ไหว้พระปีใหม่แบบไทยไทย ที่วัดโพธิ์ วัดอรุณ
หยุดสงกรานต์ ปีนี้ไม่ได้ไปไหน ก็เลยพาที่บ้านไปไหว้พระในเมืองกันคะ
โปรแกรมวันนี้ จะไป วัดโพธิ์ วันอรุณกันนะคะ

ที่จอดรถ เวลาจะไปวัดพวกนี้ หาที่จอดรถ ก็เหนื่อยใจ บางทีจอดผิดโดนล๊อคล้อ เรื่องยาวอีก
มาดูที่จอดรถแถว นั้นที่เราเคยไปจอดที่ไหนบ้างนะคะ

1 . ที่จอดรถ ของ กทม เป็นอาคารจอดรถของ กทม คะ มีหลายชั้น อยู่ ตรงบางลำภู มาจาก ถนนราชดำเนินก็เลี้ยวตรงคอกวัว ที่จะไปข้าวสาร เข้าไปในคอกวัสก็ตรงไปเรื่อยจะเจอ วงเวียนก็เลี้ยวซ้าย ตรงซอยที่เลย เซเว่นเซ่นไปคะ อาคารจอดรถอยุ่ขวามือ

2. ลานจอดรถ ของทหารเรือ ตรง ท่าราชวรดิษ อยู่ระหว่างท่าเตีนย กับท่าช้างคะ อันนี้สะดวกมาก ถ้า ไปเที่ยววัดพระแก้ว

3. อันนี้เราไปจอดบ่อยคะ วัดสามพระยา ตรงสามเสนซอย พอจอดแล้วก็ไปเที่ยวแถวถนนพระอาทิตย์ได้คคคะ หรือ จะนั่งรถสามล้อไปเที่ยวที่อื่นได้คะ หรือ ไม่งั้นก็ไปนั่งเรือที่พระอาทิตย์ได้คะ

4. ที่จอดรถ ตรงกรมที่ดิน ถ้ามาจาก สวนสารารมย์ ก็ตรงมาเรื่อยๆ จนเจอสี่แยก แล้วเลี้ยวขวามาสองบล๊อค ก็เจอที่จอดรถคะ ค่าจอด 40 บาท สะดวกเวลาไปท่าเตียน วัดโพธิ์ ปากคลอง หรือจะข้ามเรือไปวัดอรุณก็สบายเลยคะ

5. ปากซอยดินสอ เข้าถนนดินสอ ก็อยู่ต้นซอยเลยคะ สะดวกมากถ้าจะตะลุยกิน ตรงรอบศาลาว่าการกรุงเทพ เสาชิงช้า วัดสุทัศ

ตอนนี้ที่นึกออกมีแค่นี้คะ แต่ถ้ามีเพิ่มจะกลับมารวบรวมใหม่คะ

วันนี้เราจอดตรงกรมที่ดินคะ เสียค่าจอดให้เขา 40 บาทคะ จอดได้ทั้งวันจนถึง 18.00



วัดโพธิ์ หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1
คนไทยเข้าฟรีคะ ต่างชาติ 150 บาทคะ

วันนี้วันสงกรานต์ที่วัดมีงาน ด้วยคะ ก็มีอาหารมาขาย มีก่อกองทราย ดูคึกคักดี เราชอบวัดนี้อีกอย่างคือ ไม่พุทธพานิชย์มากคะ




ที่มีชื่อของวัดโพธ์ ก็ต้องวัดนอนคะ พระไสยาส พระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีลักษณะพิเศษ คือ มีประดับมุกภาพมงคล 108 ประการที่พระบาท สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

แต่วันนี้คนเยอะมากกกกกกกกกกก เราเลยเข้าไปไม่ไหวเดี่ยวมาใหม่วัีนหลังนะคะ

พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ ตั้งอยู่ถัดจากพระอุโบสถ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว สถาปัตยกรรมบริเวณซุ้มประตูมีลักษณะเป็นไทยประยุกต์แบบจีน โดยจะมีตุ๊กตาหินจีนประดับอยู่ประตูละ 1 คู่ องค์พระเจดีนั้นเป็นแบบเจดีย์ย่อไม้สิบสอง ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ
เคยได้แต่ถ่าย แต่จากการอ่านประวัติ ในนั้นมีพระยืนอยู่ด้วย เพิ่งรู้เหมือนกันคะ





ตัวเจดีย์ประดับด้วยเครื่องกระเบื้อง ที่ตอนนั้น อิทธิพล จีนก็เข้ามาแล้วเราเริ่มมีการค้ากับจีนแล้ว



ที่วัดศิลปะ จีนมีอิทธิลพลเยอะเลยคะ เห็นมากจาก มีกระเบื้อง เคลือบ ตุ๊กตาจีน จากประวัติที่เขา ติดให้อ่าน ตุ๊กตาจีนเมื่อก่อนเขาเรียกอัปเฉา เอาไว้ถ่วงเรือไม่ให้โคลงเวลา แล่นมา เพราะทำจากหิน แต่ช่วงหลังเอามาประดับ ตามวัด กันคะ



รอบวัดมีพระพุทธรูปเต็มไปหมด มีหลายปรางค์มากเลยคะ ทั้งปรางค์ห้ามญาติ ปรางค์ประทานพร




