ตากล้องนรกเมิน เดินถึกเดินทุยตะลุยดอย
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
รหัสป่ารุ่น 7 ทริป 3 เขาหลวง นครศรีธรรมราช 2807-010807

ทริปเดินถึกเดินทุยตะลุยดอยมาแล้วครับ


รหัสป่า รุ่น 7 ที่ผมลงไปเรียนรู้ธรรมชาติ ทริป 3 ซึ่งถือว่าเป็นการสอบ ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว


ขอบอกว่า ทริปนี้ โหดที่สุดของผม ตั้งแต่เริ่มเดินป่ามาในช่วง 1 ปีนี้

เป็นทริปแรกในรอบปี ที่กลับบ้านมาด้วยอาการปวดกล้ามเนื้อ ถึงกับต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อ หลังจากที่ไม่เคยมีอาการปวดแบบนี้มานานร่วมปีแล้ว


ทั้งนี้เพราะ มีเวลาเพียง 5 วัน ที่ต้องเดินข้ามเขา 1 ลูก โดยเริ่มที่ความสูง 100 ไปยอดฝามี 1644 แล้วตัดลงดิ่งมายัง 440 เมตร แล้วตัดไปยังเขาอีกลูกที่ 1800 เมตร



ทริป 3 ใช้เวลา 5 วัน 4 คืน ต้งแต่วันที่ 28 กรกฏาคม ถึง 1 สิงหาคม 2550


เส้นทางยังไม่มีการระบุแน่ชัดก่อนเดินทาง จนกระทั่งไปถึง อ. ท่าศาลาแล้ว










เริ่มจากเย็นวันที่ 27 ที่สายใต้ ทุกคนที่จะเดินทางก็ไปรวมตัวกัน


เฉพาะกลุ่มที่ไปใต้วันนี้ มีถึง 3 กลุ่ม


กลุ่มแรก กลุ่มผมเอง มี 4 คน

กลุ่มที่ 2 ของนู๋บิว จะไปขึ้นยอดพรหมโลก

กลุ่มที่ 3 กลุ่มเดินโหดของป้าสมจิต



สองกลุ่มแรก ไปด้วยรถโดยสารคันเดียวกัน ดังนั้น ก็เลยมายืนรวมกลุ่มกัน รอเวลารถออก










^-^









ลงรถที่ท่าศาลา ก็ไปหาอะไรทานเช้ากัน แล้วขึ้นรถกระบะของพี่บอยไปรับพี่แจง แล้วจึงคิดว่าจะไปเดินที่ไหน


แต่แรกคาดว่าจะไปเดินด้านใต้สันเย็น แต่พรานริน ติดต้อนรับเจ้านายเก่า ไปด้วยไม่ได้ เส้นทางนั้น จึงตัดไป เพราะพี่บอยไม่สามารถเดินคนเดียวที่เส้นทางนั้นได้


แล้วพอดี มีลูกทัวร์ขึ้นเขาฝามี ติดมาด้วยหนึ่งคน เลยต้องพาขึ้นไปส่งให้ทันกลุ่มที่ล่วงหน้าขึ้นไปก่อน









เมื่อมาถึงจุดเดิน ก็จัดแจงสัมภาระ แล้วเริ่มเดินขึ้นยอดฝามี โดยใช้เส้นทางง่ายๆ คือขึ้นด้านห้วยน้ำเย็น


เนื่องจากกลุ่มแรกที่ขึ้น มีผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ เลยเดินช้า จึงไปทันกันที่น้ำตกแห่งหนึ่ง


บ่ายสี่โมงแล้ว จึงตัดสินใจ พักที่น้ำตกแห่งนั้น เพราะถ้าขึ้นไปถึงห้วยน้ำเย็น คาดว่าจะไม่ทันมืด แล้วจะอันตราย



