ลู่หมินซีรีส์ The Writer 4 / AI Tale 4.3 (นิทานจักรกล)



















ลู่หานยกเปลือกตาขึ้นช้าๆรู้สึกเหมือนแผขนตายาวมีน้ำหนักมากกว่าปกติ ภาพแรกที่เห็นทำให้หัวคิ้วยู่เป็นร่องลึก กระตุ้นให้ร่างกายกระเด้งลุกขึ้นมานั่ง หัวฟูๆโดนขย้ำซ้ำๆจนเหมือนแผงคอสิงโตเจ้าตัวถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนที่บ้านไม่ใช่ที่คอนโด แผ่นหลังยวบโค้งเป็นครึ่งวงกลมพร้อมเสียงถอนหายใจ คอตกเพราะความล้า เขายกหัวขึ้นนิดเดียวกวาดสายตาไปรอบห้อง แต่ก็ทำได้แค่ครึ่งรอบเพราะมีสิ่งแปลกปลอมหยุดสายตาไว้








ตุ๊กตาหมีตัวโตพอๆกับคนนั่งอยู่บนตู้หลังเตี้ยที่เขาเอาไว้เก็บอุปกรณ์กีฬาและของประดิษฐ์ต่างๆสมัยเรียนมัธยม ท่าทางเหมือนกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างชมวิวยามเช้าอย่างสบายใจ เจ้าของห้องเห็นแล้วก็ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เขายกตัวขึ้นพร้อมส่งเสียงช่วยให้ร่างกายมีแรงฮึดเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้








พอเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นว่ามีสิ่งประดิาฐ์ที่เพิ่งเจอเมื่อวานนั่งพิงไหล่เจ้าตุ๊กตาหมียักษ์ทำท่าเหมือนมีความสุขกับวิวยามเช้าอยู่เหมือนกัน







ลู่หานยั้งใจยังไม่ถามอะไรแต่มองตามสายตาทั้งสองสิ่งออกไปนอกหน้าต่าง





ในสายตาของคนแสงข้างนอกสวยมาก แดดอ่อนๆเหมือนม่านบางใสห่มคลุมบรรยากาศโดยรอบ ฟ้าเป็นสีฟ้านวลสบายตา มีก้อนเมฆอ้วนๆปุกปุยเกาะกลุ่มกันอยู่บ้างลอยอยู่ก้อนเดียวบ้าง พวกมันน่ารักเหมือนมีใครตั้งใจปั้นขึ้นมา








อากาศเย็นกำลังดี และทุกลมหายใจรู้สึกได้เลยว่าแตกต่างจากยามเช้าที่คอนโดของเขาอย่างสิ้นเชิง อากาศที่เต็มไปด้วยออกซิเจนช่วยให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย พลังที่หายไปค่อยๆถูกสูบฉีดให้กลับมาอยู่ร่างกายอย่างเต็มเปี่ยมอีกครั้ง 










ลู่หานยืนนิ่งอยู่นานจนเมฆเริ่มเคลื่อนตัวเพราะมีลมพัด รูปร่างของเมฆที่เปลี่ยนไปทำให้เขามีรอยยิ้ม จนกระทั่งมีสองก้อนสองขนาดดลอยมาต่อกันลากเส้นตามลางๆได้เหมือนตุ๊กตาหมี ก็มีเสียงเล็กๆหัวเราะขึ้นมา








ลู่หานก้มมองตามเสียง เห็นก้อนแก้มที่ดันขึ้นจนดวงตาหยีเป็นเส้นทั้งสองข้าง  แม้เสียงหัวเราะจะหยุดลงแล้วแต่ปากอิ่มหยักที่ริมฝีปากบนด้านหนึ่งยกขึ้นสูงกว่าปกติยังคงคลี่เป็นรอยยิ้มเห็นฟันสวยที่คู่หน้าเหมือนฟันกระต่าย แสงแดดอ่อนๆที่ตอนนี้เคลื่อนตัวมาส่องใบหน้าเล็กๆ ทำให้ตรงกรอบหน้าและเส้นผมมีประกายของแสงแดดเหลื่อมระยิบ












...........ดูเหมือนคน 










ในเสี้ยววินาทีลู่หานรู้สึกแบบนั้นจริงๆ















................................................











