Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
23 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
จังหวะการเข้าซื้อ และขาย เป็นสิ่งสำคัญของนักลงทุน

การหาจังหวะการลงทุน เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า การ "ขายหมู" หรือ "ติดดอย" คือการเข้าให้ถูกจังหวะ




เราลองใส่ indicator ทั้ง 4 คือ
1. MACD
2. RSI
3. DMI
4. Stochastics

จากนั้น เราก็ใส่ overlays อีก 2 คือ

1. Parabolic SAR
2. Bollinger Band

ต่อไปเป็นทริก คือ
ถ้า RSI > 70 และราคาหุ้นทะลุ ขอบบนของ Bollinger Band = คือสัญญาณขาย เราตองรีบขายออกไป ราคามันจะลงแล้ว

ถ้า RSI < 30 และราคาหุ้นทะลุ ขอบล่างของ Bollinger Band คือ สัญญาณซื้อ เราต้องรีบซื้อ ราคามันจะขึ้นแววววววว

มาดูการเข้าจังหวะการลงทุน




จากรูปเราจะเห็นว่า ราคาทะลุขอบล่างของ Bollinger Band ไปแล้ว แต่เราก็ไม่สามารถแน่ใจว่ามันจะลงต่อไปอีกหรือไม่ ดังนั้น เราต้องมาดู indicator ทั้ง 4 ของเรา คือ
1. DMI คือ +DI กับ -DI ตัดกันแลวิ่งถ่างออกจากกัน และเส้น +DI วิ่งไปชนขอบบน เป็นสัญญาณการกลับตัวลง
2. MACD แม้ว่าเส้นระยะสั้นจะยังไม่ "ตัดขึ้น" กับเส้นระยะยาว แต่ เส้นระยะสั้น อยู่ล่างเส้นระยะยาว และติดขอบล่างมาก มีแนวโน้มว่าราคาจะขึ้น แม้ว่าจะยังไม่ชัวร์ก็ตาม
3. RSI ก็ต่ำมาก แถมยัง "ขัดขึ้นตัดลงเส้น 30 อีก" เกิดเป็น Bottom Failure Swing สัญญาณชัดขึ้นไปอีก
4. Stochastics เส้น %K (เรือแจว) ก็ตัดขึ้นเส้น %D (เรือไททานิค) ในเขต ต่ำว่าเส้น 20 (Overbought) อีก

หลักการ

การตัดสินใจนั้น เมื่อ indicator ยืนยันแบบนี้ แม้จะมี MACD ที่ยังไม่ชัด แต่ก็มีแนวโน้มมากแล้ว ก็น่าจะเข้าซื้อ ผลของมันอาจจะ
-ลงต่อไปอีกนิด แต่น่าจะขึ้นแน่ๆ แต่จะขึ้นแค่ไหน ไม่รู้ อาจจะขึ้นนิดหน่อย แล้วลงต่อ แต่ขึ้นแน่ๆ

..........................

ข้างบนนั้น เป็น กร๊าฟ SET คือคำนวนจาก ราคาหุ้นทั้งหมดในตลาด ต่อไปเรามาดูกร๊าฟรายตัวบ้าง เช่น BBL มาดูการเข้าจังหวะ จะคล้ายๆกัน





จากรูปข้างบน เป็นราคาหุ้นของ BBL ลองดูจุดในวงกลุ่ม เราจะพบว่า ทะลุ Bollinger Band แล้ว แต่ยังไม่แน่ ต้องดู Indicator เทพ ทั้ง 4 ตัว

1. DMI +DI กับ -DI ถ่างออกจากกัน -DI ชนขอบล่างแล้ว แม้ +DI จะยังไม่ชนขอบบนก็ตาม แต่แนวโน้มราคาชี้ว่า มันจะขึ้น

2. MACD เหมือนกับตัวอย่างแรก เส้นเร็ว กำลังจะตัดขึ้น เส้นช้า ข้อสังเกตุ MACD จะช้า 1 จังหวะ แต่คอนข้างชัวร์ จึงเป็นพ่อของ indicator เทพ

