ทุกเรื่องในหาดใหญ่ และรอบๆ ตัวผมเอง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
GPS Tracking & Nevigator (แถมท้ายด้วยมือถือที่เป็น GPS นำทางได้)

สวัสดีครับ วันนี้เป็นวิชาการสักเล็กน้อย จะมาทำความรู้จักเรื่อง GPS นะครับ

GPS ย่อมาจาก Global Positioning System หรือแปลได้ว่า ระบบการชี้บ่งตำแหน่งด้วยดาวเทียม หลักการทำงานง่ายๆ คือ ตัวรับ (receiver) จะรับพิกัดจากดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก และจะแสดงพิกัดด้วยหน้าจอของเครื่องเอง หรือส่งพิกัดไปยังอีกสถานที่หนึ่งโดยทางระบบสื่อสารมือถือ


ที่มาของ GPS เริ่มต้นมาจากกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา ต้องการพัฒนาดาวเทียมเพื่อสอดแนมทางทหาร และประสบความสำเร็จซะด้วย และในสมัยของประธานาธิบดี รอแนล เรแกน คุณลุงแกเกิดใจดีแบ่งให้ชาวโลกได้ใช้งานดาวเทียมฟรีๆ แต่ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในความสามารถของดาวเทียมเท่านั้นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วดาวเทียมทางทหารนี้ยังทำได้มากกว่าระบุตำแหน่งอีกเยอะ และความสามารถระบุตำแหน่งที่ใช้ในการทหารนั้น จะแม่นยำกว่าที่ให้เราใช้ฟรีมากนัก เพราะเค้าใช้การนำวิถีระเบิดซึ่งต้องมีระยะผิดพลาดที่น้อยที่สุด อันที่จริง maximum error ที่เค้าให้เราใช้ฟรีนั้น สูงถึง 100 เมตรเลย แต่ชิพรับสัญญาณรุ่นใหม่ๆ ตอนนี้ (sirf3) พัฒนาขึ้นมาก จนทำให้ตำแหน่งที่ระบุแทบจะไม่ผิดพลาดเลย หรือผิดพลาดน้อยมากในระดับไม่กี่เมตร

ถ้าเราถือเครื่องรับสัญญาณ GPS และไปยืนในที่โล่งๆ เครื่องเราจะรับดาวเทียมได้ถึง 6 ดวง รอบโลกมีดาวเทียม GPS ทั้งหมด 24 ดวง โคจรรอบโลกเป็น 6 ระนาบ ระนาบละ 4 ดวง (และยังมีดาวเทียมสำรองอีก 3 ดวง) ดาวเทียมหนึ่งดวงโคจรรอบโลกวันละ 2 รอบ ( ประมาณ 12 ชม.ต่อ 1 รอบ หรือประมาณ 1.8 ไมล์ต่อวินาทีหรือประมาณ 2.9 กม.ต่อวินาที) การบอกตำแหน่ง 3 มิติจำเป็นต้องรับดาวเทียมได้อย่างน้อย 4 ดวง เช่นในเครื่องบินจึงจะสามารถระบุตำแหน่งได้ไม่ผิดพลาด แต่ในภาคพื้นดิน ใช้ดาวเทียมอย่างน้อยเพียงแค่ 3 ด้วยก็สามารถชี้บ่งตำแหน่งแบบสองมิติในแนวระนาบได้

พิกัดดาวเทียมที่เครื่องรับมาได้ ก็นำมาใช้ประโยชน์โดยการมา plot ในแผนที่และใช้ประโยชน์จากตำแหน่งในแผนที่ต่อไป เช่นใช้นำทาง หรือใช้ในการติดตาม

ถ้าตัวเครื่องรับมีหน้าจอและแผนที่ในตัวเองและมีหน่วยประมวลผลเพื่อนำทางได้เราเรียกว่า Nevigator ปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อ คุณภาพก็ขึ้นอยู่กับแผนที่ ถนนของยี่ห้อนั้นๆ

แต่มีเครื่องรับอีกแบบที่มักจะติดตั้งซ่อนไว้ในรถโดยไม่มีหน้าจอในตัวเอง เครื่องนี้จะรับสัญญาณดาวเทียม แล้วส่งพิกัดที่รับได้ไปยังสถานีข้อมูลโดยอาศัยระบบ GPRS ของมือถือ เพื่อนำพิกัดนั้นไป plot กับแผนที่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานเพื่อใช้ในการติดตามรถเป้าหมาย อย่างนี้เราเรียกว่า GPS Tracking คุณภาพขึ้นอยู่กับความเสถียรของการส่งสัญญาณ ความทนทานของ Hardware ความสามารถของโปรแกรมหรือ web site ที่ใช้ในการมอนิเตอร์รถเป้าหมาย ดังนั้นที่ตัวเครื่องจะมี 2 โมดูลหลัก คือ โมดูล GPS และ โมดูล GSM