ลู่หานเปิดตู้เย็นหยิบแพ็คนมกล่องออกมาแกะไปสองกล่อง กับขนมปังธัญพืชที่แวะซื้อระหว่างทางที่ยังเหลืออีกครึ่งโลฟ



อาหารมื้อเช้าแบบขอไปทีไม่ได้ทำให้อิ่มท้องนัก แต่ก็ยังไม่อยากขับรถออกไปซื้อของกินเป็นเรื่องเป็นราวตอนนี้ เขากดรีโมทเปิดทีวีหยุดที่ช่องสารคดีแล้วทิ้งตัวลงนอนทับกองเบาะรองนั่ง









เพลินกับวิวสวยๆและสัตว์ต่างๆในทีวีได้ไม่นานหางตาก็เห็นบางอย่างเคลื่อนไหว เขาเอียงหน้าไปมองนิดนึงแล้วหันกลับ







ภาพผู้ชายที่ไม่เชิงเด็กและไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่สำคัญไม่ใช่คนเดินลากตุ๊กตาหมีที่ตัวพอๆกันตรงมาในจังหวะการเดินแปลกๆ คงไม่มีใครรู้สึกเฉยๆกับภาพแบบนี้ ลู่หานขยับตัวคลายความอึดอัดในใจ กองเบาะรองนั่งเลยมีที่พอจะให้หนุ่นนอนได้อีกคน






หุ่นยนต์น้องมินซอกมองตรงที่ว่างคำนวนพื้นที่แล้วเอนตัวลงนอน กอดตุ๊กตาหมีที่แทบจะใหญ่กว่าตัวเองเอาไว้ พยายามขยับเบี่ยงหน้าให้ออกจากหูหมีที่บังจอทีวีจนทำให้เหมือนซบไหล่คนที่นอนอยู่ก่อน







ลู่หานขยับไปไหนไม่ได้แล้วเพราะหัวจะตกเบาะ จะให้ลุกเปลี่ยนที่ก็ขี้เกียจ เลยนอนเฉยๆแบบจำยอม ภาพธรรมชาติในทีวีช่างขัดแย้งกับชีวิตจริงของเขาเหลือเกิน ที่รอบตัวตอนนี้ไม่มีอะไรเป็นธรรมชาติสักอย่าง เขาหยิบรีโมทที่วางไว้กับอกขึ้นมาจะกดเปลี่ยนช่อง








"นกหัวขวานมีประมาณสองร้อยชนิด มันเจาะเนื้อต้นไม้สิบเจ็ดครั้งต่อวินาที เพื่อหาหนอนและแมลงหรือเพื่อทำรังอาศัย...วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกใหญ่กว่าไดโนเสาร์ชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกซะอีก...ดอกไฮเดรนเยียชอบน้ำและอากาศเย็นปลูกกับดินสภาพเป็นกรดจะได้ดอกสีฟ้าหรือม่วง ปลูกกับดินสภาพเป็นด่างจะได้สีชมพู...ต้นโอ๊ค เป็นต้นไม้ที่...."






"ชู่วววว" 








เสียงเข้มส่งสัญญาณให้หยุดพูดของลู่หานทำให้เสียงเล็กๆเงียบลง ภาพที่ปรากฎบนจอเหลือเพียงเสียงบรรยายของทางรายการบอกรายละเอียดของสัตว์และพืชต่างๆ



ชายหนุ่มไม่ได้รำคาญเสียงบรรยายนอกจอหรอก ไม่อย่างนั้นคงจะกดเปลี่ยนช่องไปแล้ว 









แค่อาจเพราะการกระทำที่เหมือนเด็กๆของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกต้องทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ปรามเรื่องที่ออกจะดูเสียมารยาทหากอยู่กับคนอื่น แม้ว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกแบบนั้นก็ตาม























............................................











