ตากล้องนรกเมิน เดินถึกเดินทุยตะลุยดอย
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
25 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
กระสุน 9 นัด กับปฏิบัติการ"ยึด"เขาช้างเผือก_สังขละ_31 ธันวาคม 2549- 2 มกราคม 2550

แห่ะๆๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ ตั้งชื่อให้ตื่นเต้นไปงั้นแหล่ะ แต่ทริปนี้ก็ตื่นเต้นดีครับ เพราะเป็นการเดินป่าครั้งแรกที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ถือปืนนำทางและดูแลความปลอดภัยให้




เช้าตรู่ (ตี4) ของวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ณ จุดนัดพบ บริเวณหน้าบิ๊กซี สะพานควาย หลังจากมีเหตุการณ์ตื่นเต้นเล็กน้อย อันเกือบจะทำให้สมาชิกใหม่พลาดการเดินทางครั้งนี้


เราก็เริ่มบรรจุข้างของลงท้ายรถวีออสของน้องโอ แล้วก็บึ่งสู่ อช. ทองผาภูมิทันที

สภาพเส้นทางก็โล่ง แต่มีหมอกหนาพอควร



==============================




//www.trekkingthai.com/board/show.php?Category=trekking&No=79045&forum=34&page=1&PHPSESSID=d67f053a2a4d74686494670c8bcfefdb

อันนี้ของคุณวิ ที่โพสจาก //www.trekkingthai.com ครับ


//www.pantip.com/cafe/gallery/topic/G5017196/G5017196.html

อันนี้ ของน้องโอ เพื่อนร่วมทริปครับ




//www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5016665/E5016665.html

อันนี้ ภาคเก็บตก ของผมเองครับ








เมื่อมาถึง อช. ตรงเวลานัดคือ 10:00 น. ก็เข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง

ก็ถ่ายภาพตรงป้ายซะหน่อย

คนนี้แหล่ะครับ น้องใหม่ ที่เพิ่งออกทริปเดินป่าครั้งแรก







สำหรับทริปนี้ เจ้าหน้าที่นำทางคือน้อง บัญชา กาญจนพันธ์

ขอบอกว่า นิสัย และมนุษย์สัมพันธ์ดีมากครับ เดินนำหน้าพวกเรา เพื่อสำรวจความปลอดภัยในเส้นทางให้ตลอด

คุยสนุกเป็นกันเอง หล่อจนสาวๆในกลุ่มปลื้มครับ








สำหรับข้อมูลของเขาช้างเผือกคร่าวๆนั้น


เขาช้างเผือก ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างเป็นทางการ ช่วงนี้ ยังเป็นช่วงทดลองเปิดให้เข้า


ลักษณะภูมิประเทศ

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเขาวางตัวในแนวทิศเหนือ - ใต้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี ความสูงของพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100 - 1,249 เมตร มีเขาช้างเผือกซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของพื้นที่ มียอดเขาสูงสุด 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลยอดเขาที่สำคัญฯได้แก่ เขาช้างเผือก เขานิซา เขาพุถ่อง เขาด่าง เขาปากประตู เขาเลาะโล เขาประหนองโทคี เขาชะลูโลง ฯลฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยต่าง ๆ เช่น ห้วยมาลัย ห้วยกบ ห้วยซ่าน ห้วยองค์พระ ห้วยปีคี ห้วยปากคอก ห้วยเจ็ดมิตร ฯลฯโดยไหลลงเขื่อนเขาแหลม และแม่น้ำแควน้อย จึงเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแควน้อยด้วย



พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา เนินเขา มีพื้นที่ราบลุ่มเป็นจำนวนน้อย จึงทำให้ชั้นดินนั้นเป็นหินมากกว่าดิน โดยสามารถแบ่งชนิดหินได้ 2 ชนิด คือ

1. หินอัคนี (IGNEDUS ROCKS)

2. หินชั้นและหินแปร (SEDIMENTARY AND METAMORPHIC ROCKS)

เป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยหลายสาย ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำที่สำคัญ ส่วนมากไหลลงสู่ที่ราบทิศตะวันออก เป็นที่กักเก็บน้ำของเขื่อนเขาแหลม ซึ่งนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและหล่อเลี้ยงเกษตรกรรมของอำเภอทองผาภูมิ ลำน้ำอีกส่วนไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย อันเป็นต้นกำเนิดชนิดของแม่น้ำแควน้อยด้วยเช่นกัน








