*~ ทำไมถึงหวงความเป็นโสดกันนะ~*


..............นั่นจิ....อยากรู้กันมะคะว่าทำไมคนทุกวันนี้ถึง
ได้หวงความเป็นโสดกันนักกันหนาน้อ...!!!มันเกิดอะไรขึ้น
กับหญิงชายยุคนี้กันเอ่ย เราลองมาวิเคราะห์กันเล่น ๆ ดู
หน่อยมะคะ ว่าทำมั้ยทำไมพ่อคุณแม่คุณถึงไม่ยอมแต่ง
งานสละโสดซ๊ากกะทีอะค่ะ



อะแฮ่ม ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก เตาะ เตาะ เตาะ


...........เมื่อวันเวลาหมุนผ่านไป ตะก่อนก็ดูเนิ่นนานนะคะ

แต่ปูเหลียวนี้ทำไมมันยังกะติดจรวดสะกั๊ด ก็มะปาน มันวิ่ง

ฉิว ๆๆๆ หมุนติ้ว ๆๆๆๆ จากที่เคยสดใสสวยปิ๊ง ๆๆๆ หรือโห

หล่อสุด ๆ ประเภทหล่อลากดิน ลงไปยังชั้นอัคนีเลยขนาด

นั้น คือพูดง่าย ๆ ให้เห็นภาพชัด ๆ เลยว่าเป็นคนสวยหยาด

เยิ้ม สวยไม่เกรงใจฟ้าดิน หล่อไม่สิ้นสุด หล่อสะท้าน

สามภพ มนุษย์ บาดาล และสวรรค์ ( หล่อขนาดนี้น่าจะ

น่ากลัวมากก่านะ 5 5 5 5 กลัวถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือผู้ที่

อิจฉาความหล่อความสวยไง คิก ๆๆ )

===============================


สมัยย่างก้าวสู่วัยรุ่น สิวเม็ดเป้ง ๆ ขึ้นให้เห็นว่าฮอร์โมน
หญิง ฮอร์โมนชาย แน่นเปรี้ยะซะ ต้องหาที่เบียด ต้องปะทุ
ประจานกันซะหน่อย แล้วที่ไหนก็ไม่เหมาะเท่ากับใบหน้า
ละค่ะ แล้วไม่เลือกที่เลย บางคนก็มีสิวโผล่ตรงกลาง
หน้าผาก ถ้าเป็นหญิงก็เหมือนกับสาวอินตะระเดีย เลยค่ะ
แบบมีเจิมหน้าผากไรเงี้ย


ถ้าไปโผล่ปลายจมูก แดงเป้ง ดู ๆ ไปคล้ายประสาทนอ
แรดเลย 5 5 5 อันนั้นจะช้ำใจมาก ความมั่นใจ
เนี่ยหดไปก่าครึ่งกันเลยทั้งพ่อคุณแม่คุณกันละค่ะ


เมื่อย่างเค้าวัยสะรุ่นมันก็เลี่ยงมะพ้นร๊อกเรื่องแบบนี้อ่ะ
นี่ ๆ ๆ กระซิบหน่อย ตอนนี้พวกคุณ ๆ หนะ ถ้ายังมีสิวโผล่
มาให้ดีใจ กระโดดโลดเต้น กระตู้วู้ได้เลยค่ะ นั่นซะแดง
ว่ายังมีฮอร์โมนอยู่บ้างอ่ะ ฮี่ ๆๆๆ


แต่ถ้ามีกระโผล่ อย่าทำเป็นดีใจไปละ อันนั้นจะบ่งบอก
วัยก้าวหน้าอีกแบบนะจ๊ะ ก้าวไปอีกภพอ่ะจิ ฮี่ ๆๆๆ

เอ้อ...มาเข้าเรื่องต่อดีก่า รู้สึกจะออกทะเลไปอ่าวไทย
ซะแหล่วววว


ก็จะบอกว่า เวลามันหมุนผ่านไปเร็วเหลือเกินไง พอเรียน
จบ ก็ทำงาน เพื่อน ๆ ที่เรียนร่วมรุ่นกันมาเอย หรือเพื่อน
ร่วมงานในวัยเดียวกันเอย


พอนานวัน นานวันเข้า ก็ชักเอ๊ะ คนรอบ ๆ ข้างเราเนี่ย
ชักยังไงซะแล้ว ก็หลาย ๆ คนก็มีลูกมีเต้าไปกันอ่ะจิ

มีลูกไปพอ บางคนมีหลานเข้าไปอีกนั่นหนะ เอาละหว่า


สาว ๆ หนุ่ม ๆ ยุคใหม่เริ่มสังเกตแล้วอะจิว่า ไอ้การ์ด

งานแต่งงานที่ได้รับเชิญ จากที่เคย ๆ ได้รับเชิญไปงาน

แต่งงานของเพื่อนฝูง มันเริ่มลดลงแย๊ว ก็แต่งกันไปจะ

หมดแล้วไง ทีนี้การ์ดที่ได้ต่อมา ก็จะเป็นการ์ดเชิญไป

งานแต่งของพวกหลาน ๆ อะดิ หรือไม่ก็เป็นการ์ด

เชิญไปงานแต่งงานของลูกของเพื่อน ๆ รุ่นพี่ หรือของ

เพื่อนร่วมงานที่ไม่ใช่คนรุ่นเดียวกัน แต่ดันเป็นรุ่นน้องที่

อายุห่างกันนับ 10 ปี บางครั้งเกือบ 20 ปี โอจอร์ชมัน

เศร้าจริง ๆ อ้า

=================================



นั่นดิคะ....หลาย ๆ ท่านก็มองว่ามันเศร้าจริง ๆ อ้าาาา
แต่อีกหลาย ๆ ท่านที่สละโสดไปแล้วมีไม่น้อยที่บ่นให้ได้
ยินว่า รู้งี้อยู่เป็นโสดก็ดีอ่ะไม่น่าหาเรื่องเล้ยยยย


ก็ทำนองคนในอยากออก คนนอกอยากเข้าประมาณนั้น
อิ ๆๆ แต่ก็มีไม่น้อย แต่ง ๆ ไปแล้วก็ยิ่งรักกันหวานฉ่ำมาก
ยิ่งขึ้น จนเป็นที่อิจฉาของคนรอบข้างก็มีค่ะ อิ ๆๆ


เรื่องแบบนี้นะคะ เค้าว่าฟ้ากำหนดไว้แล้ว 50 ส่วนอีก 50
ที่เหลือเรานั่นละค่ะ เป็นคนกำหนดเองไง จะแต่งหรือไม่
แต่งมันก็อยู่ที่เรานี่คะ ถามใจตัวเองดี ๆ แล้วตอบให้ตรง
กับใจอย่าหลบเลี่ยง ทำอ้อมค้อมไปมา ก็จะเห็นคำตอบ
เองแหละค่ะ ว่าจะโจ๋ดดีหรือมะโจ๋ดดีไง อะธ่อคร๊ายกาน


จะมารู้ใจเราดีได้ดีก่าตัวเราเองจริงมะคะ คุณ ๆ ขาาาาา











Create Date : 26 กรกฎาคม 2548
Last Update : 16 สิงหาคม 2548 21:01:53 น.
Counter : 428 Pageviews.

28 comments
ข้างบ้าน 1.1/65 สองแผ่นดิน
(11 ม.ค. 2565 00:05:09 น.)
นุ่งซิ่นชมสวน1/2565 : บอน / ร่าน ตะลีกีปัส
(12 ม.ค. 2565 13:51:24 น.)
แก้ไขให้ถูก ปัญญา Dh
(20 ม.ค. 2565 10:44:52 น.)
ทริปเที่ยวเชียงใหม่ ลำพูน ตอนที่ 2 อาจารย์สุวิมล
(8 ม.ค. 2565 22:45:02 น.)
  


อ๊ะอารัมภบทซะยาวเหยียดเดี๊ยวคนอ่านจะว่ามีแต่น้ำแต่โทษเถอะนะค้าาา น้ำเนี่ยมะใช่น้ำเปล่านะค้าาาา น้ำก็น้ำ
ซุปด้วยนะคะ ใส่ถั่วงอก เส้นก๋วยเตี๋ยว แล้วก็ใส่ลูกโช๊งลูกชิ้น หื่อก้วย ให้มันมีน้ำมีเนื้อให้เคี้ยวกันหนุบหนับแน่นอนค่ะ

*~*~*~*~*~*~*~**~**~**~**



........พูดถึงเรื่องการ์ดแต่งแล้วเนี่ย พอมันหดหายไป
เรื่อย ๆ แล้ว คุณชายคุณสาวก็คงเริ่มหันมาก้มมองดูตัวเอง
กันแล้วละซีทีนี้!!!!ทำนองว่าเอ๊........ทำไมเรายังไม่ได้แจก
การ์ดแต่งงานกับเค้าบ้างเลยละเนี่ย!!!


===================


อืมม์.....คุณชายกับคุณสาว ๆ โสด หลาย ๆ คน ๆ เป็น
ที่น่าแปลกใจมากนะคะ ที่เมื่อมองดูหน้าตาเขาหรือเธอ
แล้วเนี่ยจะพบว่า ทั้ง ๆ ที่หน้าตาก็ออกสวยเริด หล่อเท่
โอ้ช่างมากด้วยเสน่ห์ล้ำลึก และแสนดีออกปานนี้ ก็ยัง
ไม่ได้แต่งงานซะที ส่วนผู้หญิงบางคนหน้าตาก็ดูไม่ได้


นิสัยก็ไม่ค่อยจะดี มีแต่คอยหาเรื่องยุ่ง ๆ วุ่นวายไม่ได้
หยุดหย่อน เจ้าหล่อนกลับได้แต่งงาน ส่วนชายหนุ่มก็ไม่
ต่างกันหรอกค่ะ หน้าตาออกหล่อเหลา ( ไม่ใช่เหลาเหย่
นะคะ คิก ๆๆ )ก็มีสิทธิ์ไม่ได้แต่งเหมือนกันจน


บางทีก็ให้สงกะสัยมะได้ว่า อะไรว้าาาาา เจ้านั่นหน้าตา
มะเห็นได้เรื่องอ่ะ ผอมกะหร่องก่อง กล้ามเกิ้มอะไรก็สู้
เรามะได้ซ๊าาาาากะอย่าง ทำไมถึงได้แต่งงานวะ????




โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:06:11 น.
  


======
*
**
เวลาเราพูดเม้าท์พวกที่เป็นโสดทั้งหลายแหล่เนี่ยน้าาาา

เราก็มักจะมาลงเอยด้วยสองข้อ ซึ่งดูจะโหด มัน ฮา ไป
ซัำกกะหน่อยค่ะ คือข้อแรก ก็อยากเลือกมากนักนี่คะ
กับอีกข้อก็ บ่อหนั่งไอ่ มะมีใครเอา โอยทั้งขึ้นทั้ง
ล่อง


ฟามจริงไอ้เจ้าฟามโสดเนี่ย มันผิดตรงหนายกานค้าาาา
เรามาลอง ๆ ดูกันหน่อยจิ๊ว่า พวกหนุ่มโสด สาวโสดเค้า
คิดอะไรกันอยู่ เรามาเปลือยตีแผ่วิเคราะห์กันอย่างหมด
เปลือกกันหน่อยนะคะ




**********************


..........ประการแรกนี่หลาย ๆ คนก็มองอย่างสะจาย.....


......................เลือกมากไปอะจิ ................




~*~**~~**


..........แหมเรื่องแบบนี้ มันก็เป็นธรรมดาอยู่เองอ่ะที่บรร
ดาหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทั้งที่เหลือมากหรือเหลือน้อย(หมายถึงวัย
อ่ะ อิ อิ) ก็อยากที่จะได้สามีที่วิเศษสุด ๆ เท่าที่ชีวิตนี้จะหา
ได้ไง แต่ไอ้การตั้งเป้าไว้สูงเสียดฟ้าเทียมเมฆเทียม
วิหคเหิน จนลืมก้มมองดูตัวเองอ่ะว่าตัวเองมีดีแค่ไหนกัน



พวกที่ตั้งความหวังไว้สูง ๆ อยากได้แบบว่าหนุ่มหุ่นดี

หล่อ เท่ มาร์ท มาดมั่น กริยาสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน

ไม่ก้าวร้าว ไม่เห็นแก่ตัวไม่ลามปาม ทำเล่นแบบหมาหยอก
ไก่ไปทั่ว การศึกษาดี ฐานะดี สภาพแวดล้อมโดยรวม
ก็ให้เลิศหรู ดูดีไปโม๊ดอ่ะค่ะ ลักษณะสเป๊คที่ตั้ง ๆ ไว้สูง
ซะแบบเนี้ย ก็อาจจะมีไม่น้อยที่ฟลุ๊กสำเร็จได้ดังที่หมาย



แต่ก็เชื่อได้เลยว่าชีวิตครองรักครองเรือน คงจะไม่ได้ราบ
เรียบดังที่หวัง ๆ กันไว้นักหรอกค่ะ เพราะเค้าว่าตามหลัก
ของการครองคู่ที่สามารถมีชีวิตคู่อย่างผาสุกได้นั้น จะต้อง
พิจารณาเริ่มแรกในช่วงของการครองรัก...ถึงความใกล้-
เคียงในปัจจัยดังต่อไปนี้ค่ะ


โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:09:37 น.
  