สายตาเริ่มล้าเพราะจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีตัวหนังสือเรียงเป็นระเบียบอยู่หลายชั่วโมง แต่เขาพิมพ์เพิ่มเติมจากที่มีอยู่ได้ไม่มากนัก เขาพักสายตามองไปรอบๆห้องที่มีแต่สันหนังสือเรียงตัวกันอยู่บนชั้นไม้บ้าง มองโคมไฟบ้าง มองออกไปนอกหน้าต่างบ้าง แต่ในที่สุดก็ต้องลุกขึ้นวางมือจากงานเขียนเพราะเสียงท้องร้อง










พอเดินออกมาจากห้องหนังสือของแม่ ก็เจอกับภาพที่ไม่แปลกใจนัก หุ่นยนต์กับตุ๊กตาหมียังอยู่ที่เดิม แต่เปลี่ยนจากนอนเป็นลุกขึ้นมานั่งอิงกัน









"ฉันจะออกไปซื้อของกินนะ"



"น้องมินซอกไปด้วยครับ" ร่างเล็กลุกพรวดขึ้นยืนตรง มือหนึ่งกำแขนตุ๊กตาหมีเอาไว้แน่น



"เดี๋ยวฉันมา นายต้องอยู่บ้าน" ลู่หานพูดแบบไม่ใส่ใจนัก พลางสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง ติดกระดุมเสื้อเพิ่มอีกเม็ด และเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นไปลวกๆ




"แต่...แต่น้องมินซอกไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว"




"ก็อยู่กับเจ้าหมียักษ์ไปซิ"




"น้องมินซอกจะไปด้วย"



"แต่ฉันไม่ให้ไป"




ลู่หานโยนพวงกุญแจในมือขึ้นเตี้ยๆแล้วตวัดมือคว้า เลือกดอกที่เป็นกุญแจประตูบ้านเตรียมไว้แล้วเดินตรงไปที่ประตู




"ให้น้องมินซอกไปด้วยนะครับ น้องมินซอกขอร้อง"



ท้ายเสียงที่เครือเหมือนคนจะร้องไห้หยุดลู่หานให้เปิดประตูค้างแล้วหันมามอง เขาพยายามเพ่งที่ใบหน้าเล็กที่เบะปากเหมือนเด็กๆเวลางอแง จ้องที่ดวงตาแวววับที่เห็นได้ชัดว่าทั้งเศร้าทั้งน้อยใจ 



ก่อนรีบหันกลับเปิดประตูแล้วปิดโครมล็อกกุญแจอย่างรวดเร็ว









"หุ่นยนต์บ้าอะไรวะ เหมือนคนฉิบหะ........อ้าว นาย" 




"อ้าวพี่ จะไปไหน"




"ไปซื้อของกินมาตุน"




"แล้วเจ้าหุ่นกระป๋องล่ะ"




"ก็อยู่ในบ้านนะซิ"




"ขังไว้ในห้องใต้บันไดรึเปล่า"




"เปล่า...ต้องขังด้วยเหรอ"




"ก็...ปลอดภัยไว้ก่อน ไม่รู้พวกนั้นจะมาสำรวจแถวนี้อีกเมื่อไหร่"




"เป็นห่วงนักก็เฝ้าเองเถอะ" ว่าส่งๆไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแล้วเดินจ้ำไปที่รถ










คยองซูเองก็รีบเดินตรงไปที่กระถางดอกไม้หน้าประตู ตะแคงก้นกระถางแล้วหยิบลูกกุญแจไขเข้าบ้าน กวาดสายตาไปรอบๆพอเห็นแต่ตุ๊กตาหมีนั่งอยู่ที่โซฟาก็รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเปิดประตูพรวดเข้าไป แล้วพุ่งตัวไปที่ก็อกตรงอ่างอาบน้ำหมุนปิดจนสุด 