3. RSI ชัดมาก เข้าเขตชื้อมากเกินไปสุดๆ

4. Stochastics ก็ชัด %K ตัดขึ้น %D

การตัดสินใจ นักลงทุนจะเข้าซื้อ แม้ว่า มันอาจจะลงต่อนิดหน่อย แต่มันน่าจะขึ้น แต่การวิเคราะห์ตรงจุดนี้ มิใช่หมายความว่า เป็นเทรนขึ้นใหญ่ ต้องดู สเกลของกร๊าฟที่เราดูด้วย งง ไหมเนี๊ยะ คือสเกลกร๊าฟ จะมี 1 นาที 5นาที 15 นาที 30 นาที 1ชม. จนขึ้นไปเป็นกร๊าฟเดือนนู้น พอคุณหัดเล่นไปซักพัก คุณก็จะเข้าใจรูปแบบความสัมพันธ์ของมันเอง

อย่างที่บอก การซื้อขายแบบนี้ มันก็เหมือนเล่นเกมส์ออนไลน์ ยิ่งเราหัดเล่น หัดซื้อ หัดขาย แรกๆ อาจจะไม่เก่ง ไม่รู้ระบบ แต่พอเล่นบ่อยๆ จะรู้จังหวะ บางคน จนถึงขนาดหา บัคของโปรแกรมซื้อขายหุ้นเจอ (โปรแกรมทุกโปรแกรม ไม่ว่าจะเทพขนาดไหน ก็มีบัคแอบอยู่ เป็นคำพูดของนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์) ถ้าอยากเก่งต้อง
1. หัดเล่น ขาดทุนบ้าง กำไรบ้าง ชั่งมัน ถือเป็นค่าหน่วยกิจ
2 หาความรู้เพิ่มเติมเรื่อยๆ และ รู้อย่างหลากหลาย อ่านตำราเล่มเดียว ไม่พอหรอก เช่น แค่การวิเคราะห์ทางเทคนิคเรื่องเดียว แต่มีคนแต่งหลายคน และหลายเวอร์ชันมาก ต้องอ่านให้หมด

แรกๆอาจจะเหนื่อย น่าเบื่อ แต่เมื่อคุณอดทนศึกษา จนก้าวข้ามขีดความเบื่อไปได้ เมื่อถึงเวลานั้น คุณจะเริ่ม สนุกกับกร๊าฟพวกนี้ จนคุณรู้สึกว่า ขาดมันไม่ได้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค ก็จะกลายเป็นยาเสพติดทันที

บึ๊ยยยย น่ากลัวชมัด



...................................

ต่อไปเรามาดูหุ้นปูน (กลุ่มวัสดุ) หรือ SCC



จากรูป จะเห็นว่า ราคาทะลุ Bollinger band ลงมา (อีกแล้ว) indicator เทพทั้ง 4 ตัว ก็ออกมายืนยันหนักแน่น ราวกับว่านัดกันมา และมันก็ขึ้นจริงๆ แต่เห็นไหมละว่ามันขึ้น แต่ขึ้นไม่มาก แล้วมันก็ลงต่อนิดหน่อย แต่ก็ขึ้นจริงๆใช่มะ การวิเคราะห์ 1 ครั้ง อาจจะคาดการณ์แท่งเทียนถัดไปได้แค่ 3-4 แท่ง หรือมากกว่านั้น ก็แล้วแต่เทรนของตลาด

ความจริง การวิเคราะห์ โดยใช้ indicator กับ Overlays พวกนี้ จะให้ผลชัดใน แท่งเทียนถัดไป และ จะเริ่ม น้อยลงๆ ตามลำดับ จากนั้น เราก็ต้องมาวิเคราะห์ใหม่ ไปเรื่อยๆ เพราะการวิเคราะห์แบบนี้เป็นการหาจังหวะเข้าตลาด

แต่มันจะมีการวิเคราะห์อีกแบบ ที่เป็นการวิเคราะห์แบบ ยาว นั้นคือการดูเทรน ว่า เทรนขึ้น หรือ เทรนลง ต้องมานั่งนับลูกคลื่น อะไรประมาณนี้แหละ

.............................