ตั้งแคมป์ ทำอาหารกัน










สภาพแค๊มป์ริมน้ำ









พี่แบงคนนี้ คือลูกทีมทริปฝามี ที่เราต้องมาส่ง










ทาซาร์นเธียร กับกล้ามล่ำๆ พิชิตใจสาวๆ










เช้าวันที่สอง ของการเดินทาง


แล้วก็เริ่มเดินขึ้นสันเขาไปยังห้วยน้ำเย็น










ป่าใต้ คือป่าใต้ ชันแค่ไหน ดูจากต้นไม้เอาแล้วกัน









รอยหมีแว่น มาตะกุยเปลือกไม้กิน










หลังจากส่งพี่แบงแล้ว ทีมรหัสป่าก็ต้องแยกทางเดิน โดยจะตัดไปยังน้ำตกนิรนาม

ยืนรอฟ้าเปิด เพื่อไต่ผาลงไป











น้องธร ยืนชี้จุดที่จะลง


หลังจากรอพักนึง ฟ้าไม่เปิด เลยตัดสินใจเดินลง


แต่ลงไปไม่ทันไร ก็ต้องขึ้น เพราะหมอกลงหนา มองไม่เห็นทางข้างหน้า


ซึ่งเสี่ยงต่อการเดินหลุดแนวป่า ไปตกเหว










เลยต้องเดินไปทางหินสองเกลอ

ไปยืนรอฟ้าเปิด แต่ก็ไม่สำเร็จ


เลยต้องเดินต่อไปยังยอดฝามี










พักบนยอดฝามี จนแล้วจนเล่า ฟ้าก็ไม่เปิด









รอหว่างพักรอ









บ่ายแล้ว เลยตัดสินใจไม่รอ

เดินต่อไปยังเนินลมฝน

เพื่อหาที่พักคืนที่สอง










ระหว่างทาง ชันมาก ลื่นมาก ต้องนั่งเอาก้นไถลลง

เลยไม่กล้าเอากล้องมาถ่าย แถมมีเดินตกร่องหิน ซี่โครงชนหิน ดีว่าเอาขาตั้งกล้องมัดติดเป้ ขาตั้งเลยรับไปเต็มๆ ไม่งั้น ซี่โครงหักแน่ๆ










นี่คือแค๊มป์ที่ตีนเนินลมฝน


ที่ไม่ขึ้นไปยอดเพราะ อากาศหนาวมาก ลมแรงมาก แล้วยอดเนิน ไม่มีต้นไม้เลย จึงตัดสินใจนอนติดแหล่งน้ำดีกว่า