ใครที่ไม่เคยรู้เรื่อง GPS Tracking มาก่อน อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะงง อะไรฟะ มี GPS แล้วยังมี GPRS แล้วยังมี โมดูล GSM อีก.......กร๊าก..กกกกกกก ไม่เป็นไรครับ อันนี้เป็นความผิดของผมเอง เนื่องจากผมเขียนบทความนี้เองแบบด้นสด ดังนั้นการเรียบเรียงอาจจะไม่เป็นลำดับนัก แต่อ่านไปทั้งหมดรับรองว่าจะต้องเข้าใจอย่างแน่นอนครับ

ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ระบบ GPS Tracking ยังมีคำศัพท์ที่คล้ายๆ กันคือ GPRS ซึ่งที่จริงแทบจะไม่เหมือนกันเลย GPRS ย่อมาจาก General Packaging Radio Service ที่เรารู้จักกันดีคือการส่งข้อมูลด้วยระบบของมือถือนั่นเอง คือการ pack ข้อมูลเป็นก้อนๆ แล้วส่งในคราวเดียว ที่พัฒนาต่อมาก็คือ EDGE ทำให้ปริมาณข้อมูลที่จะส่งมากขึ้นไปอีกประมาณ 4 เท่า
ศัพท์อีกคำคือ โมดูล GPS อันนี้คือชุดการรับข้อมูล GPS นั่นเอง ดังที่กล่าวมาแล้วว่าตอนนี้ที่นิยมใช้กันคือ ชิพ sirf3 โมดูล GSM ก็คือโทรศัพท์นั่นเอง แต่มาอยู่ในกล่องรับสัญญาณแบบ Tracking

เสริมเรื่อง GPS Tracking สักเล็กน้อย เนื่องจากเป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้จัก หรือยังสับสน การ Tracking คือการติดตาม โดยผู้ที่มอนิเตอร์จะอยู่ที่สำนักงานหรือที่บ้าน เพื่อติดตามรถเป้าหมาย เช่นดูการทำงานของลูกน้อง หรือคุณนายแอบดูสามี ตอนนี้มีอยู่หลายยี่ห้อ มีทั้งแบบเสียเงินค่ารายเดือนและไม่เสียค่ารายเดือน

Tracking แบบเสียค่ารายเดือน เพราะบริษัทเหล่านี้ใช้การส่งข้อมูลพิกัดทาง GPRS ซึ่งทางผู้ให้บริการมือถือ(AIS, Dtac) เค้าก็คิดเงินมาอีกที (เท่าที่ผมทราบประมาณ --แก้ไข : ขอลบตัวเลขออกครับ เดี๋ยวบริษัทจะด่าเอา--บาทต่อเบอร์ต่อเดือน) ผู้ใช้บริการต้องเข้า web ของผู้ให้บริการเพื่อดูตำแหน่งรถ หรือบางยี่ห้อมีโปรแกรมมาให้เลย ผู้ใช้บริการเพียงแต่ต่ออินเตอร์เน็ตเอาไว้ พิกัดและประวัติการขับของรถจะถูกดึงมาเก็บไว้ในเครื่องคอมของเราเอง เวลาใช้งานเพียงแค่เปิดโปรแกรมขึ้นมา ข้อมูลทั้งหมดก็จะอยู่ในมือเราแล้ว แบบนี้จะเก็บข้อมูลย้อนหลังไว้ตั้งแต่วันแรกที่เราติดตั้งเครื่อง (เพราะไม่ได้ใช้พื้นที่ server ของผู้ให้บริการ แต่เป็นการเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องของเราเอง) แบบนี้ยังมีความสามารถอื่นๆ อีกเช่น รู้ระดับน้ำมันในถัง รู้เวลาการจอด จอดที่ไหน ดับเครื่องหรือไม่ จอดติดเครื่องไว้กี่นาที ใช้เส้นทางไหน เข้าพบลูกค้ากี่โมงถึงกี่โมง มีการยกดัมพ์ที่ไหนบ้าง เปิดปิดประตูที่ไหน หรือสั่งตัดน้ำมันได้ทำให้เครื่องดับ อันนี้แล้วแต่ยี่ห้อของผู้ให้บริการ