=======
อายุ


คือฝ่ายชายเนี่ยควรจะมีอายุมากก่าหญิงโดยเฉลี่ยประมาณ
5 ปีเค้าว่าจะเหมาะสมกันมากค่ะ

อย่างหนึ่งที่เค้าวิเคราะห์ไว้ก็คือ ตรง ๆ เลยด้านสรีระ ต้อง
ยอมรับอย่างหนึ่งว่า ผู้หญิงเนี่ยแก่ง่ายตายช้า อย่างที่
มีคุณ ๆ ผู้ชายหลาย ๆ ค่อนแคะเอาไว้ไงคะ ถ้าเราเลือก
คนที่มีอายุเท่ากันหรือไล่เลี่ยกันจนเกินไปแล้วเนี่ย



ผู้หญิงมีสิทธิ์ไปไวก่าผู้ชายอ่ะ ไหนจะงานบ้านมากมายให้
ต้องดูแล ต้องมีท้อง เลี้ยงดูลูก ๆ ทั้งพ่อบ้านอีกสารพัด

สังขารจะทนทานไหวหรือคะ แบบนี้มีแต่โทรมกับโทรม
อย่างเดียวเลยค่ะ แล้วก็แปล๊กแปลกนะคะ คนที่แต่ง
งานแล้วเนี่ย มักจะปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทั้งหญิงและชาย
อ่ะค่ะ

เค้าว่าคิดผิดนะคะ ......แล้วประมาทด้วยค่ะ

ก็แหมตอนเป็นแฟนกันใหม่ ๆ ทำไมเราถึงประเคนแต่งตัว
ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เสื้อผ้า ผมเผ้าเนี่ยแทบทุกกระ-
เบียดนิ้ว เนี๊ยบ สะอาด สะอ้าน


แต่พอแต่งงานกันปั๊บ ไม่ทันไร ก็ปล่อยปละละเลย อันนี้
เค้าว่าไม่ถูกค่ะ ยิ่งแต่งงานแล้ว ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้อง
ดูแล ยิ่งต้องสวยค่ะ


อันนี้มันเป็นธรรมชาติของคนอยู่แล้ว ย่อมอยากอยู่ใกล้
ชิดกับคนที่ดูดี


เป็นผู้ชายก็ไม่ควรให้มีไขมันที่พุงจนเกินไปค่ะ ถึงจะอ้าง
ว่าดูภูมิฐานก็เถอะค่ะ แต่ไม่มีพุงก็ภูมิฐานได้ไม่น้อยนะคะ


อีกอย่างมันก็ดีกับสุขภาพเราเองอ่ะ ไม่ต้องให้รู้สึกอึดอัด
หรือต้องสิ้นเปลืองตัดเสื้อผ้าใหม่ เพราะชุดเก่า ๆ นุ่งมะได้
แย๊วอย่างนี้ก็มะถูกนะคะ



เราต้องพยายามลดให้กลับไปใส่ชุดเก่า ๆ ให้ได้ ไม่ใช่ว่า
เอาชุดเก่าไปแก้ไปขยายออกไปให้กว้างซะจนสุดขอบสุด
ตะเข็บผ้า อย่างนี้ต้องโทษอะไรดีละคะ โทษปากตัวเอง
หรือเปล่า ที่ไม่ยอมปิดเวลาเจออาหารอร่อย ๆ อ่ะค่ะ




ยิ่งถ้าอายุมากขึ้น ๆ เนี่ยลองสังเกตซีคะ ว่าจะกดน้ำหนัก
ให้ลดลงตะละโลเนี่ย ทำมั๊ย มันยากเย็นอย่างนี้เอย


บางทีต้องใช้เวลาเป็นเวลาอาทิตย์ก่าจะลดได้ซักโลนึง
ก่าจะได้ทรมาณแทบแย่ กินแต่ผักต้ม แป้งของมัน ๆ ที่
เคยชอบ ๆ ต้องเมิน มันทำให้เกือบลงแดงตายเลยละนั่น
ค่ะ


แต่เค้าว่าอีกแหละค่ะว่า.........มื้อเย็นให้ทานน้อย สองสาม
คำของข้าว แล้วหนักกับเข้าไว้ ก็ช่วยได้นะค้าาาา



แต่พวกที่ใจไม่แข็งพอมักจะบอกว่า มื้อเย็นเนี่ยเป็นมื้อที่
สุดยอดที่สุดของวันเลยหละ ได้คลายเครียดจากงาน
นั่งกินสบาย ๆ ไม่ต้องกังวลไรเลย เคี้ยวได้อย่างปลด
ปล่อยจริง ๆ ยิ่งได้บรรยากาศดี ๆ ด้วยแล้ว โห....มัน
หยุดไ่ม่ได้เอากันเลยละค่าาาา


แบบนี้ก็น่าเห็นใจนะคะ








โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:48:52 น.
  
ปัจจัยนอกจาก ......เรื่องของอายุแล้วก็มีเรื่องขององค์
ความรู้ค่ะ



หญิงชายควรมีระดับความรู้ที่ใกล้เคียงกัน ไม่ใช่แตกต่าง
กันซะ คนนึงเป็นด๊อกโต้ง ด๊อกเต้อร์ แต่อีกคนจบแค่
เสริมหลักสูตรไรเงี้ย มันแตกต่างกันจนเกินไป


อยู่ด้วยกันมันควรจะต้องพูดภาษาเดียวกันทางวิชาการได้
ดีด้วยค่ะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็เห็นมีหลาย ๆ คู่นะคะ
ที่เค้าก็อยู่กันได้ดี จนแก่เฒ่าอ่ะค่ะ


การศึกษาเป็นสิ่งให้ความรู้ก็จริง แต่ในการดำรงชีวิตและ
การประกอบอาชีพในชีวิตจริง ๆ บางครั้งความรู้สูง ๆ ก็เอา
ตัวไม่รอด สู้ผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตเพาะบ่มมาไม่ได้


เราจะเห็นจากหลาย ๆ รายการทางทีวีที่เค้าเชิญผู้ประสบ
ความสำเร็จในชีวิต ในธุรกิจที่ได้บุกเบิก ล้วนพบความ
ลำบากมาก่อนแล้วทั้งสิ้นค่ะ แต่ด้วยความมานะ อดทน
แล้วความมีความคิดรวบยอด มองการณ์ไกลที่ดี ทำให้
เห็นกลยุทธ์ ยุทธศาสตร์




เพราะอย่างนี้บางคนเรื่องเนี้ยก็มิได้มีผลต่อการครองเรือน
เท่าไหร่อ่ะค่ะ คิดว่าการอยู่ร่วมกัินจิตใจรวมเป็นหนึ่งนั่น
ละค่ะสำมะคัญที่ซู๊ดดดด ค่ะ


แต่ที่เค้าวิเคราะห์เนี่ยค่ะ ก็เป็นในภาพรวม โดยเค้าให้ความ
เห็นว่าถ้าการศึกษาต่างกันเกินไปบางครั้งอาจเกิดช่องว่าง
ทางความคิดกันได้มังคะ แล้วบางโอกาสก็ต้องมีการไป
ออกงานสังคม หรือพบปะคนนอกบ้านบ้าง การพูดคุย
พูดจากัน บางงานบางกลุ่มจำเป็นต้องอาศัยพื้นฐานทาง
ความรู้ด้วยเช่นกันนา


แต่เชื่อเถอะว่าคงมีอีกหลาย ๆ ท่านค้านหัวชนฝาเลยแระ
เรื่องนี้ เพราะมีให้เห็นแยะไปไอ้ประเภทเรียนมาแยะ เรียน
มาสูง ผ่านเมืองน่งเมืองนอกมา มีแต่ไอคิว แต่อีคิวช่าง
ไม่เอาไหนออกเกลื่อนเมือง อีโก้ก็สูง ขืนมาอยู่ด้วยกัน
ก็ลองจินตนาการเอาเองเถอะค่ะว่า เก่งกับเก่ง ถือดีกับ
ถือดีมาอยู่ร่วมกัน ถ้าไม่มีใครยอมกัน ภาพความสุขจะมี
หรือไม่คะ


โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:50:42 น.
  
นู๋มะเหงหวงเลย ความเปงโสดอ่ะค่ะ ใครจีบก้อบอกไปว่า มีแฟนแล้ว ถ้าเค้ามะว่าไร นู๋ก้อมะขัดข้อง เปงเพื่อนกันมั้ง กิ๊ก(ก๊อก)มั้ง แล้วแต่อ่ะค่ะ บอกตรงๆนะนู๋ก้อเจ้าชู้ใช่ย่อยน้า~~แต่ถ้ารักแล้วจะรักจิง นู๋ว่านะค่ะ ถ้าเราคิดว่าถ้ามีแฟนแล้วกลัวแฟนจะทำอะไร...ละก้อ บอกเค้าตรงๆจะดีก่าค่ะ เวลาอยุ่ด้วยกันเราจะได้สบายใจชึ้น แต่ที่นู๋พูดนี่ นู๋ก้อมะได้บอกแฟนนู๋หรอกน้าค่ะ แต่นู๋ว่าเค้าคงรุดี อย่าหวงเลยค่ะความโสดอ่ะ รีบหาก่อนที่คนดีๆ จะหายากกว่านี้นะค่ะ ไปแล้วค่ะ อ้อ คืนนี้ฝันดีนะค่ะ..........
โดย: ~oกิ๊กกะโป๋ โลเปสo~ IP: 61.91.112.205 วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:53:04 น.
  
==========

ปัจจัยต่อไป

ก็คือ ..........เรื่องของฐานะ ค่ะ


*******************


อันนี้เค้าก็วิเคราะห์ไว้ว่า.......อย่ามองข้ามเรื่องนี้ไป เพราะ
ชีวิตจริงมิใช่อย่างในหนังไทยน้ำเน่าทั้งหลายแหล่

ที่คุณชายพบรักกับสาวน้องนา หรือคุณหนูพบรักกับชาย
ยากไร้อะไรเงี้ยค่ะ แล้วก็แฮปปี้เอ็นดิ่ง แต่ลองดูในหนัง
ก่อนจะแฮปปี้เอ็นดิ่งซีคะ ว่าสาวหนุ่มตามท้องเรื่องนั้นจะ
ต้องพบเจอกับอุปสรรคขวากหนามมากน้อยกันขนาดไหน



เพราะเรื่องจริง.....มิใช่มีเพียงเราสองคนที่อยู่ลำพังในโลก
นี้เรายังต้องมี พ่อแม่ พี่น้อง ญาติโกโหติกา เพื่อนฝูง
มากมาย เพื่อนร่วมสังคมอีกมากมาย


ความแตกต่างทางฐานะการเงินและสังคมจนเกินไป.....

คุณคิดว่าจะมีความสุขแท้จริงได้หรือไม่กันคะ....

คุณคิดว่าจะรอดพ้นจากการมองว่า ที่แต่งกับเค้าไปหนะ
โสงกะสัย เพียงเพื่อหวังสมบัติของคู่สมรสอ๊ะป่าวอ่ะค่ะ


รู้ละค่ะว่า .....มีพื้นฐานของความรักแท้อยู่ แต่ความแตก
ต่างกันมากจนเกินไป ก็คงสร้างความอึดอัดใจให้กับทั้ง
สองฝ่ายอยู่ลึก ๆ แน่นอน เพียงแต่คงข่มไว้เพราะต่างมอง
ข้ามและมองความรักเหนือทรัพย์สมบัติมากมายเหล่านั้น






อย่างที่เป็นข่าวอีกนั่นละค่ะ.......เห็นสื่อนำเสนอให้ฮือฮา
ชีวิตคนดังอีกมากมายจากที่ผ่าน ๆ มา


เห็นมีปัญหาเรื่องฟ้องร้องกันเรื่องทรัพย์สมบัติให้ปวดหมอง
กันมากมาย


ถ้าหากฝ่ายหนึ่งด้อยก่าเรื่องฐานะทางการเงินและสังคม
เนี่ยค่ะ พบบ่อยไปที่เวลามีเรื่องกันขึ้นมา หรือทะเลาะกัน
ขึ้นมาคราใด ความโกรธ และหน้ามืดไม่เข้าใครออกใคร


เวลาโมโหมักจะคิดเพียงว่าจะพูดอะไรออกไปให้อีกฝ่าย
เจ็บใจ เจ็บปวดจี๊ด ๆๆๆ แบบว่าพอเห็นเค้าเต้นเร่า ๆๆ นั่น
ละ จะสะใจ แต่ขอโทษเถอะ พอพูดไปแล้วผ่านพ้นไป
แล้วไอ้วันมหาวินาศแบบนั้นหนะ ก็กลับมาเสียใจว่าไม่น่า
พ่นอะไรเหม็น ๆ แบบนั้นออกไปเรื่อยอ่ะ


เรื่องนี้ก็เช่นกันไง พอโมโหกัน ก็เอาแระลำเลิกบุญคุณกัน
แระ ว่าที่เธอ ที่คุณได้ดีมาทุกวันนี้หนะ เพราะใคร เพราะ
ฉันเพราะผมใช่ป่าว นี่มันเป็นงี้ คิดดูซีคะ คนที่อยู่ด้วยกัน
ได้ยินเต็มรูหู เนี่ยจะรู้สึกเช่นไร แล้วถ้าต้องได้ยินบ่อย ๆ
แบบนี้ มันสมควรหรือไรคะ.......