มีคนถามว่า ถ้าราคาหุ้นมาอยู่ ณ จุดเวลาที่ วงกลมในรูป จะเข้าซื้อดีไหม

ตอบคือ เราไม่สามารถวิเคราหธห์แนวโน้มได้เลย แม้ว่าเราจะวิเคราะห์เทรนยาวได้ แต่ทั้ง indicator เทพ ทั้ง 4 ตัว ก็ให้สัญญาณไม่ชัด Overlays ก็ใช้ไม่ได้ ถือเงินสดดีว่า นะจ๊ะ




...............................

ต่อไปเป็นหลักการของ Bollinger band

เคยสงสัยไหม ที่ ตามทฤษฎี บอกว่า เมื่อราคา แตะ หรือทะลุเส้น Bollinger Band มันจะกลับตัว แต่บางที่ ราคามันแตะเส้นแล้ว แตะเส้นอีก ทะลุแล้วทะลุอีก น่าปวดหัว ดังนั้น จึงมีทฤษฎีเพิ่มเติมจากตำรา (ที่จริงมันมีนานแล้วละ)





กรณีที่ 1 (การกลับตัว)

จากรูปข้างบน เราจะดู จุดปิดของแท่งเทียนแต่ละแทงเป็นสำคัญ
ตามทฤษฎี ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนต่ำกว่า เส้น Bollinger Band เป็นสัญญาณว่า มัน "อาจจะ" ลงต่อ และไต่เส้น Bollinger Band ไป (ดูความชันของมันประกอบด้วย ชันมากสัญญาณจะแรง)

แต่ถ้า จุดปิดของแท่งเทียนนั้น สูงกว่า เส้น Bollinger Band ก็เป็นสัญญาณการกลับตัว ยิ่งจุดเป็นสูงกว่า เส้น Bollinger Band มาก สัญญาณการกลับตัวก็ยิ่งแรง (สังเกตุจุดปิดของแท่งเทียนที่ 4)

และแน่นอน ลองสังเกตุ จุดปิดของ แท่งที่ 3 ว่ามันต่ำกว่า เส้น Bollinger Band ทำไมไม่เป็นไปตามทฤษฎี ก็อยากจะบอกว่า ต่อให้เครื่องมือเทพสักแค่ไหน ก็ไม่มีวันทำนายอนาคตได้ 100% การใช้เครื่องมือพวกนี้ เป็นการคาดการณ์แนวโน้ม ความน่าจะเป็น โดยอาศัยหลักการคำนวน และสถิติ และที่สำคัญที่สุด ก็คือ "ความรู้ และความชำนาญ" ของผู้ลงทุน นั้นคือ ผู้ที่ชำนาจพอจะรู้ว่า รูปในภาพ เป็นสเกลของกร๊าฟ 4 ชม. หากผู้ลงทุนรู้ ก็ลองเลื่อนราคา ณ ตำแหน่งเดียวกันไปดูที่กร๊าฟ 1 ชม. ก็จะเห็นแนวโน้มของแทงเทียน ว่ามันกลับตัวจริงๆ

จะว่าไปแล้ว เทคนิคการลงทุน นั้นนอกจากความรู้ทางด้านการวิเคราะห์การเทคนิคแล้ว ผู้ลงทุนก็จะต้องมี sene ในการลงทุนด้วย แต่การจะเกิด sene ได้ ผู้ลงทุนต้องซื้อ และขาย จนเกิดทักษะ

...................

หุ้นของ ปตท. หุ้นที่วิเคราะห์ทางเทคนิคง่าย คือ หุ้นที่มีสภาพคล่องสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะจะไม่มีใครมาทำการปั่นราคาได้
ถ้าเรายังจำความรู้สมัยมัธยมที่ คุณครูสอนเรื่อง กลไกตลาดสมบูรณ์ กับ ตลาดไม่สมบูรณ์ ที่บอกว่า ตลาดสมบูรณ์จะต้อง มีผู้ซื้อ และผู้ขายจำนวนมากก็จะไม่มีใครสามารถมาปั่นราคาสินค้าในตลาดได้
ตลาดหุ้นก็เช่นกัน หากไปซื้อหุ้นที่ไม่มีใครต้องการ หรือมีผู้ซื้อผู้ขายน้อยราย อาจจะเจอการกระโดด หรือลดอวบของราคา จนการวิเคราะห์ทางเทคนิคไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้



ต่อไปเรามาดูรูปข้างบน รูปข้างบนเป็นหุ้น ปตท. เป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง การปั่นราคาทำได้ยาก

