Group Blog
 
 
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
23 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
คำประกาศิต

การพบกันครั้งแรกระหว่างดาฟล่อนและสมาชิกในบ้านไม่เป็นที่น่าประทับใจนัก เหตุเพราะดาฟล่อนเป็นหมาตัวใหญ่ ขนาดและรูปร่างไม่เหมาะกับอายุ 5 เดือน ทำให้คนในบ้านรู้สึกหวาดกลัวว่าหมาน้อยน่ารัก ไร้พิษสงตัวนี้ (คงจะน่ารักเฉพาะในสายตาของ 2 พี่น้อง) จะเข้ามาทำร้าย แต่ในความเป็นจริงแล้วความรู้สึกของดาฟล่อนที่แสดงออกทางแววตาในตอนนั้นกำลังตื่นกลัวกับสถานที่ใหม่ ที่ไม่คุ้นเคย บุคคลจำนวนมากที่มายืนมุงดูสามชิกสี่ขาตัวโต คืนแรกของหมาน้อยช่างเป็นคืนที่ว้าเหว่ที่สุดในความรู้สึกของมัน
วันคืนผ่านพ้นไป ตลอดระยะเวลาที่ดาฟล่อนอยู่ที่นี่ ดาฟล่อนไม่เคยส่งเสียงเห่า หรือแม้แต่จะแสงดท่าทางดีใจ กระตือรือร้น ตื่นตัวต่อสิ่งรอบข้าง เห็นจะมีก็แต่เวลาที่ฉันและพี่สาวกลับบ้าน ที่ดาฟล่อนจะแสดงความดีใจออกมาให้เห็น แต่มันก็เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง พฤติกรรมทั้งหมดนี้ได้อยู่ในสายตาขงคนๆหนึ่งมาตลอดเวลา และแล้วพายุคลื่นลูกใหญ่ก็ได้พัดกระหน่ำเข้ามาในจิตใจของ 2 พี่น้อง
“เอามันไปปล่อย” คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ แต่เป็นคำประกาศิต ที่เหมือนเป็นคมมีดกรีดลึกลงในจิตใจของฉันและพี่
“จะเอาไปปล่อยได้ยังไง หมาพวกนี้หากินเองไม่เป็น ปล่อยไปมีแต่ตายกับตายอย่างเดียว” ฉันและพี่พยายามหาเหตุผลมาโต้แย้งต่างๆ นาๆ เพื่อโน้มน้าวจิตใจของคุณย่าที่เคารพรัก
“งั้นก็เอามันไปคืนเค้าซะ” คุณย่าจอมบงการยังไม่ยอมเปลี่ยนความคิด
“จะคืนได้ไง ซื้อเค้ามาแล้วจ่ายเงินเค้าไปแล้วด้วย”
“คืนเค้าไปบอกเค้าว่าเราไม่เอาเงินคืน ส่วนเงินที่พวกแกเสียไปฉันจะจ่ายคืนให้” ยังยืนยันหนักแน่นกับความคิดของตนเอง
แต่เมื่อเห็นหลานๆปฏิเสธเสียงแข็ง จึงหันไปหาพรรคพวกสนับสนุน นั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ปู่ กับ ป้า เรานี่เอง
“ยังไงก็ต้องเอาไปคืนเค้า ป้าไม่ให้อยู่ แม่ฉันไม่ชอบ ป้าให้เวลาจนกว่าข้าวสารที่ซื้อมาให้หมาถังนี้จะหมด เมื่อนั้นฉันต้องไม่เห็นมันอยู่ในบ้านหลังนี้” เป็นคำประกาศิตครั้งสุดท้ายที่ไม่มีใครสามารถคัดค้านหรือปฏิเสธได้
บทสนทนาได้ยุติลงไปพร้อมกับหยาดน้ำตาของคน 2 คน ที่ไหลออกมาแทบจะท่วมบ้าน ดังนั้น คืนนี้จึงเป็นคืนที่แสนทรมานในความรู้สึกของเรา 2 คน เมื่อหันไปมองหน้าดาฟล่อน น้ำตาเจ้ากรรมก็ยิ่งเอ่อล้นออกมาไม่หยุด 2 พี่น้องกอดคอกันร้องไห้ สติหลุดลอย ไม่สามารถคิดหาทางออกอะไรได้ในตอนนี้
ฉันจำได้ดีเมื่อในอดีต เวลาที่เราหาสัตว์อะไรมาเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่เก็บมาจากข้างบ้าน อีกัวน่าที่ฉันกับพี่หุ้นเงินกันซื้อ กระรอกที่ฉันเฝ้าฟูมฟักจนเติบใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามสุดท้ายก็ต้องระเห็จออกไปจากบ้านด้วยคำๆนี้ของย่า “เอามันไปปล่อย” ก็ไม่ใช่เพราะว่าย่าฉันใจร้ายหรอกนะ แต่เพราะเหตุผลที่ย่าเคยเลี้ยงอะไรต่อมิอะไรมามากมายแม้กระทั่งลิง จึงทำให้ย่ามีความคิดที่ว่าการเลี้ยงอะไรก็แล้วแต่มันเป็นภาระ และมันเป็นความผูกพันอย่างลึกซึ้ง เวลาที่มันต้องจากเราเป็นเราจะพบกับความรู้สึกที่เศร้าใจอย่างที่สุด
