บ้านของแม่บ้านของเรา
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
18 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
ตอนที่ 5 : ความโชดดีขั้นที่ 1

ได้พูดถึงความโชดคีขั้น 2 มาแล้วเมื่อตอนที่แล้ว จากที่ได้บริษัทประเมินเป็นน้องสาวของเราเอง
ตอนนี้ขอเล่าเรื่องความโชคคี ขั้นที่ 1 ของการเริ่มต้นสร้างบ้าน
รื่องของความโชดดีของเรา ขั้นที่ 1 มีอยู่วา

หลังจากที่เราได้คิด คิด กะแม่ว่าจะทำบ้านครั่งปูน ครั่งไม้ เราก็ต้องเจรจากะลุงซึ่งเป็นพี่ชายพ่อคนที่ 2 ขอต้นไม้ในสวนของลุง ไม่รุ้ว่าลุง ยังจะยกให้หรือเปล่า เพราะเราเคยเกริ่น ๆ ไว้นานแล้ว

ลุงดำ คือชื่อของลุง ที่มีต้นไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับทำบ้าน

เมื่อพูดขอต้นไม้กะลุง
"ลุงดำ กะว่าจะทำบ้านให้แม่อยู่ อยากขอ ต้นไม้ในสวนลุงมาตัดทำบ้านให้แม่ ลุงจะให้หรือเปล่า"

"เออ มีคนมาขอซื้อลุง ตั้งหลายคนแล้ว ลุงไม่ขายหรอก เก็บไว้ให้หลานแหละ " อิอิ แต่จริง ๆ ภาษาพูดของลุง ยังเป็น สมัยพ่อขุนราม เพราะลุงอายุปาไป 85 ปีแล้ว เราขอแปลงให้สุภาพประมาณนี้

"แต่โค่นต้นไม้ให้ดี ๆ นะอย่าโค่นให้ล้มตี ต้นยาง(พารา) ในสวนนะ" ลุงบอก

เมื่อลุงอนุญาตให้ต้นไม้เรียบร้อยแล้ว เราก็โทร.ไปหา สำนักงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีฯ (ป่าไม้จังหวัด) เพื่อสอบถามว่า หากเราจะตัดต้นไม้เพื่อปลูกสร้างบ้าน เราต้องขออนุญาตตัดต้นไม้อย่างไร
สนง.ทรัพยากรธรรมชาติ แจ้งว่า
หากเราตัดต้นไม้ในที่ดินของเรา หากไม่ใช่ ต้นยางนา และต้นสัก เราไม่ต้องขออนุญาตทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติแต่อย่างไร ให้ตัดได้เลย ซึ่งไม้ในสวนของลุง ไม่ได้เป็นไม้ยางนา และไม้สักแต่อย่างไร แต่เป็นไม้เนื้อแข็ง มีไม้ ตะเคียนหิน 1 ต้น ไม่ยมหิน 1 ต้น และไม้เนื้อแข้ง ชนิดอื่นอีก 2 ต้น
มาด กันดีกว่า เมื่อเห็นไม้ที่ลุงให้เราแล้ว ถือว่าเป็นความโชดดีของเราหรือเปล่า
เพราไม้ที่เราได้มาจากลุงโดยไม่ต้องซื้อ ประมาณ 9 ตัน (9000นิ้ว ซึ่งหากซื้อขายจากโรงเลื้อย น้วหนึ่งไม่ต่ำกว่า 35 บาท คิดเป็นเงินประมาณ
ไม่ต่ำกว่า 315000 บาท )
ที่บ้านแม่มีได้ตะเดียนทอง 3 ต้น แต่มีต้นใหญ่ 1 คน อีก 2 ต้นไม่ใหญ่มาก ซึ่งเคยมีคนมาขอซื้อ ต้นใหญ่ 50,000 บาทเพื่อไปต่อเรือ แต่แม่ไม่ขาย เก็บไว้ให้ลูกสร้างบ้าน
เมื่อเราสร้างบ้านก่อนลูกคนอื่น ไม้ตะเคียนทอง 3 ต้นนั้น แม่ก็ให้เราตัดทำบ้านได้เลย หากคิดมูลค่า ประมาณ 4 ตัน (4000นิ้ว ละ ไม่ต่ำว่า 50 บาท เป็นเงินประมาณ 200,000 บาท ) ซึ่งรวมมูลค่าไม้ที่เราไม่ต้องซื้อไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท
(เสียค่าเลื่อยไม้ ไป นิ้วละ 6 บาท เสียค่าเลื้อยไม้ +ค่าช้างลากซุง +ค่ารถขนไม้รวมประมาณ 1.5 แสนบาท)