คือคล้าย ๆ ว่า โดดเด่นก่าแล้วจะคอยข่ม เราด้อยก่าก็จะ
ต้องตกเป็นเบี้ยล่าง เว้นเสียแต่ว่าคุณ ๆ จะโชคดีที่ไปพบ
กับเจ้าชาย เจ้าหญิง ที่แสนดีจริง ๆ เข้าเท่านั้นค่ะ คุณจึง
จะพบกับความสุขอย่างแท้จริง และไม่ต้องคอยหวาดผวา
ว่าวันใดวันนึงข้างหน้า เราจะถูกทวงบุญคุณ และเป็นหนี้
ชีวิตใครบางคนจนต้องยอมไปเสียทุึกอย่างอ่ะค่ะ






โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:53:32 น.
  
..........ปัจจัยต่อไปคือ...ทัศนคติในเรื่องต่าง ๆ ....



***************************


อ้าวอย่ามองข้ามเรื่องนี้ไปนะคะซิบอกไห่....!!!


ถ้าคนเราจะอยู่ร่วมกันแล้ว มองภาพรวมอะไรหลาย ๆ
อย่างแล้วมันช่างเป็นเส้นขนานกันไปซะทุกเรื่อง แล้วมัน
จะรู้เรื่องกันไหม๊คะเนี่ย ถ้าไอ้เรื่องที่แตกต่างกันหนะมัน
พากันไปเป็นเรื่องบวก เรื่องดี ก็เฮงไป แต่ถ้าเกิดแตกต่าง
กันในเรื่องพากันล่มสลายละเป็นเรื่องยุ่งเลยค่ะ


หลาย ๆ คู่เค้านิยมใช้ข้ออ้าง ข้อนี้กันละค่ะเวลาเลิกกันว่า
เป็นเพราะ " ทัศนคติของเราไม่ตรงกัน " เป็นบทสรุปจบ
ว่าที่มาของปัญหาทั้งหลายแหล่ ที่พาให้เราต้องแยกทาง
กันมันก็เกิดจากเรื่องนี้แหละค่ะ อาจเห็นไม่ลงรอยกัน
ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ๆ


แต่ลองคิดดูถ้าไม่ลงรอยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มีเป็นร้อยๆ
เรื่อง มารวมกันคงเป็นปัญหามากก่าที่ไม่ลงรอยในเรื่อง
ใหญ่ ๆ เรื่องเดียวมังคะ





เรื่องทัศนคติในเรื่องต่าง ๆ เนี่ยค่ะ ควรจะไปกันได้ใน
หลาย ๆ เรื่อง ซึ่งควรรวมถึงเรื่องของศาสนาด้วยนะคะ


มีคนเคยพูดไว้ คนไหนไม่รู้ แต่เราก็เห็นด้วยนะคะว่า
เวลาพูดคุยกันหนะ อย่าพยายามนำเรื่อง การเมือง กับ
ศาสนามาคุยกัน เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน


ต่างคนต่างมีความคิด มีมุมมอง มีความรู้สึกกับเรื่องนี้
แตกต่างกันไป เพราะอย่างนั้นถ้าอยากจะคุยกับใครได้
นาน ๆ เรื่องแบบนี้พยายามอย่าหยิบมายกถกถ้อยกัน


แต่มะใช่ว่าไม่พูดกันเลยนะคะ หมายถึงว่าคุยกันได้แต่
พอหอมปากหอมคอ ต้องคุยแบบต้องยอมรับความเห็น


ยอมรับความเห็นใช่ว่าเราต้องเห็นด้วยความความเห็นของ
เค้า แต่หมายถึงยอมรับว่าเค้ามีความคิดเห็นของเค้าอย่าง
นั้น เราอย่าได้ไปพยายามเปลี่ยนแปลงความคิด ความ
เชื่อของเค้าค่ะ จะขัดใจกันไปเปล่า ๆ ก็บอกแล้วนี่คะว่า


เรื่องนี้หนะเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน ใครอย่าไป
แตะเข้าละค่ะ เราเองยังไม่ชอบใจเลยถ้าใครมาค้านความ
เห็นเรา แต่เราต้องมีสปิริต ยอมรับฟังเค้าด้วย


ความเห็นที่แตกต่างใช่ว่าจะต้องเป็นความขัดแย้งให้ผิดใจ
กันนะคะ



โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:56:04 น.
  
ปัจจัยข้อต่อไปเนี่ยก็คือ.......

ญาติโกโหติกา ของทั้งสองฝ่ายไงคะ


*******************************

พวกญาติ ๆ เนี่ยละคะ อย่าทำเป็นมองข้ามไปเชียวค่ะ
พวกเนี้ยเป็นพวกหวังดีประสงค์ร้ายก็แยะค่ะ 5 5 5


แต่จะว่าไป .......การที่เราจะไปใช้ชีิวิตคู่กับใคร มันก็เรื่อง
ของเรา มันก็ใช่นะคะ


แต่ในความเป็นจริง เรายังมีพ่อ มีแม่ พี่ ป้า นา อา ลุง
มีคุณตา คุณย่า คุณยาย คุณปู่ และแวดวงศาคณาญาติ
กันอยู่ ที่เค้ารักเราจริง ๆ หวังดีกับเรา และห่วงใยกับเรา



อย่างจริงใจแท้ ๆ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทนเลยจริง ๆ อยาก
ให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง ๆๆ ซึ่งหากเป็นแบบนั้นได้
พวกท่านเหล่านั้นก็คงจะนอนตายตาหลับลง เพราะได้หมด
ห่วงอย่างแท้จริงแล้วอ่ะค่ะ


ถ้าเจอแบบนั้นนับว่าคุณ ๆ โชคดีมากค่ะ
แต่เถอะค่ะ ร้อยทั้งร้อย เค้าก็อยากให้เราได้ดีนั่นละค่ะ
ความสุขเราก็ย่อมเป็นความสุขของเค้าด้วย


ยามเราทุกข์คิดหรือคะว่า พวกท่านเหล่านั้นจะีมีความสุข
เค้าก็ต้องไม่สบายใจ แล้วก็อยากให้พวกเราพ้นทุกข์ไวๆ
อ้าวจริงป่าวละค้าาาา





เพราะอย่างนี้ละค่ะ .......บางครั้งการแต่งงานเป็นเรื่องของ
การใช้ชีวิตกันแค่สองคน แต่ก็มิวายต้องให้พบปะมีเรื่อง
กระจุ๊กกระจิ๊กจากญาติ ๆ มากระทบมิได้ขาดค่ะ


ไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้ เรื่องโน้นไม่เว้นแต่ละวันอ่ะ 5 5 5

เรื่องนี้ถ้าอยากจะพ้น ๆ ได้ก็คงต้องหลบไป โดยแยก
ครอบครัวออกไปให้ไกล ๆๆ สุดกู่แบบไปอยู่ต่างประเทศ
หรืออยู่ตามชายแดนไปซะเลย จะได้ไม่ต้องเกี่ยวข้องกัน
ก็คงพอจะช่วยเยียวยาประคับประคองกันไปได้บ้างละค่ะ


จริง ๆ แล้วความหวังดีจากวงศาคณาญาติเป็นเรื่องดีค่ะ
ซึ่งอันนี้ เราก็คงต้องดูที่เจตนากันละค่ะ ความหวังดีใน
ระดับที่เหมาะสม เราน้อมรับไว้ก็ไม่เห็นเสียหายอะไรนี่คะ


แต่ถ้ามากเกินไปมันก็เข้าข่าย จุ้นจ้าน จู้จี้ ไม่ให้เอกราช
ในการปกครองตนเองกันบ้างเลยอ่ะ แบบนี้แทนที่จะซาบ
ซึ้งกับความหวังดี ก็จะยิ่งผลักไส ให้เกิดความรู้สึกอยาก
หนีไปไกล ๆ อ่ะค่ะ ก็มันน่ารำคาญและน่าเบื่อ ซึ่งเชื่อว่า
หลาย ๆ ท่านก็คงได้พบประสบกันมาบ้างแหงม ๆ ค่ะ



แต่ก็อย่าลืมนะคะ ......คนเราไม่ได้มีกันแค่สองคนในโลก
มีญาติดีก่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนนะคะ เพราะวันใดวันนึง
พวกท่านเหล่านั้นอาจเป็นที่พึ่งพิง และเป็นกำลังใจดียิ่งให้
กับพวกเราก็ได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่งอ่ะค่ะ


ดังนั้นก็ขอให้ใช้กลยุทธ์ที่นุ่มนวล บอกปัดได้ไม่เสียความ
รู้สึกกัน อย่างน้อย ๆ ก็ขอให้มองโลกในแง่ดีไว้บ้างก็ไม่
เสียหลายใช่มะค้าาาา
โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:57:31 น.
  
==================

*
***

ปัจจัยถัดไป......ก็คือเรื่อง .......อาชีพค่ะ.....


*************************

จะว่าไปเรื่องอาชีพเนี่ยค่ะ.........มีเห็นหลาย ๆ ต่อหลายคู่
ีที่ต้องมาพังมาแตกกันก็เพราะเรื่องอาชีพกันเนี่ยละค่ะ




อ้าวก็บางทีต่างคนต่างเป็นนักธุรกิจ ......วัน ๆ จะเอาเวลา
ที่ไหนมาพูดจากัน จะแบ่งเวลาแบบไหนให้ลงตัวได้โดย
บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น


ให้สามี หรือภรรยาเรา ไม่รู้สึกน้อยอกน้อยใจว่าเห็นงานดี
ก่าเค้ากันอ่ะค่ะ หรือทำยังไงไม่ให้ลูก ๆ ที่เป็นวัยน้อย ๆ ที่
กำลังต้องการความอบอุ่นจากพ่อจากแม่ ไม่รู้สึกว่าที่เป็น
อย่างนี้เพราะพ่อแม่ไม่รัก ไม่สนใจ ทอดทิ้ง ให้กลาย
เป็นเด็กที่ขาดฟามอบอุ่น แอบน้อยใจ เสียใจไว้ภายใน
ใจลึก ๆ สะสมวันละเล็กวันละน้อย ไปเรื่อย ๆ รอคอยว่า
จะระเบิดเข้าวันใดวันหนึ่งก็ไม่รู้ไ้ด้ มีไม่น้อยนะค้าที่คอย
แย้งว่าที่ทำงานเนี่ยก็เพราะเธอ เพื่อเรา เพื่อครอบครัวเรา
ทำไมไม่เข้าใจเอาซะบ้างเลย แล้วก็พาลว่าหัดคิดอะไรให้
มันสร้างสรรค์ซะบ้างจิ ถ้าไม่ทำงานหนักเราจะมีวันนี้มะ
เราจะสบายได้อย่างนี้มะ นั่นว่าเข้าไปนั่น!!!


พูดอย่างนั้นมันก็ถูกอ่ะค่ะ ......แต่บางช่วงเวลาของการอยู่
ด้วยกัน ความรู้สึกด้านจิตใจมันสำคัญก่ามากหลายร้อยเท่า
นะค้าาาาาา ลองตรอง ๆ กันดูจิคะ


น่ากลัวนะคะแบบนั้นอ่ะ นี่แบบนี้ก็มีให้เห็นนะค้าาา


หรือไม่ก็เป็นประเภท .......คนหนึ่งหน้าที่การงานก็โหระดับ
แนวหน้าของประเทศ แต่ภรรยา หรือสามีก็แทบไม่มีบท
บาทอะไรเลย แบบนี้อันนี้ก็อาจเป็นปัญหาพอกสะสมได้
ไม่ยากเลยค่ะ ถ้าหากต่างคนต่างไม่หนักแน่นพอทั้งคู่


พอโดนลมปากชาวบ้านนินทา ค่อนแคะ กระทบกระเทียบ
เข้าหน่อยก็อาจ ปลิว ล่มสลายได้ไม่ยาก อันนี้ก็น่ากลัว
ได้อีกเหมือนกันค่ะ





เค้าบอกว่า ถ้าหากอาชีพสอดคล้องกันได้นั่นละถึงจะดีค่ะ

ถ้าพวกคุณอยู่ในภาวะสมบูรณ์พูนสุขดีแล้ว ฝ่ายหนึ่งก็
อาจเป็นเพียงแม่บ้าน อยู่ดูแลความเรียบร้อยให้...คุณสามี
ก็จะสบายใจเรื่องทางบ้าน จะได้โหมงานได้อย่างไร้กังวล


ก็มีให้เห็นหลายครอบครัวที่พ่อบ้านฐานะดี ๆ ก็มักให้ผู้หญิง
ออกมาดูแลบ้าน ดูแลเรื่องลูก ๆ ไงคะ


แต่ถ้าผู้หญิงเรายังอยากทำงานนอกบ้าน เพราะรู้สึกว่า
ไม่ชอบนี่นา อยากทำงานในออฟฟิศ หรืออยากมีบทบาท
ทางสังคมเหมือนกัน ก็เอาเถอะค่ะ น่าจะคุย ๆ กันได้


แต่ก็ควรเลือก ๆ อาชีพ หรืองานที่ไม่ควรขัด ๆ กับคุณสามี
คุณภรรยาซะก็แล้วกันค่ะ ต่างคนต่างทำงานก็ดีเหมือนกัน
ช่วย ๆ กันทางเศรษฐกิจ


ทุกอย่างมันไม่ได้มีกฎตายตัว เป็นกรอบที่ต้องปฎิบัติตาม
ซะบิดเีบี้ยวมะได้จริงมะคะ????