สภาพเส้นทาง เดินเลาะหน้าผาไปเรื่อยๆ ขึ้นสันเขาบ้าง ไม่ชันมาก

แต่อุปสรรคสำคัญของการเดินเขาช้างเผือกคือ ความร้อน

เนื่องจากเป็นเขาหิน มีดินปรกคลุมบางๆ ดังนั้น จึงมีเพียงหญ้าเท่านั้นที่ขึ้น อากาศจึงร้อนมาก


เขาช้างเผือก ในเขตท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เนื้อที่ป่าที่สำรวจและเห็นควรจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 700,000 ไร่







เขาสีทองนั่นแหล่ะครับ เขาช้างเผือก ที่เราจะไป







สำหรับทริปนี้ น่าสงสารที่สุดก็น้องโอครับ ไม่ได้นอนทั้งคืน แล้วยังต้องขับรถจาก กทม มาถึง อช แล้วก็เดินขึ้นเขาอีก

จุดที่พอจะพักได้ ก็ร่มเงาน้อยๆนี่แหล่ะครับ


มาถึงตรงนี้ ร้อนจนแทบจะเป็นลมกันทุกคน







เส้นทางนั้น ถือว่า ไม่ชัน และไม่ไกลเท่าดอยหลวงพะเยา หรือภูสอยดาว แต่ก็ร้อนเอาเรื่องเลยครับ







สำหรับคุณ achaijst ที่ฝากถามเรื่องน้ำตกฝั่งพม่า น่าจะใช่น้ำตกนี้นะครับ

นี่คือน้ำตก บิเต็ง

น้ำตกที่ต้องเดินเท้า หรือใช้รถ 4X4 เข้าไปเท่านั้น

ซึ่งปัจจุบัน ตชด. ห้ามเข้าแล้ว ทั้งนี้เพราะ เส้นทางเข้านั้น ต้องวกเข้าไปในพื้นที่ของพม่า แล้ววกมาออกฝั่งไทยอีกที


ดังนั้น จึงต้องสั่งห้ามเดินทางเข้าเด็ดขาด







ส่วนสภาพเส้นทางก็ประมาณนี้แหล่ะครับ


เดินผ่านทุ่งหญ้าแห้งๆ ร้อนๆ ขึ้นๆ ลงๆ สันเขาไป ลูกแล้ว ลูกเล่า







นั่นแหล่ะครับ ยอดเขาช้างเผือก ตะหง่านรอพวกเราอยู่เบื้องหน้า







เมื่อถึงที่พักราวๆ บ่ายสาม ก็จัดแจง หาที่ร่ม ตั้งเต๊นและจัดการกับข้างของที่แบกมา


นี่คือสัมภาระของเจ๊วิ


ขนขึ้นมาได้ไงเนี่ย -_-'







สำหรับน้องใหม่ของการเดินป่า น้องฟ้า ขอบอกว่า เดินได้อึดเกินคาด เดินนำหน้าตลอด

ป้าเกษครับ หลานสาวป้าเดินอึดมากเลย เดินไวกว่าผมอีก




เย็นแล้ว ก็ได้เวลาเดินขึ้นไปยอดเขาช้างเผือก


ไฮไลต์ของการเดินขึ้นยอดคือตรงนี้เลยครับ "ผาถอดใจ"


เป็นสันแคบๆ กว้างราวๆ 20cm ยาวประมาณ 100 เมตร เป็นทางหิน ขึ้นๆลงๆ


สองข้างคือ เหวล้วนๆครับ






การจะขึ้น ก็ไม่ใช่ง่ายๆครับ

นั่นขนาดผู้ชายนะครับ







สองข้างก็แบบนี้เลยครับ


ไม่มีเลนส์วายด์ ไม่งั้น จะได้มุมสวยโหดๆ มาให้ดู







ที่ว่าผาถอดใจ เพราะ นักท่องเที่ยวและสำรวจกลุ่มก่อนหน้านี้ หลายคนมาถึงตรงนี้แล้ว ถอดใจ ไม่ยอมไปต่อครับ


แต่พวกผมไม่ถอดใจครับ สู้เว้ย







หลังจากผ่าน"ยอดหลอก" มาหลายต่อหลายยอด

ก็เห็น ยอดเขาช้างเผือก อยู่ตรงหน้าแล้วครับ


ที่ว่ายอดหลอก เพราะมันบังตาครับ เห็นจะถึงยอด พอขึ้นไปถึง อ้าว ยังมีอต่ออีกหลายยอดเลยนี่หว่า -_-'