เช้ามาก็จัดของลงเป้ เตรียมเดินทางต่อ










เช้าวันที่สามของการเดินทาง แวะขึ้นไปเนินลมฝน


ฟ้าเปิด มองเห็นไปถึงแหลมตะลุมพุก









ลืมบอกไป


ทริปนี้ เหลือนักเรียนรหัสป่าเพียง 4 คน


มีผม หนึ่งนรก

หนึ่งหล่อ


นุกนิก


พี่จุ่น


และมีพี่บอย เป็นคนสอน โดยมีน้องธร เป็นผู้ช่วย










โดดซะหน่อย

5 ช๊อตต่อวินาทีนี่ มันดีจริงๆ










น้องธร ผู้ช่วยอาจารย์ กับนุกนิก สาวไฮโซ ผู้ที่เดินได้อึดมาก










แล้วก็ตัดมายังสันอีกด้าน ฟ้าเปิดแล้ว เห็นจุดหมายที่จะไปลิบๆ


น้ำตกนิรนาม ดูใกล้ๆ ไม่น่าเกิน 10 km









แล้วก็ได้เวลา เดินไปยังสันที่ใกล้ที่สุด เพื่อจะตัดลง


เส้นทางนี้ ไม่มีคนใช้มาก่อน มีแต่สัตว์ป่า ต้องมุดเป็นเรื่องปรกติ











ถึงจุดที่จะตัดลงแล้ว


รอฟ้าเปิด เพื่อดูทาง ว่าไม่ใช่เหว










ฟ้าเปิดเป็นระยะ

พอเห็นทาง ก็ไต่ลงเลย









หน้าผาก็ชัน ลื่นก็ลื่น

ยังอุตส่าหคว้ากล้องมาถ่ายอีก ตรู











ลงมาพ้นแนวผา ก็พัก แทบหมดสภาพ









ต้นเต่าร้างยักษ์


ใหญ่แค่ไหน ดูกันเอง สองคนโอบไม่มิด










ลงมาถึงห้วย แวะพักเติมน้ำ









แนวน้ำตกอีกสาย ที่เผอิญเจอระหว่างทาง


หญ้ารกมาก แต่พ้นแนวหญ้า ก็เหวเลย


เลยไม่ได้ออกไปถ่ายแบบชัดๆ










จากยอดฝามี สูง 1640เมตร เมื่อเช้า เราตัดมานอนตรงจุดนี้ ที่ระดับความสูงเพียง 450 เมตร

ตรงที่สายน้ำสองสายมาบรรจบกัน









บรรยากาศแค๊มป์ ตอนกลางคืน










เช้าวันที่สี่ ก็เดินย้อนสายน้ำ ไปยังน้ำตกต่อ










ระหว่างทางก็เจอจุดย่างเนื้อ ของพวกพราน เราเริ่มตัดสันเขาขึ้นไปยังหัวน้ำตกที่จุดนี้









ระหว่างเดิน นุกนิกเจอก้อนหินหล่นใส่มือ









เที่ยงแล้ว ขึ้นมาที่ความสูง 770 เมตร ยังไม่เจอน้ำตกเลย พักทานกลางวัน










ทากเหรอ


มีตลอดทาง


แผลเดียว 4 ตัว










เดินไปอีกพัก ขาซ้าย อีก 5 ตัว










เนื่องจาก แผลทากกัด เลือดจะไม่หยุดไหล มันเลยมากินตลอด


เดินไปอีก ก็มาอีก 7 ตัว


ทากที่เจอคือทากเข็ม ตัวมันเล้ก มุดผ่านเส้นใยถุงเท้าลงไปได้ มันเลยกัดแล้วปล่อยเลือดใหล ตัวโตๆ ก็กินข้างนอก










ดึงตัวใหญ่ก็เซ็งพอแล้ว ต้องมาดึงตัวเล็กที่มุดผ่านถุงเท้าไปนี่ น่าเบื่อกว่า


บ่ายโมงแล้ว ยังไม่เจอน้ำตก ต้องตัดสินใจแล้ว


วันนี้ วันที่สี่ของการเดินทางแล้ว บ่ายโมงแล้ว ต้องตัดเส้นทางขึ้นยอด 1800 เพื่อหาเส้นทางที่คนเดิน เพื่อตัดลง กลับเข้าเมืองให้ทันวันรุ่งขึ้น










เนื่องจากไม่ใช่เส้นทางคนเดิน เลยชันพิเศษ


จาก 450 ต้องตัดขึ้นไปยอด 1800 ให้ได้ ทันวันนี้ก่อนมืด ไม่งั้น ไม่มีที่นอนและแหล่งน้ำแน่ๆ









ห้าโมงเย็น ขึ้นมาได้แค่ 1400 เมตร พักกินมาม่าแห้ง ตามต้นไม้ ไม่งั้นหล่นเหวแน่ๆ


เหลืออีกตั้ง 400 เมตร กับเส้นทางที่ต้องเปิดใหม่ตลอด









หลังจากนั้นไม่นาน

พายุฝนก็เทลงมา

ทั้งลม ทั้งฝน ทั้งหนาว


ดีว่า หลังจากนั้นไม่นาน ก็ตัดจนไปเจอสายสิญจ์ เท่ากับเจอเส้นทางคนเดินแล้ว


ช่วงนี้ ผมเก็บกล้องแล้ว ไม่ได้ถ่ายเลย เดินกลางคืน ฝ่าสายฝน ลมแรง หนาวเหน็บ เพื่อขึ้นยอด 1800 หาแค๊มป์เก่าพักแรม