อันนี้หากคุยกันได้ก็ลอง ๆ คุยกันซะนะคะ

โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:59:58 น.
  


ปัจจัยสุดท้ายเนี่ย..........อย่าคิดว่ามะสำมะคัญนะค้าา

ทำเป็นเล่นไป........" รูปร่างหน้าตา"




***********************************



ก็รู้ละค่ะว่าเรื่องแบบนี้ต้องโทษพ่อโทษแม่ อ้าว!!!แล้วกัน
ก็จริงมะละค้าา ต้องโทษยีนส์ด้อยยีนส์เด่นนั่นละค่ะที่ส่ง
ผลมาให้เราอ่ะ



ก็ถ้าเรามีหน้าตาไม่เอาไหนมันความผิดเราเหรอ แล้วถ้า
เราสวยซะ หล่อเลิศซะแมนแตนอ่ะ จนไม่มีใครกล้าทาบ
เนี่ยก็เป็นฟามผิดเราด้วยเหรอ ก็เราถูกปั้นขึ้นมา มะใช่
เราเป็นคนปั่นเองนี่ฝ่าาาา



ไม่ผิดหรอกค่ะ ที่จะเกิดมาแบบไหนก็แล้วแต่ ปัจจัยข้อนี้
เค้าบอกว่า คนจะรักกันมันไม่ควรมีฟามแตกต่างกันจนเกิน
ไป ในเรื่องของรูปร่างหน้าตาอ่ะค่ะ อย่าให้ต้องถึงกับ
ที่เค้าเปรียบว่า โหยังกับดอกฟ้ากับหมาวัดอ่ะ



แต่เรื่องเนี้ยนะค้าาา .......คนที่กินความรักเป็นอุดมคติ
เหนืออื่นใด ก็คงจะตอบว่า ช่างมันฉันไม่แคร์ย่ะ!!!!!


ทำไมอ่ะ ถึงเค้าไม่หล่อ ชั้นก็จะรักอ่ะ ในเมื่อคารมเป็นต่อ
รูปหล่อเป็นรองอย่างเค้า ก็ทำให้ฉันหัวเราะ มีความสุข
ยามอยู่ใกล้ ชั้นไม่ต้องรู้สึกเกร็งในอารมณ์ ไม่ต้องคอย
หวั่นไหวหวาด ว่าเค้าจะเป็นอย่างไรในวันนี้อ่ะ


ฉันสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ยามอยู่กับเค้าไม่ต้องคอย
ต้องทำหน้าเก๊ก สวย ยับเยินมะได้ หรือต้องคอยหล่อ
เนี้ยบทุกย่างก้าว กางเกงต้องทรงสแล๊ค ขาก๊วย เสื้อยืด
ย้วย ผ้านิ่ม ๆ รองเท้าแตะ ก็ต้องห้ามประหนึ่งว่า เป็น
ความผิดอย่างใหญ่หลวงในชีวิตถ้าหากอยู่กับเค้าหรือเธอ


แล้วเราเกิดไม่หล่อไม่สวยเข้าอ่ะ

===================


อืมม์.........อันนี้ก็ค่อย ๆ พิจารณากันไปนะคะ.....
อย่างที่บอกไงคะ ไม่ใช่ฟามผิดของเรานี่คะ ที่เราเกิดมา
มีรูปร่างหน้าตาอย่างนี้ แต่สิ่งหนึ่งพัฒนากันได้คือ


บุคลิกภาพไงคะ!!!!! อันนี้สำคัญมากนะคะ บุคลิก
ดีเนี่ย มีชัยไปก่าครึ่งแล้วค่ะ คุณ ๆ ขา ไม่เชื่อก็อย่าลบ
หลู่โตยซิบอกไห่


ก็เอา ๆ ค่ะ ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นปัจจัยพื้นฐาน
ของการพิจารณาในการจะเลือกใครมาเป็นคู่ครองต่อไป
ในอนาคต ถือว่าเป็นแนวทางพื้นฐานให้ลองพิจารณาจาก
ข้อเหล่านี้ไงคะ เค้าว่าจะช่วยลด ๆ ปัญหาในการลดปัญหา
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อ่ะค่ะ


อย่างน้อยก็จะช่วยสร้างความสมดุลย์ในอนาคตได้บ้างอ่ะ
ค่ะ ก็ลองรับไว้พิจารณาในเบื้องต้นนะคะ


เฮ้อ...5 5 5 5 5 5 5

นี่ยังไปไม่ถึงไหนเลยนะคะเนี่ย

บทวิเคราะห์ว่า ทำไม เธอ หรือ เขา เลือกเป็นโสดกัน
อ่ะค่ะ




โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:02:37 น.
  
*
**
***
ไม่มีให้เืลือก

******************************


จะว่าไป......คงน่าเสียดายมั่ก ๆ อ่ะค่ะ ที่ผู้หญิง หรือผู้ชาย
บางคน ก็เกิดมาแสนดี ไม่ว่าด้านไหนก็ดูดีพร้อมไปหมด
อ่ะ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้า กิริยามารยาท การศึกษา



ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ือื้อฮือ!!!! แต่กลับไม่มีคู่หูคู่ฮา
เอาซะเลยอ่ะค่ะ ก็จากด้วยเหตุผลแสนจะง๊ายง่ายอ่ะค่ะ


คือ ด้วยเธอ หรือ เขา ไม่มีผู้หญิง หรือผู้ชายมาให้เลือก
นะซีคะ



โห...มันช่างเหลือเชื่อจริง ๆ เลยจอร์ช!!!!!

อันนี้เราลองมาดู เจาะลึกกันหน่อยจิ๊คะ ว่ามันผิดพลาด
ทางเท๊กกะนิ๊ก กันตรงไหนดีมะค้าาา


อย่างแรกเลยเนี่ย อาจเกิดจากระบบการศึกษาในวัยเด็ก
ไง ก็ประเภทเข้าโรงเรียน หญิงล้วน ชายล้วน แบบนี้
จะให้ไปเจอ เพื่อนต่างเพศกันตอนไหนอ่ะ หันไปทางไหน


มันก็เหมือน ๆ กับเราทั้งนั้นนี่นา 55555555


จะมีต่างเพศหน่อยก็อาจเป็นพวกครู พวกอาจารย์ ภารโรง
นักการ ไรเงี้ยค่ะ


หรือในแวดวงการทำงาน ถ้าอยู่ในกลุ่มงานที่มีแต่เพศ
เดียวกันอย่างพยาบาลเงี้ย ก็เจอแต่ชุดขาว ๆ ถ้าจะเล็ง
หมอเหรอ ก็แห้วอะจิ ก็ คุณหมอผู้ชายก็ส่วนใหญ่จะถูก
ตีตราจองกันไปหมดแย๊วอ่ะจิ


ในวงข้าราชการที่ทำงานในกลุ่มผู้หญิงเอย หรือพวกอยู่
ห้องแล๊บ ที่มีแต่นักวิทยาศาสตร์ชาย มะค่อยมีผู้หญิง
หรือพวกงานก่อสร้างอย่างวิดวะไรเงี้ย บางทีก็จะเจอแต่
พวกเดี๋ยวกันซะเป็นส่วนใหญ่


โอกาสเจอต่างพวก ต่างเพศก็น้อยอ่ะ!!


ด้วยเหตุนี้โอกาสที่จะเป็นสาว โอ.เอ็ม หรือหนุ่มคานทอง
ก็เป็นไปได้สูง เพราะเขา หรือเธอ ไม่มีโอกาสที่จะพบ
หญิงหรือชายที่ต้องการตามสเป๊กได้อ่ะ


ยิ่งพวกที่วัน ๆ เอาแต่ก้มหน้างุด ๆ ทำแต่งาน ๆๆๆ หายใจ
แทบจะเป็นงาน ๆ ๆๆๆๆๆ แบบนี้ละก็ โอกาสห้อยโหน
ต่องแต่งบนคานมีได้เท่ากันทั้งคุณชายและคุณหญิงค่ะ



พวกที่กล่าวรอดพ้นได้ส่วนนึงอาจพบรักกันตอนเรียนด้วย
กัน ช่วงมหาลัย นั่นละช่างนี้ละ โอกาสได้เจอต่างเพศมี
ก็ควบปุเลงฟันฝ่ากันไปได้จนเห็นฝั่งสีชมพูรักหวาน
แหววกันในที่สุดได้อ่ะ



อย่างคุณหนุ่ม ๆ บางทีเรียนแต่ โรงเรียนชายมาตลอด
ดีมะดี อาจเกิดการเบี่ยงเบนขึ้นมาก็แยะนะค้าาาาาา
เสียดุลหมดเยย ยิ่งขาดแคลนหนุ่ม ๆ สังเกตมะค้าาาว่า
เดี๋ยวนี้มีข่าว สาว ๆ แย่งหนุ่ม ๆ กันทาง หน้า นสพ.กันออก
บ่อย ๆ เนี่ย มันเพราะส่วนหนึ่ง หนุ่ม ๆ มันขาดตลาดกัน
หรือไรก็มะทราบได้นะค้าาาา


ทำให้พอพ้นก้าวจากวัยเรียนเป็นวัยทำงานก็เลยมะสนใจ
ผู้หญิง หรือพอผู้หญิงรู้ว่า เค้าเป็นพวกแอบหรือเบี่ยงเบน
ไปแล้ว ก็ไม่มาให้จีบ หรือเข้ามาจีบอ่ะดิ ก็มันเห็น ๆ อยู่
ว่าเสียเวลาเปล่าอะ


หรือไม่เป็นแบบนั้นก็อาจเป็นแบบนี้ค่ะ คือไม่กล้า จะ
ประหม่าไปโม๊ดยามต้องอยู่ต่อหน้าสาว ๆ เพราะอยู่แต่
แวดวงหนุ่ม ๆ มาเป็นสิบ ๆ ปี พอก้าวมาทำงาน


ก็อาจไม่คุ้นเคยกับการวางตัวต่อหน้าสาว ๆ ก็อาจจะแสดง
ออกมาแบบทื่อ ๆ คุยกันก็อาจดู เป็นจริงเป็นจัง ระวัง
มารยาทซะแทบทุกฝีก้าว



ซึ่งแบบนี้สาว ๆ ยิ่งยุคนี้อาจเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นได้ว่า
เมื่อมาคุยด้วยแล้วมะเห็นหนุกเลย ต่อให้คุณเป็นด๊อกโต้ง
ด๊อกเต้อร์ ก็เถอะค่ะ


มันน่าเบื่ออ่ะ คนไรมะรู้อารมณ์ขันหายไปไหนหมดอ่ะ

มองโลกจริงจังซะ เหมือนยังอยู่ในห้องเรียนยังไงยังงั้นอ่ะ


ต่อให้รวย สาวบางคนก็ไม่เอาอ่ะค่ะ เรื่องไรอ่ะ ชั้นก็
อยากมีฟามสุข ในชีวิตอ่ะ ให้อยู่กับตัวตลกดีก่าอยู่กับ
พวกหุ่นยนต์นะจ๊ะ นั่นดูแม่สาว ๆ หมัยนี้เค้าคิดกันจิ










โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:09:55 น.
  
อืมม์.......จะอย่างไรก็แล้วแต่ อาการ บ่หนั่งไอ่ ก็เกิดขึ้น
ได้กับบางคนเจง ๆ นั่นละค่ะ.......