นู๋ฟ้า ขึ้นมาถึงก็หมดแรง หาที่นอนพักเลย


ป้าเกษจ๋า ผมขอโทษ พาหลานป้ามาลำบาก







และปฏิบัติการ "ยึด" ก็เริ่มขึ้น







ในที่สุด เราก็ทำสำเร็จ

เป็นกลุ่มแรก ที่นำธงไตรรงค์ขึ้นมาปัก ณ. ยอดเขาช้างเผือกได้สำเร็จ


ซึ่งจริงๆแล้ว พื้นที่นี้ก็เป็นของไทยแหล่ะครับ เพียงแต่เพิ่งจะเริ่มทดลองให้มีการเดินขึ้นมาสำรวจ เลยยังไม่มีการทำหมายบอกไว้ครับ







ภาพพระอาทิตย์อัสดง ณ. ยอดเขาช้างเผือก







หินที่เขาช้างเผือก แข็งแรงครับ ผมเอาเข่าทดสอบมาแล้ว เล่นซะบวมเลย

ขาลงก็ล้มไปหลายป๊าบ


เมื่อลงมาถึงแล้ว ก็ได้เวลาทำอาหาร

เจ้าหน้าที่นำทางของเรา น้องยุ่น แซวเจ๊วิว่า ไม่ต้องทำอาหารอร่อยนะครับ ผมจะได้ไม่ต้องตามไปทานถึงบ้าน เลนเอาเจ๊ยิ้มไม่หยุด


แต่เจ๊แกคงจะคิดว่าเรื่องจริง เลยทำไม่อร่อย ดังนั้น พอมื้อเช้า น้องยุ่นเลยไปต้มมาม่าทานซะหน้าตาเฉยเลย


ฮี่ๆๆๆๆๆๆ







เจ๊วิ blueblood@มาทุกวัน!!!! ^o^ กับน้องโอ

สีสดจริงๆ



ส่วนหัวกระทู้ว่า กระสุน 9 นัด ก็ตรงนี้ครับ

คือ เป็นคืนวันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ดังนั้น น้องเจ้าหน้าที่เขาจึงยิงปืนขึ้นฟ้าไป 9 นัด โดยยิงตามเสียงของที่ทำการ อช. ครับ








ส่วนเจ้าฟ้า ท่าทางเหนื่อย เลยไม่ปลุก ปล่อยให้นอนไป


สภาพเต๊นก็... รกๆหน่อยนะครับ -_-'

เต๊นนี้ นอนกัน 3 คน เลยอุ่นสบาย เช้ามาเลยเจอเจ้าฟ้าบ่น ไหนว่าหนาวไงพี่ อุตส่าห์หอบเสื้อกันหนาวมา



เง้อ -_-'







หลังจากทานมื้อเช้าแล้ว

ก็ได้เวลาลงเขา

ท่าพักผ่อน ระหว่างเดินลงของน้องโอ







ท่าพักเจ้าฟ้าก็ใช่ย่อย


ป้าเกษจ๋า ป๋มผิดไปแย้ว -_-'







ถึงจุดส่งตัว

ขามา ลงรถที่นี่ แล้วเดินต่อไป

ขากลับ จะเดินไปยังน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ก็ต้องมาถึงจุดนี้ แล้วเดินตามทางรถลงเขาไปยังห้วย

แล้วเดินย้อนลำห้วยขึ้นไปอีกหลาย km







เดินลุยห้วยไปยังน้ำตกจ๊อกกระดิ่นครับ


ก่อนถึงจุดส่งตัวเมื่อกี้ ผมก็เกือบเดินไปเหยียบงูเขียวหางใหม้เข้า มันนอนยาวบนหญ้าคา สีเขียวเหมือนกัน ดีว่ามันขยับตัวก่อน เลยโดดถอยหลังกลับมาทัน







หลังจากช้ากว่ากำหนดไป 2 ชั่วโมง

เราก็เดินมาถึงน้ำตกจ๊อกกระดิ่นล่าง

ที่เรียกล่าง เพราะมี 2 แห่ง

อันบนคือจ๊อกกระดิ่นใหญ่ แต่ไม่สามารถขึ้นไปชมได้ เพราะทางเดินลำบากมาก ต้องเดินขึ้นไปบนยอดเขา แล้วเดินลงมา