เพราะระหว่างทาง จะไม่มีจุดไหนกว้างพอจะพักได้เลย








คืนที่สี่อันหนาวเหน็บ


โชคยังดี ที่ฝนตกตอนขึ้นพ้นทางอันตรายมาแล้ว ไม่งั้น ลื่นแน่ๆ


มาถึงจุดพักก็ตั้งฟลายชีทกันฝน แล้วเข้าไปนั่งเบียดกัน


หากาแฟอุ่นๆกินแก้หนาว









ผ่านคืนที่สี่อันหนาวแบบทรมาณมาจนถึงเช้าโดยไม่แข็งตายไปก่อน


ก็มาตั้งวงทำอาหาร









ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก



แต่จาก GPS ที่ผมเอาไปด้วย ความสูงตรงนี้มันแค่ 1770 เมตรเอง ไม่ใช่ 1835


ทีมไหนจะขึ้น ช่วยฝากวัดใหม่ด้วยนะครับ










ยอด 1800 นี้ เป็นยอดที่ผมไม่ได้ต้องการจะขึ้นเลย

แต่ผมก็ได้มาถึง 2 ครั้งแล้ว


ทั้งสองครั้ง ขึ้นจากกลางทางทั้งนั้น แล้วตัดลงซ้ายหรือขวา


ครั้งก่อน ไปลงพิปูน ครั้งนี้ตัดลงคีรีวงศ์










ระหว่างทางลง ก็เจอตัวนี้ ยืนรอต้อนรับอยู่










หลังจากทนทรมาณอยู่ 5 วัน จนในที่สุด เราก็ลงมาจนถึง


จัดแจงอาบน้ำ หลังจากไม่ได้อาบมา 2 คืน


มีน้ำอัดลมเย็นๆ ช่วยให้สดชื่นขึ้นได้เยอะเลย









แล้วก็มาทานข้าวเย็นที่ร้านของพี่บอย










มาดเท่ห์









รหัสป่า รุ่น 7 นี้ ไฮโซ


ขึ้นเครื่องบินกลับ กทม กันทุกคนเลย









ถ่ายหมู่ก่อนขึ้นเครื่อง









เที่ยว 20:55 ลำนี้แหล่ะครับ









กะเหรี่ยงแบบผม เพิ่งเคยขึ้นเครื่องบินเอกชน เลยเห่อๆเล็กน้อย








ภาพพระจันทร์ ถ่ายจากเครื่องบิน

เงาสะท้อนเต็มเลย









ร่อนลงที่ดอนเมือง








ลำนี้เลย

ผู้โดยสารมีแค่ครึ่ง


เลยไปนั่งคนเดียวสบายๆ








รถมารับ


ถึง กทม แบบล้ามากๆ


ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น



สำหรับทริปนี้ ความโหด อยู่ที่วันที่ 3 กับ 4


ที่ต้องดิ่งลงจาก 1400 เมตร ลงมาเหลือ 450 เมตร ในวันเดียวก่อนมืด


แล้งต้องขึ้นจาก 450 ไปยัง 1800 อีกยอดนึง ก่อนมืดเช่นกัน


เดินภูกระดึงรอบนึง ขนาดทางโล่งๆ ยังเดินกันมืด กับป่าดิบ มันเลยสาหัสกว่าเยอะครับ





=======================


จบหลักสูตรรหัสป่า รุ่น 7 ครับ


เจอกันใหม่ทริปหน้าครับ









รหัสป่ารุ่น 7 ทริป 3 เขาหลวง นครศรีธรรมราช 2807-010807 ตากล้องโรคจิต
ภาพสวยน้อย

เพราะเหนื่อย และมือสั่น

ทนๆดูหน่อยนะครับ


ภาพแรก ริมน้ำ









ริมน้ำ 2










ดอกบิโกเนีย









ดอกนี้ ไม่รู้










สิงโตผาขาวมั้ง จำไม่ได้









อีกมุม








แมลงปีกแข็ง








ห้วยน้ำเย็น








สวยน้ำ แห่งห้วยน้ำเย็น








เขียวสด








ดอกไม้ น่าจะดอกไก่แดงมั้ง









อีกมุม









ไข่มุกอันดามัน








อีกมุม