วันนี้มีการก่อกองทรายด้วยคะ ขนทรายเข้าวัด เพราะเราเชื่อว่าเวลาเราเข้าวัด เราก็มีทรายติดเท้าไป แต่ วันนี้เราจะขนทรายเข้าวัดกันใหมคะ





ร้อนมากคนเยอะมาก เราเลยต้องพักเป็นช่วงช่วง
ที่โบสถ์ใหญ่ก็มี สวดมนต์ปีใหม่คะ ก็เลยไม่ให้เข้าไปข้างในเราเลยต้องดูจากข้างนอก
เมื่อก่อนชอบไปปนั่งในโบสถ์นี้มาก

พระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า ด้วยประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ว่า นี่จะเป็นพระนครอย่างถาวร (ปางสมาธิ สื่อถึงการตั้งจิตมั่นแน่วแน่)



เห็นวัดไทยแล้วก็ภูมิใจทุกครั้ง ของเราไม่ได้เป็นรองใครบนโลกเลย อันนี้ขอยืนยัน



จากท่าเตียน เราข้ามเรือ 3 บาทไปเที่ยววัดอรุณกันคะ
จากกลางแม่น้ำก็เห็นวัดอรุณเด่นเป็นสง่า ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตก วัดอรุณ สวยกว่าเดิมหลายเท่าเลยคะ





วัดอรุณ เป็นวัดประจำรัชกาลที่สอง
เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอก และกลายเป็นวัดมะกอกนอกในเวลาต่อมา เพราะได้มีการสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกัน แต่อยู่ในคลองบางกอกใหญ่


ชื่อ "วัดแจ้ง" นี้ มีเรื่องสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทูลสมเด็จฯ กรมพระยานริศรา นุวัตติวงศ์ไว้ว่า "หม่อมฉันเคยเห็นแผนที่เมืองธนบุรีที่ฝรั่งเศสทำเมื่อรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ ในแผนที่นั้นมีแต่วัดเลียบกับวัดแจ้ง เวลานั้นยังเป็นชานป้อมใหญ่ ซึ่งอยู่ราวโรงเรียนราชินี เพราะฉะนั้นวัดโพธิ์เป็นวัดสร้างเมื่อล่วงรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มาแล้ว

นอกจากนั้นในช่วงเวลาที่กรุงธนบุรีเป็นราชธานี ถือกันว่าวัดแจ้งเป็นวัดคู่บ้าน คู่เมือง เนื่องจากเป็นวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตและพระบาง ซึ่งสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช)ได้ไว้ในมณฑป และมีการสมโภชใหญ่ ๗ คืน ๗ วัน(ในปี พ.ศ. ๒๓๒๗ พระแก้วมรกตได้ย้ายมาประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมหาราชวัง ส่วนพระบางนั้นสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดพระราชทานคืนไปนครเวียงจันทร์)

รูปยักษ์ยืน หน้าประตูซุ้มยอดมงกุฎมียักษ์ยืนอยู่ ๒ ตน มือทั้งสองกุมกระบองยืนอยู่บนแท่นสูงประมาณ ๓ วา ยักษ์ที่ยืนด้านเหนือ (ตัวขาว) คือ สหัสเดชะ ด้านใต้ (ตัวเขียว) คือ ทศกัณฐ์ ปั้นด้วยปูน ประดับกระเบื้องเคลือบสีเป็นลวดลายรูปลักษณะและเครื่องแต่งตัว




ที่วัดอรุณ เราจะขึ้นไปตรงพระปรางค์ไปดูวิวแม่น้ำได้คะ แต่วันนี้เราเหนื่อยเกินไป ก็เลยได้แต่ถ่ายรูปจากฐานพระปรางค์แทน



วัดอรุณนี่สวยจริงๆคะ อยู่ติดแม่น้ำก็เลยมีลมเย็นด้วย





ไป สองวัด และหาข้าวกินก็หมดวันแล้วคะ ครั้งหน้าจะไปวัดพระแก้วกัน
จริงแล้วกรุงเทพย่านนี้มีที่เที่ยวอีกหลาย ที่นะคะ ค่อยค่อยทยอย ไปเที่ยวกันคะ



Create Date : 16 เมษายน 2557
Last Update : 16 เมษายน 2557 15:39:06 น.
Counter : 5854 Pageviews.

4 comments
  
อยากไปค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:16:48:44 น.
  

สงกรานต์อุ้มไปวัดโพธิ์
อันที่จริงถามพลพรรคว่าจะไปวัดโพธิ์ไหม
พี่อี๊ดไม่อยากข้ามน้ำค่ะ
เลยมีช้อยส์ 2 ว่าจะไปวัดบวรฯ หรือวัดโพธิ์
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

โดย: อุ้มสี วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:21:27:20 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:3:22:42 น.
  
วัดโพธิ์สวยมาก ศิลปไทยนี่ละเอียดดอ่อนยิ่งนัก
โดย: บัน IP: 110.168.92.150 วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:8:08:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Pangeataround
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



P a n g e a t a r o u n d
FB: Pangeataround
IG: Pangeataround
New Comments
Group Blog
เมษายน 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30