แต่จะว่าไปนะคะ ถ้าเขา หรือ เธอ รู้ว่าไรควรไม่ควรละก็
ก็ไม่น่าจะผิดหวังได้นะคะ หากรู้จักปรับพฤติกรรมให้มัน
น่าคบหาขึ้นก่านี้ก็จะดีมะน้อยค่ะ


แต่ก็มีไม่น้อยนะคะ ที่ไม่มีใครอยากเอาด้วยอ่ะ เอ๊ยมะ
อยากมาคบด้วยเพราะ กัวอ่ะค่ะ กัวหมาในปากที่เลี้ยงไว้
อ่ะค่ะ จ๊ะอึยส์ !!! ผ่าตัดก็หลายหมอแล้ว ก็ยังเพาะพันธุ์
ใหม่มาอีก เผลอ ๆ ยิ่งเพิ่มดีกรี อย่างร๊อตไวเล่อร์เข้าไป
อีกอ่ะค่ะ


โอยลงเป็นอีแบบนี้ ก็ไม่มีใครอยากมาพูดจามาคบด้วยอ่ะ
กลัวถูกงับ ฟัดแหลก คาเขี้ยวค่ะ

วันดี ก็งบงับเบา ๆ วันไหนบ้าขึ้นมา พ่อ งับแหลก แม่ขย้ำ
เละจมติดเขี้ยว แบบนี้ก็น่า บ่หนั่งไอ่ ให้จริง ๆ นั่นละค่ะ
5 5 5




หรืออีกกรณีหนึ่งที่ เจออาการ บ่หนั่งไอ่ เข้าก็จาก
พฤติกรรมของเค้า หรือเธอเองนั่นละค่ะ ที่เจ้าชู้สุด ๆ
หว่านเสน่ห์กวาดเรียบโม๊ด ใครอยู่ใกล้ พ่อฟันแหลก แม่
กวาดเรียบ โซ้ยไม่มีเหลือ ปั่นหัวไปทั่วอีรุงตุงนังไปโม๊ด


แบบนี้ก็อย่าไปเที่ยวแหกปากร้องเพลงว่า

คราย ๆ ก็ไม่ร๊ากกกกก โพ้ม เข้าละ ก็ดูจิ ทำตัวไม่จริง
ใจกับใครซ๊ากกะคนอ่ะ เห็นผู้หญิง เป็นผักปลา เห็นผู้ชาย
เป็นดอกไม้ริมทางไปได้


คิดจะเด็ดจะดม ยามใดก็ได้อ่ะ ก็ไอ้แบบนี้หนะ คนที่
เค้าปิ๊งเราอยู่ ก็คงแหยงนะค้าาา คงไม่กล้าลุยห่ามฝ่าด่าน
เข้ามาให้เจอปังตอ ฟันเค้ายับเข้าหรอกค่ะ


นอกเสียจากพวกลูกบ้า วิ่งลุยฟัดฮึดแหลก แล้วชอบลอง
ของ หรือเห็นว่าเออเล่นด้วยดีก่าดีก่าอยู่ป่าว ๆ หนุกดีออก
ถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน แต่ท้ายสุด เค้าก็คงไม่เลือกอ่ะค่ะ
ถ้าไม่พลาดท่าหัวทิ่มบ่อ ไม่เป็นท่าจนถูกจับมัดมือมัดเท้า


ให้ถูกจับขึ้นตั่งรดน้ำสังข์ นั่งรับน้ำสังข์ไปน้ำตาพรากนอง
หน้า ธ่อกรูมะน่าเสียท่า เสียทีให้จับได้เล้ยยยย เศร้าเลย
กรู 5 5 5 5 กรูว่าแล้วสังหรณ์ใจตะหงิด ตะหงิด น้ำผึ้งอาบ
ใบมีดโกนขนาดแท้เลยกรู ฮือฮือ


เห็นมานักแล้วค่ะ ไอ้ประเภทเจ้าชู้ประตูดิน เนี่ย เสร็จแบบ
อุับัติเหตุมานักต่อนักแล้วค่ะ ส่วนผู้หญิงหนะเสียเปรียบ
ก่าชายอยู่แล้วค่ะ ดีมะดีเจอหมูเขี้ยวตัน เล่นด้วยประเดี๋ยว
ประด๋าว ก็ซิ่งเปิดตูดแน่บแล้วค่ะ แหมยิ่งชายไทยเนี่ยนะ
ยังไงก็นะ..การคบแบบฉาบฉวย กับคนที่จะเลือกมาเป็นแม่ของ
ลูกเค้าเนี่ย!!!!!!!



มันคนละตรรกะกันโดยสิ้นเชิงนะค้าาาา อย่าทำเป็นเล่น
ไป ในแวดวงเพื่อน ๆ ยี่หร่าก็เห็นมาแล้วค่ะ คิดว่าหว่าน
เสน่ห์ไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ยังมีตัวให้เลือกแยะกัวไรอ่ะ

คิดว่าไม่หวังน้ำบ่อนี้ ก็ยังมีน้ำบ่อหน้ามาให้เลือกดื่มกิน
ลงอาบเรื่อย ๆ แหละ แล้วเป็นไงอ่ะ


วันเวลาผ่านไป ผ่านไป สังขารก็ร่วงโรย วัยสาว ๆ ก็ผุด
ขึ้นมาตามกาลเวลาเช่นเดียวกัน ใครจะมามองเหลาเหย่
ละค้าาา เค้าก็ต้องหันไปหาสาว ๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม อันนี้มัน
เป็นทฤษฎีที่เค้า พิสูจน์กัน แบบ ซตพ.กันแย๊วอ่ะค่ะ
อย่าประมาทเชื่อมั่นในเสน่ห์ตัวเองเกินไปค่ะ ขึ้นคานมา
แยะแล้วนักต่อนักแล้วค่ะ ........5555


พอรุ่นเดียวกันไม่เหลือแระ ก็ต้องรุ่นเด็กรุ่นน้องก่า ธ่อ
ใครกันจะชอบคนรุ่นแม่ รุ่นป้าเล่าค้าาา ถ้าไม่มีรสนิยม
ชอบของแปลกอ่ะค่ะ จากสถิติหนะ เค้าว่าหนุ่ม ๆ หนะ
ส่วนใหญ่จะชอบเอ๊าะ ๆ มากก่า อย่างน้อยก็ด้านภาวะของ
ผู้นำไงคะ 5555


ทีนี้พอหมดรุ่นเพื่อน รุ่นน้อง แล้วไงละ ก็เหลือรุ่นเดอะ
แต่แหมรุ่นเดอะ ก็นะ...ถ้าไม่ม่ายก็ต้องมีตราจองกันแย๊ว
ค่ะ ครายเค้าจะมาจริงใจได้ขนาดนั้นคะ ครอบครัวเค้า
ก็มี ล้วนแฟมมิลี่แมนกันทั้งน้านอ่ะ ครอบครัวเค้าเค้าก็
ต้องรักอะจิ แต่กิ๊กละเป็นอีกเรื่องไงคะ 5 5 5 5 5 5 5
นี่แหละค่ะ บางคนเค้าก็ต้องรักษามารยาทไม่อยากให้
เสียหน้า อาจมีเขวบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ท้ายสุด
เค้าก็ไม่เอาจริงร๊อก เรื่องไรอ่ะ ปัญหาบ้านได้แตกอะจิ
ด้วยประสบการณ์จากวัยผ่านโลกมามาก เค้าก็ต้องว่าไป
ตามน้ำอะจิคะ ใครจะไปอยากขวางน้ำเชียวอ่ะ..จริงมะค้าาาาา


ก็สุดท้ายก็ต้องอยู่คนเดียวต่อปายยยยยยยยย
เป็นด้วยประการละฉะนี้.....เอวัง .......



โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:11:54 น.
  
ส่วนคุณผู้ชายที่ บ่หนั่งไอ่ ก็ไม่ได้ต่างไปจากที่กล่าวถึง
คุณผู้หญิงในกรอบข้างต้นซักเท่าไหร่ละค่ะ


แหม คุณผู้ชายที่เจ้าชูสุด ๆ เนี่ยนะคะ บางคนหาความ
หล่อมีไม่ แต่พ่อเจ้าประคุณ คารมเนี่ยไม่รู้ว่าไปสรรหา
พิกุลที่ไหน หรือไปลงสาริกาลิ้นทองที่วัดดีที่ไหนอ่ะ


ช่างมีเสน่ห์วาจามิสิ้นสุด ใครได้ฟังได้ยินได้ยลเป็นแทบ
กรี๊ดซาหลบ มันอึดอัด คัดในอก มันซาบมันซึ้ง เหมือน
คลื่นทะเลบ้า ปั่นป่วนรัญจวนใจไปซะทุกอณูขุมขน และ
ก้นบึ้งของห้วงจิต ห้วงใจกันเลยละค่ะ



เนี่ยละน้าเค้าถึงว่า คารมดีเป็นต่อรูปหล่อเป็นรองเนี่ยมันมี
อยู่จริงนะคะ คุณ ๆ เจ้าขา แต่หากใครมีรูปเป็นทรัพย์
แถม พ่อรวยอีกตะหาก ว๊าวว โชคมหัศจรรย์พันลึกกัน
เลยละนั่นค่ะ อะไรจะทำบุญแต่ชาติปางก่อนได้ดีขนาด
นั้นกันค้าาาาา


แต่ลงเจออีแบบนี้ละก็ พ่อก็จะเที่ยวหว่านเสน่ห์จีบด่ะไป
ทั่วอ่ะ เพราะมั่นใจในเสน่ห์พ่อซะเต็มประดามีเลยค่ะ


จีบเล่น ๆ ไปทั่วก็ยังพอทำเนา อ่ะ ถ้าหลงไปฟันใครเค้า
เข้าละพ่อเอ๋ย....!!! ถ้าเจอคนมะเอาเรื่องก็รอดปาย แต่
หากไปเจอ แม่คุณที่ชาตินี้ในพจนานุกรมชีวิตเปิดไม่เคย
เจอหน้า คำว่า " แพ้" ละก้อ แม่คุณย่อมแพ้ไม่เป็นอ่ะ


พวกนี้จะเป็นพวกวิญญาณทหารพรานอ่ะ ตายเป็นตายไม่
กัวร๊อกกับพวก กับดัก ระเบิดไรเงี้ย ยอมพลีชีพแบบพวก
ขับเรือบินชนตึกเวิร์ิลเทรดนั่นละค่ะ


ประเภทของ ๆ ข้า ข้าไม่ได้ ก็อย่าหมายว่าใครจะได้ไป
ก็ตายมันด้วยกันนั่นละค่ะ บรื้อส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์ส์



หรือไปเจอกับพวกที่พ่อของสาว ๆ เป็นเจ้าพ่อ พวก
อิทธิพลเข้าอ่ะ เที่ยวไปทำเล่น ๆ กับลูกสาวเจ้าพ่อ เจ้าแม่
ได้งาย ลบเหลี่ยมกันแบบนี้ยอมมะด๊ายยยยยยยยยยย


นั่นละค่ะ งานนี้ละถูกมัดจับขึ้นตั่งกันเลยละค่ะ ไม่งั้น
อาจพิการเจอ ลูกตะกั่ว ก็ต้องเลือกเอาละค่ะ ไม่งั้นตาย
กับตายคือทางให้เลือกไงคะ 55555555



อันว่าความเจ้าชู้บ้างพอเป็นสังเขปเนี่ยนับว่ามีเสน่ห์นะคะ
แต่ให้ถูกกาละและเทศะค่ะ ต้องดูความเหมาะสมในทุก
ด้านด้วยค่ะ เพราะพอใครเห็นความเจ้าชู้มาก ๆ


คนรอบข้าง ๆ ก็จะเตือนให้ระวังยัยคนนั้นไว้ ระวังผู้ชาย
คนโน้นดี ๆ นะ ถ้าเค้ามาจีบอย่าไปเล่นด้วยนะว๊อยยย


เดี๋ยวน้ำตาจะเช็ดหัวเข่าเอาไม่รู้ด้วย แล้วจะหาว่าฉัน ผม
ไม่เตือนมะได้นะฮื่อ !!!!!!



ก็เราสร้างภาพลักษณ์แบบนี้กับน้ำมือของเราเองนี่นา แล้ว
จะไปโทษใครอ่ะ ถ้าเกิดในชีวิตจริงเราไม่มีใครเข้ามาจีบ
หรือจีบเลยผ่านอ่ะ ก็เค้าไม่กล้าจริงจังด้วยไงอ่ะ เรื่อง
แบบนี้คงไม่มีใครอยากเป็น...........


ผักปลาของใคร.........หรือเป็นดอกไม้ริมทางของใครเค้า

จริงมั้ยคะท่าน ๆ ขา


โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:13:24 น.
  
.........มาวิเคราะห์กันต่อนะคะ ว่าทำไมสาว ๆ หนุ่ม ๆ ถึง
ยอมเป็นโสดกันอยู่ีอีกนะคะ.........



อีกหนึ่งเหตุผลที่ง่าย ๆ แต่ตอบแล้วสะใจคนตอบ แต่จะ
สะใจคนฟังหรือเปล่าอันนี้ำก็ไม่ทราบได้นะคะ หรือว่าจะยิ่ง
ไปกระตุ้นต่อมคนฟังให้ยิ่งหมั่นไส้เข้าไปอีก อันนี้ก็ไม่รับ
ประกันค่ะ




เหตุผลที่ว่าก็คือ......

เลือกได้ไม่ดี ..............ก็อย่าแต่งซะดีกว่า



****************************



จะว่าไปนะคะ ทั้งสาวทั้งหนุ่ม หลาย ๆ คน
ที่เคยได้ป๊ะ ๆ มาเนี่ยนะคะ มีหลาย ๆ เสียงที่ตอบด้วย
น้ำเสียงฟังแล้วชวนให้นึกถึง หงส์ผู้ทรงศักดิ์ยังไงก็มะรู้
5 5 5 หรือบางคนอาจจะมองว่าองุ่นเปรี้ยวซะนี่ ก็เอา ๆๆ



บทวิเคราะห์เค้าก็มีบอกหนุนเหตุผลนี้ไว้เหมือนกันอ่ะค่ะ
ว่า มีหนุ่ม ๆ สาว ๆ ไม่น้อยค่ะ แหม...อยู่กันมาจนตัวเลข
อายุเพิ่มขึ้นทุกวัน



เห็นโลกผ่านโลกมาก็แยะ รู้จักคนมาก็ตั้งมากมาย ไม่มี
ทางละค่ะ ที่จะไม่เคยมีฟามรักกันมาก่อน หรือไม่เคยที่
จะมีความรู้สึกปิ๊งใคร หรือจะไม่มีใครมาปิ๊งเลยซักกะคน
อย่างหัวข้อข้างต้น ถ้าไม่มีไรผิดปกติทางจิตซะให้คน
รอบข้างน่ากลัวอ่ะค่ะ


ก็ย่อมจะต้องมีบ้างละน่า........หลาย ๆ คนก็บอกเป็นเสียง
เดียวว่ามันก็มีนะ........ทั้งที่เล็งเค้าไว้ แล้วทั้งที่เค้าเข้ามา
หาเองหงะ .......