มือที่กำข้อมืออีกฝ่ายแน่นจนเส้นเลือดปูดออกแรงกระชากร่างเปียกปอนให้ลุกขึ้นจนเซกันไปทั้งคู่ กึ่งดึงกึ่งลากให้ออกมาจากอ่างอาบน้ำมายืนตรงพื้นที่แห้งแล้วรีบถอดชุดออก เอาผ้าขนหนูเช็ดตามตัวทุกซอกทุกมุมจนมั่นใจว่าไม่มีส่วนที่เปียกน้ำแล้ว






"ถ้ายังทำแบบนี้อีก ฉันจะไม่ช่วยนายแล้วนะ" คยองซูตวาดเสียงดังเอานิ้วจิ้มๆที่หน้าอกเปลือยเปล่า




"....."




"ได้ยินมั๊ยมินซอก!!!"




"พี่ลู่หานทิ้งน้องมินซอก"




"เขาแค่ออกไปซื้อของ"





"พี่ลู่หานทิ้งน้องมินซอก ใครๆก็ทิ้งน้องมินซอก" ดวงตาวาววับจ้องมองที่ตากลมโตของอีกฝ่าย




"ถ้านายงี่เง่าแบบนี้ ได้โดนทิ้งจริงๆแน่" 







ทั้งๆที่ยังหงุดหงิดอยู่แบบนั้น แต่คยองซูก็เดินไปเปิดตู้ที่มุมห้องหยิบเสื้อผ้ามาใส่ให้ ใช้นิ้วมือต่างหวีจัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทางแล้วจูงพาเดินออกไปนั่งหน้าทีวี ยกเจ้าหมียักษ์จากโซฟามาวางไว้ให้อิงหัว แล้วตัวเองก็นั่งแทนที่ เปิดหารายการสารคดีแล้วปล่อยให้หุ่นยนเอไอถ่ายทอดข้อมูลออกมาเป็นเสียงพูดตามภาพบนจอทีวีแบบที่ชอบทำ








ดวงตากลมโตจ้องมองที่ดวงหน้าด้านข้างที่ปากขยับพูดไม่หยุดแล้วส่ายหน้าช้าๆ ทั้งในหัวทั้งในอกหนักอึ้งจนรู้สึกเจ็บ จนบางทีอยากจะเป็นคนใจร้ายเลิกสนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองสักนิดแบบนี้














ลู่หานกลับมาพร้อมถุงข้าวของเต็มสองมือแม้ว่าจะหายไปแค่ชั่วโมงกว่า เพราะแหล่งชุมชนที่มีทั้งที่เรียน โรงพยาบาล ที่ช็อปปิ้งและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆรวมถึงศูนย์ปฎิบัติการณ์หน่วยงานพิเศษที่แม่เขาเคยทำงานอยู่ จริงๆอยู่ไม่ไกลจากที่อยู่ที่เหมือนบ้านไร่ชายทุ่งในแถบนี้ แค่ขับรถไม่ถึงยี่สิบนาทีเท่านั้น





"จะกินอะไรมั๊ย" ลู่หานเหลือบมอง ถามคำถามคนที่โซฟา แล้วเดินเข้าครัวไม่สนใจสายตาที่มองมาพร้อมรอยยิ้มแบบเด็กๆเวลาเห็นพ่อแม่กลับถึงบ้าน



"กิน" ตอบแบบสั้นห้วนตามเคย ถ้าไม่สังเกตคงไม่รู้ว่าไม่ใช่น้ำเสียงปกติ





ไก่ทอดกล่องใหญ่กับน้ำอัดลมสองกระป๋องวางรออยู่ที่โต๊ะอาหารในครัว คยองซูดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา วางมือที่หัวกลมๆยีผมเบาๆแล้วเดินมานั่งหน้ากล่องไก่ คว้ากระป๋องน้ำอัดลมมาเปิดดื่มอักๆแล้วหยิบน่องไก่มาแทะ




"ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อวาน" ลู่หานหยิบอกไก่ใส่จานแล้วชิ้ที่หัวไร้ผม




"อกหัก"