เห็ด










ลู่ลม








unknow








unknow 2










unknow 3










บิโกเนีย








ทำอาหารเย็น








ในเมฆ








สายน้ำ 1








สายน้ำ 2









สายน้ำ 3









สายน้ำ 4








รูปทรง










เมฆที่ยอดหญ้า










ทิวเขาแห่งแดนใต้









ทะเลหมอก









ทะเลหมอก 2









ทะเลหมอก 3









คลื่นในทะเลหมอก














เกาะสมุย








ทิวเขาแห่งแดนใต้ 2








ทิวเขาแห่งแดนใต้ 3









ทะเลหมอกและเกาะแก่ง








เขาฝามี และพรหมโลก










กลุ่มเห็ด









unknow 4










unknow 5









unknow 6








unknow 7









บ้านต้นไม้








กทม ยามค่ำคืน มองจากหน้าต่างเครื่องบิน








ใกล้วันแม่แล้ว

ส่งท้ายด้วยภาพนี้ละกัน




สวัสดีครับ ทุกคน แล้วเจอกันทริปต่อไปครับ







Create Date : 07 ตุลาคม 2550
Last Update : 7 ตุลาคม 2550 23:03:14 น. 5 comments
Counter : 1702 Pageviews.

 
ภาพหมอกบนภูเขาสวยมาก


โดย: fairy_tells วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:23:45:28 น.  

 
emoemoemoemoemo บรรยากาสดีจัง เห็นแล้ว อยากไปลุยบ้างจัง emoemoemoemoemo


โดย: iamorange วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:10:05:26 น.  

 
เจ๋งค่ะ เจ๋งมากๆ ผ่านรุ่นสามมาได้ สุดยอดดดดดดดด


โดย: พรฟ้า (พรฟ้า ) วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:11:05:31 น.  

 
เยี่ยมมากๆเลยค่ะ สำหรับการท่องเที่ยวแบบนี้ ชอบเหมือนกัน แต่ไม่มีโอกาศได้ไป อิจฉาจังเลย ค่ะ


โดย: pi (nonpi ) วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:12:54:34 น.  

 
เจ๋งว่ะ
ขอใช้คำพื้นๆนะ
พวกนายเจ๋งชะมัดเลย
เราอยู่แถวนั้นยังไม่เคยไปเล้ย
หาทีมดีๆนี่ยากแท้
เจ๋ง...


โดย: ตาพรานบุญ วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:22:00:58 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

SEPULTURA_FROM_HELL
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ก็แค่มนุษย์เดินดินคนหนึ่ง

ที่ชอบเที่ยว

ชอบพาหนะสองล้อ


ชอบเดินป่า



ชอบที่จะเดินทางตามความฝัน


พร้อมเสมอ แม้จะต้องเดินทางลำพังคนเดียว


===============


หากวันทำงาน คือช่วงเวลาที่ยาวนาน และเหน็ดเหนื่อย


เราก็ทำวันหยุดที่แสนสั้น ให้หนักหนาสาหัส และโหดกว่า



วันทำงาน ก็จะกลายเป็นวันพักผ่อนที่แสนสบายและยาวนาน
Friends' blogs
[Add SEPULTURA_FROM_HELL's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.