แต่พอลงได้คบหากันไปซักระยะแล้ว.......อย่างว่าอะนะ
อย่างคำคนโบราณเค้าว่า ถ้ามันเป็นเนื้อคู่กันแล้วมันก็ไม่
แคล้วจากกัน


คนเป็นเนื้อคู่กันเนี่ยนะ บุพเพมันจัดสรรให้มาเจอะมาเจอ
มาปิ๊งกันจนได้ มีหลาย ต่อหลายคู่ที่เราได้ยินบ่อย ๆ ว่า
อยู่กันคนละแผ่นดิน ย๊างงงงง อุตส่าห์ให้มีเหตุต้องข้ามน้ำ
ข้ามแผ่นดินมาเจอกันจนได้ เหมือนยังกับฟ้าเค้ากำหนด
ขีดเส้นไ้ว้ให้แล้วยังงั้นอ่ะค่ะ



อืมม์...เค้าว่ากันนะคะ ว่าจริง ๆ แล้วเนี่ย ชีวิตคนเราเนี่ย
ฟ้ากำหนดมาแล้ว 50 ส่วนอีก 50 ที่เหลือมันอยู่ที่ตัวเรา
แล้วละค่ะ ว่าจะเลือกกำหนดชีวิตต่อไปอย่างไรไงคะ


จะเดินต่อ จะเอา หรือไม่เอา อนาคตอยู่ในมือเราแล้วค่ะ




...... ส่วนหนึ่งของเหตุผลของหนุ่มสาวที่.....

บอกว่าเลือกได้ไม่ดี ก็อย่าแต่งดีกว่า เนี่ยอาจเป็นไปได้

ว่าในชีวิตที่เค้าเติบโตมา ในแวดวงเพื่อนฝูงที่คบหากัน

อยู่ก็อาจจะมีหลาย ๆ คู่ที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่

ก็เป็นไปได้ค่ะ



คืออาจจะเห็นว่าหลาย ๆ คู่ที่จัดงานแต่งงานซะใหญ่โต
ทำพิธีซะหรูหรา คนรับทราบทั่งทั้งวงการ ก่อนแต่งก็ดู
ซะหวานหยาดเยิ้ม จนวันนึงได้เข้าสู่ประตูวิวาห์แล้ว อะไร
อะไรก็น่าจะไปได้สวย



แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วปรากฎว่า ดันมีเรื่องหยุมหยิม เรื่อง
นั้นเรื่องนี้ เรื่องโน้นมากมาย มันต่างจากภาพที่เราเห็น
ในหนังละครโดยสิ้นเชิง ชีวิตจริงมันมีอะไรยากกว่าที่เรา
คิดเสียอีก


เพราะจะต้องคอยประคับประคอง โดยเฉพาะอารมณ์ของ
ทั้งคู่ครอง แล้วที่สำคัญคืออารมณ์ของตัวเองให้หนักแน่น
มั่นคง ไม่หวั่นไหว ต่อสิ่งเร้า และปัจจัยรอบด้านที่
ประดังประเดถาโถมเข้าใส่ ให้ต้องมีปัญหาร้อยแปดต้อง
ขบคิดแก้ปัญหากันไปอ่ะค่ะ






ครอบครัวไหนหันหน้าเข้าหากัน ปรับความเข้าใจกัน
หาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ก็คงจะช่วยให้อาจมี
ความเข้าใจและรักกันดูดดื่มยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นไปได้อ่ะค่ะ


บางท่านก็อาจมีกุนซือที่มากด้วยประสบการณ์ และวิสัย-
ทัศน์ก็อาจจะช่วยให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ให้เห็นแนว
ทางที่จะผ่อนคลายวิกฤตที่เกิดขึ้น ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี


ถ้าเป็นแบบนั้นก็คิดว่านับว่าโชคดีไม่น้อยอ่ะค่ะ แต่ถ้าไป
เจอกุนซือห่วย ๆ ที่ชีวิตนี้มีอุดมคติว่า ความร้าวฉานของ
ชาวบ้านเนี่ย เป็นความสุขของฉันละก็ เจอแบบเนี้ยก็คง
ต้องใช้วิจารณญาณกันหน่อยละค่ะ


แต่เรื่องแบบนี้อ่ะนะคะ ........ปัญหาทุกอย่างมันย่อมถึง
ทางตัน แต่ท้ายที่สุด แล้ววิกฤตมันจะส่งผลให้เรามีทาง
ผ่าทางตันออกมาได้เองนั่นละคะ อ้าวจริงมะละคะ


มีใครเคยเจอปัญหาอะไรในชีวิตบ้างไหม๊ละคะ แล้วคิดว่า
คงไม่มีทางออกแล้วม้าง แต่ไม่จริงหรอกค่ะ ยังไงมันก็
ต้องมีทางออกจนได้ อย่างน้อย ๆ ก็คือ เราจะยอมรับว่า
ชีวิตเรามีปัญหาเรื่องนั้นจริง ๆ หรือเราจะวิ่งหนีปัญหาไม่มี
ที่สิ้นสุด



เลือกเอาซักทางแล้วเราก็ได้แนวทางที่จะผ่าทางตันนั้น
ออกมาจนได้ อ้าวไม่เชื่อลองทบทวนดูจากชีวิตที่ผ่าน ๆ
มาซีคะ อิ ๆๆๆ





โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:16:30 น.
  
เมื่อจากประสบการณ์ตรงจากแวดวงพี่น้อง เืพื่อนฝูง
ที่้ต้องมีเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจ จากการใช้ชีวิตคู่ บางคนก็
อาจต้องอยู่ในฐานะ คล้าย ๆ จิตแพทย์อ่ะ ต้องคอยรับ
ฟังปัญหา ที่บรรดาพี่น้อง หรือเพื่อนฝูงที่สนิทชิดเชื้อ


มาปรับทุกข์ให้ฟังบ่อย ๆ อาทิ ก่อนแต่งฉันก็ว่าเลือกดี
แล้วน้าาา ฉันว่าดูดีแล้ว แต่หลังแต่งทำไมมันกลายเป็น
งี้ได้ก็มะรู้ หน้ามือยังกับหลัง.....มือเลยอ่ะ


คุณผู้ชายบางคนก็อาจบ่นว่า ตอนเป็นแฟนใหม่ ๆ ผมก็ว่า
เธอน่ารักช่างอ้อนพอประมาณ แต่หลังแต่งนี่ทำมั้ยทำไม
ขี้บ่น ทำหน้ายักษ์ คิ้วขมวด หงุดหงิด หาเรื่องหยุมหยิม
มาให้ได้ทุกวันซีน่า มันน่าเบื่อมากเลยอ่ะ ลองคิดดูดิ๊



ทำงานแสนจะเหนื่อยล้ามาทั้งวัน กลับเข้าบ้านน่าจะได้
เห็นหน้าแฉล้ม ยิ้มแย้ม วาจารื่นหู นี่อะไร แม่คุณพูดจา
แทบจะอยากจับขี้เถ้ายัดปากเสียนี่ มันเบื่อว๊อย+++++





บางรายก็ต้องอยู่ในฐานะ ที่ถูกยัดเยียด หรือแต่งตั้งทาง
สังคมอย่างไม่เต็มใจ อย่างเมียหลวงเงี้ย ทั้ง ๆ ที่ความรัก
ก่อนแต่งออกหวานชื่น แต่งงานอยู่ด้วยกันมานานก็ยังดู
หวานชื่นนี่นา ทำไมไป ๆ มา ๆ วันดีคืนดี คุณสามีก็มา
สารภาพเอาดื้อ ๆ ว่าผมผิดไปแล้ว ผมสัญญาว่าจะไม่
ทำให้ครอบครัวเรามีปัญหา ขอเพียงให้คุณนิ่ง ๆ ไว้
ผมจะไม่ให้ ผู้หญิงคนนั้นมาวุ่นวายกับคุณ เรื่องในบ้านผม
ก็จะไม่ให้บกพร่อง ทุกอย่างเหมือนเดิม ขอเพียงแต่คุณ


เข้าใจผมหน่อย ยอมใจกว้าง รับรองได้ว่า ลูก ๆ เราก็จะ
ไม่รับรู้เรื่องนี้ ผมจะไม่ให้กระทบถึงเด็ก ๆ เลย


ก็เนี่ยมันเป็นอีแบบนี้ สามีที่ฉันว่าเล็งไว้ดีแล้วว่าจะเป็นคน
หนักแน่น คงไม่มีทางมีเมียน้อย อย่างครอบครัวอื่น ๆ แล้ว
เป็นไง ก็หนีไม่พ้น ชวด ฉลู ขาล เถาะ เข้าจนได้ เฮ้อ


เธอ ดู ๆๆๆ ไว้ละกัน จะแต่งกับใครเนี่ย ศึกษาให้ลึก ๆๆๆๆ
กว่าชั้นละกัน ไม่งั้นจะเจออย่างที่ชั้นเจอให้ปวดหมอง
เจ็บหัวใจอยู่นี่ละ ( เอา เอาเข้าไป ล้างสมองกันเข้าไป
ของแบบนี้อ่ะนะ โบราณเค้าว่า คนในมักอยากออก คน
นอกอยากเข้า อิ ๆๆ แบบนี้ก็ตัวใครตัวมันกันละคร้าบบบ







โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:18:36 น.
  
บางรายก็เจอปัญหาถูกซ้อมไงคะ........มีแยะนะคะทำเป็น
เล่นไป แต่เชื่อมะคะว่าจากโพลที่เค้าทำ ๆ ไว้เนี่ย พวก
เรา ๆ คงนึกว่า เมียจะูถูกผัวซ้อมมากก่า ผัวถูกเมียซ้อม
อ่ะนะคะ แต่จากโพลเนี่ยกลับตรงกันข้ามนะคะ เค้าว่า


ผัวเนี่ยจะูถูกเมียซ้อมมากก่าซะอีก อ้าวเป็นงั้นไป โอ๊ย
เรียกว่่าสารพัดสาระเพปัญหา ที่ให้ต้องพบเจอแบบนี้ละมั้ง
ค่ะ ทำให้หนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่ให้บังเอิญต้องพบเห็นปัญหาแบบ
นี้จากคนรอบข้างบ่อย ๆ ก็อาจเกิดการสะสม ไม่อยากให้
ตัวต้องมีปัญหาในอนาคต มองว่าอารายว้าาาา ทำไม



ชีวิตมันช่างยุ่งเหยิงอย่างนี้หนอ มนุษย์นี้หนอ สู้อยู่เป็น
โสดอย่างเนี้ยดีแล้ว ไม่ต้องมีเรื่องมาสุมกระหม่อมให้ต้อง
เวียนหัวไม่รู้จบ แค่ทุกวันนี้ปัญหาจุ๊กจิ๊กที่เกิดกับตัวเอง


บางทียังรำคาญเลยอ่ะ ขืนไปหาเหาใส่หัว หาเรื่องเข้าตัว
มันจะยิ่งขนาดไหน เฮ้อ เล็ง ๆ แล้ว ตะละคนที่เข้ามาจีบ
ที่ชั้นเล็ง ๆ คบอยู่ หรือที่ผม ๆ จีบ ๆ มอง ๆ อยู่เนี่ย


ต่อไปมันจะเป็นยังไงเนี้ย!!! เฮ้อ ดูท่าจะไหวมะเนี่ยค่ะ


ไม่เอาดีก่าว๊อยยยยยย !~!!! กัวได้มะดีอ่ะ กัวกลายเป็น
เทพบุตรซาตานในวันข้างหน้า หวั่นว่าจะกลายเป็น
ผีเสื้อสมุทรปากร้ายในอนาคต ว่าแล้วเปิดเผ่นดีก่า มะเอา
แระ เป็นโสดอย่างนี้ สบายใจก่ากันแยะ


ก็จะมาทำไมล่ะ ชีวิตของชั้นอ่ะ นั่นดิ ชีวิตนี้ก็ของผมอ่ะ
ผมจะอยู่จะเป็นอย่างไรก็มันชีิวิตของชั้น ของผมนี่


ก็หากคิดแล้วว่า จะเลือกได้มะดี ก็ไม่แต่งดีกว่า ใครจะ
มาทำไมกับชั้น กับผมกันละเฮ้อ !!!! อย่ามาวุ่นวายจิ
ชีวิตใครชีวิตมันนะคร๊าบบบบบบบ ถูกต้องมะคร๊าบบบบบ




โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:19:41 น.
  



=====================


................การเอาอย่างคนอื่น.........


จะว่าไปนะคะ มีหนุ่ม ๆ สาว ๆ ( เหลือน้อย ) จำนวนไม่
น้อยเลยอ่ะ ที่สมัครใจ หรือพอใจกับการเป็นโสด ทั้งนี้
เพราะอะไรหรือคะ


ก็อาจเป็นเพราะการเอาอย่างคนอื่นไงคะ!!!!


เอาอย่างยังไงอ่ะ??