อกไก่แทบหลุดมือ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น




"นายเนี่ยนะอกหักแล้วโกนหัว...เด็กชิปเป๋ง"




"ก็ไม่ได้แก่แบบพี่นี่"




"จะคุยกันดีๆไม่ได้ใช่ม่ะ"




"ใครเริ่มก่อนล่ะ"




คนพี่ทำเสียงฟึดฟัดแต่ไม่ได้เถียง กัดเนื้อไก่คำโตแล้วหันไปมองตรงหน้าทีวี คยองซูมองตามแล้วเหลือบตามองลู่หานนิดนึง




"วันหลังพี่จะไปไหน โทรบอกผมหน่อย"




"ว่างนักเหรอเรา ไม่เรียนหนังสือรึไง" 




ลู่หานหันกลับมามองคู่สนทนา




"เรียนมากพอแล้ว"




"เออดี แล้วงานการไม่ทำเหรอ"




"ที่ทำสวนปลูกผักอยู่ทุกวันนี่เรียกอะไร"




ลู่หานพยักหน้าหงึกหงัก ลืมคิดไปว่าผักออร์แกนิคที่เขาเห็นในตู้แช่ของซุปเปอร์มาเก็ตที่เพิ่งไปมาแล้วตัวเองก็ขนซื้อมาเยอะแยะมาจากแปลงผักของปู่คยองซู ไหนจะสวนส้มอีก แค่ปู่กับหลานและลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างเฉพาะช่วงเก็บผลผลิตก็คงไม่เหลือเวลาว่างในชีวิตมากนัก




"โอเคไว้คราวหน้าก่อนออกไปไหนฉันจะขังเจ้าเด็กหุ่นยนต์นั่นไว้ในห้องใต้บันได ไม่รบกวนนายหรอก" 




"ไม่เป็นไร พี่โทรบอกผมนั่นแหละ ปลอดภัยกว่า"




"เด็กนั่นเป็นหุ่นยนต์นะ ทำไมต้องเฝ้า ไม่มีระบบปฏิบัติการระวังภัยหรือปกป้องตัวเองรึไง"




"ยังไงก็ควรเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดไว้ก่อนไม่ใช่เหรอ"




"ยังดีนะที่ไม่ต้องหาเลี้ยงด้วย" ลู่หานถอดใจด้วยความเหนื่อยหน่าย




"ถ้าต้องหาเลี้ยงด้วยจะทำไม"




"ก็ยิ่งเป็นภาระน่ะสิ ตอนนี้ฉันไม่มีรายได้นะ"




"ลืมไปว่าทำร้านอาหารเจ๊ง"




"นายนี่จะรู้ทุกเรื่องเกินไปล่ะ...กินๆเข้าไปจะได้รีบๆกลับบ้านซะ"




คนไร้อาชีพเอากระดูกไก่ชี้หน้าเด็กปากเก่ง ไม่มีคำโต้เถียงตอบกลับตามที่คาด แต่รอยยิ้มยิ่งกวนประสาทลู่หานมากกว่าการต่อล้อต่อเถียงซะอีก





ตั้งหน้าตั้งตากินไก่กันจนหมดกล่องก็ไม่มีใครสนใจใครอีก ลู่หานเดินเข้าห้องทำงานต่อ ส่วนคยองซูก็ตั้งท่าจะกลับบ้าน มีแต่หุ่นยนต์ที่นั่งจุมปุ๊กอยู่หน้าทีวีที่สนใจทุกคนหันมองคนนั้นทีคนนี้ที







"คุณคยองซูครับ"



"อืม"




"อกหักคืออะไรครับ"




คยองซูละมือจากลูกบิดประตู ลูบหัวไร้ผมของตัวเองไปมาแล้วหันมาตอบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก




"ก็...ก็เหมือนเวลาแมงมุมตัวผู้เอาของกินห่อใยเคลือบสารฟิโรโมนไปให้แมงมุมตัวที่ถูกใจ แต่อีกตัวไม่สนของขวัญไม่กัดใยออกดู แมงมุมก็อกหักอะไรแบบเนี๊ย"