Tracking แบบไม่เสียค่ารายเดือน อันนี้ไม่เหมาะสำหรับดูลูกน้อง แต่เหมาะสำหรับติดไว้เผื่อรถหายมากกว่า ตัวเครื่องจะมีความทนทานน้อยกว่า แต่ติดตั้งซ่อนไว้เหมือนกัน เราต้องหาซิมมือถือไปใส่ในเครื่อง ถ้าอยากรู้ว่ารถอยู่ไหนก็ต้องเอามือถืออีกเครื่องโทรเข้าไป (ไม่เสียเงินเพราะปลายทางไม่รับสาย) แล้วเบอร์ในรถจะส่งข้อความกลับมาเป็นพิกัด แล้วเราต้องเอาพิกัดที่ได้ไป plot ในแผนที่อีก โทร 1 ครั้งได้ 1 ตำแหน่งเท่านั้น ค่าใช้จ่ายหลักๆ คือค่าข้อความ และต้องเติมเงินรักษาเบอร์ในรถเอาไว้ ยุ่งยากไม่ใช่เล่น

แนวโน้มของ GPS ปัจจุบันดูเหมือนว่า อะไรๆ ก็จะมี GPS ในตัวทั้งนั้น หรืออย่างน้อยก็สามารถที่จะเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม GPS ได้ ที่เห็นชัดๆ และใช้งานกันอย่างแพร่หลายคือ โทรศัพท์มือถือ (ผมใช้ HTC P3300) นาฬิกา เครื่องเล่นเกม คอมพิวเตอร์โน้ตบุคส์ ต่อไปอาจจะมีโทรทัศน์ GPS , ตู้เย็น GPS, ไดร์เป่าผม GPS 555 ไม่ใช่หรอก อุปกรณ์ที่มีแนวโน้มจะติด GPS เพิ่มคือพวกอุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนย้ายได้ พกพาสะดวก ขนาดเล็กๆ ผมเดาๆ เอาว่าต่อไปอาจจะมีสร้อยคอแฟชั่นที่มี GPS ในตัว ไว้ให้คนที่บ้านหรือผู้ปกครองติดตามตำแหน่ง







สำหรับโทรศัพท์มือถือ GPS ที่ผมสัมผัสและใช้งานจะเป็นรูปแบบของ PDA Phone ที่ใช้โปรแกรมพื้นฐาน windows mobile6 โทรศัพท์พวกนี้มักจะมีสองราคา คือราคาแบบที่มีแผนที่ให้ด้วย กับเฉพาะเครื่องไม่มีแผนที่ ถ้าจะเอาสะดวกก็ซื้อแบบสำเร็จรูปมาเลย แต่ถ้าจะ advance ขึ้นมาอีกนิด ก็ไปหาโปรแกรมนำทางอื่นๆ มาลงเพิ่ม ผมใช้ ไอโกแปด แนะนำสำหรับใครที่จะลองใช้ อันนี้ใช้ดีมากๆ หาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ pdamobiz.com ตัวเครื่องโทรศัพท์พวกนี้ในกล่องจะแถมที่ชาร์จไฟในรถ ขาจับติดกับกระจก ถ้าเทียบความคุ้มค่าระหว่างโทรศัพท์ GPS และเครื่อง GPS นำทางที่ทำมาโดยเฉพาะ ผมว่าแบบโทรศัพท์คุ้มค่ากว่าแน่นอน ราคาก็ใกล้เคียงกัน ความเร็วการประมวลผล ความสามารถนำทาง การอัพเดตแผนที่ ทุกอย่างทำได้ใกล้กันหมด