ลองดูราคาหุ้นในวงกลมสีเหลือง ที่แท่งเทียนสีเขียว เราจะพบว่า แท่งเทียนส่วนใหญ่ ปิดทะลุเส้น Bollinger band และค่อนข้างชัน ก็ตรงตามทฤษฎี ที่บอกว่า หากราคาปิดของแท่งเทียน ปิดสูงกว่าเส้น Bollinger Band ก็มีแนวโน้มว่า ราคาจะขึ้นไปอีก และราคาอาจจะไต่เส้น Bollinger Band ขึ้นไป

แล้วหลังจากนั้น ดูจุดเวลา ณ ราคาหุ้นที่ ลูกศรสีเขียว จะพบว่า แท่งเทียนแท่งนั้น(แท่งสีแดง) ราคาปิดต่ำกว่าเส้น Bollinger Band แต่มันจะลงตามที่ ทฤษฎีเขียนไว้หรือปล่าว เราต้องมาดู Indicator เทพ ทั้ง 4 ว่ามันยืนยันไหม

ดูรูปเราจะเห็นว่า indicator เทพ ทั้ง 4 ยืนยันหมด แล้วเราจะอยู่ทำไมละ ขายทิ้งซะสิ

อนึง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การวิเคราะห์ทางเทคนิค มันไม่ใช่วิชาคณิตศาสตร์ หรือ วิชาสถิติเพียวๆ ที่บอกว่า 1+1 จะต้องได้เท่ากับ 2 เท่านั้น
เพราะการวิเคราะห์ทางเทคนิคนี้ เราแค่อาศัย คณิตศาสตร์ และสถิติ มาช่วยทำนายอนาคต ซึ่งก็คือ "ราคาหุ้นในอนาคต" ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้น เราจึงต้องหัดวิเคราะห์ และดูแนวโน้มให้เป็น และต้องใช้ indicator ต่างๆเพื่อประกอบการตัดสินใจ

เพราะการวิเคราะห์ทางเทคนิค 1+1 อาจจะไม่ใช่เท่ากับ 2 เสมอไป นั่นคือ 1+1 อาจจะเท่ากับ 1.998 หรือ 2.001 มันมีความคาดเคลื่อนอยู่ แล้วแต่ความชำนาญของผู้วิเคราะห์

โอ้ย พร่ามซะยาว



............................

มาดูตัวอย่างนี้ น่าสนใจดี





จากรูป ดูที่จุดราคา ณ ที่ลูกศรสีเหลือง จะพบว่า ราคาทะลุเส้น Bollinger Band ไปแล้ว และ Indicator เทพ ยืนยันแล้ว 3 ตัว ยกเว้น RSI ที่มีค่าแค่ ประมาณ 50 ผลก็คือ ราคามันก็ลง แต่มันก็ไปต่อ

แต่กถ้าดูที่ราคา ณ จุดลูกศรสีขาว ตรงนี้แหละ อันตรายแล้วถ้าถือต่อ เพราะ Indicator เทพ ทั้ง 4 ตัวยืนยันตรงกันหมด



.........................

ดูรูปข้างล่างก็น่าสนใจเหมือนกัน สัญญาณขึ้นแรงมาก สัญญาณทุกตัวยืนยันหนักแน่น





ทั้งหมดของบทนี้ เป็นการหาจังหวะการเข้าซื้อ และหาจังหวะขาย หากทำตามนี้ โอกาสที่จะผิดพลาด แม้มันอาจจะมีบ้าง แต่ก็มีความผิดพลาดน้อย ไม่ถึงกับเสียหาย





Create Date : 23 มิถุนายน 2553
Last Update : 29 มิถุนายน 2553 14:55:07 น. 3 comments
Counter : 2299 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 23 มิถุนายน 2553 เวลา:13:42:08 น.  

 
แฟนคลับตัวจริง มาปูเสื่อ รอฟังแล้วค่ะ


โดย: morikaza1 (morikaza1 ) วันที่: 23 มิถุนายน 2553 เวลา:14:09:02 น.  

 


โดย: teeranet วันที่: 24 มิถุนายน 2553 เวลา:7:31:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tunsystem
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]




Friends' blogs
[Add tunsystem's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.