พออีกฝ่ายพยักหน้าจนหน้าม้าเพยิบ คยองซูก็หันมาบิดลูกบิดประตูอีกรอบ แต่ก็ก้าวขาออกไปได้แค่ข้างเดียว




"เจ็บมากมั๊ยครับ"




"อืม...มาก"







ประตูปิดสนิทไปแล้ว หุ่นยนต์น้องมินซอกถึงหันหน้ากลับมา พยักหน้ากับตัวเองเมื่อข้อมูลทั้งหมดประมวลผลลัพธ์เสร็จ แล้วอิงหัวกับไหล่ของตุ๊กตาหมีตามเดิม




"น้องมินซอกสงสารคุณคยองซูจังเลยพี่มอร์นิ่ง"









มืออูมค่อนข้างกร้านจากการทำงานหยิบลูกกุญแจในกระเป๋าเสื้อเชิีตลายสก็อตสีน้ำตาลอ่อนมาวางไว้ใต้กระถางดอกไม้ตามเดิม ร่างเล็กแต่ดูมีกล้ามเนื้อแข็งแรงเดินลงบันไดเตี้ยๆสามขั้นด้วยจังหวะเชื้องช้ากว่าปกติ แล้วหยุดฝีเท้าเมื่อถึงพื้นดิน หันกลับมามองประตูไม้สีซีดด้วยสีหน้าที่ไม่เหลือแววดื้อรั้นแบบที่เจ้าของบ้านมักจะรู้สึกหมั่นไส้ มันดูสงบนิ่งเยือกเย็นหมือนผิวน้ำ แต่ความร้อนรุ่มที่พยายามกดให้จมอยู่ใต้น้ำไม่เคยหายไปไหน....ตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อน ไม่เคยสงบเหมือนผิวหน้าที่เห็น













.....................................................










ลู่หานออกมาจากห้องหนังสืออีกครั้งเมื่อมีสัญญาณเตือนจากกระเพาะอาหารอีกรอบ บรรยากาศรอบบ้านครึ้มแสงแล้ว แต่ภายในบ้านสว่างจ้า เขามองไปที่หน้าทีวีอันดับแรก เจอแต่เจ้าหมียักษ์นั่งที่โซฟา เบาะรองนั่งที่พื้นถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ถุงขนมปังกับกล่องนมที่เขากินทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าไม่ได้อยู่ที่โต๊ะหน้าทีวีแล้ว มีแต่รีโมทวางอยู่








พอเดินพ้นจากพนังห้องใต้บันไดหันไปทางครัวก็เห็นสิ่งที่ตั้งใจจะมองหาตั้งแต่แรก นั่งยิ้มเหมือนรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหาร






ลู่หานเดินมานั่งด้วยแล้วชี้ที่กล่องสปาเก็ตตี้มีทบอลที่ส่งกลิ่นหอมเพราะเพิ่งอุ่นเสร็จใหม่ๆ




"นายทำให้ฉันเหรอ"




"น้องมินซอกอุ่นอาหารเย็นให้พี่ลู่หานครับ"




ลู่หานพยักหน้าแล้วก้มมองสปาเก็ตตี้ที่มีมอสซาเรลล่าชีสแบบเอ็กตร้ากับมะเขือเทศวางซ้อนกันอยู่หลายชิ้น ดูน่ากินกว่าฉลากโฆษณาบนกล่องหลายเท่า







ชายหนุ่มหมุนข้อมมือไปมาเพราะล้าจากการจากกดแป้นคีย์บอร์ด เขาหยิบซ้อมพลาสติกที่วางอยู่ข้างกล่องมาเขี่ยๆเส้นสีเหลืองอวบนุ่มไปมา ควันลอยออกมาจากความร้อนที่สะสมอยู่ยิ่งส่งกลิ่นหอมน่ากิน แต่เขากลับรู้สึกจุกในอกเหมือนจะกินไม่ลงทั้งที่ท้องโล่งจนส่งเสียงโครกคราก 