ทุกครั้งที่ฉันต้องทนมองมันจากไปด้วยเหตุผลของย่า มันทำให้ฉันรู้สึกคับแค้นอยู่ในอก ทำไมเค้าต้องทำร้ายความรู้สึกของฉันอย่างนี้ กี่ครั้งแล้วที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลยกับเรื่องนี้ไม่มีใครสามารถช่วยฉันได้ แม้กระทั่งพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ไม่มีใครกล้าขัดใจย่าซักคนเดียว แม้กระทั่งปู่ต้องเป็นคนรับหน้าที่เอาสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นไปปล่อยถึงแม้ปู่จะไม่เต็มใจก็ตาม และครั้งนี้เหตุผลของย่าที่ให้เอาดาฟล่อยไปปล่อย ก็เพราะตลอดเวลาที่ดาฟล่อนอยู่ที่นี่ ดาฟล่อนไม่เคยเห่าให้ได้ยินซักครั้งเดียว วันๆเอาแต่กินกับนอน ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น และขนาดตัวที่ใหญ่กว่าหมาในละแวกบ้านทุกตัว ทำให้ท่านรู้สึกว่าบ้านนั้นคับแคบลงไปถนัดตาเมื่อมีดาฟล่อนเข้ามาอยู่ในบ้าน แต่ฉันกับพี่คิดว่าต้องเป็นสาเหตุนี้อีกอย่าง อาจเป็นเพราะว่าตั้งแต่มีดาฟล่อนเรา 2 พี่น้อง คงเอาใจใส่ดูแลดาฟล่อนมากกว่าย่าละมั้ง เลยทำให้คนแก่เกิดอาการน้อยอกน้อยใจ ก็เหมือนตอนอีกัวน่าที่ย่าพูดว่า
“แกสนใจมันมากกว่าฉัน” เหตุผลที่ทำให้เราถึงกับส่ายหน้า คิดได้ไงค่ะคุณย่าที่เคารพรัก
เช้าวันใหม่ที่แสนสดใส แต่บรรยากาศในบ้านมุขประภาตมันมืดมนในความรู้สึกของเรา 2 คน ที่ขณะนี้นั่งตาบวมเป่ง แดงก่ำ หลังจากร้องไห้มาอย่างหนักทั้งคืน (สภาพในตอนนั้นดูไมได้เลยจริงๆ ให้ตายซิ)
“ใช่แล้วๆ” เสียงพี่สาวร้องออกมาเสียงดัง จนทำให้ฉันพลอยหลุดออกจากวังวนแห่งความคิด
“ป้าบอกว่าให้อยู่จนกว่าข้าวสารในถังจะหมด งั้นเราก็คอยแอบเติมข้าวเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ ดิ” โหคิดได้ไงเนี่ยพี่ช้านนน...ไอเดียบรรเจิดมั่กๆ
“แต่ยังไงป้าก็ต้องรู้”ฉันพูดออกมาด้วยความหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
“เออ...นั่นดิไม่รู้จะทำไงแล้ว คงต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมแล้วล่ะ” พูดแบบคนปลงตกในชีวิต ละแล้วซึ่งทุกสิ่ง
แต่แล้วปาฏิหาริยิ์ก็เกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่ง เป็นเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของทุกคนภายในบ้านไปตลอดชีวิต



Create Date : 23 กันยายน 2548
Last Update : 26 กันยายน 2548 23:34:08 น. 0 comments
Counter : 166 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

zuse
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add zuse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.