เพื่อตัดปัญหา ทาง อช. เลยเขียนแค่ จ๊อกกระดิ่นเฉยๆ







เมื่อถึงน้ำตก ก็ปล่อยเด็กๆไปเล่นน้ำตก







สำหรับทริปนี้ เขาช้างเผือก เดินไม่ยาก ไม่ชันมาก ปัญหาอย่างเดียวคือ ร้อน และไม่มีน้ำ จุดไฮไลต์ สันมีด นั้น น่าไปเดินมาก


หลังจากกลับมายังที่ทำการ อช. พวกเราก็อาบน้ำ และเดินทางไปยังจุดค้างแรมต่อไป


ป้อมปี่ จุดชมวิวก่อนถึง อ. สังขละ






เมื่อมาถึงป้อมปี่ ก็จัดการ หาที่กางเต๊น ทานอาหาร






หลังจากอิ่มหนำสำราญ น้องโอ และเจ๊วิ ดันเกิดไอเดียบรรเจิด บอกว่า เนี่ย ตรงนั้นนะ ติดน้ำ บรรยากาศสวย เดินไปดูกัน

อ่ะ เดินไป ดัน เดินไปเจอที่ว่าง พอจะวางเต๊นได้


ปฏิบัติการ"ย้ายบ้าน" จึงเริ่มขึ้นตอน 4 ทุ่ม


น่าจับคนที่บอกว่าเห็นด้วย หมกเต๊นซะจังเลย

เดินแบกเต๊นไป ชาวบ้านเต๊นอื่นก็มองแล้วหัวเราะกันใหญ่







เมื่อย้ายบ้านเสร็จ ก็ได้เวลาพักผ่อนจริงๆซะที


บ้างก็ ถ่ายภาพพระจันทร์ บ้างก็ โทรหากิ๊ก บ้างก็นอนพักสายตา







เช้ามา ก็ล้างหน้า แล้วเดินทางเข้า อ. สังขละ

เต๊นเดี๊ยวค่อยกลับไปเก็บ ทิ้งให้น้ำค้างแห้งไปก่อน







ฟ้า กับ วิ








เด็กๆนั่งพายแพ กับครอบครัว

น่ารักจังเลย







แล้วก็ไปนั่งเรือชมวัดจมน้ำ








หลังจากขึ้นเรือ ก็จะเดินทางกลับ

ก็มาดูเด็ก 2 คน กระโดดน้ำ

จริงๆแล้วเด็ก 2 คนนี้ก็เป็นไกค์ นั่งในเรือ และอธิบายเรื่องต่างๆให้นักท่องเที่ยวฟัง

แต่เด็กก็ชวนว่าจะโดนน้ำให้ดู ซึ่งจริงๆแล้ว ก็เหมือนการแสดงหาเงินแหล่ะครับ แต่เนื่องจากผมชอบใจเด็กพวกนี้ ที่ขยันช่วยครอบครัวทำมาหากินในทางสุจริต ผมเลยให้ตอบแทนค่ากระโดดไป คนละ 50 บาทครับ

น่ารักดีครับ







เพี้ยนๆครับ ไม่ต้องสนใจ -_-'






แล้วก็มาแวะ น้ำตก เกริยงกระเวีย







ต่อด้วยไทรโยคใหญ่







ภาพสุดท้ายครับ


นั่งเรือชม อช. ไทรโยค



ขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกคนครับ

และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม



เจอกันใหม่ ทริปหน้าครับ






Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 27 มีนาคม 2550 21:57:30 น. 0 comments
Counter : 1468 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

SEPULTURA_FROM_HELL
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ก็แค่มนุษย์เดินดินคนหนึ่ง

ที่ชอบเที่ยว

ชอบพาหนะสองล้อ


ชอบเดินป่า



ชอบที่จะเดินทางตามความฝัน


พร้อมเสมอ แม้จะต้องเดินทางลำพังคนเดียว


===============


หากวันทำงาน คือช่วงเวลาที่ยาวนาน และเหน็ดเหนื่อย


เราก็ทำวันหยุดที่แสนสั้น ให้หนักหนาสาหัส และโหดกว่า



วันทำงาน ก็จะกลายเป็นวันพักผ่อนที่แสนสบายและยาวนาน
Friends' blogs
[Add SEPULTURA_FROM_HELL's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.