เขาซื้อชีสกับมะเขือเทศเตรียมไว้เพราะเป็นของโปรดเวลากินอาหารประเภทนี้จะต้องใส่เพิ่มเองตอนอุ่น นึกถึงสมัยตอนยังอยู่บ้านคุณแม่ไม่เคยลืมที่จะซื้อติดไว้ในตู้เย็นเสมอ มะเขือเทศจะถูกฝานให้บางกำลังดีแบบที่อุ่นแล้วจะสุกพอเหมาะไม่เป็นเนื้อแข็งๆและฉ่ำน้ำที่กินแล้วเขาจะรู้สึกเหม็นเขียว และชีสจะถูกโรยไว้สองชั้นคือด้านล่างและด้านบนมะเขือเทศ





ในกล่องอาหารเย็นที่อยู่ตรงหน้าเขามีครบทุกอย่าง









"พี่ลู่หานต้องกินให้หมดนะครับคนทำจะได้ไม่เสียใจ แล้วพี่ลู่หานก็จะได้โตไวๆร่างกายแข็งแรงช่วยดูแลคนที่อ่อนแอกว่าได้"





ประโยคคำพูดที่คุ้นเคยทำให้ลู่หานหยุดมือที่ถือซ้อมเขี่ยอาหาร สูดลมหายใจแล้วกัดฟันแน่น ซ้อมพลาสติกถูกกระแทกกับโต๊ะจนหักกระเด็นไปคนละทิศละทาง ปัญญาประดิษฐ์สะดุ้งเฮือก เบิ่งตาโตมองภาพที่ตัวเองไม่เข้าใจ





"นายก็แค่เอาไอ้นี่โยนเข้าไมโครเวฟ อย่ามาทำเป็นพูดมากหน่อยเลย แล้วก็เลิกเลียนแบบคุณแม่ฉัน

ซะที"




ดวงตาที่ยังเบิ่งโตค้างอยู่มีแสงวาววับเคลื่อนไหวไปมาเป็นเส้นโค้งจากหัวตาไปหางตา ลู่หานเห็นแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก




"นายอ่านความรู้สึกฉันอยู่เหรอ ไม่ต้องเสียเวลาหรอก ฉันบอกให้ก็ได้ตอนนี้ฉันโกรธมาก แล้วก็รำคาญนายมากด้วย...ไอ้หุ่นกระป๋อง"





ลู่หานปัดกล่องสปาเก็ตตี้จนคว่ำ แล้วลุกเดินกลับเข้าห้องหนังสือ





หุ่นยนต์น้องมินซอกก้มมองกองสปาเก๊ตตี้เละเทะบนท่อนแขนตัวเอง นิ่งไปชั่วขณะก่อนรีบสะบัดออก ลุกเดินไปล้างแขนที่ซิ้งค์ ค่อยๆถูทำความสะอาดจนคราบซอสออกไปหมด มีร่องรอยแดงจางๆที่ผิวจากความร้อนอยู่ชั่วครู่ก่อนค่อยๆจางลงเป็นสีผิวปกติ







ดวงตาโตปลายรีมีประกายวาวเล็กๆ ที่ไม่ได้มาจากแสงแต่มาจากน้ำ














"เจ็บจัง"






















............................................................................................................





................................................





......................











สวัสดีค่ะ


หวังว่าตอนนี้จะสนุกนะคะ เพิ่มเติมจากที่คิดไว้ตอนแรกเพราะเห็นการ์ดน้องถ่ายกับตุ๊กตาหมีน่ารักมาก

ก็ลยเกิดเจ้าตุ๊กตาหมียักษ์ พี่มอร์นิ่งของน้องมินซอกขึ้นมา เพราะอิแม่ทนความน่ารักของลูกไม่ไหว ^'^



















Create Date : 27 ธันวาคม 2560
Last Update : 9 มกราคม 2561 22:37:44 น.
Counter : 27 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2090139
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments
ธันวาคม 2560

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31