Group Blog
 
 
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
29 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
เกือบต้องสูญเสียเพราะความประมาท

ทุกๆ วัน เวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้านต่างคนต่างออกไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ ที่บ้านจะมีแค่คนชราสองคนกับเด็กทำงานบ้าน 1 คน อยู่กันอย่างเงียบเหงา แต่นับจากมีดาฟล่อนสองผู้สูงอายุก็ไม่เคยเหงาอีกเลย หลังจากที่ป้ายื่นคำขาดให้เวลาจนกว่าข้าวสารจะหมด ก็ถึงเวลาที่จะต้องทำตามเงื่อนไขของป้า
เย็นวันนี้ป้าจะมาบ้าน พร้อมกับจะนำเอาดวงใจเของเราสองคนพี่น้องไปด้วย ป้าเป็นคนไม่ชอบอยู่ร่วมกับสัตว์ทุกชนิดจะให้มาคลอเคลียอยู่ใกล้ยิ่งจะหนีห่าง เรียกว่าไม่สามารถหายใจร่วมกันได้เลยก็ว่าได้ แต่ถึงคุณจะเห็นว่าป้าเป็นคนแบบนี้แต่ใช่ว่าท่านจะใจร้ายนะคะ ท่านก็รักพวกหลานๆ มาก ด้วยความที่ท่านไม่แต่งงานทุกสิ่งทุกอย่างจึงทุ่มเทให้หลานหมดไม่ว่าจะยังไงก็จะคิดถึงหลานก่อนเสมอ ป้าเป็นแฟน เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ตัวยง cd ทุกอัลบั้มมีหมดตั้งแต่ชุดแรกจนถึงชุดปัจจุบัน ย้ำค่ะว่าจนถึงปัจจุบันจริงๆ ฉันยังจำได้ดีตอนฉันยังอยู่ชั้นประถมมีคอนเสิร์ตแบบ Bird Bird เมื่อไหร่ป้าจะพาหลานๆทั้ง 6 คนไปทันที ฉันไม่เคยพลาดเลยซักครั้ง ฉันจำได้ว่าเวลาป้ามาจะมาพร้อมกับสตางค์เต็มกระเป๋าแต่พอถึงเวลากลับ ท่านจะกลับไปพร้อมกับกระเป๋าตังค์ที่มีเพียงแบงค์ 100 ติดตัวเพียงใบเดียว ท่านเป็นนักเที่ยวชอบท่องเที่ยวไปในทุกๆ จังหวัดของประเทศไทย และมักจะมีของฝากมาให้เสมอ กลับมาวันที่จะตัดสินชะตาชีวิตของดาฟล่อนกันก่อนนะคะ พอป้ามาถึงเหตุการณ์ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เราคิดกันไว้ทุกประการณ์ เมื่อป้าเริ่มเอ่ยคำพูดประกาศิตออกมา
“ไหนวันนี้ครบกำหนดแล้ว จะเอาหมาเค้าไปคืนเมื่อไหร่” เอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง
“ฉันไม่ให้คืน” เสียงของบุคคลที่เราคาดไว้ว่าจะต้องพูดคำนี้ออกมา
“อ้าว...ทำไมล่ะค่ะ ก็แม่ไม่ชอบมันนี่” พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจปนไม่เชื่อ
“ใครบอกว่าฉันไม่ชอบ...ฉันก็แค่เห็นมันไม่เห่าก็เลยไม่รู้จะเลี้ยงไว้ทำไม แต่ตอนนี้มันเห่าแล้ว และก็ฉลาดมากด้วย ยังไงฉันก็ไม่ให้เอาดาฟล่อนไป แกอย่ามาขัดใจฉันนะ ดาฟล่อนจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” เจอคำประกาศิตกว่าเข้าไปยังไงก็ต้องทำตามล่ะค่ะ ม่ายงั้นอาจมีศึกสายเลือดได้
เมื่อเราสองคนได้ยินดังนั้น ก็แหกปากกระโดดกอดคอกันแบบไม่มีเสียงอยู่ในครัว ในที่สุดความฉลาดและความน่ารักของดาฟล่อนก็เอาชนะใจย่าได้
นานวันเข้าความผูกพันระหว่างย่ากับดาฟล่อนยิ่งจะมากขึ้นๆ จนสุดท้ายดสฟล่อนก็ไม่ได้อยู่ในฐานะสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป แต่กลับอยู่ในฐานะหลานสาวคนสุดท้องแทน วันหนึ่งคนทำงานบ้านกำลังถูพื้นบ้านอยู่พี่ฉันกำลังจะเดินเข้าบ้าน แต่ก็ต้องเบรกตัวโก่งเมื่อแว่วเสียงของย่า
“นี่ๆ...เอ็งไม่เห็นเหรอว่าเด็กมันกำลังถูบ้าน อย่าเพิ่งเข้ามานะรอให้เข้าถูเสร็จก่อน” โวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหลานกำลังจะก้าวเท้าเข้าบ้านที่ยังถูไม่เสร็จ
ถัดมาอีกวันระหว่างที่เรากำลังนั่งเล่นในบ้าน คราวนี้ไม่มีใครกล้าเดินไปไหน เหตุเพราะคนทำงานบ้านเจ้าเก่ายังถูพื้นไม่เสร็จ พวกเราก็ได้แต่นั่งเก็บมือเก็บเท้ากันอยู่บนเก้าอี้ ดาฟล่อนซึ่งอยู่ข้างนอกบ้านเมื่อเห็นว่าทุกคนอยู่ในบ้านกันหมด ก็คิดอยากจะเข้ามามีส่วนร่วม ในขณะที่ดาฟล่อนกำลังจะก้าวเท้าเข้ามานั้น เสียงๆ หนึ่งที่ฉันกับพี่ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยิน
“ดาฟล่อนอย่าเพิ่งเข้ามาลูกพี่เค้าถูบ้านอยู่ ให้เค้าถูเสร็จก่อนนะแล้วค่อยเข้ามา” พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสุดๆ จนคนเป็นหลานอย่างพวกเราๆ ยังต้องแอบเก็บไปน้อยใจ ไรว้าเห็นหมาดีกว่าหลาน...เชอะ เมื่อดาฟล่อนได้ยินย่าพูดดังนั้น จึงก้าวถอยหลังและกลับไปนอนรออยู่หน้าบ้าน เมื่อบ้านถูเสร็จจึงเดินเข้ามาในบ้านไปนั่งข้างๆ ย่า (คุณเชื่อไหมค่ะว่าย่าของฉันจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ฉันเองยังไม่อยากเชื่อเลย)

วันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งเป็นวันผักผ่อนของใครๆ หลายคนรวมทั้งคุณและฉัน ทุกๆวันอาทิตย์ฉันกับพี่มักจะพาดาฟล่อนไปเดินเล่นพักผ่อนในกรมพลาธิการทหารบก ในกรมจะมีบึงน้ำบึงใหญ่ดาฟล่อนชอบลงไปว่ายน้ำมาก ทุกครั้งที่ไปเราสองคนจะต้องมีของกินติดไม้ติดมือ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกกำลังของดาฟล่อน นั่นคือขวดพลาสติกใส่น้ำไว้ครึ่งขวด กิ่งไม้ ลูกบอล กิจกรรมที่ทำร่วมกันระหว่างคนกับหมาในวันนี้ก็เหมือนๆกับทุกๆครั้ง วิ่งเก็บลูกบอล ว่ายน้ำเก็บไปขวด ไล่กวดหมาเจ้าถิ่น กินลมชมวิวกันเรื่อยเปื่อย พูดคุยกันตามประสาพี่น้อง
แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ฉันต้องจำไว้ไปตลอดชีวิตก็ได้เริ่มขึ้นเมื่อตอนที่พวกเรากำลังเดินกลับบ้าน มันเป็นความประหมาดของฉันที่ไม่น่าให้อภัย ระหว่างทางกลับบ้านด้วยความที่ประมาทคิดว่าระยะทางแค่ไม่กี่เมตรคงไม่เป็นไร ฉันจึงคิดว่าคงไม่ต้องใส่สายจูงก็ได้เพราะดาฟล่อนไม่เคยเดินออกนอกเส้นทางและไม่เคยห่างตัวฉันเลย ระหว่างที่เดินมาด้วยกันอยู่ดีๆ ดาฟล่อนก็เดินนำหน้าฉันในลักษณะกำลังจะวิ่งไปข้างหน้าฉันตะโกนเรียกดาฟล่อนก็ยังไม่ยอมชะลอฝีเท้าคงเพราะด้วยความที่กำลังสนุกกับการทีได้ออกมาข้างนอกและในครั้งนี้ก็ไม่มีสายจูงมาควบคุม เมื่อพอถึงหัวโค้ง ฉันแทบจะหยุดหายใจเมื่อมีมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เหล็กแข็งและเลือดเนื้อนิ่มๆ ก็ปะทะกันเข้าอย่างจัง แต่จะเป็นเพราะโชคเข้าข้างหรืออะไรก็ตาม คนขับมอเตอร์ไซด์กดเบรกไว้ได้ทันแต่กระนั้นรถก็ยังไถลไปข้างหน้าพร้อมกับดาฟล่อนที่ล้มลงล้อรถอยู่ตรงท้องดาฟล่อนพอดี พร้อมกับเสียงร้องของดาฟล่อน ทั้งภาพทั้งเสียงที่ฉันเห็นและได้ยิน มันฉุดกระชากความสุขของฉันทั้งหมดที่มี ฉันและพี่รีบตรงดิ่งเข้าไปหาดาฟล่อน เข้าไปสำรวจตามลำตัว แต่เหมือนมีปาฏิหาริย์ดาฟล่อนไมได้รับบาดเจ็บใดๆ ทั้งสิ้น ฉันทั้งโล่งอกและดีใจจนพูดอะไรไม่ออก แต่สติของฉันก็ต้องกลับมาเมื่อได้ยินเสียงของผู้ชายที่ขับมอเตอร์ไซด์
“ปัดโธ่เว้ย...คราวหน้าคราวหลังหัดดูหมาตัวเองให้ดีๆซิ” สบถออกมาด้วยความหงุดหงิดและเร่งความเร็วเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว
ใช่ฉันผิดที่ไม่ใส่สายจูงหมา แต่คุณผิดที่ขับรถเร็วในซอยเล็กๆ ในบริเวณชุมชนที่มีเด็กเล็กวิ่งเล่นกันมากมาย ถ้าหมาฉันเป็นอะไรฉันก็ไม่ปล่อยให้คุณผ่านไปง่ายๆ เหมือนกัน นับแต่เหตุการณ์นั้นฉันก็ตั้งใจไว้แน่วแน่ไม่ว่าจะยังไงฉันจะไม่ประมาทอีกแล้ว หากมีอันตรายเกิดขึ้นกับดาฟล่อนฉันจะเอาตัวฉันเองเข้ารับแทน (เพราะยังไงชนคนมันผิดกฎหมายมากกว่าชนหมา ฉันต้องเอาผิดคนที่ชนให้ได้)

TBC


Create Date : 29 กันยายน 2548
Last Update : 29 กันยายน 2548 7:28:30 น. 1 comments
Counter : 133 Pageviews.

 
wadde ja take it easy na ka


โดย: Justin's mom (Baby I love you ) วันที่: 29 กันยายน 2548 เวลา:7:54:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

zuse
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add zuse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.