ก็.....คิดว่าอาการนี้หลาย ๆ คนก็คงเคยเป็น หมายถึงตอน
วัยซะรุ่นไง เวลาเห็นดารา นักร้องคนโปรดไง



เค้าคนนั้นก็จะดูเป็นเหมือนฮีโร่ ในดวงใจ เค้าชอบเค้า
เป็นยังไง เราก็จะชื่นชม อยากเป็นบ้าง อยากเลียนแบบ
ให้เหมือนเค้าบ้างไง


ใครไม่เคยเกิดอาการนี้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่า จากเด็ก
แล้วคงข้ามวัยซะรุ่น แบบว่าช่วงวัยซะรุ่นหายไปไง
กระโดดข้ามไปสู่วัยบ่ายคล้อยเลย เลยมะได้สัมผัสชีวิต
วัยซะรุ่น เลยมะเข้าจาย 5 5 5



ก็ด้วยเหตุนี้จากวัยรุ่น เราก็เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ แต่ดันไม่
ยอมแพร่ขยายพันธุ์ 5 5 5 เพราะดันไปเลียนแบบ หรือ
เอาอย่างหญิงในอุดคติ หรือหากเป็นชาย ก็อาจจะมี
ชายในฝันเข้าอ่ะ


แล้วแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ ต้นแบบเนี่ยนะ ก็ดูจะมีฟามสุขล้น
สุขแบบทะถั่งท้น ล้นอกล้นใจ จนน่าอิจฉาฟามสุขซะ
เหลือเกิ๊นนนนนนน จนเกิดความคิดว่าถ้าเราเป็น เราใช้
ชีวิตแบบพวกเค้าบ้าง น่่าจะดีมากถึงมากที่สุดนะ เพราะ
ดูเค้าอยากทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องมีห่วง ให้ต้องกังวล


เป็นอิสระเสรี อยากโบยบิน อยากจะฟรี ซะขนาดไหน
ใครจะมาว่าอะไรได้อ่ะก็ ชีวิตฉัน หรือผม เป็นเอกเทศ มิได้
ขายจิตวิญญาณให้ใครนี่นา


นี่ละค่ะ คือที่มาเพราะพอเห็นคนในอุดมคติของตนเป็นแบบ
นี้ก็เกิดความศรัทธา หรือเห็นดีเห็นงาม กับการเป็นโสด
ซะดื้อ ๆ งั้นละค่ะ


ซึ่งในความเห็นของพวกที่อยู่คนเดียวเนี่ย มันก็มีอะไรดี ๆ
หลายอย่างเหมือนกันไง ถึงทำให้อยากอยู่คนเดียว ไม่
อยากมีพันธะกับใคร


มันดียังไงบ้างหละ ลองสาธยายแฉแผ่ออกมาหน่อยดิ๊


ที่เค้าทำ ๆ วิจัยกันไว้อ่ะนะคะ ก็มีข้อดีอย่างนี้ค่ะ







อย่างแรกเลยเนี่ยเค้าว่า การเป็นโสดเนี่ยดีตรง

ที่มะต้องมีเรื่องจุกจิกกวนใจ


***********************


มันก็จริงอ่ะนะคะ ........ทุกวันที่ผ่าน ๆ ไป ที่เราอยู่กับ
พ่อแม่ พี่ น้อง ป้า น้า อา หรือวงศาคณาญาติ หรือผู้
ปกครอง เราก็มีเรื่องวุ่น ๆ หรือจุ๊กจิ๊ก มากบ้างน้อยบ้าง
ในแต่ละวันอยู่แล้วอ่ะ


แต่มันเป็นเรื่องที่เราพบเจอยังไงก็คนใกล้ชิด คุ้นเคยกัน
มานานตั้งแต่วัยเยาว์ และพวกเค้าก็รับ นิสัยเห่ย ๆ เราได้
แล้วเป็นอย่างดี ปากเปียกปากแฉะกับเรามาก็หลายปีดี
ดักแล้วอ่ะ แล้วเราก็จะชินชาได้เป็นอย่างดี ฮี่ ๆๆๆๆ



แต่ถ้าเราต้องออกไปอยู่กับใครอีกซึ่งเพิ่งมารู้จักเอาตอนโต
เนี่ยนะ ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน จะซาบซึ้งกันได้
ซักขนาดไหนเชียว จะยอมรับความเลว ข้อเสีย ข้อด้อย
ซึ่งกันและกันได้เหมือนกับพ่อแม่ พี่น้อง ที่เราคุ้นเคย
กันมาแต่อ้อนแต่ออกได้หรือป่าวละ



จะแสดงธาตุแท้ออกมาได้อย่างไม่กระดาก ได้หรือไม่
เออนั่นดิ อย่างเช่น อยากเรอ อยากปู๊ด อยากป๊าด
ตอนไหน แบบที่ทำอยู่กับบ้านก่อนออกเรือนเนี่ย เราจะ
ทำได้ โดยที่จะไม่มีคนบ่นค่อนแคะ ให้จุกจิกใจเราได้
หรือป่าวอ่ะ



การออกไปใช้ชีวิตกับภรรยา หรือสามีในอนาคตเนี่ย
มันมิได้อยู่กันแค่สองคน ยังจะต้องมี ไอ้หนู อีหนู ยั้ว
เยี้ยตามออกมาวิ่งเล่นส่งเสียง เจี๊ยวจ๊าว ให้แสบแก้วหู
อีกอ่ะ



โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:24:28 น.
  



พอพูดแบบนี้ พวกสวมวิญญาณมูลนิธิ พวกนางงาม รัก
เด็กก็คงค้านหัวชนฝาอีกแระ ไอ้ที่พ่นน้ำลายออกมาตะกี้
หนะ คนพูดหนะมันไม่รู้ไรเล้ยอ่ะ


มีครอบครัวหนะมีฟามสุขจะตายไป ยิ่งมีลูกเป็นโซ่คล้อง
ใจ นั่นละสมบูรณ์พูนสุขที่สุด เลยอ่ะ ถึงจะปวดหมองก็
เป็นความวุ่นวายอยู่บนความสุข


ก็เอา ๆๆ จะว่าไงก็ว่ากันไปนะ อันนี้แค่ยกบทวิเคราะห์
วิจัยมาเล่าสู่กันฟังเท่านั้นเองค่ะ


คือตรงนี้เค้าแค่จะบอกว่า หากไม่แต่งออกไปเนี่ยก็ไม่
ต้องไปคอยพบ หรือเจอปัญหาอื่น ๆ ที่มะรู้ว่าจะมีอะไรอีก
บ้างไง ทั้งเมีย ทั้งผัว เรื่องลูก ครอบครัวของเมีย
ครอบครัวของผัว ไหนจะเพื่อนฝูง และสิ่งแวดล้อม
จากเมีย หรือผัวอีกอ่ะ


มีเหมือนกันในแวดวงคนรู้จัก มีสาวสวยคนหนึ่ง สวย
น่ารัก ช่างพูดช่างจำนรรจา อารมณ์ดีใครอยู่ใกล้เนี่ย
ได้หัวเราะสนุกสนาน แต่แล้ววันนึงเธอก็ปิ๊งเข้ากับนาย
ตำรวจคนนึงเข้า ชาติตระกูลดีพร้อมทุกอย่าง เอ่ยนาม
สกุลมาเนี่ย ต้องร้องฮ้อ !!!! กันเลยละค่ะ


แต่ยังไงละคะ ว่าที่คุณสามีอายุน้อยก่า สาวสวยคนนี้
ถึงสี่ปีแหนะค่ะ โห....โชคดีที่สาวสวยคนนี้มีใบหน้าที่ค่อน
ข้างใส ๆ ดูอ่อนก่าวัย ไม่งั้นละก็แย่เลย เพราะพ่อหนุ่ม
คนนี้หน้าเด๊กเด็กอย่างคนสุขภาพดีอ่ะค่ะ


เค้าก็จะมีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพื่อนฝูงของสามี คือ
จริง ๆ สาวสวยคนนี้ปรับตัวเก่งอยู่แล้วค่ะ แต่ลึก ๆ เค้าจะ
บ่นว่าไม่อยากไปงานสังสรรค์ของคุณสามีเลย ยิ่งเลี้ยง
ร่วมรุ่นเพื่อน ๆ ด้วยแล้วยิ่งมะอยากไปอ่ะ


เพราะมันจะมีแต่หน้าเด็ก ๆ อ่อน ๆ ก่าทั้งนั้นเลยอ่ะ ถึง
แม้คุณสามีจะไม่สนใจ เก็บมาเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับอายุ
ที่แตกต่างกันก็ตาม แต่สาว ๆ ก็เกิดเป็นปมเล็ก ๆ เหมือน
กันค่ะ


ก็คงจะเหมือนกับผู้ชายในบางคนเหมือนกันมั้งคะ ถ้าควง
หรือแต่งเมียเอ๊าะเกินไป ทั้ง ๆ ที่วัยตัวเองจะเกษียณปีสอง
ปีนี้แล้ว แทนที่จะภูมิใจก็อาจ จะกังวลว่าคนจะมองว่าเป็น
พวกจอมเฒ่าหัวงูเข้าละซีคะ 5 5 5 เออหนอ โลกเนี่ยมัน
มีอะไรสะมะดุน สมใจอยากบ้างมะเนี่ยค่ะ







เป็นโสดมันดีอย่่างเนี้ยมะต้องมีเรื่องจุกจิกจากลูก จากผัว
จากเมียไง 5 5 5


...........แล้วก็มะต้องคอยเอาอกเอาใจใคร...........


****************************************

ก็ใช่นะซี นึกอยากจะทำอะไร ก็ได้ทำ มีอิสระเสรีจะ
ตายไปอ่ะ อยากนอนตื่นสาย คุ้ดคู้ กินบ้านกินเมืองยัง
ไงก็ด้ายยยย


ไม่ต้องตาลีตาเหลือก ตื่นก่อนคุณสามี มาจัดเตรียม
อาหารเช้า จัดเสื้อผ้าให้ทุกเช้า เสร็จแล้วต้องหันมาดูแล
ลูก ๆ อีก ไหนจะคอยป้อนข้าวป้อนน้ำลูก ดูแลพาไป
โรงเรียน โอ๊ย ก่าจะได้ดูแลตัวเอง ก็ปาเข้าไปกี่โมงละนั่น


ถ้าอยากให้ตัวเองทำอะไรได้ทันการ โน่นเลย ต้องตื่น
แต่ไก่ยังไม่ตื่นนั่นละค่ะ จัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยซะ
ก่อน ไม่งั้นอย่าหมายว่าจะมีเวลาปลีกมาดูแลตัวเองอ่ะ



ตกเย็นก็เอาแระ เข้าอีหรอบเดิมนั่นละค่ะ ดูแลปรนนิบัิิติ
ปรนเปรอกันเข้าไป เพื่อให้เห็นว่า หน้าที่แม่บ้านชั้นเนี่ย
ไม่ได้บกพร่องอะไรเลย ดูดิ๊ทุกอย่างชั้นจัดสรรได้ตรง
เวลาเป๊ะ ๆๆๆๆ


มันเหมือนเป็นตารางสอนชีวิตกันเลยอ่ะค่ะ แล้วมันก็จะ
วนเวียนซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่อย่างเนี้ยอ่ะ เอแล้วมันมีฟามสุข
กันตรงไหนอ่ะ 55555555





โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:27:20 น.
  


พอถึงตรงนี้........ก็จะมีคนแย้งว่า เป็นโสดหนะสบายใจ
แต่มะสบายกาย 55555 ดูดู๊ว่าเข้าไปนั่น


ทำไมละ เป็นโสดเนี่ยน่าจะสบายทั้งใจและกายนะ 555

เค้าก็จะแย้งอีกว่า ชีวิตจะขาดกิจกรรมน่าตื่นเต้นไปอย่าง
หนึ่งไง ฮี่ ๆๆๆๆ แล้วก็จะหัวเราะหน้าดำหน้าแดง
เซี๊ยวเจง ๆๆๆ คนโสดได้แต่ตะกายฝา ดูดู๊ยังกระหน่ำซ้ำ
พูดเข้าไปอีก คนอารั๊ยยยยยยเนี่ยอ่ะ


*******************


แหม.....พอแต่งงานแล้วเนี่ย ต่างฝ่ายต่างก็อยากเป็นที่
รักซึ่งกันและกัน ก็พะนอเอาใจกันน่าดูชมละค่ะ แต่เห็น
ก็เป็นระยะแรก ๆ ทั้งนั้นอ่ะ ไม่งั้นเค้าจะมีคำโบราณที่ว่า


น้ำต้มผักยังว่าหวานเลยอ่ะ ก็คงจะเป็นแบบนั้นมั้งคะ!!!!!


แต่ก็มีมะน้อยนะคะ แต่งกันไปแล้วก็เกรงใจคู่ชีวิตที่อยู่
ด้วยอ่ะ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เค้าพอใจ เอาใจซะ
ทั้ง ๆที่ก่อนออกเรือนมาเนี่ย พ่อแม่ยังไม่เอาใจขนาดนี้
เลยอ่ะ


ถ้าคู่สมรสเราเห็นในความพยายาม ซาบซึ้งในความหวังดี
ของเราก็นับว่าโชคดีอ่ะ แต่ถ้าเค้าเกิดรำคาญความใส่ใจ
ของเราแล้วแปลงเป็นว่าไปจู้จี้ ก้าวก่าย อาณาจักรส่วน
ตัวน้อย ๆ ของเค้าเข้าละค่ะ



คือการอยู่ร่วมกันเนี่ย ใช่ว่าต้องตัวติดกัน อยู่ในสายตา
ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงซะทีไหนอะ่ แบบนั้นอึดอัดตายอ่ะ


คนเรา.....มันย่อมต้องมี หรือต้องการโลก ส่วนตัว เวลาที่
เป็นของตัวเองบ้างอ่ะ ให้ได้มีเวลาคิด นึก ฝัน ในสิ่งที่
อยากคิด อยากทำบ้างไงอ่ะ


แล้วเรายังจะกระโจนเข้าไปวุ่นวายอีก มันจะกลายเป็น
ความน่าเบื่อ ที่เราเข้าไปทำลายความสุขที่เค้าต้องการซะ
นี่ค่ะ นาน ๆ เข้า บ่อย ๆ เข้าก็จะเกิดความเบื่อหน่าย
กลายเป็นความรำคาญ ไม่จอย ไม่แฮปปี้ที่จะอยู่ใกล้ ๆ
กันต่อไปได้อ่ะค่ะ



ที่นี้ละเรื่องยาวเลยอ่ะ จะกลายเป็นว่าต่างคนต่างอยู่
ต่างคนต่างมีอาณาจักรน้อย ๆ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในบ้านหลังคา
เดียวกันอ่ะซีคะ



เฮ้อ !!!มนุษย์ หนอมนุษย์ ช่างยุ่งขิงจริงหนอ



อยู่เป็นคู่ผัวเมียกันมันก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเซ็กส์!!!!


