลยทำให้ราคาทะยานเหมือนจรวดพุ่งขึ้นท้องฟ้า
           ราคาของหัวพันธุ์ ทิวลิปบั้นเลยพุ่งปรี๊ดขึ้นไป
             ชาวดัชท์ ผู้ผลิตหัวพันธุ์นั้นเลยสร้างออฟชั่น หัวพันธุ์ทิวลิปนั้นขึ้นมา โดยเป็น Call Option  แล้วราคาหัวพันธุ์ ทิวลิปก็พุ่งปรี๊ดจากปลาย 1636 ไปจนกุมภา 1637 
-------------------------------------------
........... 1700-1733 
ออฟชั่นก็มาเบ่งบานในอังกฤษอย่างเป็นทางการ มีการใช้ Leverage และมีการเล่นแบบเก็งกำไรกันมาก จนกลายเป็นสิ่งผิดกฏหมาย จาก 1733 ไปจน1860
เพราะความไม่รู้และความกลัว
---------------------------------------------------------

........... จนปี 1872 Russel Sage ก็ปลุกออฟชั่นขึ้นมาใหม่ในอเมริกา เกิดเป็นตลาด OTC 

----------------------------------------------------------
Over The Counter (OTC) คือ การซื้อขายกันเองโดยตรง เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์โดยที่ผู้ซื้อ และผู้ขายตกลงต่อรองราคากันได้เอง หรือเป็นการซื้อขายในตลาดซื้อขายโดยตรง (negotiated market) ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนสามารถต่อรองราคาได้ตามที่ต้องการ ทั้งนี้ การซื้อขายแบบ OTC อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีตลาดอย่างเป็นทางการ

----------------------------------------------------------

เขาตาย19.6 พร้อมเงิน ประมาณ 70ล้านเหรียญ

บริษัทต่างๆๆมีออฟชั่นด้วย และเมื่อ 1855 ตลาดหุ้นล่ม แต่ไม่ทำให้ตลาดออฟชั่นเดือดร้อน
----------------------------------------------------------
1973 เกิดการก่อตั้งตลาดที่ชิคาโก เป็น CBOE และมีบริษัทจัดการ เป็นเคลียริ่ง OCC เกิดขึ้นมาด้วยทำให้ตลาดมีระบบ......ส่วนใหญ่ยังเป็นออฟชั่นหุ้นเพื่อเสริมตลาด วอลสตรีท ซึ่งมีแต่ คอลออฟชั่นจนปี 1977 จึงมีการเปิดพุทออฟชั่นขึ้นมาอีก แบบหนึ่ง
             เวลานั้นเองที่นักเศรษฐศาสตร์ /นักคณิตศาสตร์ได้ช่วยกันคิดโมเดลเพื่อคำนวนราคาออฟชั่น ให้เหมาะสม 
               หนึ่งนั้นก็คือ Black - Scholes Model
ซึ่งเป็นคณิตศาสตร์ชั้นสูงเอาตัวแปรทั้งหลายมามีส่วนร่วมในการคำนวนราคาของออฟชั่น 

อ้างอิง ไว้ให้อ่านถ้าอยากรู้รายละเอียด 
https://www.optiontradingpedia.com/free_black_scholes_model.htm

.........เมื่อเกิดวิกฤต 2008-2009 คนที่ใช้ออฟชั่นประกันความเสี่ยงไว้รอดตายจากวิกฤตได้..........

...............ออฟชั่นจึงได้เติบโตต่อมาเมื่อได้รับการยอมรับจาก ประเทศใหญ่ๆๆรอบโลกมาตั้งแต่ มีตลาดหุ้นและตลาด ฟิวเจอร์ พัฒนามาตามความเจริญของการติดต่อค้าขายกันจนข้ามประเทศ 
เช่น ญี่ปุ่น 

Today's futures markets differ greatly in scope and sophistication from the barter systems first established by the Japanese. As you might suspect, technological advances have made trading options and futures more accessible to the average investor. The majority of options and futures are executed electronically and go through a clearing agency called the Options Clearing Corporation (OCC). Another feature of today's options and futures markets is their global reach. Most major countries have futures markets and futures exchanges on products ranging from commodities, weather, stocks and now even Hollywood movie returns. The futures market, much like the stock market, has global breadth. The globalization of futures exchanges is not without risk. As we saw during the market meltdowns in 2008 and 2009, market psychology and fundamentals turned down with remarkable intensity largely due to derivative securities. If not for government intervention, the outcomes for the stock and futures markets may have been much worse.

Read more: The History Of Options Contracts https://www.investopedia.com/articles/optioninvestor/10/history-options-futures.asp#ixzz5K8gzhaQo
Follow us: Investopedia on Facebook
อ้างอิง https://www.investopedia.com/articles/optioninvestor/10/history-options-futures.asp

..................................................................

.......ปัจจุบันออฟชั่นได้ขยายสินค้าไปเป็น หุ้นออฟชั่น / ฟอเรกออฟชั่น /คอมโมดี้ ออฟชั่น / ดอกเบี้ยออฟชั่น / พันธบัตรออฟชั่น /กองทุนออฟชั่น 
...........และพัฒนา การเทรดฟิวเจอร์ไปเป็น CFD = Contact For Different เทรดด้วยระบบของฟอเรก ไม่มีหมดอายุ
------------ ออฟชั่นก็พัฒนาตามไปด้วยเป็นออฟชั่น CFD

                                    Sajja 



Create Date : 02 กรกฎาคม 2561
Last Update : 3 กรกฎาคม 2561 5:37:51 น.
Counter : 1057 Pageviews.

0 comments
สูงอายุ มาร์เก็ตเพลส (market place) ช่องทางใหม่สำหรับการสร้างรายได้ของผู้สูงอายุ นกสีเทา
(14 พ.ค. 2563 10:44:08 น.)
จุฬาฯ ชวนเสวนาออนไลน์ ฟรี! “จุฬาฯ ธุรกิจพิชิตโควิด-19” หัวข้อ “Digital ยาพิชิตโควิด SME” DigitalMarketing
(8 พ.ค. 2563 11:43:09 น.)
4 ข้อที่ควรคิดก่อนใช้ Social Media ในการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง สมาชิกหมายเลข 5763055
(1 พ.ค. 2563 23:50:24 น.)
ตอนที่ 1 มาลุ้นกันหน่อย Lease รถแล้วเอาเงินไปซื้อหุ้น ใครจะดีกว่ากัน สามปี newyorknurse
(23 ก.พ. 2563 03:28:04 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Doctor-sajja.BlogGang.com

หมอสัจจะ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 185 คน [?]