ข้อแตกต่างที่ชัดเจนของโทรศัพท์ GPS และ เครื่อง GPS นำทางโดยเฉพาะ
- หน้าจอก่อนเลยครับ โทรศัพท์จะจอเล็กกว่า แต่จากประสบการณ์ผม อันนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะเวลาเราขับรถ เราจะฟังเสียงซะมากกว่า (ไอโกแปด สามารถใส่เสียงได้หลากหลายมาก ของผมมีทั้งเสียงอังกฤษ ไทยภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ , ผู้หญิงหรือผู้ชาย) หรือถ้าต้องมองจอก็ไม่ได้เล็กอะไรมากมาย
- ความเร็วการจับสัญญาณ ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ดาวเทียมโคจรประมาณ 2.9 กม.ต่อวินาที ดังนั้นเราปิดเครื่อง 3 ชม. เครื่องมันก็ต้องค้นสัญญาณใหม่ก็ตำแหน่งดาวเทียมโคจรไปไหนๆ แล้วก็ไม่รู้ ถ้าเพิ่งจะปิดเครื่องหลังใช้งาน GPS แล้วมาเปิดใหม่ อันนี้ไม่ต่างกันแป๊ปเดียวก็เจอแล้ว แต่ถ้าปิดเครื่องไปสัก 3 ชม. แล้วมาเปิด โทรศัพท์จะต้องใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการหาสัญญาณดาวเทียม ส่วนเครื่องนำทางโดยเฉพาะจะเร็วกว่า เพราะเค้าทำมาโดยเฉพาะ ดังนั้น hardware และอุปกรณ์มันจะเอื้อไปซะทุกอย่าง
- แผนที่และการนำทาง อันนี้ส่วนตัวผมว่าต่างกัน และก็ต้องลองใช้งานเองถึงจะรู้ครับ อย่างบางโปรแกรมผมชอบมาก แต่เพื่อนผมดันว่าไม่ดีซะงั้น แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์ GPS สามารถอัพเดทหรือหาโปรแกรมแผนที่ใหม่มาลงเลย ถ้าเป็นโปรแกรมแบบที่มีลิขสิทธิ์ ราคาโปรแกรมอย่างเดียวอาจจะแพงพอๆ กับซื้อเครื่องใหม่เลยทีเดียว
- การเพิ่มเติม POI หรือสถานที่สำคัญ มันเพิ่มได้ทั้งสองอย่างแหละครับ ไม่ต้องไปกังวล ทำได้ทั้งคู่ การเพิ่มในทีนี้ไม่ใช่การบันทึกที่หน้าสถานที่จริงนะครับ อย่างนั้นมันเด็กๆ การเพิ่ม POI คือการไป download file มาจากอินเตอร์เน็ตครับ เช่นปั๊มแก๊ส LPG ทั่วประเทศ หรือจุดตั้งด่านตรวจเป็นต้น
การเลือกซื้อ ถ้าใช้งานทั่วๆ ไป ใช้นำทางตอนวันหยุดไปต่างจังหวัด แนะนำอย่างยิ่งว่าให้พิจารณาโทรศัพท์ GPS จะดีกว่าครับ ไม่อย่างนั้นเครื่องนำทาง GPS ยี่ห้อดังที่คุณอุตสาห์ทุบกระปุกไปซื้อมา จะกลายเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนึงเท่านั้นครับ

...
เพิ่มเติมครับ เนื่องจากกาลเวลาเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน ตอนผมเขียนเรื่องนี้ประมาณ ตค.51 ตอนนี้ กย.52 ครับ
ผมมาเพิ่มเรื่อง โทรศัพท์ที่ใช้ GPS ได้ ตอนนั้นผมใช้ PDA Mobile รุ่นในภาพแหละครับ ที่ว่ามีปัญหาเรื่องการค้นสัญญาณครั้งแรกนานมาก
แต่ในตอนนี้ครับ ผมใช้ โนเกีย 5800 มี GPS ในตัวเหมือนกัน สำหรับการค้นหาสัญญาณครั้งแรกหลังจากหยุดใช้งานไปนานๆ 5800 ตัวนี้ใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีครับ (ไม่ได้เปิดใช้ A-GPS ด้วยนะ) ใช้กับโปรแกรม ขมิ้น สำหรับ 5800 เลย แต่ไม่ประทับใจเท่า ไอโกแปดที่เคยใช้ครับ





Create Date : 01 ตุลาคม 2551
Last Update : 2 กันยายน 2552 16:30:59 น. 3 comments
Counter : 824 Pageviews.

 
ตามมาขอความรู้ ได้เยอะเลยครับ
ขอบคุณครับ


โดย: เฒ่า61 IP: 222.123.236.130 วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:8:22:12 น.  

 
ถ้าเราโทรหาใคร เราจะรู้จุดที่เค้าอยู่ใช่มั้ยเอ่ย


โดย: night IP: 118.174.185.117 วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:21:22:58 น.  

 
สวัสดีครับ ถ้าเป้น ASUS P320 เสียรายเดือนไหมครับสัหรับ GPS


โดย: picklife IP: 125.24.115.106 วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:49:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

vegetable
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีสำหรับทุกท่านที่บังเอิญเข้ามาเจอ ผมอยู่ที่หาดใหญ่ครับ
Friends' blogs
[Add vegetable's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.