************************************


ก็ถ้าเป็นโสดเราก็มะต้องกังวลเรื่องเซ๊กส์อ่ะ แบบว่าเรา
อยากจะฟรีเซ็กส์ หรือโนเซ็กส์กับใคร มันก็เรื่องของเรา
ไง ใครจะมาว่าอะไรอ่ะ


ในเมื่อบอดี้ มันก็บอดี้ของเราอ่ะ จะใช้ฟุ่มเฟือยอย่างไร
หรือจะมัธยัสถ์เก็บไว้ให้มันผุกร่อนไปตามกาลมันก็เรื่อง
ของคนโสดเค้าินิ


ตราบใดที่มะได้ไปทำให้ใครเค้าเดือดร้อน หรือผิดศีลธรรม
แย่ง ผัว แย่งเมียชาวบ้าน หรือพูดแรง ๆ ก็คือ ชู้)))))
กับใครซะหน่อย


ไม่ยุ่งกับคนมีครอบครัว มีพันธะ ก็ไม่ผิดทั้งกฎหมาย
และ ศีลธรรม เอ้อ อย่างนี้ชั้นจะบรรเลงยังไง ก็ไม่ต้อง
ห่วงหรือกังวลไง



แต่ถ้าแต่งงานแล้วสิ จะไปเที่ยวมั่วซั่ว หลงระเริงวาด
ลวดลาย กับหญิงอื่นที่มิใช่ภรรยา หรือ ชายอื่นที่มิใช่สามี
ตัวแล้วละก็ ผิดทุกประตู ทั้งศีลธรรม กฎหมาย ดีมะดี
ถูกฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาล โกโซบิกละยุ่งเลยละทีนี้


กัวจะมะทันได้ขึ้นโรงขึ้นศาล จะเจอลูกตะกั่วทอดกรอบ
เสิร์ฟให้ทันอกทันใจอ่ะซีคะ




มาต่อกันเลยละกันค่ะ........

ข้อดีที่คนโสดมักเอาอย่างคนที่เค้าโสดก่อนหน้านี้ก็คือ:-


.......ไม่ต้องห่วงเรื่องการมีลูกไงคะ........


****************************************



อ้าวแบบนี้คนโบราณก็อึ้งเลยดิ ก็คนโบราณเค้าบอกว่ามี
ลูกเหมือนมีโซ่คล้องใจไงคะ



ถ้ามะมีลูกมันก็เหมือนมะมีห่วงไง ไม่ต้องมาคอยกังวล
เรียกว่าหมดความกังวล ตั้งกะแต่การตั้งครรภ์เลยอ่ะ


เพราะหากตั้งท้องมาเมื่อไหร่ ก็ยุ่งเมื่อนั้น อันนี้ยุ่งแน่ถ้า
ท้องก่อนแต่งอ่ะ ถ้าท้องหลังแต่ง ก็ช่างปะไร จริงป่าว


ที่นี้ถ้าท้องขึ้นมา หลาย ๆ ต่อหลายคนมักเจออาการแพ้
ท้องอ่ะ มีทั้งที่เกิดอาการคลื่นไส้ ไม่ใช่หมั่นไส้นะคะ
มีอาเจียน วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย หงุดหงิด หิวจุ๊บจิ๊บ


แล้วไอ้การอุ้มท้องเนี่ย สองสามเดือนเนี่ยก็ดูเป่งปั่งดีอ่ะ
แต่พอย่างเข้าเดือนห้าหกเจ็ดไปแล้ว จะเหมือนมีบอลลูน
อยู่ช่วงกลางลำตัวเราเลยอ่ะ ใครเดินชนท้องชนพุงเนี่ย


กระเด้งดึ๋ง ๆ กระเด็นกระดอนเลยอ่ะ เพราะท้องมันจะ
แข็งปั๋งมากเลยอ่ะ


จขกท.มีเพื่อนสนิทคนนึง ท้องเห็นแล้วอึดอัดแทนเลยอ่ะ
ช่วงนั้นเป็นช่วงมีแข่งบอลโลกด้วยม้างแล้วนัดกินข้าวกัน
เราก็ไปรับไปส่งให้อ่ะนะะ



แต่ที่จะบอกก็คือ มันอุ้ยอ้ายมากเลยอ่ะ เพราะเค้ากำหนด
จะคลอดอยู่ไม่กี่วันแระอ่ะ เค้าขึ้นนั่งรถเราเนี่ยนะ แต่ยก
ขาตามมะได้อ่ะ เพราะท้องเค้าใหญ่มาก และแข็งมาก
เหมือนลูกบอลเลยอ่ะ เพื่อน ๆ ที่ไปด้วยต้องช่วยยกข้อ
เท้าเค้าวางบนรถให้อ่ะ โห..........


อย่าว่าไร เจ้าตัวคนท้องมันก็บอกว่าอึดอัดอ่ะ แต่ก็มีฟาม
สุขอ่ะ เราก็เข้าใจจ้ะเพื่อนรัก


ก็เนี่ยอ่ะ สาวบางคนอาจมะอยากท้อง เพราะเห็นเค้าว่า
ท้องแล้วท้องอาจแตกลายงา ลายคราม ลายแผนที่โลก
ต้องแผนที่โลก คือมันแยะไง 5 5 5






โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:31:19 น.
  
แต่เราว่านะ คนกลัวท้องลายแยะนะ ตอนท้องหลาย ๆ
คนต้องโบ๊ะ ต้องโปะครีม ทามันเข้าไปตรงหน้าท้อง
โพรเ็ท็คเต็มที่อ่ะ แต่ก็มีหลาย ๆ คนครีมก็มิอาจจะช่วย
ได้อ่ะ แต่บางคนไม่ได้ดูแลไรเลยอ่ะ กลับไม่เห็นแตก
ลายงาเลยอ่ะ



อันนี้ก็มะรู้ว่าเป็นที่พื้นผิวหนังของแต่ละคนหรืออย่างไร
ก็มิทราบได้ค่ะ แต่ที่แน่ ๆ สาว ๆ หมัยนี้กัวมะสวยกันอ่ะ


กัวลดฟามอ้วนมะได้หลังคลอด บางคนอ้วนแล้วอ้วนเลย
อ่ะ ก้นเกิ้น สะพ่ง สะโพกผายขยาย แบบไม่อาจคืน
รูปร่างเดิมได้เลยก็มี นี่ไงคือสิ่งที่สาว ๆ หลาย ๆ คนก็อาจ
กลัวกันเลยมะอยากมีท้องก็เป็นไปได้ค่ะ


บ้างก็เสียว ๆ จากที่คนโบร่ำโบราณบอกว่า คลอดลูกเนี่ย
นะ ปวดซะยิ่งก่าปวดไหน ๆ ซะอีกอ่ะ แล้วการคลอดลูก
ที่ดีที่สุด คือต้องคลอดเอง ผู้เป็นแม่จะแข็งแรงได้เร็ว



ไม่เหมือนกับการคลอดโดยผ่าท้องออกอ่ะค่ะ อันนั้นก่า
แผลจะแห้ง ก็ใช้เวลานานโขเลย


หมัยนี้เค้าบอกว่ามีการบล็อคหลังเวลาคลอดก็ได้นี่นามะ
เห็นจะเจ็บปวดไรเลยอ่ะ ทีนี้คนเป็นแม่หัวคอนเซอร์เวทีฟ
ทั้งหลายมักจะบอกว่า อะธ่อ ไม่รู้รสความเจ็บปวดจาก
การคลอดธรรมชาติ มันมะสะใจอ่ะ


มันไม่ถึงกึ๋นของความเป็นแม่อย่างแท้จริง เราจะไม่เข้าใจ
ฟามรู้สึกของแม่เรา สมัยท้องเรา คลอดเราได้อย่าง ลึก
ซึ้ง นั่นไซโคเข้าไปนั่น


ก็แล้วแต่นะคะ ความคิดแต่ละคน ชอบแบบไหนก็เลือก
กันเอาเองละกันค่ะ


บ้างมะอยากมีลูกเพราะว่า มะอยากรับผิดชอบ ต้องมาดู
แลเอาใจใส่กับลูก เวลาส่วนตัว เวลาที่จะได้ซิ่งอย่าง
ตะก่อนมันพาลจะหดหายไปโม๊ดอ่ะค่ะ


แหะ ๆ อันนี้ก็มะรู้จิ แต่คิดว่า เรื่องแบบนี้ถ้าใจมันพร้อม
ก็คงอยากมีเองละม้างคะ



โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:35:32 น.
  


แหะ ๆๆ จริง ๆ ยังมะจบนะเคอะ
แต่ว่าอะฮั้นเมื่อยนิ้วแย๊วอ่ะ...


ที่เหลือติดไว้ก่องนา....


โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:39:56 น.
  
เราไม่เป็นโสดแล้ว เย้
โดย: Angel Tanya วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:48:19 น.
  
ผมโสดรอธรรมชาติส่งเนื้อคู่มาให้เอง
โดย: เด็กเหนือหนีหนาว วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:20:42 น.
  
โอ๊ก

ยาวมั่กค่า

แต่ของเค้าอีกยาวไกลกว่าจะได้สละอ่ะคร้า

แม่บอกไม่ให้ด้วยซ้ำ

เอิ๊ก
โดย: PADAPA--DOO วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:49:12 น.
  



โอ้เย้....คุณ Angel Tanya
พ้นวิกฤตแย๊ว อิ อิ


======================


หวัดดีค่ะ คุณเด็กเหนือหนีหนาวคะ
โอยอย่าเอาแต่รอนะคะ ...หมัยนี้เค้าต้อง
ลุยกันแล้วค่ะ อิ อิ ลุยแล้วได้เรื่องหรือไม่
ค่อยมาปรับกลยุทธ์กันใหม่ แฮ่ ๆๆ

ขอให้ธรรมชาติเป็นใจนะคะ บ่จ้าย
ธรรมชาติลงโทษนะก๊าบบบบ

( อึ๊ยส์จะมีอะไรเขวี้ยงใส่ป่าวเอ่ย อิ อิ)



=====================

คุณ PADAPA-DOO
ซะแดงว่า คุณต้องทั้งสวยทั้งน่ารักแน่ ๆ
เลยค่ะ คุณแม่ถึงหวงห้ามขนาดนี้ บวก
ให้วัยเอ๊าะด้วยละซีคะ

แต่ไม่ช้าหากเวลาผ่านไปอีกซักสิบปี
คุณแม่อาจเลิกหวงแล้วเปลี่ยนมาเชียร์
ก็ได้นะคะ อิ อิ แบบกลัวอยู่ติดบ้าน
นิรันดร์ไงคะ แฮ่ ๆ


อย่ากังวลเล้ยยยย ค่ะ
เรื่องแบบนี้ ยี่หร่าว่าคล้าย ๆ เสี่ยงโชค
ว่ามะคะ โชคดีก็ถูกหวยไงคะ



โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 27 กรกฎาคม 2548 เวลา:7:37:38 น.
  


ให้เวลาอ่านกันไปเรื่อย ๆ ก่อนอีกซักวัน
สองวัน แล้วจะกลับมาต่ออีกค่ะ

แบบว่าเดี๋ยวเกรงว่าจะยาวไปไงคะ อิ อิ
โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 28 กรกฎาคม 2548 เวลา:7:13:41 น.
  



โอยเพิ่งไล่กลับไปดูกรอบต้น ๆ
เลยเพิ่งเห็น

คุณ~oกิ๊กกะโป๋ โลเปสo~

มันตาลายกลืนไปกับกรอบอื่น ๆ

แบบว่า จข bg ก้มหน้าก้มตาแปะ ๆๆ
โลดค่ะ หวังว่าคงไม่งอนกันนะคะ
หากจะขอทักทายย้อนหลัง อ่ะค่ะ
โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 1 สิงหาคม 2548 เวลา:23:05:54 น.
  
จะแปะต่อก็มะรู้ว่า...
ยังมีใครติดตามอยากรู้ตอนต่อ ๆ ไป
อีกหรือเปล่า หรือว่าอ่านอยู่อ่านตาม
ทันหรือยังคะ ส่งเสียงหน่อยก็จะน่ารักมั่ก ๆ เลยนะค้า
โดย: ยี่หร่า@ วันที่: 1 สิงหาคม 2548 เวลา:23:07:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Bluewave.BlogGang.com

ยี่หร่า@
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]