สรุปแล้ว ถือว่าเป็นความโชดดี ชั้นที่ 1ของเราได้ไม๊

เอารูปมาให้ดูกัน ป่าไม้อย่าจับเรานะ อิอิไม้ในสวนที่บ้านเองจ้า และก็ไม่ใช้ไม้สัก และต้นยางนาแต่อย่างไร






Create Date : 18 มีนาคม 2554
Last Update : 26 กันยายน 2554 14:25:54 น. 3 comments
Counter : 2348 Pageviews.

 
ขอบคุณนะคะสำหรับคำชม จริงๆแล้วเราไม่ได้มีความรู้ด้านก่อสร้างมาก่อนเลยค่ะ อาศัยศึกษาเอาจากในพันทิพกะซ์้อหนังสือมาอ่านก่อนสร้างบ้านตัวเองนี่แหละค่ะ เป็นคนที่อยากรู้อะไรแล้วชอบเจาะลึก

ดีใจด้วยที่ได้ไม้มาเหมือนได้เปล่า พอเลื่อยไสมาแล้วสีสวยจังค่ะ แล้วไม้ที่ได้มาใหม่ต้องไปอบก่อนหรือเปล่าคะ เพิ่งตัดมาใหม่ถ้าทิ้งให้มันหดตัวเองคงไม่ทันสำหรับการสร้างบ้านแน่ เราเองก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องไม้เท่าไหร่ แต่เคยถามช่างเค้าบอกว่าถ้าทิ้งไว้ให้มันหดตัวตามธรรมชาติไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่อยู่ตัวต้องนำไปอบดีที่สุด



โดย: รอบรั้ว วันที่: 5 เมษายน 2554 เวลา:19:45:30 น.  

 
ดีใจด้วยนะคะที่ได้ไม้ดีมาสร้างบ้านประหยัดงบไปได้โขเลย แต่ไม้ที่เพิ่งตัดนำมาเลื่อยไส แปรรูปแล้วควรเอาไปร้านที่เค้ารับอบไม้นะคะ ถ้าปล่อยตากแดดตากลมตามธรรมชาติไม่เพียงพอเวลาเอามาปลูกบ้านรับรองไม้มีการหดตัวแน่นอนค่ะ เพราะของหญิงแก่น ก็ตัดไม้จากที่มรดกมาทำบันไดบ้านเหมือนกัน ปล่อยตากแดดตากลมไว้หลายเดือน ตอนนี้ไม้ก็มีหดเหมือนกันอาศัยว่าช่วงรอยหดตัวของไม้เราทำคิ้วบัวปิดไว้เลยไม่น่าเกลียด ยังไงก็แนะนำว่าควรเอาไม้ไปทำการอบนะคะ เสียดายไม้สวยๆที่ตัดมาค่ะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 6 เมษายน 2554 เวลา:13:36:54 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมชมที่บล๊อคมานะครับ

ได้ไม้ดีมาสร้าง โชคดีมากๆล่ะครับอย่างนี้....เพราะเด๋วนี้จะหาไม้ดีๆนั้นแสนยาก จะรอติดตามชมนะครับ บ้านต้องออกมางามมากแน่ๆเลย


โดย: Thandagra วันที่: 12 เมษายน 2554 เวลา:17:55:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tanayako
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add tanayako's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.